Confusing love him or her

Ch.1 - บุรุษหน้าสวยหรือสตรีจอมห้าว



“ว่าไงน้องสาวสนใจไปเที่ยวกับพี่หน่อยมะ...”

เสียงพูดเกี้ยวสาวของชายหนุ่มอายุประมาณสิบเก้าปีคนหนึ่งทักขึ้นในยามเช้าที่แสนจะสดใสวันหนึ่งใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทยที่ถูกเรียกว่ากรุงเทพมหานคร หลังจากที่เขาเห็นร่างเด็กวัยรุ่นผมสีน้ำตาลยาวสลวยถึงกลางหลังคนหนึ่งเดินผ่านหน้าไป

แต่ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะพูดจบเขาก็โดนหลังบาทาของผู้ที่จะถูกเอ่ยปากชวนกระทบเขากับใบหน้าเขาเข้าเสียก่อนอย่างแรงจนร่างของเขาหมุนไปตามแรงเท้าที่เตะมาทันทีพร้อมกับคำพูดที่คนคนนั้นพูดออกมาหลังจากเตะเสร็จด้วยเสียงหวานๆเหมือนหญิงสาวแต่ห้าวออกแนวทอมบอย

“ตาบอดหรือไงนาย นี่มันชุดนักเรียนของผู้ชายแท้ๆเห็นคนใส่เป็นผู้หญิงไปได้ยังไงฟะ”

ร่างของผู้ที่ออกท่าจระเข้ฟาดหางท้าวเอวพูดขึ้นหลังจากเตะชายหนุ่มคนที่มาเกี้ยวเขาเมื่อครู่นี้อย่างอารมณ์เสียเป็นอย่างมากที่ตัวเขาถูกผู้ชายเข้ามาจีบอีกแล้วทั้งที่เขาเป็นผู้ชาย!!

“เฮ้ย! ศิใจเย็นๆหน่อยสิฟะไปเตะเขาทำไม”

ร่างของชายหนุ่มรูปหล่อระดับนายแบบคนหนึ่งซึ่งมีศักดิ์เป็นเพื่อนสนิทของเขาถลาเข้ามาห้ามชายหนุ่มหน้าสวยผู้นี้ทันทีที่เห็นว่าเขาคนนี้พึ่งได้กระโดดเตะกลับหลังใส่คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ไปเพราะอารมณ์เสียที่ถูกมาตามจีบ

“ก็แม่งมันมาหาว่าฉันเป็น...” เขาพูดอย่างออกอารมณ์เป็นอย่างมาก

แต่ว่าก่อนที่เขาจะพูดจบเขาก็ถูกมือของเพื่อนสนิทของเขาเข้ามาปิดปากไว้เสียก่อนพร้อมกับพยายามผงกหน้าก้มขึ้นลงปากก็พูดขอโทษเป็นระยะให้กับชายหนุ่มคนที่เข้ามาเกี้ยวเพื่อนเขาเมื่อครู่นี้ ก่อนที่เขาจะรีบลากคนผู้นี้ให้เดินออกจากที่แห่งนี้ทันทีอย่างรวดเร็ว โดยศิเองก็ออกจะขัดขืนบ้างเล็กน้อยเกี่ยวกับการกระทำหนนี้ของเพื่อนเขาแต่ทว่าเขาก็ไม่มีแรงพอที่จะทำให้ตัวเขาหยุดอยู่ตรงนั้นตามความตั้งใจของตนได้ ดังนั้นเขาจึงได้เดินตามเพื่อนสนิทคนนี้ไปเท่านั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

“นี่ศิ นายคิดอะไรของนายกันแน่ถึงไปทำแบบนั้น”

ชายหนุ่มที่ลากเขาออกมาจากเหตุชุลมุนนั้นพูดขึ้นหลังจากที่เดินห่างจากที่เกิดเหตุเมื่อครู่นี้ได้ไกลพอสมควรแล้ว

“ก็ไอ้หมอนั้นมันมาหาว่าฉันเป็นผู้หญิงนี่หว่า นายก็ได้ยินนี่ไอ้กอล์ฟ” ศิกระแทกเสียงพูดด้วยอารมณ์ที่เคืองอย่างรุนแรง

“เพราะอย่างนั้นนายถึงเอาเท้าไปลูบหน้ามันให้ไปนอนจูบพื้นแบบนั้นเหรอ” กอล์ฟถามกลับด้วยอารมณ์ที่ประหลาดใจ

“ใช่”

“ไอ้บ้านี่ หัดส่องกระจกดูตัวเองซะบ้างแล้วทำใจยอมรับสภาพแบบนี้ให้ได้ซะทีได้ไหมว่านายในตอนนี้มันไม่เหมือนตอนนั้นแล้ว คนในครอบครัวนายทุกคนยังยอมรับกันได้เลย”

“นั่นมันพวกพี่น้องกับพ่อแม่ไม่ใช่ฉัน”

“เออๆ แต่ยังไงก็ช่วยระงับอารมณ์หน่อยก็แล้วกันเพราะฉันยังไม่อยากเห็นนายถูกทางโรงเรียนคาดทัณฑ์บนเพราะมีเรื่องทะเลาะวิวาททำร้ายผู้อื่นตั้งแต่วันเปิดภาคเรียนหรอกนะ” กอล์ฟพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ยอมแพ้อย่างไม่อยากจะเถียงต่อเพราะถึงจะเถียงกับหมอนี่ต่อไปมันก็คงแถไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุดแน่ๆ

ในขณะที่ทั้งคู่เดินคุยมาได้มาสักพักหนึ่งทั้งสองคนก็เดินมาถึงรั้วของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งที่อยู่ในซอยเล็กๆใจกลางเมืองใหญ่แบบนี้ เท่าที่ดูจากรั้วที่ถูกออกมาแบบมาอย่างอลังการแล้วจึงทำให้รู้ได้เลยว่าเงินของรัฐของไม่เอามาลงทุนออกแบบทำรั้วแบบนี้ได้แน่ บวกกับชุดนักเรียนที่นักเรียนที่มาโรงเรียนนี้ใส่ก็ล้วนแต่เป็นผ้าชั้นดีมีระดับซึ่งคนถ้าทั่วไปเห็นราคาคงสะอึกอย่างตกใจและนักเรียนส่วนใหญ่นั้นมักจะนั่งรถคันหรูสุดงามราคามหาโหดมาโรงเรียนทั้งนั้น เพราะอย่างนั้นคงสรุปได้อย่างเดียวว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนเอกชนสำหรับคนรวยลูกคุณหนูเท่านั้นที่จะมาเรียนได้

และเพราะเหตุนี้เองทางโรงเรียนจึงไม่ค่อยเคร่งระเบียบเรื่องเครื่องประดับหรือทรงผมมากนักพูดง่ายๆก็คือโรงเรียนนี้ฟรีสไตล์ในเรื่องระเบียบเครื่องแต่งกายตราบใดที่พวกนักเรียนยังคงสวมชุดนักเรียนมาเรียนเรื่องอื่นก็ไม่ต้องสน

ดังนั้นศิและกอล์ฟจึงเลือกมาสอบที่โรงเรียนแห่งนี้ เพื่อรักษาความลับบางอย่างที่ต้องปกปิดไว้ แต่หลังจากที่ทั้งสองผ่านเข้ามาเรียนโรงเรียนนี้ได้หนึ่งปีกว่าๆทั้งสองรู้สึกว่าการที่ได้มาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้มันสนุกกว่าที่คิดเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยกิจกรรมต่างๆที่ให้ทำระหว่างอยู่ในโรงเรียนมันมีมากมายจนทำให้เลือกไม่ถูกและไม่มีเบื่อ พร้อมทั้งอาจารย์ที่นี่ก็มีอัธยาศัยดีบวกกับนักเรียนที่โรงเรียนนี้มีแต่เด็กนิสัยดีแถมเรียนเก่งกันทั้งนั้น ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะทุกคนเป็นหัวกระทิที่ถูกคัดมาจากข้อสอบเขาเรียนที่สุดมหาโหด ประมาณว่าถ้าโง่และไม่ชอบเรียนคงไม่มีทางเข้ามาเรียนที่นี่ได้แน่จึงทำให้ชีวิตในรั้วโรงเรียนของทุกคนในที่นี้มีความสุขมากๆ

แถมทั้งสองคนนี้ยังเป็นคนดังของโรงเรียนอีกต่างหากจึงทำให้พวกเขารู้จักและมีเพื่อนในโรงเรียนนี้มากกว่าคนอื่นหลายเท่าเพราะทางกอล์ฟเองก็มีหน้าตาที่หล่อเหลาเอาการจึงทำให้มีหญิงสาวมาหลงใหลและติดกันเกรียวกราว

ส่วนตัวศิเองก็มีหน้าตาเป็นอาวุธไม่ต่างจากกอล์ฟแต่แตกต่างตรงที่ว่ามันเป็นหน้าตาที่สวยน่ารักจึงแทนที่จะเรียกให้มีผู้หญิงมาติดกลับกลายเป็นว่าวันแรกที่เขาเข้ามาเรียนที่นี่กลับมีชายหนุ่มหลายคนเข้ามาจีบเขากันมากมายจนตอนปฐมนิเทศศินั้นทนไม่ไหวในที่สุดจนถึงขนาดที่เขาเดินขึ้นไปแย่งเครื่องขยายเสียงของอาจารย์เพื่อประกาศตัวออกไปว่าเขาเป็นผู้ชายไม่ใช่ผู้หญิง ช่างเป็นวีรกรรมแรกที่แสนจะยิ่งใหญ่ในฐานะไอดอลของโรงเรียนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาและถึงแม้ว่าศิจะพูดประกาศตัวว่าเขาเป็นผู้ชายอยู่หลายครั้งแต่ก็ยังไม่มีใครปักใจเชื่อเขามากนัก

ก็แน่อยู่ล่ะ ผู้ชายบ้าอะไรจะน่ารักขนาดนี้แถมด้วยซุ้มเสียงที่ถ้าได้ฟังคงต้องบอกเป็นประโยคเดียวกันว่ามันเป็นเสียงที่ฟังแล้วไพเราะเสนาะหูจนชวนเคลิ้มและที่สำคัญผู้ชายคนไหนจะมีคำนำหน้าชื่อว่านางสาวล่ะ จนท้ายที่สุดศิก็เริ่มที่จะหมดอารมณ์ไปต่อล้อต่อเถียงกับพวกนั้นแล้วปล่อยไปเลยตามเลยในที่สุด

หลังจากเหตุการณ์นั้นจึงก่อให้เกิดกลุ่มแฟนคลับของเขาก่อตั้งขึ้นมาในโรงเรียนอย่างเป็นทางการแบบที่ช่วยไม่ได้ด้วยจำนวนของสมาชิกแฟนคลับนี้มากกว่าครึ่งโรงเรียนทั้งผู้ชายและผู้หญิง (อยากจะบอกว่าหลายคนในนั้นมีอาจารย์ร่วมอยู่ด้วย) พร้อมกับประเด็นที่ยังเป็นข้อที่ยังถกเถียงมาถึงปัจจุบันว่าทำไมศิถึงต้องการที่จะอ้างตัวเป็นชายหนุ่มด้วยมันเพราะเหตุใดกัน

แต่ถึงกระนั้นพักหลังๆเรื่องที่ว่าศิอาจจจะเป็นผู้ชายจริงๆก็แพร่ออกมาบ่อยครั้ง เพราะถึงเขาจะมีคำนำหน้าชื่อว่านางสาวแต่ก็ไม่มีใครในโรงเรียนเคยเห็นศิแต่งตัวเป็นผู้หญิงหรือแม้กระทั่งรูปร่างของศิตอนเปลี่ยนเสื้อผ้าสักคนเลย

เนื่องจากวิชาพละศิได้รับการยกเว้นเป็นพิเศษไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนก็ได้จึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชุด แถมช่วงเข้าห้องน้ำของศิในทุกครั้งเขาก็จะไปเข้าที่ห้องน้ำของอาจารย์ซึ่งไม่มีแยกชายหญิง  เวลาไปค่ายพักแรมนอกโรงเรียนศิก็หาได้ไปไม่เพราะดูเหมือนว่าทางแม่ของศิจะขอร้องกับทางผู้อำนวยการเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ไว้ซึ่งผู้อำนวยการก็บ้าจี้อนุญาตให้ด้วย ซึ่งโรงเรียนเก่าตั้งแต่อนุบาลขึ้นมาแม่ศิก็ขอร้องไว้แบบนี้ตลอดทุกครั้งและทุกโรงเรียน และที่สำคัญก็คือดูเหมืนอว่าทางผู้อำนวยการของทุกโรงเรียนนั้นก็จะอนุญาตตามคำขอเสียด้วย

บางทีเรื่องนี้อาจจะเป็นเพราะอิทธิพลทางตระกูลของศิด้วยกระมั้งก็เพราะจะว่าไปพ่อของศิเองก็ดูจะทรงอิทธิพลไม่ใช่น้อยทั้งที่หน้าที่ตำแหน่งงานก็ดูปกติธรรมดาแท้ๆ

ดังนั้นจึงทำให้ภาพลักษณ์ของศิในหมู่เพื่อนฝูงด้วยกันมันยิ่งดูคลุมเครือและลึกลับพอสมควรเลยทีเดียวด้วยระยะห่างระหว่างพวกเขากับตัวศินั้นมันก็มีกันพอสมควร แม้ว่าบางคนจะเรียนอยู่ห้องเดียวกันแต่น้อยคนนักที่จะรู้จักและสนิทกับศิจนถึงขั้นรู้ทุกอย่างของเขาจริงๆ อันที่จริงจะพูดว่านอกจากกอล์ฟแล้วในโรงเรียนคงไม่มีใครสนิทกับศิถึงขั้นที่จะคุยแบบแตะเนื้อต้องตัวได้อย่างสนิทสนมเลยสักคนก็คงไม่ผิดนัก

ส่วนใหญ่ทุกคนจะเว้นระยะห่างศิไว้ในระดับหนึ่งไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายทั้งที่ใจจริงของพวกเขาอยากจะเข้าใกล้ศิแทบขาดใจก็ตาม แต่ก็ดูเหมือนว่าจะมีสามัญสำนึกบางอย่างที่พวกเขาไม่อาจฝืนได้ว่าไม่ควรเข้าใกล้ศิจนมากเกินไปราวกับมีขอบเขตเวทมนตร์มาสะกดกั้นไว้ก็ไม่ปาน

ดังนั้นเลยไม่ต้องคิดถึงคนนอกชั้นของศิเลยว่าเขาจะคิดยังไง และอาจจะเพราะเรื่องนี้เองจึงติดใจคนบางกลุ่มอยู่ไม่ใช่น้อยว่าที่ศิพูดอาจจะเปลี่ยนเรื่องจริงก็ได้ส่วนคำนำหน้าชื่อนั้นอาจจะมีข้อผิดพลาดตอนแจ้งเกิดอะไรสักอย่างก็เป็นไปได้ 

ไม่งั้นศิจะพยายามแก้ข่าวเรื่องที่ตัวเองเป็นผู้หญิงไปทำไมล่ะทั้งที่ตัวเองดูสมหญิงขนาดนี้แท้ๆมันดูไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย

“ไง ไม่เจอกันตั้งนานสามีภรรยาก็ยังคงทะเลาะกันเหมือนเดิมตั้งแต่เช้าเลยนะ”

เสียงใสๆของหญิงสาวผมดำยาวสลวยสวมแว่นหน้าตาสวยมาดเฉียบคนหนึ่งเดินเข้ามาทักคนทั้งสองหลังจากที่เธอลงจากรถเบนซ์คันงามของเธอได้สักพักใหญ่

“นี่สา เมื่อไรเธอจะเลิกพูดเหมือนพวกฉันเป็นพวกโฮโมสักทีเนี้ย” ศิหันไปพูดกับสาด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง

“แหมๆๆ ก็เมื่อพวกเธอแต่งงานกันนั่นแหล่ะจ้ะ” สาวิกาตอบเสียงใส

“นั้นก็คงอีกไม่นานหรอกนะเพราะความสัมพันธ์ของพวกเราในตอนนี้ถึงขั้นนี้แล้ว”

กอล์ฟเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มพร้อมทั้งยื่นหน้าไปหอมแก้มชายหนุ่มคนนี้ทันที เล่นเอาคนที่เดินมาผ่านบนถนนหนทางนี้ที่เห็นกอล์ฟทำแบบนี้กับศิตกใจกับเหตุการณ์นี้เป็นอย่างมาก

แต่คนที่ตกใจที่สุดคงหนีไม่พ้นศิที่อยู่ๆก็ถูกเพื่อนสนิทของตนมาหอมแก้มแบบที่เขาก็ไม่ทันตั้งตัวจนทำให้อารมณ์ของเขาค้างไปน้อยๆทันทีอย่างตอบสนองไม่ทันกับการกระทำหนนี้ของกอล์ฟ ไม่นานนักเขาก็เริ่มรู้สึกตัวว่าเขาได้ถูกกระทำอะไรบางอย่างที่เขาไม่ชอบเป็นที่สุดโดยฝีมือเพื่อนสนิทของเขาเอง จนใบหน้าของเขาก็เริ่มแดงระเรื่อออกมาน้อยๆด้วยความอายและความโกรธ

แล้วจากนั้นมือเล็กเล็กเรียวบางของเขาที่ได้กำไว้แน่นก็พุ่งเข้าไปตุ้ยท้องของชายหนุ่มคนนี้ทันทีอย่างแรงจนชายหนุ่มพูดและยิ้มอะไรไม่ออกทันทีพร้อมตะโกนลั่นออกมาว่า

ไอ้คุณอภินันท์ จิตกล้าหาญ นายมันจะกล้าหาญสมกับนามสกุลไปหน่อยแล้วนะเฟ้ย

จากนั้นศิก็เดินลิ่วจากไปทันทีทิ้งให้เพื่อนสนิทของเขายืนตัวงอเพราะความเจ็บปวดจนแทบจะอ้วกออกมาจากพลังหมัดเล็กๆของเขาอย่างไม่ใยดีโดยมีสาวิกายืนมองภาพเหตุการณ์อย่างพูดไม่ออก ซึ่งดูเหมือนว่าคนอื่นๆรอบข้างก็มีสภาพไม่ต่างจากหญิงสาวผู้นี้มากนัก

แต่ว่าหลังที่ศิเดินจากไปได้สักพักเสียงพูดคุยซุบซิบด้วยอารมณ์ที่ตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่พวกเขาได้เห็นเมื่อครู่นี้ก็ดังขึ้นมาทันที

“เป็นไงบ้างกอล์ฟ” สาวิกาถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นชายหนุ่มยังยืนตัวงออยู่

กอล์ฟยกมือขึ้นเป็นเชิงบอกว่าเดี๋ยวก่อนอย่าถามอะไรต่อนี้ ก่อนที่เขาจะสูดหายใจลึกๆเพื่อข่มอารมณ์เจ็บปวดที่เกิดขึ้นในตอนนี้พร้อมทั้งพยายามยืนตัวตรงทันที ด้วยท่าทีที่หอบๆ

“เกือบตาย มันเล่นซัดเข้ามาจริงๆแบบไม่ผ่อนแรงเลย”

“ก็พอจะเข้าใจอยู่หรอกนะว่าทำไมศิถึงทำแบบนั้น”

“ก็แค่ล้อเล่นนิดหน่อย”

“แต่ผลกำไรตกที่นายเต็มๆนี่ แล้วเป็นไงแก้มของศินุ่มและหอมไหม”

“สุด สุด” กอล์ฟพูดขึ้นอย่างปลาบปลื้ม

“ท่าทางพอจบเหตุการณ์นี้คนคงเริ่มฟันธงกันว่าศิกำลังคบกับนายอยู่แน่ๆ” สาวิกาพูดอย่างออกความเห็น “ว่าแต่ถ้าศิเป็นผู้ชายจริงๆตามที่เขาว่าการที่นายไปหอมเธอแบบนั้นนายไม่รู้สึกแปลกบ้างเลยหรือไงกัน”

“การเล่นสนุกของฉันมันไม่มีหยุดเพราะความอายหรอกนะและอีกอย่างเรื่องที่คนบางกลุ่มพวกนั้นเถียงกันว่าศิเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายมันยังน่าสนุกอยู่เลยฉันไม่อยากให้มันรีบรู้ผลเร็วหรอกนะ” กอล์ฟตอบแบบไม่รู้สึกผิดกับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้เลยแม้แต่น้อย

“นั้นแสดงว่านายรู้สินะว่าศิเป็นผู้หญิงจริงหรือเปล่าสินะ”

“แน่นอน ก็ฉันสนิทกับหมอนั้นมาตั้งแต่เด็กแล้วนี่นา” กอล์ฟตอบด้วยรอยยิ้ม “แต่ว่าตอนนี้ฉันคงต้องรีบไปง้อหมอนั้นก่อนดีกว่าเดี๋ยวมันเคืองยาวเรื่องจะยุ่งยากเอา”

ว่าจบร่างของชายหนุ่มรูปงามก็วิ่งเข้าประตูโรงเรียนที่อยู่ไม่ห่างจากที่จุดที่พวกเขายืนอยู่มากนักไป ท่ามกลางสายตาประชาชีที่ยังจ้องมองชายหนุ่มผู้นี้อย่างสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างเขากับศิเป็นอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้นทุกคนก็ยังไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปถามชายหนุ่มคนนี้ตรงๆอยู่ดี

 

.......................................................................................................................................................

 

ไอ้หมอนั่นมันเล่นบ้าอะไรของมัน ศิคิดในใจขณะที่เขาเดินเข้ามาในโรงเรียนด้วยท่าทีที่โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเป็นอย่างมากจนทำให้คนที่เดินตามหลังอยู่รู้สึกผวากับท่าทีของนางฟ้าในคราบซาตานของเขาในตอนนี้จนยอมหยุดเดินเพื่อหลีกทางให้เขาเดินไปก่อน

แต่ทว่าในขณะที่ศิยังคงเดินเข้าไปในโรงเรียนด้วยอารมณ์ที่ยังเคืองอยู่นั้นเอง ก็พลันมีหญิงสาวคู่หนึ่งเดินเข้ามาหาเขาจากทางด้านหลังด้วยรอยยิ้มที่ชวนบาดใจชายหนุ่มหลายคนที่เดินผ่านเธอไป ผิดกับหญิงสาวอีกคนที่เดินตามเธอข้างหลังที่ถึงแม้จะน่ารักไม่แพ้คนที่เดินอยู่ข้างหน้า แต่การแสดงทางอารมณ์ของหล่อนนั้นช่างไร้มนุษย์สัมพันธ์เสียเหลือเกินเพราะเธอเอาแต่เดินหน้านิ่งไม่ยิ้มไม่แย้มอะไรเลยแม้แต่น้อย

“ว่าไงศิหน้าบูดมาแต่เช้าเชียววันนั้นของเดือนมาหรือไง” หญิงสาวที่มีใบหน้ายิ้มแย้มพูดทักขึ้นจนทำให้ศิต้องหัวเราะออกมาเบาอย่างสุดเซ็งเล็กน้อย แต่กระนั้นเขาก็ฝืนข่มอารมณ์อยากตอบโต้ไว้แล้วหันไปพูดกับเธอว่า “จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ”

“จริงเหรอเนี้ย” หญิงสาวพูดแล้วแกล้งทำเป็นตกใจแบบหลอกๆ

โดยอารมณ์นั้นมันก็เข้ากับรูปลักษณ์ภายนอกที่น่ารักของเธอเป็นอย่างมากเสียเหลือเกิน เนื่องด้วยเธอไว้ผมซอยยาวประบ่ากัดสีผมเป็นสีแดงจางๆ ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตและใบหน้าผิวขาวนวลที่ดูไร้เดียงสาช่างดูน่าดึงดูดอย่างหน้าประหลาดจนทำให้ผู้ชายหลายคนอดหันมามองเธอในตอนนี้ไม่ได้ และศิเองก็รู้สึกจะเคลิ้มไปกับท่าทีนั้นของเธอพอสมควรเช่นกัน

“ครับ แต่อารมณ์นั้นของผมจะหายไปถ้าพี่ฟ้าจะยอมรับรักผมเสียที” ศิพูดสวนแล้วคว้าคว้ามือขวาหญิงสาวมากุมไว้ในของเขาทันที

“เล่นไม่เลิกนะ ศศิกานต์ พี่ก็บอกแล้วไงว่าพี่ไม่คิดจะเป็นแฟนกับคนที่สวยกว่าตัวฉันเองหรอกนะ”

ศินิ่งอึ้งแบบใบ้รับประทานไปทันทีกับคำตอบของหญิงสาวผู้นี้เพราะที่เธอพูดมาเมื่อครู่นี้มันก็ออกจะถูกต้องตรงความเป็นจริงเป็นอย่างมาก เพราะถึงแม้เธอคนนี้จะสวยก็จริงแต่ทว่าถ้าเทียบกับศิจริงๆแล้วเธอคนนี้ก็ยังดูด้อยกว่าศิพอสมควรอย่างเห็นได้ชัดจนศิไม่อาจพูดเถียงเธอต่อได้

“ยังพูดทำร้ายจิตใจคนอื่นได้สุดสุดเหมือนเดิมเลยนะครับคุณพี่ประธานนักเรียน”

กอล์ฟเอ่ยออกมาทั้งที่ยังมีอาการเหนื่อยหอบอยู่หลังจากพยายามวิ่งตามศิมาจนทันเพราะแม่เจ้าประคุณคุณศินั้นช่างเดินเร็วเสียเหลือเกิน

“ยังไม่ไปคว้านท้องตัวเองตายอีกเหรอไอ้กอล์ฟ” ศิเปลี่ยนสีหน้าทันทีที่เห็นหน้าชายหนุ่มที่เดินมาจากทางด้านหลังของหญิงสาวทั้งสอง

“กะอีแค่หอมแก้มนี่นายจะให้ฉันไปคว้านท้องเลยเหรอ” กอล์ฟพูดไม่อยากจะเชื่อหูว่าศิจะพูดแบบนี้

“ใช่”

“นี่นายจะไม่โหดไปหน่อยเหรอ”

“น้อยไปด้วยซ้ำ” ศิพูดด้วยเสียงที่ออกอารมณ์เกรี้ยวกราดก่อนที่เขาจะหันไปหาหญิงสาวทั้งสองแล้วพูดว่า “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับเผอิญอากาศที่ตรงนี้มันเป็นพิษสำหรับผมมากเกินไปแล้วครับ แล้วเจอกันใหม่ครับพี่ฟ้า น้ำ”

จากนั้นร่างชายหนุ่มหน้าสวยก็หมุนตัวเดินเข้าตึกเรียนไปทันทีโดยที่มีชายหนุ่มสุดหล่อวิ่งตามง้อเขาไปอย่างไม่ยอมแพ้ พอสองคนนี้เดินจากไปเสียงซุบซิบก็เริ่มดังขึ้นเมื่อเด็กที่เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ที่หน้าประตูโรงเรียนเดินเข้ามาสมทบซึ่งไม่นานนักข่าวเรื่องที่กอล์ฟหอมแก้มศิก็แพร่ไปสะพัดไปอย่างรวดเร็ว

“เหมือนคู่รักกันจังเลยนะสองคนนั้นว่าไหมน้ำ” ฟ้าพูดแล้วยิ้มออกมาอย่างเบิกบานให้น้ำที่ยืนอยู่ข้างเธอ

แต่ทว่าหญิงสาวผมดำอีกคนก็ยังคงตีหน้านิ่งไม่พูดอะไรออกมาและเดินเข้าโรงเรียนไปด้วยท่าทีที่นิ่งเรียบไร้อารมณ์เหมือนเดิม ซึ่งท่าทีนั้นทำให้ฟ้าเองก็ต้องยักไหล่อย่างทำใจพร้อมสบถออกมาเบาๆว่า “น้องสาวใครนี่นิ่งซะไม่มีดี แต่ว่าอย่างนี้แหล่ะที่ทำให้น่ารักสายตาฉัน”

จากสถานะในตอนนี้ฟ้ามีศักดิ์เป็นพี่สาวของน้ำที่แก่กว่าปีหนึ่งซึ่งมีตำแหน่งควบคือเธอเป็นประธานนักเรียนของโรงเรียนนี้ด้วย ปัจจุบันเธอเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกแล้ว และที่สำคัญก็คือดูเธอเห่อน้องสาวเป็นอย่างมากจนเรียกได้ว่าบ้าน้องสาวเลยก็ไม่ผิด จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไหมเธอถึงยอมเดินตามน้องสาวคนนี้ของเธอต้อยๆไปอย่างไม่บ่นอะไร

แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รักษามาดประธานนักเรียนได้อย่างสมบูรณ์แบบเสียเหลือเกิน และที่จริงเธอเองก็มีความสนใจในตัวศิไม่ใช่น้อยเหมือนกันและด้วยเหตุผลนี้เธอจึงได้ลากตัวศิมาเป็นคณะกรรมการนักเรียนด้วย

“ว่าแต่ศิกับกอล์ฟนี่ดูสนิทกันมากเกินไปแล้วนะ” ฟ้าพึมพำออกมาอย่างสงสัยก่อนที่เธอจะเดินเข้าตึกเรียนตามน้ำไป

 

.......................................................................................................................................................

 

หลังจากที่ศิเดินเข้าห้องโฮมรูมของเขามาได้สักพักเขาก็มีอันที่ต้องระเห็จเดินออกมาจากห้องโฮมรูมของเขาอีกครั้ง ทันทีเมื่อเขาพบว่าไอ้กอล์ฟเพื่อนตัวดีของเขาที่น่าจะไปอยู่ที่ห้องโฮมรูมของมันกลับมานั่งยิ้มแย้มตีซี้กับเพื่อนๆในห้องของเขาอย่างสนิทสนมจนเขารู้สึกรำคาญเป็นอย่างมากและทนไม่ได้ต้องเดินออกจากห้องมาอย่างฉุนเฉียว

ที่จริงกอล์ฟกับศินั้นตอนที่เข้าเรียนมาตอนมัธยมศึกษาปีที่สี่พวกเขาก็ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะที่โรงเรียนแห่งนี้แบ่งห้องโดยเทียบกันที่ระดับผลการเรียนซึ่งแต่ละระดับชั้นจะมีทั้งหมดเจ็ดืห้องแบ่งตามห้องตามตัวอักษรภาษาอังกฤษตั้งแต่ A-G โดยห้อง A จะรวมพวกหัวกระทิไว้ที่เหลือก็ลดลงไปตามตัวอักษร ศินั้นเมื่อเข้าเรียนมาเขาก็ได้รับเลือกให้อยู่ห้อง A ด้วยคะแนนสอบที่เป็นที่หนึ่งของระดับชั้นในการสอบเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้

แต่ทว่ากอล์ฟกลับได้อยู่ห้อง B แทนเพราะผลการเรียนของเขายังคงเก่งแต่ไม่ถึงขั้นเทพ เมื่อตอนสอบขึ้นชั้นม.5 กอล์ฟก็พยายามดันตัวเองเพื่อจะได้อยู่ห้อง A แต่สุดท้ายก็เหมือนเดิมเพราะดูเหมือนว่าพวกห้อง A จะไม่ใครยอมหล่นลงมาอยู่ห้องอื่นง่ายๆ โดยที่ศิเองก็สอบปลายภาคที่ผ่านมาด้วยคะแนนที่เป็นที่หนึ่งของระดับชั้นเหมือนเดิมจึงทำให้ได้อยู่ห้องเดิมต่อไป

“เฮ้ จะงอนไปถึงเมื่อไรนี่ศิ” กอล์ฟพูดขึ้นระหว่างที่ทั้งสองยังเดินอยู่ที่ระเบียงหลังจากที่เขาวิ่งตามศิซึ่งเดินออกมาจากห้องได้ทัน

“สักพักใหญ่”

“แล้วมันนานเท่าไรสักพักใหญ่ของนายน่ะ”

“ก็แล้วแต่อารมณ์”

“นี่ศิ รู้ตัวบ้างไหมว่านายเริ่มจะทำตัวเหมือนผู้หญิงเข้าไปทุกทีแล้วนะ” กอล์ฟพูดขึ้นหลังจากเห็นศิทำท่าทางแบบนี้ใส่เขา

คำพูดนั้นของกอล์ฟทำให้ศิชะงักพร้อมทั้งหยุดเดินอย่างคิดได้ทันทีพร้อมทั้งหน้าไปมองชายหนุ่มที่เดินตามหลังเขามาทันทีพร้อมทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างใส่ แต่ในที่สุดเขาก็พูดไม่ออกดังนั้นเขาจึงหันหน้ากลับไปทางเดินข้างหน้าแล้วเดินต่อไป

“นี่นายจะพูดอะไรหรือเปล่าเมื่อครู่นี้” กอล์ฟพูดถามอย่างสงสัยในท่าทีของศิเมื่อครู่นี้

“เปล่านี่ แล้วนี่นายจะตามฉันไปถึงไหนกัน”

“ก็จนกว่านายจะยอมยกโทษให้”

“งั้นก็ตามจนตายก็แล้วกัน”

“พูดได้แบบไม่มีเยื่อใยซะเหลือเกินนะ”

“นั้นแหละฉัน” ศิพูดด้วยอารมณ์ที่เรียบเฉย

“นั้นสินะนั้นแหล่ะนาย แต่ว่านะอย่าลืมสิฉันเองก็กำจุดอ่อนของนายไว้อยู่นะ” กอล์ฟพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เข้าเล่ห์ “และถ้านายไม่ยอมยกโทษให้ฉันล่ะก็ ฉันก็จะเอาจุดอ่อนนั้นของนายมาใช้ให้เป็นประโยชน์ให้ดู”

“นี่นายจะขู่ฉันหรือไง” ศิหยุดเดินและหันมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มรูปหล่อเพื่อนสนิทของเขา

“ก็แล้วแต่จะคิด”

“เริ่มจะทำทุเรศเข้าไปทุกทีแล้วนะกอล์ฟ”

“ก็มันไม่มีทางเลือกนี่นา ถ้าเลือกได้ฉันเองก็ไม่ได้อยากจะทำแบบนี้หรอกนะ” กอล์ฟพูดแล้วยักไหล่น้อยๆ จากนั้นทั้งสองคนนั้นก็ยืนจ้องตากันอยู่สักพักใหญ่ก่อนที่ศิจะเอ่ยออกมาว่า “เรื่องนั้นฉันยกโทษให้ก็ได้”

“ดีจัง” กอล์ฟฉีกยิ้มรับอย่างอารมณ์ดี

ก่อนที่จะมีเสียงปรบมือดังลั่นขึ้นรอบตัวพวกเขาซึ่งมันทำให้ทั้งสองคนนี้ตกใจเป็นอย่างมากดังนั้นทั้งคู่จึงหันไปมองรอบๆตัวก็พบว่าตอนนี้รอบตัวพวกเขามีคนยืนมุงดูกันมากมายกับการง้อขอคืนดีของกอล์ฟในตอนนี้ แต่ที่ยังเป็นคำถามในใจของศิในตอนนี้ก็คือถ้าพวกนี้ยืนดูอยู่เฉยๆคงไม่แปลก แต่ทำไมคนพวกนี้ถึงปรบมือกันแต่ทว่าไม่นานนักคำถามของศิก็ได้รับคำตอบทันที

“เป็นแฟนกันมันก็ต้องมีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ้างแต่ถ้าเธอรู้จักให้อภัยแบบนี้ชีวิตคู่ก็จะยืดไปได้เยอะเลยนะ” หญิงสาวที่เรียนอยู่ชั้นม.6 คนหนึ่งเดินมาข้างหลังศิแล้วพูดขึ้นกับเขา

“หมายความไงครับ” ศิถามกลับอย่างสงสัย

“อ้าว ก็เธอทั้งสองคนเป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอ” หญิงสาวคนนั้นตอบกลับทันที

“เฮ้ๆ เดี๋ยวสิครับผมไม่ได้เป็นอะไรกับหมอนั่นนะครับ” ศิพูดแล้วชี้นิ้วไปที่ชายหนุ่มผู้ตกเป็นจำเลยร่วมกับเขาในตอนนี้

“แหมๆ ไม่ต้องอายหรอกนะเรื่องนี้เขารู้กันทั่วโรงเรียนแล้วเรื่องที่เธอสองคนสวีทกันหน้าโรงเรียน” หญิงสาวพูดแล้วตบไหล่เบาๆ

เมื่อเขาได้ยินแบบนั้นสายตาของศิก็ตวัดไปที่ทางกอล์ฟแบบเคืองสุดขีดอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะหันขวับเดินออกจากสถานนี้ไปทันทีโดยไม่หันมามองชายหนุ่มอีกเลย ทิ้งให้กอล์ฟต้องกุมขมับอย่างปวดหัวเพราะกว่าเขาจะอุตสาห์ง้อให้หมอนั้นมาคืนดีได้มันก็แสนจะยากลำบากแล้ว แต่ทว่าตอนนี้ดูท่าว่าศิจะงอนอีกรอบแบบไร้เหตุผลอีกแล้วและหนนี้ท่าจะง้อยากกว่าเดิมเสียด้วย

“อะไรว่ะแค่หอมแก้มเล่นๆบ้าจี้ไปตามมุขของสาเท่านั้นเองไม่ได้คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่แบบนี้เลย”

กอล์ฟบ่นออกมาอย่างเซ็งสุดขีดแล้วรีบวิ่งตามศิไปทันทีท่ามกลางสายตาของทุกคนที่มองเขาในตอนนี้อย่างไม่วางตาโดยที่หญิงสาวคนที่พูดกับศิเมื่อครู่นี้หันมาปรึกษากับเพื่อนทันทีว่าเธอพูดอะไรผิดหรือเปล่า

 

..............................................................................................................................................................

 

ในที่สุดกอล์ฟก็วิ่งตามศิทันซึ่งทั้งคู่ในตอนนี้ได้มายืนอยู่บนด่านฟ้าของอาคารเรียนที่มีราวเหล็กกั้นไว้เพื่อไม่ให้เด็กนักเรียนพลัดตกลงไปข้างล่างได้ ในสภาพที่ศิยืนหันหลังให้กับกอล์ฟและมือขวาของเขาก็กำลังคว้าข้อมือซ้ายของศิเอาไว้เพื่อไม่ให้ศิหนีไปได้อีก

“นี่ศิ เรื่องนั้นฉันขอโทษฉันไม่คิดว่าเรื่องมันจะบานปลายถึงขนาดนี้” กอล์ฟรีบพูดทันทีพร้อมจับมือศิแน่นกันศิจะสะบัดมือหนีเขาไป

แต่ทว่าผู้ที่ถูกขอโทษกลับยืนนิ่งเงียบไม่พูดตอบอะไรกลับซึ่งท่าทางแบบนี้ของศิยิ่งทำให้ชายหนุ่มเริ่มกระวนกระวายขึ้นมาทันทีว่าเขาควรจะทำอย่างไงต่อไปดีเพื่อขอคืนดีเพื่อนสนิทคนนี้ของเขาให้ได้

จะทำอย่างไงดี จะทำอย่างไงดี

“นี่ศิพูดอะไรสักหน่อยสิ” กอล์ฟเอ่ยออกมาอย่างคิดมาก

จากนั้นศิก็หันหน้ามามองเขาอย่างช้าๆพร้อมกับยกมือขึ้นแล้วจากนั้นก็...

“แบร่!!”

ศิยกมือขึ้นดึงตาขวาและแลบลิ้นใส่กอล์ฟทันทีด้วยอารมณ์ที่ยิ้มแย้มจนชายหนุ่มผงะไปทันทีเพราะเขาเองไม่คิดว่าศิจะทำแบบนี้กับเขา

“ฉันก็บอกแล้วไงว่าฉันยกโทษให้นายแล้ว ฉันก็ต้องยกโทษให้สิ”

“แล้วทำไมถึงเดินหนีมา” กอล์ฟพูดขึ้นหลังปรับตัวได้กับท่าทีนี้ของศิแล้ว

“ก็มันดูน่าสนุกกว่ายืนอยู่เฉยๆนี่”

“เหตุผลแค่นี้เองเหรอ”

“ใช่”

“นี่นาย รู้หรือเปล่าว่าเหตุผลแค่นี้ของเธอมันทำให้ฉันแทบคลั่ง ว่าแต่ขึ้นมาที่แบบนี้กับฉันสองต่อสองไม่กลัวคนอื่นเข้าใจผิดมากไปกว่านี้หรือไง”

“ช่างสิ อย่างไงซะข่าวมันก็เป็นแบบนั้นไปแล้วนี่ เพราะอย่างนั้นถ้าพวกนั้นจะเข้าใจอะไรผิดต่อไปก็ช่างมันเถอะ” ศิพูดอย่างไม่สนใจอะไรก่อนที่จะปล่อยรอยยิ้มกระชากใจหนุ่มออกมาพร้อมทั้งเอ่ยเสริมว่า “เพราะจะว่าไปฉันเองก็ได้ประโยชน์จากข่าวลือนั้นเหมือนกัน ว่าแต่นายจะคลั่งเลยเหรอกะอีแค่ฉันไม่ยอมยกโทษให้นี่หรือว่านายหลงเสน่ห์ฉันหรือไง”

“นายก็รู้ว่าฉันไม่ใช่พวกโฮโม” กอล์ฟพูดแล้วหลบสายตาน้อยๆจากศิ เพราะที่จริงแล้วเมื่อครู่นี้เขาเองก็รู้สึกหวั่นไหวอยู่ไม่ใช่น้อยกับรอยยิ้มของศิ

“งั้นก็ดีเพราะฉันเองก็ไม่ได้เป็นเหมือนกัน” ศิเอ่ยตอบ

แล้วจากนั้นเขาก็จับมือลากกอล์ฟเดินลงจากด่านฟ้าแห่งนี้โดยที่กอล์ฟก็ยอมเดินตามแรงลากของเขาไปแต่โดยดีอย่างไม่ขัดขืนอะไร ด้วยท่าทีที่ยิ้มแย้มว่าอย่างน้อยศิก็ยอมยกโทษให้เขาในที่สุด

 “จะโฮมรูมแล้วพวกเรารีบกลับไปที่ห้องเรียนกันดีกว่า”

 

.........................................................................................................................................................

 

ช่วงพักเที่ยงในวันต่อมาภายในห้องเรียนแห่งหนึ่งที่ถูกจัดให้เหมือนห้องประชุมบน และบนบอร์ดที่อยู่รอบห้องก็มีแต่รูปของศศิกานต์ในทุกอิริยาบถติดไปทั่วพื้นที่ มีขนาดตั้งแต่เป็นรูปโปสเตอร์ขนาดใหญ่จนถึงเป็นรูปที่มีขนาดพกพาใส่กระเป๋าเงินได้ ไม่เว้นหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ยังมีรูปศิมองมาด้วยสายตาที่ดูเป็นธรรมชาติ แม้แต่บนเพดานก็มีรูปเขากำลังยืนยิ้มอยู่หน้าโรงเรียนขนาดใหญ่ติดเอาไว้ราวกับเป็นภาพสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ของโลกก็มิปาน ประมาณว่าถ้าเจ้าตัวมาเห็นเข้าคงจะช็อคน่าดูว่าพวกนี้ไปเอารูปของเขามามากมายแบบนี้ได้อย่างไงและไปแอบถ่ายตอนไหนกัน ตรงที่โต๊ะประชุมนั้นมีกลุ่มคนนั่งอยู่มากกว่ายี่สิบกว่าคนกำลังนั่งและยืนประชุมคุยกันอย่างเคร่งเครียดกับข่าวล่าสุดที่พวกเขาได้รับรู้

คงไม่ต้องบอกทุกคนก็น่าจะทราบกันดีว่าห้องนี้คือศูนย์บัญชาการใหญ่ของกลุ่มแฟนคลับของศศิกานต์นั้นเอง และเนื่องจากตอนนี้มีข่าวใหญ่ที่สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ได้มีข่าวใหญ่เรื่องศิมาเข้าหูพวกเขาจึงทำให้มีการเรียกประชุมกลุ่มแกนนำของกลุ่มแฟนคลับกันโดยด่วน (ถึงแม้จะล่าช้าไปหนึ่งวันก็เถอะ) เกี่ยวกับเรื่องที่ว่า ศิกับกอล์ฟหนุ่มสุดฮ็อตของโรงเรียนเป็นแฟนกันและแถมยังกล้าหอมแก้มสวีทกันที่หน้าประตูโรงเรียนตั้งแต่เปิดเทอมแบบไม่อายใครอีก

“สืบเนื่องจากที่เราได้รับรู้กันจากข่าวลือที่พวกเราได้ยินเมื่อเช้าวานนี้ เรื่องที่ว่าท่านศศิกานต์ผู้เปรียบเสมือนแสงสว่างนำทางแม่เทพธิดาและเทพเจ้าสุดงดงามของพวกเราทุกคนได้ถูกปิศาจร้ายนามว่านายอภินันท์ล่อลวงไปเป็นแฟน ดังนั้นเราจึงจัดการประชุมฉุกเฉินเพื่อถกถึงสถานการณ์ในตอนนี้ว่าเราควรจะทำอย่างไงต่อไป” ชายหนุ่มสวมแว่นมาดเนียบคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดเป็นงานเป็นการกับคนอื่นที่เหลือซึ่งทุกคนในห้องก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดนั้นของเขา

“ก่อนอื่นนะคะเราต้องการให้สมาชิกทุกท่านช่วยกันออกความเห็นถึงสถานการณ์ตอนนี้ว่าเราควรจะจัดการกับผู้ชายที่ชื่ออภินันท์อย่างไรดี” หญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ข้างชายหนุ่มสวมแว่นพูดต่อจากเขา

ฆ่ามัน!!” เสียงคนที่เหลือตะโกนออกมาอย่างบ้าเลือด

เสียงคำตอบนั้นทำให้หญิงสาวสวมแว่นมาดเฉียบและชายหนุ่มผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มผู้ประชุมในห้อง ที่ตอนนี้ทั้งสองยืนฟังอยู่หน้าห้องเพราะบังเอิญเดินผ่านมาและได้ยินพวกนี้คุยกันจึงหยุดฟังต้องส่ายหัวออกมาเบาๆ

“ท่าจะรอดยากแล้วนะกอล์ฟ”

“ที่จริงก็เตรียมใจไว้ตั้งแต่ที่คิดจะเล่นแบบนั้นกับศิแล้วล่ะ” กอล์ฟพูดอย่างทำใจ

“งั้นเหรอ นี่นายตั้งใจจะเป็นศัตรูกับคนมากกว่าครึ่งโรงเรียนเพราะการล้อเล่นครั้งนี้เลยเหรอ” สาพูดแบบไม่อยากจะเชื่อ

“ใช่”

“ทำไมล่ะ”

“เพราะมันน่าสนุกดีนะสิ” ชายหนุ่มยิ้มอย่างอารมณ์ให้กับสาซึ่งรอยยิ้มของเขาทำให้สานั้นชะงักไปเล็กน้อยเหมือนกัน “ว่าแต่ตอนนี้รีบไปกันก่อนเถอะป่านนี้ศิรอพวกเราจนเซ็งแล้ว”

“อือ”

จากนั้นทั้งคู่ก็รีบวิ่งลงไปที่สนามหญ้าข้างอาคารเรียนทันทีอย่างเร่งรีบทันที เพราะเมื่อตอนที่พวกเขามองออกไปนอกหน้าต่างอาคารชั้นสองแล้วเห็นร่างของศิกำลังนั่งอยู่ใต้ร่มไม้เพื่อรอพวกเขาอยู่คนเดียวอย่างใจเย็นนั้นมันทำให้พวกเขากลัวว่าศิจะต้องโมโหมากแน่ๆถ้าพวกเขายังไปถึง ไม่นานนักทั้งสองก็วิ่งมาถึงที่ที่ศินั่งรออยู่ด้วยท่าทีที่เหนื่อยหอบ

“ช้าจังพวกนาย” ศิพูดแล้วยกนาฬิกาข้อมือที่สวมไว้ที่ข้อมือขวาขึ้นเพื่อดูเวลา

“ขอโทษ” ทั้งคู่พูดออกมาพร้อมกันทันที

“ช่างเถอะฉันเองก็ไม่ได้เจ้าระเบียบเรื่องเวลานักหรอกนะ” ศิพูดอย่างไม่สนใจอะไรมากนัก ก่อนที่เขาจะตบพื้นหญ้าข้างตัวเบาๆแล้วพูดออกมาว่า “รีบรีบนั่งลงได้แล้วฉันหิว”

“สั่งอย่างกับเป็นเจ้านายเลยนะ” ชายหนุ่มพูด

“แต่ในฐานะจริงๆเธอก็อยู่ในฐานะที่สั่งเราได้นะเพราะเธอเป็นประธานกรรมการชั้นปีนี่นา” สาเอ่ยขึ้นมาอย่างนึกได้

“ใช่ ยศตำแหน่งนี้สูงกว่าหัวหน้าห้องแต่ละชั้นด้วย” ศิพูดแล้วยิ้มออกมาบางๆอย่างมีความสุข

ที่จริงแล้วแต่ละชั้นปีจะมีตำแหน่งหนึ่งที่ไว้ใช้คุมนักเรียนและประสานงานกับอาจารย์กับนักเรียนประจำชั้นปีนั้นๆซึ่งหน้าที่ตำแหน่งนี้จะถูกเรียกว่า ประธานกรรมการชั้นปี

โดยตำแหน่งนี้จะถูกมอบให้ผู้ที่มีคะแนนสูงสุดของชั้นปีเป็นผู้รับตำแหน่งและเนื่องด้วยเหตุนี้เองศิจึงได้ตำแหน่งนี้มาครอบครองเป็นปีที่สองอย่างเลี่ยงไม่ได้เพราะเขาได้คะแนนสูงสุดของชั้นปีมาตลอดตั้งแต่มาเรียนอยู่ที่นี่ แถมตำแหน่งหน้าที่นี้ก็มีอำนาจมากจนเกือบจะเทียบเท่าตำแหน่งประธานนักเรียนเสียด้วย

แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะที่จริงศิเองก็ทำหน้าที่ในคณะกรรมการนักเรียนควบไปด้วยจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่จะกล่าวว่าศินั้นเป็นผู้กว้างขวางคนหนึ่งในโรงเรียนแห่งนี้ พูดง่ายๆก็คือเส้นใหญ่นั้นเอง

“ไหนบอกว่าไม่อยากเป็นไงไอ้ตำแหน่งบ้าบ้านี้แต่พอมาเป็นแบบนี้ดันพูดแล้วยืดใหญ่เลยนะ” กอล์ฟพูดขึ้นเมื่อเห็นท่าทีของศิในตอนนี้

“ก็นะ เมื่อคนเรามีอำนาจมันก็ต้องหัดอวดเบ่งบ้างสิ”

“แบบนั้นเขาเรียกว่าพวกบ้าอำนาจนะ และก็ขอเตือนอะไรไว้อย่างนะว่าภัยของอำนาจเริ่มมาจากการหยิ่งยโสในอำนาจจนลืมที่จะย้อนกลับมามองตัวเอง” สาพูดขึ้นหลังจากที่เธอเริ่มยกข้าวกล่องของเธอขึ้นมาเพื่อจะรับประทาน

“อ่านะ จะจำเอาไว้ก็แล้วกัน” ศิยิ้มรับอย่างง่ายๆ

แล้วจากนั้นเขาก็เริ่มหยิบข้าวกล่องของเขาเพื่อจะยกขึ้นมาทานบ้าง แต่ทว่าเขาก็สังเกตเห็นว่าเขาลืมเอาอะไรบางอย่างลงมาจากห้องเรียน ดังนั้นเขาจึงลุกขึ้นยืนทันทีเพื่อวิ่งไปที่ห้องเรียนของเขาซึ่งการกระทำนี้ของศิทำให้สาตะโกนถามขึ้นมาว่า “จะไปไหนเหรอศิ”

“ฉันลืมขวดน้ำไว้ที่บนห้องน่ะ”

“ดื่มของฉันก็ได้ไม่เห็นต้องลำบากขึ้นไปเอาเลย” กอล์ฟพูดแล้วยกขวดน้ำชูขึ้น

“ไม่เอาฉันไม่ชอบจูบทางอ้อมกับใครโดยไม่จำเป็นโดยเฉพาะผู้ชายด้วยแล้วยิ่งไม่ชอบใหญ่เลย” ศิตอบกลับพร้อมทั้งหัวเราะน้อยๆ

จากนั้นเขาก็รีบวิ่งเข้าไปในอาคารเรียนทันที แต่ทว่าเนื่องจากเขารีบเร่งเกินไปจึงไม่ทันได้ระวังเรื่องทางต่างระดับระหว่างเข้าอาคารเรียนดังนั้นเขาจึงสะดุดเข้ากับขั้นบันไดจนเสียหลักเล็กน้อยไปชนกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินสวนทางกับเขาเข้าอย่างจังจนล้มกลิ้งทั้งคู่ในสภาพที่ชายหนุ่มกอดเขาไว้ไม่ให้ศิได้รับบาดเจ็บมาก

“เป็นอะไรไหมครับ” ชายหนุ่มถามขึ้นหลังจากที่ทั้งคู่หยุดกลิ้ง

“ไม่เป็นไร ขอโทษด้วยคือว่าฉันรีบไปหน่อย” ศิตอบกลับอย่างเบลอๆ

แต่ทว่าเมื่อเธอเห็นสภาพเธอในตอนนี้ที่ร่างของกำลังอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มคนที่ชนเข้าให้ เธอก็กรีดร้องลั่นขึ้นมาทันที แล้วจากนั้นเธอก็รีบวิ่งออกจากที่แห่งนี่ไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ชายหนุ่มคนที่เธอชนให้นั่งมองเธออย่างสงสัยว่ามันเกิดไรขึ้นกันแน่

“บ้าชะมัดอุตสาห์ระวังตัวมาตลอดทำไมถึงมาพลาดเอาตอนนี้ได้นี่เรา”

ศิบ่นออกมาในขณะที่เธอกำลังวิ่งอยู่บนระเบียงทางเดินในตัวอาคารเรียนโดยเป้าหมายที่เธอจะวิ่งไปในตอนนี้ไม่ใช่ห้องเรียนของเธออย่างที่ตั้งใจไว้ตอนแรกแล้วแต่เป็นห้องพยาบาล

ปัง!

เสียงเปิดประตูห้องพยาบาลดังขึ้นทันทีที่เธอวิ่งถึงอย่างฉับพลัน แล้วจากนั้นเธอก็กระโดดขึ้นไปนอนบนเตียงพร้อมกับกระชากผ้าห่มมาคลุมตัวเองไว้ทันที โดยที่ไม่สนใจหญิงสาวผมสีน้ำตาลแสนสวยในชุดเสื้อกราวน์สีขาวที่กำลังนั่งทานข้าวอยู่ในห้องนี้เลยแม้แต่น้อย

“เป็นอะไรไปศิวิ่งหน้าตาตื่นมาเชียว” หญิงสาวสวมเสื้อกราวน์วางมือจากจานข้าวแล้วหันมาถามศิ

“มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ” ศิพูดตอบอย่างรวดเร็วทั้งที่ยังห่อตัวอยู่ในผ้าห่ม

“เรื่องนิดหน่อยอะไรของเธอ หรือว่าไปโดนผู้ชายกอดมาหรือไง”

ประโยคนั้นของหญิงสาวสวมเสื้อกราวน์ทำเอาศิต้องเอาหน้าเข้าไปซุกผ้าห่มทันทีอย่างไม่อยากจะฟังซึ่งทำให้หญิงสาวคนนั้นหัวเราะออกมาทันทีอย่างเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของศิในตอนนี้

“ไม่ใช่เรื่องน่าหัวเราะนะ” ศิกัดฟันพูดสวนขึ้น

“ก็แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะ”

“ก็ช่วยทำอะไรสักอย่างทีสิ ตอนนี้มันกำลังขยายอยู่ แถมวันนี้มันยัง...”

“จ้าๆ งั้นก็ทำเหมือนเดิมก็แล้วกัน” หญิงสาวพูดอย่างอารมณ์ดีก่อนที่เธอจะไปเปิดตู้แล้วหยิบผ้าพันแผลและผ้าอนามัยโยนมาให้ศิ

“ที่เหลือก็... จัดการเอาเองนะ”



-----------------------------------------



 

*

ร่วมเป็นกำลังใจให้ผู้แต่งได้ที่หน้าแรก Confusing love him or her