MooncrosS II ภาคกุญแจ 6 วิญญาณ

Ch.7 - โจรลักพาตัว

 

ตอนที่ 7

โจรลักพาตัว

                ดวงตาสีเทาค่อยๆลืมตื่นขึ้นมาช้าๆท่ามกลางบรรยากาศของห้องที่เต็มไปด้วยสีขาวสะอาด มันคงจะไม่แปลกนักหรอกถ้าเขาอยู่ที่ซันนีล่า แต่ที่นี่คือเฟรเมนอส มันก็ทำให้ครอสอดแปลกใจไม่ได้เหมือนกัน

                “ตื่นแล้วงั้นเหรอคะคุณครอส”เสียงหวานที่แสนคุ้นหูทำให้ครอสต้องลุกขึ้นจากเตียงอย่างยากลำบาก

                “ไม่นึกเลยนะคะว่าจะมีโอกาสเห็นคุณครอสสะบักสะบอมแบบนี้”เสียงหวานว่าพลางหัวเราะออกมาเบาๆ

                “นั่นสินะ ตั่งแต่สู้มาก็มีครั้งนี้แหละมั้งที่แย่ที่สุด”ครอสพูดก่อนจะยิ้มบางๆให้หญิงสาวที่อยู่ข้างๆ

                “คุณครอสเก่งอยู่แล้วนี่นา นานๆจะลำบากบ้างก็ไม่เห็นเป็นไรเลย”หญิงสาวว่าพลางหัวเราะออกมาเบาๆ

                “ว่าแต่องค์หญิงทำไมถึงมาอยู่ที่ห้องนี้ละครับ”ครอสถามพลางมองหน้าองค์หญิงเอริน พี่สาวขององค์ราชาเอริคอย่างแปลกใจ

                “ฉันป็นองค์ราชินีแล้วนะคะคุณครอส แล้วห้องนี้ก็ห้องฉันเองด้วย ฉันจะมาอยู่ก็ไม่แปลกนี่นา”เอรินว่าพลางยิ้มให้ครอสอย่างเคย

                “หะ หา จะบ้าเหรอครับให้ผู้ชายเข้ามานอนในห้องขององค์ราชินีเนี่ยนะ เดี๋ยวก็แย่กันหมดหรอก”ครอสว่าพลางลนลานลงมาจากเตียงทันที

                “ไม่เป็นไรหรอกคะ ท่านเฟธเองก็อนุยาติแล้ว แถมคุณครอสดูยังไงก็ไม่น่าจะเหมือนผู้ชายหรอกคะ”เอรินว่าพลางขำเล็กๆ

                “โถ่ ยังไงผมก็ผู้ชายนะครับ แล้วทำไมราชาเฟธถึงยอมให้ผมเข้ามาง่ายๆแบบนั้นละ”ครอสถามอย่างแปลกใจราชินีของตัวเองเชียวนะปล่อยให้ชายอื่นเข้ามานอนในห้องมันจะดีเหรอ

                “ก็ เขาคงรู้มั้งคะ”เอรินพูดด้วยสีหน้าที่เจือนลงกว่าเดิม

                “รู้ว่าฉันยังรักคุณครอสอยู่”เอรินว่าพลางก้มหน้าลงช้าๆ

                “งั้นเหรอครับ”ครอสตอบเสียงเรียบ เล่นเอาทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน ตั้ง 3 ปีแล้วสินะ ที่เขารับหน้าที่มาส่งเจ้าหญิงเอรินเพื่อมาอภิเษกสมรสกับองค์ชาย เฟธ ตอนนั้นเธอเองก็จะหนีไปกับเขา แต่เพราะเขาเองมีกองทัพอยู่จึงทำได้แค่บอกลาองค์หญิงเท่านั้น

                “แต่ก็ดีแล้วละคะ เพราะยังไงคุณครอสก็เหมาะกับการเป็นแม่ทัพอย่างนี้ละดีแล้ว”เอรินว่าพลางยิ้มบางๆ

                “ไม่หรอกครับ ผมนะไม่เหมาะเลย”ครอสตอบเสียงเรียบ ก่อนจะนึกถึงใบหน้าของหญิงสาวอีกคน ภาพใบกน้าของกญิงสาวคนนั้นทำให้ครอสยิ้มบางๆออกมาทันที

                “มีคนบอกว่าผมใจอ่อนเกินไป ใสซื่อเกินไป ไม่เหมาะกับการเป็นแม่ทัพหรอก”ครอสพูดพลางหัวเราะเบาๆ

                “ใครกันนะคนๆนั้น”เอรินถามพลางมองครอสนิ่ง

                “คนที่ด่าผมว่าเป็นคนเจ้าอำนาจละมั้งครับ”ครอสว่าพลางหัวเราะออกมาเล่นเอาเอรินมองหน้าครอสงงๆทันที แต่พอใบหน้ายิ้มแย้มนั่นแสดงออกอย่างชัดเจนเอรินก็ทำหน้างอลทันที

                “น่าอิจฉาจังเลยนะคะ”เอรินว่าพลางหันหน้าหนี เล่นเอาครอสงงไปอีกคน

                “พี่ครอส ตื่นแล้วเหรอ”เสียงใสของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งทำให้ครอสสะดุ้งทันที ก็เธอน่าจะอยู่ที่ซันนีล่านี่นา

                “องค์หญิงไอริน”ครอสถามงงๆทันทีเมื่อร่างของน้องสาวคนเล็กของเอรินวิ่งเข้ามาหาเขา

                “เห็นบอกว่าอยากมาหาฉันนะคะเลยขอตามมาด้วย แต่ทำมึงเหมือนอยากมาหาคุณครอสมากกว่าก็ไม่รู้”เอรินว่าพลางหันหน้าหนีงอลๆ

                “โอ๋ๆ พี่หญิงเค้าก็คิดถึงน้า”ไอรินว่าพลางกอดร่างของพี่สาวตัวเองแน่น

                “แหม ก็ตอนเข้ามาไม่เห็นทักพี่เลยนี่นา ทักแต่คุณครอสอย่างเดียวเลย”

                “งะ ก็คุณครอสเขาได้รับบาดเจ็บนี่นา น้องเลยเป็นห่วง”ไอรินว่าพลางยิ้มแฮะๆ

                “ให้ตายสิ ทำเอาเป็นห่วงไปหมด”เสียงของจินที่ได้รับข่าวจากลูกน้องของตนพูดก่อนจะหยิบหอกที่วางไว้ข้างๆตัวขึ้นมา การต่อสู้ครั้งที่ผ่านมาทำให้เขารู้ได้เลยละว่าพลังของเขายังไม่เพียงพอ

                “คุณจินนี่จะฝึกไปถึงไหนกันละนี่”ทหารคนหนึ่งเริ่มถอนหายใจเบาๆ นี่มันจะมืดแล้วนะ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนจินก็ยังคงเป็นไอ้คนบ้าบิ่นที่ฝึกชนิดไม่ลืมหูลืมตาอยู่ดี แต่นี่ละที่ทำให้จินเก่งขึ้นได้ขนาดนี้ เขาแต่เดิมก็เป็นแค่เด็กจากบ้านนอกธรรมดาไม่มีอะไรมากมายอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าช่วงที่เขาอายุได้ 8 ขวบ เขาก็ได้พบกับอาจารย์ของเขา ท่านเป็นอาจารย์วิชาหอกที่เป็นสายต่อสู้ของเฟรเมนอสทำให้ตอนแรกไม่สนใจที่จะสอนเขาซึ่งเป็นเด็กธาติดิน แต่เพราะจินตื้อไม่เลิกเลยยอมสอนให้ วิชาหอกของจินนั้นเน้นไปทางการโจมตีแบบทิ่มแทงทะลุททะลวงเป็นส่วนใหญ่ เหมาะกับการใช้พลังธาตุไฟหรือลมในการเสริมการโจมตี แต่จินที่เป็นธาติดินนั้นใช้พลังกายล้วนๆเพื่อใช้วิชาทั้งหมด ทำให้เขาต้องมีพลังกายมากพอที่จะทดแทนพลังที่แต่เดิมใช้เวทมนตร์เข้ามาเสริม

                “คุณจินงั้นผมไปก่อนนะครับ”ทหารหนุ่มว่าพลางโบกมือลาจินที่ยังคงซ้อมต่ออย่างไม่มีท่าทีจะหยุดพัก จนเวลาล่วงเลยไปถึงพลบค่ำนั่นละจินถึงจะหยุดมือ ถึงจินเองจะไม่ได้เป็นคนที่สะดุดตาอะไรมากมายนัก เพราะ เขาไม่ได้มีใบหน้าสะสวยเหมือนครอสและเกล ไม่ได้หล่อคมเหมือนกับคิล ไม่ได้ดูร่าเริงเท่าโซล ไม่รู้ทำไม ทั้งๆที่เป็นที่สำหรับรวมคนที่มีแต่วิชาการต่อสู้เท่านั้น แต่กลับมีแต่คนหน้าตาดีอย่างกับวงนักร้องอย่างไรอย่างนั้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจินจะหน้าตาไม่ดี เพียงแต่ไม่เด่นเท่าคนอื่นเท่านั้นเอง จินนั้นมีเส้นผมสีน้ำตาลปนแดงดูแข็งกระด้าง กับดวงตาสีน้ำตาลเข้ม คงเพราะไม่ค่อยสนใจเรื่องการแต่งกายนักเวลาซ้อมจึงใส่แค่เสื้อยืดสีขาวขาดๆที่เต็มไปด้วยคราบดินติดจนไม่เหลือสีขาวเอาไว้เลย กางเกงก็เป็นแค่กางเกงผ้าขาดๆเท่านั้น จะมีก็แต่ผ้าโพกหัวสีแดงสดเท่านั้นที่จินมักผูกติดตัวเอาไว้เสมอ แถมยังสะอาดสะอ้านที่สุดในบรรดาเครื่องแต่งกายทั้งหมดด้วย ดูเหมือนผ้าผืนนี้จะสำคัญกับจินเองไม่น้อยเลยละ

            “ที่นี่มันที่ไหนกันละเนี่ย”จินพูดเสียงเบาก่อนจะมองไปรอบๆอย่างแปลกใจ ตกลงนี่เขาหลงทางใช่ไหมนี่?

                “ท่าทางจะเป็นด้านหลังของวังแฮะ แต่จะออกไปจากที่นี่ยังไงดีละ”จินว่าพลางมองไปรอบๆ ให้ตายสิ แถวนี้มีแต่ต้นไม้กับดอกไม้เทท่านั้นเองหรือไงกัน นี่ถ้าเท้าเขาไม่ได้เหยียบอยู่บนทางคอนกรีตนี่ละก็ คงคิดว่าอยู่กลางป่าแล้วแน่ๆ ถึงเขาจะมาที่เฟรเมนอสหลายครั้งแต่ก็ไม่เคยเข้ามาในราชวังเลยสักครั้ง เฮ้อ

                “คิกๆ”เสียงหัวเราะของผู้หญิงกลุ่มหนึ่งทำให้จินหันไปมองอย่างดีใจทันที เอาวะอย่างน้อยก็มีที่ให้ถามทาง

                “ขอโทษนะครับ”จินวิ่งเข้าไปหาหยิงสาวกลุ่มนั้นทันที แต่ไม่ทราบทำไมหญิงสาวที่แต่งกายด้วยเครื่องแบบบางอย่างที่เป็นผ้าสีแดงบางๆทั้งชุดก็หันมามองจินด้วยใบหน้าเหมือนเห็นโจรร้ายอย่างไรอย่างนั้น

                “กรีดดดดดดดดด”เสียงกรีดร้องของเหล่าหยิงสาวทำเอาจินทำอะไรไม่ถูก พอกรีดเสร็จพวกแม่คุณก็วิ่งหนีไปทันที ปล่อยให้จินมองอย่างแปลกใจ

                “อ๋อ”จินร้องอ่อออกมาทันทีเมื่อสายตาไปสบเข้ากับป้ายสีแดงที่ติดอยู่ตรงทางเดิน ตัวหนังสือสีขาวเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า เขตห้ามผู้ชายเข้า!

                “ซวยละสิ ดันเข้ามาเขตที่พักของพวกองค์หญิงซะได้”จินว่าพลางถอนหายใจอย่างปลงๆ ที่ๆจะมีป้ายแบบนี้ติดนะก็มีแต่ที่พักของพวกราชินี หรือเจ้าหญิงเท่านั้น แล้วการที่ผู้ชายที่ไม่รู้ทางจะไปถามหาทางออกก็คงไม่มีใครเขาบอกได้หรอก เล่นเข้ามาในเขตที่ผู้ชายห้ามเข้าแบบนี้ แค่เขาเห็นว่าเป็นผู้ชายก็หนีไปกันหมดแล้ว

                “พี่หญิง ทางนี้เร็วเข้า”เสียงหวานของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งทำเอาจินสะดุ้ง แต่ไม่ทันที่จะได้หันหลังหลบเข้าไปในพุ่มไม้ ร่างของเด็กผู้หญิงอายุไม่น่าจะเกิน 15ก็วิ่งเข้ามาชนเขาเสียจังเบอ

                “โอ้ย เดินดูทางหน่อยสิ”เสียงของเด็กคนนั้นทำให้จินสะดุ้งทันที จะเข้าไปแอบตอนนั้นหรือเปล่าเนี่ย

                “เอ๊ะ”เด็กหญิงมองจินอย่างประหลาดใจทันทีที่เห็นว่าจินมีรูปร่างไม่เหมือนนางสนมที่อยู่ในเขตวังของพี่สาวเธอเลยแม้แต่นิดเดียว เพียงแค่ได้เห็นจินเต็มตา ร่างเล็กก็สั่นกลัวทันที เพราะเป็นนามพรบค่ำทำให้เห็นใบหน้าของจินไม่ชัด แต่เพราะการแต่งตัวที่ดูน่าสงสัยนั่นละทำให้องค์หญิงน้อยถึงกับหน้าถอดสี

                “กรีดดดดดดดดดดดดดด”เสียงเล็กแหลมดังทันทีที่รู้สึกถึงอันตราย เล่นเอาจินทำอะไรไม่ถูก

                “เกิดอะไรขึ้นเหรอไอริน”เสียงหญิงสาวอีกคนทำให้จินสะดุ้งเฮือก ก่อนจะระโดดวาบหายไปในเงาต้นไม้ทันที ก่อนที่หญิงสาวอีกคนจะวิ่งเข้ามา ทำให้จินลืมดูไปเลยว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นคือองค์หญิงไอรินนั่นเอง แถมคนที่ตามมาเองก็เป็นองค์ราชินีเอรินที่รู้จักกันดีเสียนี่

                “เป็นอะไรไปครับไอริน”เสียงของครอสที่ตามมาด้านหลังทำให้ไอรินหันมามองด้วยใบหน้าเกมือนคนกำลังจะร้องให้

                “มะ มีโจรลักพาตัวคะ เมื่อกี้มันพยายามจะจับตัวหญิง!!!”

                จินวิ่งฝ่าต้นไม้ไปที่กำแพงวังด้านหนึ่งก่อนจะอาสัยมุมมืดของอาคารใช้พักเหนื่อยก่อนจะถอนหายใจเบาๆ

                “แย่เลยนะเธอ ได้ยินว่ามีโจรลักพตัวเข้ามาด้วยละ”เสียงของนางสนมทำให้จินถึงกับสะดุ้ง อย่าบอกนะว่าโจรลักพาตัวจะเป็นเขานะ?

                “น่ากลัวออก ถ้าเข้ามาจับตัวพวกเราละก็แย่แน่เลย”เสียงของอีกคนทำให้จินสะดุ้งเข้าไปอีกเพราะเสียงเมื่อครู่นะอยู่ไม่ห่างจากจินมากเลยนะสิ

                “เมื่อกี้ได้ยินอะไรหรือเปล่าจะ”หญิงสาวหันมาถามเพื่อนตัวเองอย่างแปลกใจ ก่อนจะมองไปที่มุมหนึ่งของวัง

                “ไม่นี่ หูฝาดไปเองหรือเปล่า กลัวโจนมากขนาดนั้นเลยเหรอไง”หญิงสาวอีกคนว่าพลางหันมาหัวเราะเบาๆ ทำให้จินที่กระโดดขึ้นมาเกาะซี่ของระเบียงถอนหายใจออกมาเบาๆ ตอนนี้เขาละอยากรู้วิธีซ่อนตัวจากคิลจังเลย

                “เอ๊ะ”เสียงหยิงสาวคนหนึ่งทำให้จินสะดุ้งวาบเพราะเสียงนั่นดังมาจากด้านหลังของเขานั่นเอง

                “คุณเป็นใครคะ”เสียงหวานทำให้จินเหมือนจะหมดแรงอย่างไรอย่างนั้น อาการตกใจทำให้จินเผลอปล่อยมือออกจากราวระเบียงทำให้ร่างของจินร่วงลงไปทันที แต่จินก็ต้องแปลกใจอีกรอบที่มือของหญิงสาวคนนั้นเข้ามาจับแขนของเขาเอาไว้ไม่ให้ตกลงไปง่ายๆ

                “ทำไมถึงช่วยผมละ”จินถามเสียงเบาหลังจากเอื้อมมือมาจับระเบียงเอาไว้แล้วดึงตัวเองให้ขึ้นมานั่งบนระเบียงสำเร็จ

                “กะ ก็ ไม่รู้สิคะ”หญิงสาวตอบเสียงตะกุกตะกัก ก่อนจะมองจินอย่างประหม่า หญิงสาวคนนี้มีใบหน้าที่นับว่าสวยในระดับหนึ่ง ออกจะธรรมดาไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหล่อะไร แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้มองจินด้วยอาการประหม่าแปลกๆ อย่างกับไม่เคยเจอผู้ชายมาก่อนอย่างไรอย่างนั้น

                “ คุณเป็นโจรลักพาตัวที่เขาว่ากันเหรอคะ”หญิงสาวถามพลางมองหน้าจินอย่างแปลกใจ

                “อะเอ่อ คงใช่มั้งครับ”จินตอบพลางหัวเราะแฮะๆ แต่ไม่รู้ทำไมหญิงสาวตรงหน้าถึงเอาแต่มองเขาอย่างกับกำลังจ้องมองของประหลาดอยู่อย่างไรอย่างนั้น

                “หน้าผมมีอะไรติดอยู่เหรอครับ”ทันทีที่จินถามหญิงสาวก็สะดุ้งเฮือกทันที

                “ขะ ขอโทษคะ แต่ว่าคุณเป็นผู้ชายคนแรกที่ฉันเห็นหน้า ก็เลยรู้สึกแปลกๆนะคะ ผู้ชายเนี่ยแปลกจริงๆด้วย”หญิงสาวพูดพลางมองจินตั้งแต่หัวจรดเท้า เล่นเอาจินอึ้งไปเหมือนกัน

                “ไม่เคยเจอผู้ชายเลยเหรอครับ”จินถามด้วยความแปลกใจ มีด้วยงั้นเหรอผู้หญิงที่ไม่เคยเจอผู้ชายเลยนะ

                “อะ เอ่อ จะว่าไม่เคยก็ไม่ได้นะคะ เพราะฉันเองก็เคยเห็นท่านเฟธเหมือนกันแต่ที่อยู่ใกล้ขนาดนี้แล้วได้คุยกันด้วยก็พึ่งมีคุณโจรลักพาตัวนี่ละคะ”หญิงสาวว่าพลางหัวเราะแฮะๆ

                “งะ งั้นเหรอครับ”จินพูดเสียงเบาก่อนจะมองหญิงสาวคนนั้นอย่างสงสัย

                “แล้วทำไมคุณถึงไม่เคยเจอผู้ชายละครับ”จินถามอย่างอดไม่ได้ ก็มันสงสัยนี่นา

                “ฉันเป็นสาวใช้ เอ่อ นางสนมนั่นละคะ เพราะแต่เดิมแม่ฉันก็เป็นคนของที่นี่อยู่แล้ว ฉันเลยต้องทำงานตามแม่มาตลอด แต่เพราะฉันอยู่ที่นี่มาตั่งแต่ตำความได้ก็เลยไม่เคยเจอใครเลยที่เป็นผู้ชาย เพราะที่นี่นอกจากองค์ราชากับองค์ชายแล้วก็ไม่มีใครเข้ามาได้เด็ดขาดนะคะ”หญิงสาวตอบพลางยิ้มบางๆ

                “งั้นเหรอครับ แล้วผู้ชายเป็นยังไงบ้างละครับ”จินถามพลางยิ้มกว้าง

                “ไม่รู้สิคะ ดูดิบๆเถื่อนๆอย่างที่ทุกคนบอกเลย ตัวก็ใหญ่ หน้าอกก็ไม่มี ส่วนเว้าส่วนโค้งก็ไม่มี ดูต่างจากผู้หญิงจริงๆนั่นละคะ”หญิงสาวตอบพลางยิ้มกว้าง

                “แต่ก็ ดูท่าทางจะพึ่งพาได้นะคะ อย่างพวกฉันเองแค่จะยกของหนักๆยังต้อช่วยกันตั้งหลายคนแนะถ้าได้ผู้ชายมาช่วยอาจจะดีกว่าก็ได้”หยิงสาวยิ้มบางๆ ก่อนจะมองจินนิ่ง

                “งะ งั้นเหรอครับ”จินตอบพลางลูบหัวเบาๆ เขินแปลกๆแฮะ ที่ถูกชมแบบนี้

                “เอาไว้ผมจะพาออกไปเอาไหม”จินถามพลางมองหน้าหญิงสาวอย่างแน่วแน่ อยู่แต่ที่นี่นะมันคงเหงาน่าดูแหละ

                “แต่ว่า...”              

                “เอาน่า ข้างนอกยังมีเรื่องอีกตั้งเยอะแนะไม่ลองไปดูเหรอ”จินว่าพลางยิ้มกว้าง

                “แต่ว่าท่านเอรินเขาจะ......”

                “มาร์ริน”เสียงหวานใสของเอรินทำให้จินสะดุ้งอีกรอบเพราะคุณเธอดันเปิดเข้ามาโดยไม่มีการเคาะบอกแม่แต่นิดเดียว

                “อะ เอริน”จินพูดเสียงตะกุกตะกักทันที ก่อนจะมองเอรินอย่างไม่อยากจะเชื่อ

                “จิน นายมาทำอะไรที่นี่ไม่ทราบ”เอรินว่าพลางกอดอกแน่น ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วที่จินชอบเข้าไปในที่ๆที่เขาห้าม เอรินถึงไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่

                “คิกๆ หรือว่านาย”เอรินหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะชี้หน้าจินอย่างไม่มีการสำรวมใดๆ

                “อย่าบอกนะว่าโจรลักพาตัวนะ คือนาย”เสียงหัวเราะของเอรินทำให้จินเริ่มเขินนิดๆ

                “ท่านเอรินคะ นี่มันเรื่องอะไรกันคะ”มาร์รินหันไปถามเอรินที่หัวเราะอยู่ย่างแปลกใจ

                “ขะ ขอโทษมาร์ริน พอดีฉันมาดูว่ามาร์รินปรอดภับหรือเปล่านะ แต่ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอโจรลักพาตัวที่นี่นะ โอ้ยขำชะมัด จินนี่นายไม่รู้เลยเหรอว่าที่ชนนะคือไอรินที่ชอบแกล้งนายบ่อยๆนะ”เอรินหัวเราะจนจินแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเสียให้ได้

                “ว่าแต่เอริน”จินถามสวนขึ้นทันทีที่นึกออก

                “คือ เรื่องของ เอ่อ มาร์รินนะ”จินว่าลางเกาหัวเขินๆ

                “คือ ขอฉันพาออกไปข้างนอกได้ไหม”จินว่าพลางก้มหน้านิ่ง

                “หา พูดอะไรของนายนะ”เอรินว่าพลางมองจินอย่างประหลาดใจ

                “กะ ก็ฉันเห็นเธอน่าจะอณุยาติได้นี่นา”จินว่าพลางหันหน้าหนี

                “จะบ้าเหรอ ฉันก็ไม่ได้ห้ามใครออกไปแต่แรกแล้วยะ ที่นี่แค่ห้ามผู้ชายเข้ามาแค่นั้นเอง จะว่าไปตั่งแต่ฉันมามาร์รินก็ไม่ได้ออกไหนเลยนี่นา ว่าไงมาร์ริน อยากออกไปไหม”เอรินถามพลางหันมายิ้มให้มาร์ริน

                “อะ เอ๊ะ! ออกไปได้เกรอคะ?!!”มาร์รินถามเสียงดังลั่นทันที่เอรินหันมาถามเธอ ตลอดมาเธอคิดว่าห้ามออกไปเสียอีก

                “ฮ้าๆๆๆๆ”อยู่ดีๆจินก็ตะคลุบปากตัวเองหัวเราะลั่นทันที ให้ตายสิโลกนี้จะมีผู้หญิงที่บื้อแบบนี้อีกไหมเนี่ย

                “คิกๆๆ”เอรินที่เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างก็เริ่มหัวเราะตามทันที มาร์รินนะเป็นสาวใช้ที่อยู่ในเขตนี้มาตั่งแต่เกิด เธอซึ่งเป็นองค์ราชินีเองก็ต้องมาอยู่แถบนี้ด้วย ทำให้มาร์รินกลายเป็นคนดูแลเธอไป แต่จะว่าไปตั่งแต่เธอมาที่นี่เธอก็รู้แล้วละว่ามาร์รินนะซื่อขนาดไหน  คิกๆ!

 

*

ร่วมเป็นกำลังใจให้ผู้แต่งได้ที่หน้าแรก MooncrosS II ภาคกุญแจ 6 วิญญาณ