[นิยายแปล] Mamono musume-tachi no goshujinsama - ฮาเร็ม สาวมอนสเตอร์ ตอนที่ 33 | Nekopost.net 
NEKOPOST

[นิยายแปล] Mamono musume-tachi no goshujinsama - ฮาเร็ม สาวมอนสเตอร์

Ch.33 - โกหก


 
ผมสีดำทรงบ็อบสั้นกลมๆอันลื่นสลวย
มีหนังยางรัดอยู่แถวๆตรงกลางผมด้านขวา
ออกมาเป็นเหมือนหางเล็กๆน่ารัก
ดวงตากลมโตมีสีดำเหมือนกับผมที่ให้ความรู้สึกขุ่นมัวไม่สบายใจ
เสื้อผ้ามีเพียงบราสีขาวสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่พันรอบไปกับหน้าอก
กับกางเกงในขาสั้นสีขาวบางๆเท่านั้น
ส่วนผิวหนังที่เผยออกมามากจนเกือบจะเรียกได้ว่าเปลือยนั้น
เป็นผิวสีเทาหม่นๆคล้ายกับซอมบี้
ร่างแปลงมนุษย์ของอังโกะที่แทบจะเป็นเด็กประถมกลางในสายตาทาโร่นั้น
กำลังนั่งอยู่บนรถที่พุสุโกะลากซึ่งอยู่ระหว่างกำลังกลับร้านเหล้าเรย์เด

ทาโร่ที่นั่งอยู่ข้างหน้ามองอังโกะด้วยสายตาเคร่งเครียดแล้วพึมพำขึ้นมา

"นี่เมเดมิ
การแปลงเป็นมนุษย์นี่เป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปสำหรับมอนเตอร์รึเปล่า ?"

เมเดมิที่ตามมาอยู่ข้างๆรถลากก็เลยส่ายหน้าให้เล็กน้อย

"เปล่าค่ะ คิดว่าเวทมนต์นั้นไม่ค่อยจะมีให้เห็นกันนักหรอกค่ะ
ถึงจะมีคำล่ำลือประเภทนี้ที่ว่าลึกลงไปในสังคมของมนุษย์
มีมอนเตอร์ซึ่งควานหาวิธีที่จะอยู่ร่วมกันกับมนุษย์นั้นก็พอจะเคยได้ยินมาบ้าง
แต่ก็เชื่อกันว่าความจริงแล้วเวทมนต์แบบนี้ยังไงก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว........
เหมือนอย่างการบอกว่าจิ้งเหลนนั้นจริงๆแล้วก็เป็นมังกรชนิดหนึ่งอะไรแบบนั้น"
"แล้วเมเดมิล่ะใช้ได้รึเปล่า ?"

เมเดมิส่ายหน้าอีกครั้งกับคำถามของทาโร่

"คงจะเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ
แต่ละเผ่านั้นต่างก็มีจุดอ่อนจุดแข็งในตัวเอง
การคิดค้นเวทมนต์ที่มีลักษณะพิเศษได้ถึงเพียงนี้
คิดว่าแม่ของอังโกะคงพยายามเป็นอย่างมากกว่าจะ
ไขว่คว้าเวทแปลงเป็นมนุษย์มาครองได้
และเทคนิคลับเฉพาะนี้ก็ได้ถ่ายทอดมาสู่อังโกะน้อยกระมังคะ"

ทาโร่ก็เรียกถามอังโกะด้วย

"เน่ อังโกะ
เวทแปลงเป็นมนุษย์นี่มันเป็นยังไงหรอ?"

อังโกะตัวกระตุกกึกขึ้นมาพร้อมกับ
นั่งทับส้นเท้า ยืดอกแล้วมองหน้าทาโร่อย่างจริงจัง

"ก ก้ะ !
หนูเพ่งความคิดว่า "กลายเป็นมนุษย์ !" แล้วมันก็กลายเป็นอย่างที่เห็นนี่ล่ะก้ะ !"
"เข้าใจล่ะ เข้าใจล่ะ"

ทาโร่ก็พยักหน้าอืมอืมให้อังโกะด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม
จากนั้นก็หันหน้าไปทางเมเดมิแล้วเบ้ปากให้

"........เรื่องจะให้มอนเตอร์อื่นๆมาเรียนนี่คงเป็นไปไม่ได้แล้วล่ะ"
"ค่ะ จากที่คุยกันเมื่อครู่
แทนที่จะบอกว่าเป็นเวทมนต์เรียกว่าเป็น
 "จิตสัมผัสที่เป็นความสามารถพิเศษ" เฉพาะตัวของอังโกะเสียจะใกล้เคียงกว่าค่ะ
คงเพราะผู้เป็นแม่กลัวว่าเวทมนต์พิเศษนี้จะรั่วไหลออกไป
จึงฝืนใจหยุดการสอนแค่ให้รู้สึกสัมผัสได้กระมังคะ"
"อย่างนี้นี่เอง แบบนี้อันเดดดราก้อนทั้งหมดก็ไม่ไช่ว่าจะแปลงเป็นมนุษย์กันได้สินะ"
"ก็เป็นไปได้อยู่เหมือนกันค่ะว่าเผ่าอันเดดดราก้อนนั้น
ก็มีการเก็บความลับเรื่องการแปลงเป็นมนุษย์ไว้อยู่เหมือนกัน
อย่างเช่น "อังโกะซึ่งอยู่ในสายเลือดที่มีความสามารถเฉพาะตัว"
เพราะฉะนั้นกับคำถามนี้ก็คงจะชี้ชัดลงไปไม่ได้หรอกค่ะ"
"เรื่องนั้นก็สมเหตุสมผลอยู่นะ"

ทาโร่ที่เข้าใจก็พลางหันสายตากลับมาที่อังโกะ

"(ในความคิดของเราก็อยากให้การแปลงเป็นมนุษย์ของสาวมอนเตอร์
เป็นเรื่องทั่วไปนะแต่จะให้ทั้งหมดทุกคนแปลงเป็นมนุษย์ได้นี่
ความพิเศษของสาวมอนเตอร์ที่ต่างโลกก็หมดความหมายกันพอดี
เอาแค่ให้มันเป็นความสามารถพิเศษของอังโกะก็พอแล้ว
แต่ว่า อย่างนี้ก็ไม่ใช่แค่พันธุ์สุดแสนหายากแล้ว
สถานะความหายากต้องพุ่งขึ้นเป็น สุดแสนหายาก+@ สิ)"

ทาโร่พยักหน้าพลางเอานิ้วลูบคาง

"........เอาเถอะ ยังไงก็ตาม
ต้องล้างคราบสกปรกทั่วไปก่อนล่ะนะ
เพราะงั้นตอนกลับที่พักอย่างแรกก็ต้องอ่างอาบน้ำล่ะนะอ่างอาบน้ำ ♪  "

ทาโร่เผยรอยยิ้มแบบลามกออกมาแล้วหัวเราะ "อุฟุฟุฟุ♪"
พร้อมมองร่างอันอยู่ในวัยแรกรุ่นของอันโกะ

"ว้าย ! อ่างอาบน้ำ ! อ่างอาบน้ำ ! "

พุสุโกะที่ลากรถอยู่ก็แสดงอาการดีใจออกมา

"ดีจังนะอังโกะ
ดูเหมือนว่าเจ้าจะได้รับความรักแบบพิเศษจากท่านทาโร่แล้วล่ะ
จงเพลิดเพลินใจไปกับมันได้เลยนะ"

เมเดมิพยักหน้าให้พร้อมจ้องมองอังโกะอย่างอ่อนโยน
ส่วนอังโกะที่เจ้าตัวยังไม่รู้ความหมายของอ่างอาบน้ำ
จึงได้แค่แสดง ? ขึ้นมาเหนือหัว

เมื่อพวกทาโร่ได้เข้าสู่เมืองผู้อพยพ
ท่าทีของอังโกะก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
โดยทำตัวแข็งเป็นหิน
เกร็งไหล่ทั้งสองข้างพร้อมทั้งตาสองข้างแน่นิ่งอยู่ที่จุดเดียว

ดูท่าจะเป็นเพราะที่เมืองผู้อพยพนี่มีพวกมนุษย์อยู่รอบๆเยอะเลยเกิดกลัวขึ้นมา
ทาโร่ที่นั่งขัดสมาธิแล้วกอดอกอยู่เลยทำท่าตบแปะๆที่เข่าตัวเองโดยหันไปทางอังโกะ

"เอ้า อังโกะ มานั่งบนตักฉันสิ"
"ก กกกกกกก ก้ะ ! "

อังโกะโดดลงไปบนตักของทาโร่เหมือนกำลังโดดเข้าที่หลบภัย
แล้วแทนที่จะนั่งทับส้นเท้าก็กลายเป็นเข้าไปเกาะแล้วกอดโดยที่เอาหน้าไปชนกับทาโร่
ทาโร่ที่เห็นอังโกะใช้ทั้งมือและเท้าเข้ามากอดลำตัวของตัวเองเอาไว้แน่น
ก็หัวเราะออกมาเพราะพลันนึกถึงลูกแมวที่เคยเลี้ยงไว้เมื่อสมัยก่อน

ตอนที่พาลูกแมวออกไปข้างนอกครั้งแรก
มันก็รีบพยายามง้างเล็บเกาะเสื้อผ้าเอาไว้สุดชีวิต
เหมือนกับอังโกะในตอนนี้ที่ไม่ยอมแยกห่างจากออกจากตัวของทาโร่เลย
เหมือนกับลูกแมวตัวนั้นที่ตัวสั่นเล็กๆจากความกลัว
ทาโร่จึงลูบหัวอังโกะอย่างอ่อนโยนให้

"ไม่เป็นไรน้า ไม่เป็นไร
มีทั้งฉัน พุสุโกะกับเมเดมิอยู่ทั้งคน
พวกฉันจะปกป้องอังโกะให้เป็นอย่างดีเลยล่ะ"
"ขะ ขอบคุณมากก้ะ........"

อังโกะที่หลับตาปี๋แล้วเอาหน้าซุกลงไปที่หน้าอกของทาโร่
ก็เงยหน้าขึ้นมาจากหน้าอกของทาโร่พร้อมดวงตาที่สั่นเครือทั้งสองข้าง
ทาโร่เลยพูดว่า"โอ๋ โอ๋"พร้อมกับลูบหัวอย่างอ่อนโยนไปมา
เพื่ออังโกะจะได้รู้สึกสบายใจ

"ท่านทาโร
ถึงที่ขึ้นเงินรางวัลแล้วค่า"

พุสุโกะส่งเสียงเรียกทาโร่
โดยมองไปทางที่ขึ้นเงินรางวัลซึ่งค่อยๆใกล้เข้ามาทางด้านหน้า

"อืมมม.......วันนี้ไม่ต้องดีกว่า
ผ่านเลยไปที่ร้านเหล้าของคุณเรย์เดเลยก็แล้วกัน"
"ค่า !"

พุสุโกะที่ตอบกลับมาอย่างร่าเริง
ก็ลากรถผ่านตรงหน้าที่ขึ้นเงินรางวัลไปตามคำสั่งของทาโร่
ทาโร่ให้ผ่านหน้าที่ขึ้นเงินรางวัลไป
ทั้งที่ทุกครั้งตอนวันที่กลับมาจากการออกล่าต้องแวะที่นี่อยู่เสมอ
เมเดมิจึงรู้สึกสงสัยกับคำสั่งนี้ของทาโร่

"จะดีเหรอคะท่านทาโร่
ที่จะไม่ไปรับเงินรางวัลที่ได้จากการล่าในวันนี้ ?"

ทาโร่ก็เลยสะบัดมือให้ด้วยท่าทีที่ไม่ได้ใส่ใจอะไร

"อาา ช่างเถอะช่างเถอะ
พอดีได้อังโกะมาก็เลยกะว่าจะปิดปังไว้ให้ผ่านไปซักหลายวันหน่อยน่ะ
ก็ถ้าเกิดบอกว่าจับอันเดดดราก้อนได้ในวันเดียวกับวันที่
"จอมมารแห่งหุ่นเชิด" หนีเตลิดกันไปล่ะก็
เรื่องที่พวกเราใช้เวทมนต์นั่นโจมตีใส่ก็มีโอกาสที่จะรั่วไหลออกไปได้
แล้วถ้าเกิดรั่วไหลออกไปก็มีแต่จะยุ่งยากแถม
ไม่แน่ว่าอาจจะยกเว้นเรื่องการขึ้นเงินของอังโกะไม่ได้ด้วย
เดิมทีตอนนี้ก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินอะไรด้วย
เพราะงั้น ตอนนี้ไม่ไปแวะนี่แหละดีที่สุด"
"เข้าใจแล้วค่ะ
การกระทำที่ชวนสงสัยนี่ก็เพื่อเป็นการตบตานี่เอง
สมกับที่เป็นท่านทาโร่เลยนะคะ"
"พอดียังไม่รู้ว่าหัวหน้ากิลด์ของจอมมารแห่งหุ่นเชิดว่าหมอนั่นเป็นคนแบบไหนด้วยน่ะ
อุตส่าห์ใช้วิธีเรียกร้องความสนใจจนต้องขุ่นเคืองกันมากก็ยุ่งยากพอแล้ว
ปล่อยให้เป็นผู้ใช้มอนเตอร์ที่สามารถใช้งานเมดูซ่าสีชมพู
จนต้องคอยระวังเอาไว้อย่างนี้แหละจะเหมาะกว่า
แต่ก็นะ ถ้ารู้ว่าต่อจากเมดูซ่าสีชมพูแล้วฉันยังแย่งอันเดดดราก้อนมาอีก
ก็เหมือนกับตั้งตัวเป็นศัตรูถึงตอนนั้นคงได้เจอกันตรงๆแน่"

แล้วทาโร่ก็ลูบหัวอังโกะที่เกาะตัวอยู่อย่างอ่อนโยน
อังโกะจึงหลับตาแล้วยิ้มออกมาด้วยความสบายใจ

"ก่อนอื่นก็ต้องไม่ไปเสนอหน้าสร้างปัญหาเอง
ระหว่างที่ค่อยๆสั่งสอนอังโกะเพื่อจะได้ไม่มีอะไรผิดพลาด
หลังจากนั้นค่อยไปป่าวประกาศก็ยังได้
ในสภาพนี้ ยิ่งไปพูดเรื่องอันเดดดราก้อนออกไปเท่าไร
ก็มีแต่จะทำให้อังโกะกลายเป็นจุดอ่อนของพวกเราไปเท่านั้นเอง"

ทาโร่มองไปที่เมเดมิโดยมีสีหน้าที่ยิ้้มแบบเศร้าๆ

"หากเป็นอังโกะอย่างในวันนี้
มาถูกมนุษย์พร้อมใจกันเอาแต่เล็งโจมตีใส่ต้องลำบากเป็นแน่เลยค่ะ"
"ก็ไม่อยากให้พุสุโกะกับเมเดมิต้องมาเสี่ยงอันตรายด้วยน่ะ
ยังไงอังโกะก็อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถนำสมบัติอันมล้ำค่าที่ติดตัวมาใช้ได้ซะด้วย
เพราะงั้นการศึกษาขั้นต่ำนี่ต้องมีผลมากทีเดียวเลยล่ะ
ก็นะ ไม่ได้บอกว่าจะให้ถึงขนาดทำประโยชน์ให้ได้
แต่คิดว่าอย่างน้อยก็ควรป้องกันไม่ให้เกิดการรบกวนกัน"
"ถึงตัวข้ากับพุสุโกะแสดงให้เห็นว่า
จะพยายามปกป้องอังโกะแม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตามแต่
แน่นอนว่า อย่างน้อยก็ควรปกป้องตัวเองให้เป็นบ้าง
พวกเราเองก็จะได้วางใจกันได้ค่ะ"

เมเดมิพยักหน้าอืมอืมพลางหันสายตาไปทางอังโกะ
แล้วยิ้มพร้อมกับบอกว่า "พยายามเข้าล่ะ"อย่างอ่อนโยน

"ก ก้ะ !"

อังโกะตอบกลับอย่างแข็งขันด้วยสีหน้าจริงจังเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น
โดยที่ยังคงกอดกับอกของทาโร่เอาไว้อยู่

พอผ่านไปซักพักก็ได้ยินเสียงเรียกอันร่าเริงของพุสุโกะ

"ท่านทาโร ! มาถึงที่พักแล้วค่า ! "

รถเข็นที่พุสุโกะลากมาหยุดตรงหน้าร้านเหล้าเรย์เด

"เหนื่อยหน่อยนะพุสุโกะ
เอ้า อังโกะเองก็ปล่อยได้แล้วไม่เป็นไรแล้วล่ะ"

พอทาโร่ให้อังโกะที่กอดลำตัวปล่อยออกมา
ก็ยืนบนรถแล้วลูบผมที่ดำเงางามของพุสุโกะเพื่อเป็นการขอบคุณสำหรับความเหนื่อยยาก

"เอะ เฮะ เฮะ"

พุสุโกะปิดตาเดียวอันใหญ่พลางยิ้มออกมา
พอทาโร่ลงจากรถอังโกะก็รีบร้อนลงจากรถแล้วเร่งเดินเตาะแตะเข้าไปอยู่ข้างๆทาโร่
อังโกะกวาดตามองไปรอบๆอย่างตื่นกลัวแล้วร้อง"หวาหวาหวา....."
ด้วยอาการหวาดระแวงจากความวิตกกังวล
ทาโร่ที่นึกในใจว่า "ไม่ไหวเลยน้า" ก็พลางยิ้มแห้งๆแล้วยื่นมือขวาไปให้อังโกะ
จากนั้น อังโกะที่กำลังอึดอัดกับความหวาดกลัว
ก็แย้มสีหน้าอันมีความสุขออกมาในทันที
โดยเอามือซ้ายของตัวเองไปทาบกับมือขวาของทาโร่แล้วจับเอาไว้อย่างสุดแรง
พุสุโกะที่กำลังมองดูสภาพการณ์นี้อยู่ก็เอานิ้วไปแปะที่ปากแล้วพึมพำออกมา

"ดีจังเลยน้าอังโกะอ่ะ
พุสุโกะเองก็อยากจับมือกับท่านทาโรด้วยเหมือนกัน"

พุสุโกะที่มีร่างใหญ่โตนั้นคราง "มู่" โดยที่หางคิ้วห้อยตกลงมา

"เฮ้อ.....
เป็นสาวมอนเตอร์ที่ขี้อ้อนทั้งสองคนเลยน้า
แต่ว่า ตามความเชื่อของฉันฮาเร็มต้องทุ่มเทความรักเต็ม100%กันทุกคน !!
ดังนั้นก็มาสิพุสุโกะ"

ทาโร่ก็ยื่นมาซ้ายที่ยังว่างอยู่ให้พุสุโกะ
พุสุโกะที่ทาโร่นั้นยื่นมือซ้ายมาให้ก็ร้อง "เย้--"ออกมาจากอาการที่ดีใจมากๆ
จากนั้นก็เอามือขวาของตัวเองเข้าไปจับเอาไว้แน่น
พุสุโกะ ทาโร่ อังโกะต่างเชื่องสัมพันธ์กันอยู่3คนโดยเรียงลำดับใหญ่ กลาง เล็ก
แล้วทาโร่ส่งเสียงเรียกเมเดมิที่กำลังชมสถานการณ์ชวนให้ยิ้มของทั้ง3คนขึ้นมา

"ทำอะไรอยู่ล่ะเมเดมิ
ไม่ต้องเกรงใจไปหรอกน่า
เธอเองก็เข้ามาอ้อนด้วยกันเลยสิ"
"มะ ไม่หรอกค่ะท่านทาโร่
ตัวข้านั้นแค่ได้อยู่เคียงข้างคอยรับใช้ท่านทาโร่ก็มีความสุขแล้ว
การจะให้ทำตัวตามสบายแล้วเข้าไปสัมผัสกับร่างกายของท่านทาโร่นั้น
ถือเป็นเรื่องที่น่าหวั่นวิตกเป็นอย่างยิ่งค่ะ"

เมเดมิที่ถูกมองออกเรื่องที่ตัวเองกำลังคิดอยู่นั้นก็รีบร้อน
แสดงอาการถ่อมตนอย่างระมัดระวังพร้อมคำพูดอันน้อยนิดที่อัดอั้นเอาไว้อยู่
ถึงเมเดมิเองจะยังยืนกรานเรื่องที่ให้อ้อนอยู่
แต่ทาโร่ก็บ่นอยู่ในใจว่า "ช่วยไม่ได้น้า"
แล้วก็พลางหันหลังของตัวเองให้กับเมเดมิ

"เอ้ามาสิ หลังยังว่างอยู่นะเข้ามากอดได้เลย"
"เอ๋ ? อ่า.......ไม่ค่ะ เรื่องอย่างนั้น.........
จะ..........จะดีเหรอคะ ?"

ถึงแม้เมเดมิจะลองหาทางปฏิเสธอีกครั้ง
แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถต้านทานการยั่นยวนที่ได้สัมผัสทาโร่ผู้เป็นที่รัก
จึงได้ถามอีกครั้งด้วยสีหน้าจริงจังพลางเอามือสองข้างกุมไว้ที่หน้าอกเหมือนกำลังภาวนา

"แน่นอนอยู่แล้ว
เอ้า มาสิเมเดมิ"
"ค ค่ะ !"

เมเดมิเข้าไปที่หลังทาโร่อย่างหวาดๆ
แล้วพิงตัวลงไปที่หลังของทาโร่อย่างแผ่วเบา

"ฮ้าา........ท่านทาโร่"

เมเดมิที่กำลังเคลิบเคล้มไปกับแผ่นหลังของทาโร่
ก็พึมพำชื่อของทาโร่ผู้เป็นพระเจ้าอันเป็นที่รักของตัวเองออกมา

"(อืม.........
ก็ตั้งใจแค่จะทำเพื่อเอาตัวรอดแต่ไหง
กลายมาเป็นเรื่องสนุกสนานแบบนี้ไปได้ก็ไม่รู้
แหม นี่ก็คงเป็นหนึ่งในความน่ารื่นรมส์อย่างแท้จริงของฮาเร็มสินะอย่างนี้เจ๋ง)"

ทาโร่เข้าไปด้านในร้านเหล้าเรย์เดโดยได้พา
พุสุโกะในมือซ้าย อังโกะในมือขวา เมเดมิที่หลังไปด้วยกัน

"กลับมาแล้วคร้าบคุณเรย์เด"
"อ้ะ !
กลับมาแล้วเหรอจ๊ะคุณทาโร่ !"

เรย์เดซึ่งกำลังหันหลังให้อยู่ที่ครัวด้านในเคาน์เตอร์
ก็สะบัดหางม้าอันลื่นสลวยพร้อมหันหลังมาแสดงรอยยิ้มอันเบิกบานให้ทาโร่
พวกลูกค้าขาประจำที่อยู่ในร้านเหล้าเอง
ก็ส่งเสียง "กลับมาแล้วเหรอ" ให้ทาโร่อย่างสนิทสนม
แม้ว่า ที่ต่างโลกนี่สิ่งที่ปรากฏให้เห็นจะเป็นเรื่องแปลกประหลาด
แต่เรย์เดกับพวกลูกค้าขาประจำที่เห็นทาโร่นัวเนียกับสาวมอนเตอร์
ก็ไม่มีใครแสดงอาการประหลาดใจแต่อย่างใด

"แหม แหม
ยังสนิทกันเหมือนเดิมเลยนะจ๊ะ
เทคนิคการใช้งานสุดยอดจริงๆเลยน้า"

เรย์เดที่มองเหล่ามอนเตอร์ที่อยู่รอบๆทาโร่ก็มีการฝืนยิ้มปนไปด้วย
แน่นอนว่าพวกลูกค้าขาประจำเองก็ให้ความรู้สึกคล้ายๆกัน
เพราะผู้ใช้มอนเตอร์นั้นจะการใช้กำลังทำให้มอนเตอร์หวาดกลัวเพื่อจะได้เชื่อฟัง
ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่ต่างโลกนี่ฉะนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมาสนิทกันได้อย่างนี้
แม้จะรู้ว่าความต่างชั้นด้านเทคนิคการใช้งานของทาโร่นั้นอยู่ในระดับสูง
ก็ยังมีคนที่ไม่คุ้นชินเอาไปลือกันแบบแปลกๆถึงจะมีให้เห็นอยู่เป็นประจำทุกวันก็ตาม
จะยังไงก็ตามแต่ การที่ทาโร่ทำให้เมดูซ่าสีชมพูอันดุร้ายเชื่อฟังได้ก็หมายความว่า
"ก็คงมีวิธีการใช้งานแบบนั้นอยู่เหมือนกันล่ะมั้ง"
เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนยอมรับกันได้แล้ว

"(ความจริงก็ไม่ใช่การสนิทกันหรอก
แต่เป็น "มันคือความรัก" ที่มีให้เพศตรงข้ามต่างหาก
แต่ก็นะ ผู้คนที่ต่างโลกนี่คงจิตรนาการเรื่องนี้ไม่ออกกันหรอก)"

ทาโร่หัวเราะ"วะฮ่าฮ่า"แบบเจื๋อนๆอยู่ในใจ

"ถ้างั้นก็ขอพาไปที่อ่างอาบน้ำเลยนะครับ"

เรย์เดก็พยักหน้าให้กับการบอกกล่าวของทาโร่

"วันนี้เองก็เหนื่อยหน่อยนะจ๊ะ
ค่อยๆไปพักกันให้หายเหนื่อยนะ
จะเตรียมอาหารเย็นอร่อยๆให้เลย........อ้ะนั่น ?"

ใบหน้าอันยิ้มแย้มของเรย์เดก็เปลี่ยนไปเป็นความสับสน
เมื่อสายตาได้หันไปทางเด็กตรงมือขวาของทาโร่
ซึ่งอังโกะกำลังมองไปรอบๆภายในร้านด้วยอาการตื่นกลัวจนอยู่ไม่สุข

"แหม ?
ในหมู่มอนเตอร์ที่คุณทาโร่ใช้งานมีมอนเตอร์แบบนี้ด้วยเหรอจ้ะ ?"

เรย์เดเอียงคอพลางจ้อมมองไปอังโกะ
ทาโร่จึงตอบกลับไปเหมือนไม่มีอะไร

"อา เด็กคนนี้ไม่ใช่มอนเตอร์ เป็น "มนุษย์"ต่างหากล่ะครับ"
"ก็นั่นสินะจ๊ะ
ไม่ว่ามองจากตรงไหนก็มนุษย์นี่นะ"

เรย์เดที่มองอังโกะอยู่ก็พลางพยักหน้าให้

"พอดีเห็นว่าเป็นเด็กเร่ร่อนเพราะสูญเสียพ่อแม่อยู่ที่เมืองผู้อพยพ
ก็เลยตัดสินใจรับเอาไว้โดยไม่รู้ตัว
แล้วก็ตั้งชื่อให้แล้วด้วยชื่อว่าอังโกะน่ะครับ"

ทาโร่ที่ก่อนหน้านี้ได้ยืนยันการมีตัวตนอยู่ของ "ซอมบี้"กับเมเดมิไว้แล้ว
เลยกะว่าจะจัดการเรื่องอังโกะให้เป็นซอมบี้ซะเลย
แต่การเป็นมอนเตอร์ซอมบี้ก็หมายความว่า"เคยเป็นมนุษย์ธรรมดา"มาก่อน
ซึ่งผลลัพธ์จะไปสู่การต้องมาคิดคำอธิบายต่างๆนาๆที่มันยุ่งยาก
เลยไม่ลังเลใจที่จะตัดสินใจให้เป็นมนุษย์ไป

".........แหม
น่ายกย่องจังเลยนะคุณทาโร่เนี่ย"

เรย์เดที่มีอาการประหลาดใจอยู่นิดหน่อย
ก็เลื่อนสายตาจากอันโกะมาที่ทาโร่
แล้วจ้องมองด้วยแววตาที่อ่อนโยน

"มันไม่ง่ายหรอกนะจ๊ะสำหรับผู้คนที่นี่ที่จะทำเรื่องแบบนี้ได้น่ะ"

พวกขาประจำของร้านเหล้าต่างพากัน "โห" ด้วยควาชื่นชม

"(..........อะ อืม
ก็เป็นเรื่องจริงนะที่รับเด็กที่ไม่มีพ่อแม่เอาไว้น่ะ
แต่เผอิญว่าไม่ใช่มนุษย์แต่เป็น "อันเดดดราก้อน" แค่นั้นเอง
ทุกท่านครับขอล่ะอย่ามองผมที่เกือบๆโกหกนี่ด้วยแววตาอันบริสุทธิ์เลย
หัวใจมันเจ็บปวดไปหมดแล้วก๊าบ)"

สายตาที่เคารพยกย่องของเรย์เดกับพวกลูกค้าขาประจำของร้านเหล้า
เหมือนหอกอันคมกริบที่ทิ่มแทงออกมาจนทาโร่
ต้องรีบเปลี่ยนเรื่องเพื่อจะได้รีบๆจบการสนทนานี่ไปซักที

"ก็อย่างที่เห็นนี่แหละครับ ผิวจะซีดออกแบบนี้
จากนี้ไป คงต้องให้อะไรเพื่อเพิ่มชีวิตชีวาขึ้นมา
ก็เลยคิดว่าอยากจะให้กินจนเต็มอิ่มซักหน่อย
เพราะฉะนั้นก็ขอฝากด้วยนะครับ"

"จ้ะ แน่นอนวางใจได้เลย !
จะเตรียมคิดเมนูที่จะทำให้อังโกะจังแข็งแรงไว้เลย !"

เรย์เดที่หัวเราอย่างอิ่มเอมใจก็พลาง
เอากำปั้นขวาทุบตุบเข้าไปที่หน้าอกอันอุดมสมบูรณ์ของตัวเอง
อกใหญ่ๆที่ยื่นออกมาจากโคเซ็ทสีขาวก็เลยเด้งดึ๋งขึ้นมา

"ถ้างั้นก็ขอไปลงอ่างอาบน้ำก่อนนะครับ"
"จ้า ตามสบายเลยนะ"

ทาโร่ที่ใช้คำโกหกทะลวงผ่านมาได้อย่างไร้อุปสรรค
ก็รีบขึ้นบันไดกลับไปที่ห้องตัวเองอย่างรีบร้อน
โดยมีสายตาที่มองอย่างยกย่องของเรย์เดมองส่งตามไป
 




NEKOPOST.NET