Tale of Ragnarok ตอนที่ 9 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Tale of Ragnarok

Ch.9 - ลางสังหรณ์จากพอนเทร่า


บทที่ 9  ลางสังหรณ์จากพอนเทร่า

 


แสงแดดในยามเย็น สาดส่องมายังเมืองพาย่อย ผู้คนต่างก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พวกผู้ชายก็ไปสร้างหรือซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย พวกผู้หญิงก็ทำอาหารไว้รอเลี้ยงพวกที่ออกไปทำงาน ทุกคนต่างช่วยเหลือซึ่งกันและกันไม่ว่าจะเป็นบ้านของตนเองหรือคนอื่น คนทั้งหมู่บ้านต่างรวมใจเป็นน้ำหนึ่งเดียวกัน ภาพเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงความรักใคร่และสามัคคีกันในหมู่บ้านมันเป็นภาพที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นและมีความสุข ชายชราคนหนึ่งยืนรอใครบางคนอยู่ที่หน้าหมู่บ้าน เค้าเฝ้ารอด้วยความหวังและความเชื่อใจ ทันใดนั้นภาพที่ชายชราคนนั้นได้เห็น ก็คือภาพของ คน 3 คนกับโปริ่งอีก 1 ตัว ต่างก็เดินกลับมายังหมู่บ้านโดยมีดวงอาทิตย์ของยามเย็นเป็นฉากหลัง ไวเปอร์ และลูเซีย ต่างก็กอดคอพยุงซึ่งกันและกัน ลิเดียนั้นอุ้มเรดเดินตามมา ภาพที่ชายชราเห็นนี้ มันทำให้เค้ารู้สึกอิ่มเอมในใจอย่างบอกไม่ถูก เขายิ้มและหัวเราะเมื่อเห็นเด็กเหล่านี้กลับมา หัวใจของเขานั้นมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

" ข้ากลับมาแล้ว ท่านเจ้าเมือง " ไวเปอร์พูดขึ้น

" พวกเจ้าได้มันมาแล้วสินะ "

" นี่ไง เท้าของเจ้าเอ็ดก้า "

" แล้วใครเป็นคนกำจัดมันได้ล่ะ " ชายชราถามขึ้นทั้ง ลูเซีย และ ไวเปอร์ต่างก็มองหน้ากัน แล้วคำพูดที่แทบไม่น่าเชื่อก็ออกมาจากปากพวกเค้าทั้ง 2 คน

" พวกเราทั้งหมดช่วยกันกำจัดมัน " ชายชราได้ฟังดังนั้นก็กลับหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

" ข้าชักจะชอบพวกเจ้าขึ้นมาซะแล้ว เอาแบบนี้ข้าจะไปส่งพวกเจ้าที่เมือง อิซูดพรุ่งนี้เช้า คืนนี้พวกเจ้าก็มาพักที่ปราสาทของข้าก็แล้วกัน " ทันใดนั้นไวเปอร์ก็พูดขึ้นทันที

" พวกเจ้านี่โชคดีจังนะ ปกติท่านไม่เคยให้ใครเข้ามาง่ายๆหรอก "

" ขอบพระคุณท่านมากท่านเจ้าเมือง " ลูเซียกล่าวในฐานะตัวแทนของกลุ่ม

ค่ำคืนนั้นพวกเค้าก็ได้พักในปราสาทพาย่อนเป็นเวลา 1 คืนก่อนที่จะออกเดินทางไปขึ้นเรือยังเมืองอาลเบอต้าในวันพรุ่งนี้เช้า ลิเดียและเรด ต่างก็พากันไปอาบน้ำและเข้านอน เวลาของเมืองพาย่อนกลับเข้าสู่ค่ำคืนที่เงียบสงบอีกครั้ง มันช่างเป็นคืนที่เงียบจริงๆ ลูเซียเดินออกมาที่ระเบียงของปราสาท เขามองดูเมืองที่ชาวเมืองกำลังช่วยกันอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยผู้คนต่างก็รักใครกัน มันทำให้เค้านึกถึงเมืองของเขาในตอนที่การ์มโจมตี มันช่างเหมือนครั้งนี้ซะจริงๆ ในขณะที่เค้ากำลังยืนมองเมืองท่ามกลางแสงจันทร์ที่ส่องสว่างนั้น ท่านเจ้าเมืองก็ได้เดินเข้ามาหาลูเซีย

" ข้าต้องขอขอบใจพวกเจ้ามากที่ช่วยเหลือเมืองนี้เอาไว้ "

" ไม่เป็นไรหรอกท่านเจ้าเมือง ช้าแค่ทำตามข้อตกลงเพื่อที่จะอาศัยเรือในการเดินทางเท่านั้นเอง "

" ถึงยังไงข้าก็ต้องขอบคุณพวกเจ้านั่นแหละเพราะลำพังไวเปอร์คนเดียวคงจัดการเอ็ดก้าไม่ได้และข้าก็เป็นห่วงเกินกว่าที่จะปล่อยให้เค้าไปต่อสู้คนเดียว " พอลูเซียได้ฟังก็นึกเอะใจขึ้นมา

" งั้นที่ท่านเรียกประชุมเพื่อหานักเดินทางไปร่วมกันปราบเอ็ดก้า ท่านอย่าบอกนะว่า ... " ชายชราหันมายิ้มให้กับลูเซียแล้วพูดว่า

" ใช่ข้าคิดว่าถ้าเป็นพวกเจ้าคงจะช่วยกันปราบมันลงได้ แต่ถ้าข้าบอกว่าของรางวัลเป็นเรือ ก็จะมีคนสนใจน้อย และมันก็คงจะทำให้เจ้าสงสัยจนไม่ยอมมาเข้าร่วมแน่ๆ หมวกนั้นก็เป็นแค่ตัวล่อให้เจ้าออกมา ข้าคิดว่าเจ้าน่ะคงจะไม่สนหมวกนั่นอยู่แล้ว สิ่งที่เจ้าสนก็คือเรือใช่ไหมล่ะ "  ลูเซียหลับตาและก้มหน้าลง

" ท่านนี่นะ แผนสูงซะจริงๆ ต้มข้าซะเหมือนกับว่าข้าเป็นตัวหมากบนกระดานของท่านเลย " เมื่อพูดจบพวกเขาต่างก็หัวเราะออกมา

" นี่เจ้านักฆ่า " เจ้าเมืองได้เรื่มพูดขึ้น

" ข้าขอฝากเค้าไว้กับเจ้าด้วยได้รึปล่าว "

ลูเซียหันมามองที่ชายชราแล้วทำหน้างงๆ

" ฝาก ใครหรอ "

" ไวเปอร์น่ะ "

" ท่านหมายความว่ายังไง " ลูเซียมองไปที่ตาของชายชราตรงหน้าเค้า จากนั้นท่านเจ้าเมืองก็เรื่มพูดออกมา

" ไวเปอร์น่ะ ตอนที่เค้าเกิดมา แม่ของเค้าก็ได้ตายจากไป พออายุได้ 10 ปี พ่อของเค้าก็ต้องมาตายหลังจากออกไปล่าสัตในป่า ข้าน่ะเห็นเค้านั่งร้องให้อยู่หน้าบ้านจึงเก็บเค้ามาเลี้ยงไวเปอร์เป็นเด็กที่เก่งมาก เค้าเรียนรู้ได้รวดเร็ว ข้าน่ะรักและเอ็นดูเค้าเหมือนกับว่าเค้าเป็นหลานของข้า ไวเปอร์น่ะเค้าคิดมาตั้งแต่เด็กแล้วว่าอยากจะออกไปผจนภัยและหาประสพการณ์จากโลกภายนอก แต่ที่ผ่านมาข้าก็ไม่เจอโอกาศที่จะมอบให้เค้าซักที ตอนนี้ข้าได้เจอพวกเจ้าและข้าก็คิดว่าพวกเจ้าคงจะดูแลเค้าได้ "

" ท่านเจ้าเมืองการเดินทางของข้าไม่ใช่การท่องเที่ยวผจนภัยหรอกนะข้าน่ะมีเป้าหมายที่จะทำ "

" ชีวิตข้าน่ะแก่แล้ว สิ่งที่ข้าอยากจะเห็นก็คือการที่เค้าได้มีความสุขไปกับสิ่งที่เค้าวาดฝันไว้ " ทันใดนั้นท่านเจ้าเมืองก็ได้คุกเข่าลงต่อหน้าลูเซีย ลูเซียตกใจมากรีบลงไปคุกเข่ากับพื้นทันที

" ท่านทำอะไรของท่านน่ะ ท่านเป็นเจ้าเมืองแห่งนี้นะ ใครมาเห็นท่านทำแบบนี้ท่านจะโดนดูถูกเอาได้ " ลูเซียรีบพยุงชายชราลุกขึ้นมายืนทันที

" ข้าขอร้องเจ้าไม่ใช่ในฐานะของเจ้าเมือง แต่เป็นในฐานะของปู่คนนึง ที่อยากเห็นหลานตัวเองมีความสุข ได้โปรดเถอะถ้าเป็นพวกเจ้าต้องทำให้ไวเปอร์มีความสุขได้แน่ ข้ามั่นใจ ใช่ข้ามั่นใจตั่งแต่เห็นภาพของพวกเจ้าที่กลับมาเมื่อตอนเย็น ข้าก็มั่นใจในทันที ถือว่าข้าขอร้องเจ้าก็แล้วกันหากเจ้ารับปาก ข้าคงจะตายตาหลับ "

" ก็ได้ข้าจะรับปากท่าน แต่ข้าคงจะต้องถามไวเปอร์ก่อนนะ "

" อืม  ขอบใจมากเจ้านักฆ่า ไม่สิ ขอบใจมาก ลูเซีย " ค่ำคืนแห่งความเงียบสงบนั้นยังดำเนินต่อไป ท่ามกลางความสามัคคีของชาวเมือง ความสงบสุขที่ทำให้ลิเดียและเรดต่างหลับสนิด ความหวังอันแรงกล้าของท่านเจ้าเมือง ความลังเลใจของไวเปอร์ และ ความมุ่งมันของลูเซีย 

" ไอริส  รอก่อนนะ ข้าจะกำจัดมันและแก้แค้นให้เจ้าเอง .......... "

 

รุ่งเช้าวันต่อมา ลูเซีย ลิเดีย และเรด ต่างออกเดินทางไปยังเมืองอาลเบอต้า พร้อมกับเจ้าเมืองพาย่อน และไวเปอร์ที่ตามไปส่ง พวกเขาออกเดินทางผ่านป่าลงไปทางใต้ของพาย่อนระหว่างทาง ลูเซีย และ ไวเปอร์ต่างแข่งกันนับจำนวนว่าใครจะฆ่าปีศาจที่เข้ามาโจมตีได้มากกว่ากัน ทั้งคู่ต่างสนุกสนานไปกับการเดินทางนี้ สิ่งที่พวกเค้าทำอยู่นั้นมันยิ่งเป็นการตอกย้ำความแน่ใจและมั่นใจของเจ้าเมืองที่จะฝากไวเปอร์คนที่เค้ารักเหมือนหลานแท้ๆไว้กับพวกลูเซีย ในที่สุดพวกเค้าก็เดินทางมาถึงยังเมืองอาลเบอต้า

เมืองอาลเบอต้านั้นเป็นเมืองท่าที่สำคัญ ที่นี่จะมีชาวเมืองอาศัยอยู่มาก เนื่องจากติดทะเล และยังบรรยากาศดี สมาคมพ่อค้าของที่นี่ก็ยังคึกคักไปด้วยเหล่าผู้คนที่ต้องการจะเป็นพ่อค้าแม่ค้ามืออาชีพ เมืองที่แสนสงบสุขแห่งนี้ยังเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อยใจของใครหลายๆคนที่แวะมาเช่าบ้านพักติดทะเลเพื่อพักผ่อน พวกเค้าทั้งหมดได้เดินมายังท่าเรือแล้วได้ขึ้นเรือของเจ้าเมืองที่จอดไว้ ในที่สุดพวกเค้าทั้งหมดก็ได้ออกเดินทางไปยังทะเลที่กว้างใหญ่ คลื่นลมแรงปะทะกับหน้าและผม มันทำให้รู้สึกสดชื่น น้ำทะเลสีฟ้าคราม เสียงนกนางนวลร้อง สายลมที่พัดมาอย่างแผ่วเบามันทำให้การเดินทางครั้งนี้เป็นไปได้อย่างราบรื่น ถึงแม้แสงแดดที่แรงกล้าจะสาดส่งมาที่พวกเค้า แต่มันก็ยังทำให้พวกเค้าสดชื่ออยู่ดีถ้าเทียบกับองประกอบต่างๆที่ดีรอบตัว เรือแล่นไปตามกระแสน้ำอย่างเต็มที่ ไวเปอร์ไปนั่งตกปลาอยู่ที่หัวเรือ ส่วนลิเดียกับเรดก็คอยแอบเอาปลาที่ไวเปอร์ตกไปไปปล่อยลงทะเล ในตอนนั้นลูเซียก็ได้เดินไปนั่งคุยกับเจ้าเมืองที่ห้องด้านใน

" อีกนานแค่ไหนกว่าจะถึงท่าเมือง อิซูด "

" ถ้าคลื่นลมยังช่วยส่งเราไปเรื่อยๆแบบนี้ ก็คงถึงตอนเย็นๆ ล่ะมั้ง "

เรือลำนั้นต่างก็แล่นไปตามกระแสลมไม่นานนักพวกเค้าก็มองเห็นท่าเรือเมือง อิซูด ในยามเย็น ลูเซีย ลิเดีย และเรด ต่างก็ออกมายืนดูด้วยความดีใจ การเดินทางที่ยาวนานของพวกเขา ในที่สุดพวกเค้าก็มาถึงอิซูดแล้วและอีกไม่นานพวกเค้าก็จะไปยังพอนเทร่า เมืองอิซูดกับพอนเทร่านั้นไกล้กันมาก ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 20 นาที พวกเค้าต่างจ้องมองดูเมือง อิซูด ที่กำลังใหญ่ขึ้นๆ ตามระยะทางที่พวกเค้าเข้าไกล้ขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุด เรือลำนั้นก็ได้เดินทางมาเทียบถึงท่าเรือเมืออิซูด ในตอนพลบค่ำ พวกเค้าทั้งหมดเดินลงจากเรือ ทันใดนั้นลูเซียก็พูดขึ้น

" ข้าต้องขอขอบคุณท่านมาก ที่ช่วยพาพวกเรามาส่งยังเมือง อิซูดแห่งนี้ ขากลับท่านก็ระวังและรักษาตัวด้วยล่ะ "

" อืม ข้ารู้แล้ว ไวเปอร์ ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า " ท่านเจ้าเมืองเรียกไวเปอร์ที่ยืนใจลอยอยู่ข้างๆ "

" คะ ครับ ท่านเจ้าเมือง "

" ไวเปอร์ ข้าเองก็แก่แล้ว ข้ามีเรื่องอยากจะขอเจ้าซักหน่อย "

" ว่ามาได้เลยคับท่านเจ้าเมือง "

" ข้าอยากให้เจ้าได้ใช้ชีวิตตามที่เจ้าต้องการ ข้ารู้ว่าเจ้าอยากที่จะเดินทางไปกับคนพวกนี้ ไวเปอร์ ข้าอณุยาติให้เจ้าออกเดินทางกับคนพวกนี้ได้ ไปจากพาย่อน ออกเดินทางเพื่อท่องไปในโลกกว้าง ตามที่เจ้าวาดฝันไว้เถอะนะ "

" อะๆๆ ไรกันท่านเจ้าเมือง ถ้าข้าไม่อยู่แล้วใครจะมาดูแลท่านล่ะ "

" ข้าน่ะมีพวกฮันเตอร์อยู่อีกมากมายเจ้าไม่ต้องห่วงข้าหรอกนะ "

" แต่ว่าข้า.... ข้าทิ้งท่านไปไม่ได้หรอก "

" ไวเปอร์ ครั้งแรกที่ข้าเห็นเจ้า เจ้าเป็นเด็กหัวดื้อเอาแต่ใจแต่พอกาลเวลาผ่านไป ไม่รู้ว่าทำไมข้ากลับรักและเอ็นดูเจ้าเหมือนกับเจ้าเป็นหลานแท้ๆ ของข้า ไวเปอร์ ก่อนข้าจะตายข้าอยากจะเห็นเจ้าได้ทำตามความฝันของเจ้านะ "

พูดจบน้ำตาของไวเปอร์ก็ได้เอ่อล้นออกมาจากตาของเขา เขาคุกเข่าลงไปที่ตรงหน้าของท่านเจ้าเมืองแล้วคำนับ จากนั้นท่านเจ้าเมืองก็ได้นำของสิ่งหนึ่งออกมา ของสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ท่านเจ้าเมืองนั้นใช้เป็นรางวัลในการล่าเสือ มันเป็นของดูต่างหน้าของเขาจากพ่อของเขา ใช่มันก็คือหมวก บอยแคป นั่นเอง

" ไวเปอร์ ข้าขอมอบหมวกใบนี้ให้กับเจ้า จงรับเอาไว้ซะ ถือว่าเป็นขอขวัญจากข้านะ " ท่านเจ้าเมืองยื่นหมวกใบนั้นให้กับไวเปอร์

" แต่ว่าของสิ่งนี้มันเป็นของสำคัญของท่านนะครับ "

" ใช่ ข้าถึงได้มอบมันให้กับเจ้าไงล่ะ ดูแลมันให้ดีด้วยนะ " ไวเปอร์รับหมวกนั้นแล้วก้มลงคำนับท่านเจ้าเมืองอีกครั้ง เข้าพูดออกมาว่า

" ข้าเอง  ข้าเองก็รักท่านเหมือนท่านเป็นปู่ของข้า " เขามองไปที่ตาของท่านเจ้าเมือง ทันใดนั้นเจ้าเมืองก็ยิ้มออกมา ไวเปอร์คำนับอีก 3 ครั้ง แล้วลุกขึ้นมาพร้อมกับใส่หมวกบอยแคป

" โปรดรักษาตัวดีๆนะครับ หมวกนี้ข้าก็จะรักษามันอย่างดีเลย และท่านเองก็ดูแลสุขภาพด้วย ข้าสัญญาว่าจะกลับไปเยี่ยมท่านอย่างแน่นอน "

" อืมเจ้าเองก็เช่นกัน  เออนี่เจ้านักฆ่า " ชายชราเรียกลูเซียที่กำลังยืนพิงกำแพงอยู่ในตอนนั้น " ฝากดูแลหลานข้าด้วยล่ะ "

" อืม " ลูเซียยิ้มออกมา ภาพการจากลาครั้งนี้สร้างความตื้นตันให้กับ ลิเดียและเรดอย่างมาก ทั้งคู่ร้องให้ออกมาไม่หยุด ชายชราฝากไวเปอร์ไว้กับลูเซีย จากนั้นก็ได้ขึ้นเรือกลับไปพวกเค้าทั้ง 4 ลูเซีย ลิเดีย ไวเปอร์ และ เรด ต่างก็มุ่งหน้าเข้าสู่เมือง อิซูด

" ลิเดียเจ้าจะร้องให้ไปทำไม ไอ่หมอนี่มันจะออกเดินทางนะ ไม่ได้จะไปตายซะหน่อย "

" ก็..มัน ก็มันเศร้านี่นา "

" เห้ย ลูเซียแกว่าใครจะไปตายฟระ "

พวกเค้าต่างเดินหาโรงแรมเพื่อพักค้างคืนกันที่ อิซูด ลิเดียและเรดต่างทำกิจวัตรแบบเดิม อาบน้ำและเตรียมตัวเข้านอน ในคืนนั้น ลิเดียไม่อาจหลับสนิดได้เหมือนทุกครั้ง เธอไม่อาจที่จะรู้ได้เลยว่าสิ่งที่รบกวนจิตใจของเธออยู่ตอนนี้คืออะไร ลูเซียนั่งอยู่บนหลังคาของโรงแรมเค้ารู้สึกถึงอะไรบางอย่างจากพอนเทร่า มันเป็นสิ่งที่รบกวนจิตใจของเค้าจนนอนไม่หลับ ทันใดนั้นไวเปอร์ก็กระโดดขึ้นมาบทหลังคา ไวเปอร์เจอลูเซียกำลังนั่งอยู่จึงเดินเข้าไปหา

" นายเองก็รู้สึกเหมือนกันหรอ " ไวเปอร์เดินไปยืนอยู่ข้างหลังของลูเซียที่กำลังนั่งอยู่

" ใช่ นายเองก็ด้วยสินะ "

" ใช่ ฉันรู้สึกถึงอะไรบางอย่างจากพอนเทร่า มันเป็นความรู้สึกบางอย่างที่กวนใจจนข้านั้นนอนไม่หลับ " ในขณะนั้นเอง ลิเดียก็ได้ตะเกียดตะกายขึ้นมาบนหลังคาด้วย

" เห้ย นี่เจ้าขึ้นมาได้ยังไงเนี้ย " ไวเปอร์ถามด้วยความตกใจ

" ก็ข้านอนไม่หลับนี่นา "

" ข้าไม่ได้ถามถึงเรื่องนั้น ข้าหมายถึงเจ้าปีนขึ้นมาบนหลังคาได้ยังไง " ไวเปอร์ยังคง งง

" มีอะไรกวนใจเจ้าอยู่สินะ " ลูเซียเอ่ยขึ้น

" อืม " ลิเดียแสดงอาการกังวลอย่างเห็นได้ชัด " ข้ารู้สึกกังวล ความรู้สึกนั้นมันมุ่งมาจากทางพอนเทร่าน่ะ "

" อืมข้ากังวลว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับพอนเทร่าน่ะ " ลูเซียพูดต่อ

" นั่นสินะ ก็ขอให้พวกเราต่างก็แค่คิดไปเองก็แล้วกัน " ไวเปอร์พูดออกมาพร้อมกับมองไปที่ท้องฟ้าเหนือเมืองพอนเทร่า

ทั้งลูเซีย ลิเดีย และ ไวเปอร์ ต่างก็จ้องมองไปที่เมืองพอนเทร่าที่อยู่ไม่ไกลนัก พวกเค้ารู้สึกถึงอะไรบางอย่างจากเมืองพอนเทร่านั่น สิ่งนั้นทำให้พวกเค้าต่างเป็นกังวลใจ

สายลมยามค่ำคืนพัดโชยมาปะทะใบหน้าของพวกเขา ยามราตรีที่แสนเงียบสงัดนี้แท้จริงแล้วซ่อนลางบอกเหตุอะไรไว้กันแน่ ก็ได้แต่หวังว่ามันจะเป็นสิ่งที่คิดไปเองเท่านั้น................


To Be Continued.......................

 

 

 




NEKOPOST.NET