Tale of Ragnarok ตอนที่ 7 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Tale of Ragnarok

Ch.7 - คืนฝันร้ายในพาย่อน


บทที่ 7  คืนฝันร้ายในพาย่อน

 

เช้าวันนั้น เป็นวันที่อากาศสดใสมาก เสียงนกร้องเพลงขับขานในพงไพร เสียงสายน้ำ ลำธาร เสียงของความสงบสุขและวัฒนธรรมอันเก่าแก่ ในที่สุดพวกเค้าก็ได้เดินทางมาถึงเมืองพาย่อนแล้ว เมืองพาย่อนนี้เป็นเมืองเก่าแก่มากบ้านเรือนทุกหลังถูกสร้างด้วยไม้ไม่เว้นแม้แต่ปราสาทของพาย่อนเองก็ด้วย ที่นี่ชาวบ้านทุกคนต่างอณุรักษณ์ประเพณีและวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมายาวนานอย่างเหนียวแน่น มันเป็นหลายๆองประกอบที่ทำให้เมื่องแห่งนี้น่าหลงไหลมาก ลิเดียดูมีความสุขมาก เธอเดินดูของต่างๆที่ขายกันในตลาดอย่างสนุกสนาน เธอกับเรดต่างก็เลือกดูเครื่องประดับและของแต่ตัวต่างๆ ในร้านค้ามากมายของตลาดพาย่อนที่มีผู้คนเดินเลือกซื้อของกันแต่เช้า

" เอ๊ะ ลูเซีย โทษทีนะพอดีข้าเผลอไปหน่อยน่ะ พอเจอเมืองแบบนี้ทีไรข้าก็จะเป็นแบบนี้ทุกทีเลย ข้าชอบตลาดแล้วก็ผู้คนน่ะ แล้วนี่เราต้องไปไหนกันอย่างแรกหรอ "

" ข้าว่าจะไปหาโรงเตี้ยม กินข้าวเช้ากันที่นั่น ข้าจะไปถามข่าวของเรือที่จะออกจากท่าที่อาลเบอต้าด้วย "

ทั้ง 3 คนเดินไปหาโรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง และได้เข้าไปนั่งที่โต๊ะชั้น 2 โรงเตี้ยมนั้นเป็นภาษาเรียกท้องถิ่นของชาวเมืองนี้ จริงๆมันก็คือร้านอาหารที่มีที่พักแรมหรือก็คือร้านอาหาร บวกโรงแรมทั่วๆไปนั่นเอง พวกเขานั่งได้ไม่นานก็มีเด็กเสริฟคนนึงเดินมารับออเดอร์

" จะรับอะไรดีคับท่านนักเดินทาง "

" อื่มนั่นสินะ มาที่แบบนี้ก็คงต้อง บะหมี่ล่ะนะ แล้วเจ้าล่ะลิเดีย "

" เอาเหมือนกัน อ่อแล้วขอน้ำแอปเปิ้ลด้วยนะ "

เด็กเสริฟคนนั้นเดินจากไป พวกเค้าทั้ง 3 ต่างนั่งคุยกันซักพักเด็กเสริฟนั่นก็เอาอาหารมาให้

" เออนี่ ข้าขอถามอะไรหน่อยสิ เรือที่จะออกจาท่าเรือที่ อาลเบอต้า ไปยังเมือง อิซูด น่ะมันออกเวลาไหนหรอ "

" อ่า...ท่านพลาดไปนิดเดียวเองนะท่าน เรือออกจากท่าไปแล้ววันนี้ กว่าที่จะกลับมาก็ต้องใช้เวลา 3 วัน เรือออกจากท่าเดินทางไป อิซูด 1 วัน หยุดพักที่นั่นอีก 1 วันรับคนกลับมาอีก 1 วัน แล้วหยุดที่นี่อีก 1 วัน รวมแล้วท่านต้องรออีก 4 วันถึงจะเดินทางได้ "

" 4 วันเชียวหรอ อืมขอบใจมาก " แล้วเด็กเสริฟคนนั้นก็เดินจากไป

" เอาไงดีล่ะ ลูเซีย " ลิเดียและเรดต่างสงสัย

" สงสัยคงต้องค้างที่นี่ซัก 3 วัน แล้ววันที่ 4 ค่อยเดินทางไปค้างคืนที่ อาลเบอต้าเพื่อรอเรือออกตอนเช้าก็แล้วกัน ช่วยไม่ได้ ก็ยังดีกว่าต้องรอที่มอร็อคตั้ง 10 วันล่ะนะ ข้าจะเปิดห้องไว้ให้พวกเจ้า พวกเข้าก็ไปเดินเล่นฆ่าเวลาเอาก็ได้นะ "

" เย้ ~ เดินเล่นล่ะเรด "

" งั้นเดียวเรากินเสร็จแล้วเราไปเดินเที่ยวเมืองนี้กันดีกว่านะพี่สาว "

เมื่อทั้ง 3 กินข้าวเช้าเรียบร้อยแล้ว ลูเซียก็ได้เปิดห้องไว้ 2 ห้องแล้วออกไปหาข่าวสาร ส่วนลิเดียและเรด ต่างออกไปเดินเที่ยวเมืองและตลาดกัน ทั้งคู่ต่างสนุกสนานไปกับบรรยากาศของเมือง ผู้คน ตลาด ของตกแต่ง สถานที่ประวัติศาสตร์ โดยรวมแล้วเมืองๆนี้ ก็เป็นเมืองที่น่าสนใจไม่เบาทีเดียว ในขณะที่ลิเดียกำลังเลือกซื้อปิ่นปักผมอยู่ที่หน้าปราสาทเก่าแก่ของเมืองพายอน ทันใดนั้น เจ้าโปริ่งก็เหลือบไปเห็นกระต่าย ลูนาติก ( Lunatic ) กระโดดเข้าไปในพุ่งไม้ที่อยู่ในปราสาท เจ้าโปริ่งเลยกระโดดออกจากลิเดีย แล้วโดดเข้าไปในปราสาทนั้น ลิเดียเห็นจึงรีบวิ่งตามเจ้าโปริ่งเข้าไปในปราสาท โดยที่ไม่ทันสังเกตป้ายห้ามเข้าที่หน้าประตูของปราสาท............

 


ลูเซียออกหาข่าวของเรือที่จะสามารถออกได้ในตอนนี้ เค้าพยายามถามกับทุกๆคนที่เค้าสามารถจะหาแหล่งข้อมูลได้ และแล้วเค้าก็ได้ข่าวมาจากชายคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายน้ำยาในพาย่อน ว่าเจ้าเมืองแห่งพาย่อนนั้นมีเรือส่วนตัวอยู่ที่เมืองอาลเบอต้า แหล่งข้อมูลที่มีค่านี้แน่นอนว่าไม่ได้ฟรี ลูเซียใช้ยาพิษที่เค้าปรุงขึ้นมา ยาพิษที่ไม่มีขายมีแค่นักฆ่าเท่านั้นที่จะรู้สูตรและทำมันขึ้นมาได้ เค้าใช้ยาพิษ 1 ขวดในการซื้อข้อมูลนี้ ซึ่งแน่นอนหากเจ้าของร้านยาสามารถปรุงยาของแอซซะซินได้ เค้าก็จะมีสินค้าเพื่มขึ้น แต่ลูเซียไม่กังวลเรื่องนั้น เพราะสูตรยานี้เป็นสูตรลับเฉพาะแม้แต่นักวิจัยของเมือง พอนเทร่า ก็ไม่อาจจะวิเคราะสูตรยาตัวนี้ได้ แล้วนับประสาอะไรกับเจ้าของร้านยาทั่วๆไป เพราะฉนั้นการแลกเปลี่ยนครั้งนี้แม้ว่าจะเหมือนการเอาเปรียบ แต่มันก็เป็นข้อตกลงของทั้ง 2 ฝ่าย

ลูเซียรีบไปยังปราสาทของเมืองพาย่อนในทันที มันเป็นไปตามที่เค้าคาดการ มีกลุ่มฮันเตอร์ ( Hunter ) คอยคุ้มกันปราสาทนี้อย่างแน่นหนา ฮันเตอร์นั้นปกติแล้วจะเป็นพวกนายพราน แต่บางส่วนจะถูกฝึกไว้คุ้มกันปราสาทหรือเมือง พวกนี้จะมีความสามารถมากกว่าฮันเตอร์ทั่วๆไป ที่จะถนัดการล่าและวางกับดัก แต่ฮันเตอร์ที่มีหน้าที่เฝ้าปราสาทนั้นจะต้องมีความเร็วและแม่นยำเป็นเลิส และไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวฮันเตอร์อย่างเดียว แต่รวมไปถึงสัตว์เลี้ยงของฮันเตอร์นั่นก็คือนกอินทรีป่าหรือที่เรียกกันว่า ฟาลคอน ( Falcon ) ฮันเตอร์ที่ได้รับภารกิจเฝ้าปราสาทนั้นจะต้องมี ฟาลคอนที่เก่งกาจทางด้านตรวจหาและเฝ้าระวังอีกด้วย ลูเซียเจอเรื่องยากเข้าแล้ว เขาเดินไปที่กำแพงของปราสาท ทันใดนั้น

Cloaking !!!

ร่างของเค้าค่อยๆหายไป มันเป็นเทคนิกการพรางตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมมากที่สุดนั่นเอง เขาค่อยๆลอบเข้าไป ทีละห้องๆ โดยที่ฮันเตอร์พวกนั้นไม่ทันได้รู้ตัวเลยและในที่สุดเค้าก็ได้มาเจอกับชายชราผู้หนึ่ง อายุประมาน 60-70 ปี ชายคนนั้นใส่เสื้อคลุ่มที่เป็นผ้าแพรสีฟ้าอ่อน มีหนวดยาวสีขาว ศรีษะล้าน มันตรงกันรูปลักษณ์ของเจ้าเมืองพาย่อน ที่เค้าได้รับข้อมูลมาทันใดนั้น ลูเซีย ก็ได้ปรากฏตัวต่อหน้าเจ้าเมืองในทันที ท่ามกลางความตกใจของเจ้าเมือง ที่เห็นนักฆ่ามาปรากฏตัวต่อหน้าต่อตา เขาพยายามจะส่งสัญญานให้พวกฮันเตอร์ที่เฝ้าอยู่ข้างนอก แต่ลูเซียก็รีบเข้าไปปิดปากเค้าไว้ในทันที ...................

 


ทางด้านของลิเดียที่วิ่งตามเรดเข้ามาในปราสาทนั้น เธอวิ่งเข้าไปยังสวนด้านใน สวนของที่นี่สวยงามมาก มีการตกแต่งแบบแนวโบราณมีการใช้ก้อนหินวางเป็นทางเดินท่ามกลางผืนหญ้าที่เขียวขจี มีแม่น้ำเล็กๆอยู่ในสวน เหล่าปลานานาชนิด ต่างแหวกว่ายอยู่ในแม่น้ำเล็กๆนั่น มันช่างเหมือนป่าจำลองจริงๆ ทันใดนั้นลิเดียก็ต้องตกใจเมื่อเห็น เรดถูกฮันเตอร์คนหนึ่ง กำลังง้างธนูแล้วจ่อไปที่เจ้าโปริ่ง ลิเดียรีบวิ่งเข้าไปหาฮันเตอร์คนนั้นในทันที

" หยุดก่อนท่าน ข้าเป็นเจ้าของโปริ่งตัวนั้นเอง อย่าเพื่งยิงนะ "

" ลิเดียช่วยข้าด้วย ~~ " เสียงเจ้าโปริ่งกำลังโอดครวน

" เจ้าเป็นใคร เข้ามายังเขตปราสาทนี้ได้ยังไง ไม่รู้รึไงว่าที่นี่ห้ามคนนอกเข้ามาน่ะ " ฮันเตอร์คนนั้นพูดพร้อมกับง้างธนูยิ่งกว่าเดิม

" ข้าขอโทษนะ พอดีว่าโปริ่งของข้า วิ่งตามกระต่ายเข้ามาในนี้น่ะ ข้าเลยตามเข้ามา "

" กระต่ายงั้นหรอ ? คงหมายถึงเจ้า ลูนาติกที่ท่านเจ้าเมืองเลี้ยงไว้สินะ แล้วพวกเจ้าเป็นใครกัน แต่งตัวแบบนี้เป็นนักเดินทางรึ "

" ใช่ข้าเป็นนักเดินทาง ข้าชื่อว่า ลิเดีย ส่วนโปริ่งตัวนี้ชื่อว่า เรดน่ะ "

" นักเดินทาง พวกเจ้านี่น่าสงสัยจริงๆ บางทีพวกเจ้าอาจจะเป็นสายลับก็ได้นะ คิดจะเข้ามาทำร้ายท่านเจ้าเมืองรึไง " ฮันเตอร์คนนั้นพูดพร้อมกับหันธนูมาที่ลิเดีย

เหตุการณ์กำลังคับขัน พวกลิเดียถูกมองว่าเป็นคนน่าสงสัย เหตุการณ์กำลังอยู่ในความตึงเครียดคงเพราะกฏของที่นี่เข้มงวดเรื่องคนเข้าออกแน่ๆ แล้วพวกลิเดียนั้นจะหนีออกจากสถานการแบบนี้ได้อย่างไร..............

 

ทางด้านของลูเซีย เค้าเอามือปิดปากของท่านเจ้าเมืองไว้ไม่ให้ร้องเสียดังแล้วเค้าก็รีบพูดขึ้นมาทันที

" ท่านไม่ต้องกลัว ข้าไม่ได้มาฆ่าท่านข้าแค่อยากจะมาเจรจากับท่านเท่านั้น "

ลูเซียค่อยๆปล่อยมือจากชายชราผู้นั้นอย่างช้าๆ และชายชราผู้นั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะเรียกยามแต่อย่างใด เค้ายอมฟังข้อเสนอของลูเซีย

" เจ้านักฆ่า เจ้าบอกว่าเจ้ามาหาข้าเพื่ออยากจะคุยธุระงั้นรึ "

" ใช่ ก่อนอื่นข้าต้องขอโทษท่านอย่างแรงที่ข้าล่วงเกินท่าน ที่ข้ามาหาท่านเพราะข้าได้ยินมาว่าท่านมีเรือที่พร้อมจะออกเดินทางอยู่ที่เมือง อาลเบอต้า และข้าก็จำเป็นต้องใช้เรือเดินทางไปยังเมือง อิซูด โดยเร็วที่สุด ข้าจะขอใช้เรือของท่านเดินทางไปยังอิซูดได้หรือไม่แน่นอนข้าจะจ่ายค่าเช่าให้ท่าน "

" ข้าคงต้องขอปฏิเสทเจ้านะ เจ้านักฆ่า ข้าเป็นเจ้าเมืองพาย่อน ข้ามีหน้าที่ที่จะต้องดูแลเมืองนี้ "

" งั้นข้าจะของซื้อเรือลำนั้นได้รึไม่ "

" ข้าขายให้เจ้าไม่ได้หรอกนะ เรือนั่นเป็นสมบัติที่พ่อของข้าให้ไว้ และก็ไม่มีใครรู้วิธีขับนอกจากข้า เพราะพ่อของข้าต่อมันขึ้นมาเอง มันไม่ใช่เรือธรรมดา มันเป็นเรือที่มีความเร็วสูงมาก แต่ถึงยังไงก็กลับไปซะเถอะ ข้าคงออกเรือไม่ได้หรอกนะ "

" ในเมื่อท่านยืนกรานปฏิเสทขนาดนี้ข้าก็คงไม่มีอะไรจะต่อรองอีก งั้นข้าขอตัวนะ "

ลูเซียเดินจากมาพร้อมกับความผิดหวัง เค้าเดินออกมาจากห้องเดินมาตามทางและใช้เทคนิดการพรางตัวมาตลอด เมื่อมาถึงที่สวนของปราสาทเขาได้ยินเสียงเอะอะ ลูเซียจึงรีบไปที่สวนนั้น สิ่งที่เค้าเห็นคือ ลิเดียและเรดกำลังถูกฮันเตอร์คนนึงจ่อธนูใส่อยู่

" ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร พวกเจ้าก็น่าสงสัยจริงๆนั่นแหละ ถ้าพวกเจ้าขยับแม้แต่นิดเดียว ข้ายิงแน่ " ฮันเตอร์คนนั้นพูดขึ้น

" หากเจ้ายิงออกไปเมื่อไหร่ หัวของเจ้าก็จะหลุดออกจากบ่าเมื่อนั้น " มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาจากข้างหลังขอฮันเตอร์คนนั้น ใช่มันคือเสียงของลูเซีย ฮันเตอร์คนนั้นตกใจมากที่เห็นนักฆ่าอยู่ในปราสาทแห่งนี้

" พวกเจ้าเป็นสายลับจริงๆ สินะ พวกเจ้าเข้ามาดูลาดเลาให้เจ้านักฆ่าคนนี้มาลอบสังหารท่านเจ้าเมืองหรอ อย่าอยู่เลยเจ้านักฆ่า ข้าจะฆ่าแกซะ "

พูดเสร็จ ฮันเตอร์คนนั้นก็ยิงธนูใส่ลูเซีย ลูเซียหลบไปด้านข้างทำให้ลูกธนูนั้นพลาดเป้า แต่ทว่ามีลูกธนูอีกลูกหนึ่งพุ่งเข้ามาใส่ที่หัวของเขา เร็ว รวดเร็วมากๆทั้งยังแม่นยำด้วย ลูเซียเงิยหน้าขึ้น ทำให้ลูกธนูนั้นเฉียดหน้าผากไปแค่นิดเดียว ทันใดนั้นเค้าก็เห็นฟาลคอนบินตรงดิ่งลงมาจากบนท้องฟ้า ลูเซียใช้มือทั้ง 2 ข้างยันที่พื้นแล้วดีดขาตีลังกากลับหลัง เป็นจังหวะเดียวกับที่ ฟาลค่อนโฉบเข้ามาพอดี กรงเล็บของฟาลค่อยโฉบถูกปลายเสื้อของลูเซียขาดไปนิดหน่อย เมื่อลูเซียตีลังกากลับหลังมานั่งคุกเขาที่พื้น ทันใดนั้นลูกธนูที่ยิงออกมา ก็อยู่ห่างจากหน้าผากลูเซียไปแค่ครึ่งเมตร คราวนี้เค้าหลบไม่ทัน เค้าใช้คาต้าของเค้าปัดลูกธนูดอกนั้นทิ้ง แต่ก็มีอีก 2 ดอกพุ่งเข้ามาที่ขาของเขา ลูเซียกระโดดถอยไปข้างหลังแล้วก็ต้องกระโดดไปด้านข้างเพื่อหลบการโจมตีของฟาลคอน ลิเดียเห็นดังนั้นจึงรีบร่ายเวทใส่ลูเซีย ในทันที


Increase AGI !!!


เวทย์มนต์นี้เป็นเวทที่ใช้เพื่มความเร็ว เมื่อลูเซียได้เวทย์มนต์นี้ เขาสามารถหลบการโจมตีของฮันเตอร์คนนั้นได้อย่างง่ายขึ้น เขากระโดดไปมาระหว่างต้นไม้ ทันใดนั้นเอง เขาพุ่งไปที่ฮันเตอร์คนนั้น แล้วง้างคาต้าไปที่หน้าของฮันเตอร์ผู้นั้น เป็นจังหวะเดียวกับที่ฮันเตอร์ง้างธนูและเล็งไปที่หน้าของลูเซียพอดี ตอนนั้นทั้งคู่อยู่ห่างกันไม่ถึงเมตร การดวนกันในครั้งนี้จะตัดสินกันที่ใครเร็วกว่าเท่านั้น ก่อนที่ทั้งคู่จะแลกอาวุธกันทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นมา เสียงนั้นทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดชงัก

" พวกเจ้าพอได้แล้ว !!!!! " เสียงของชายชราคนหนึ่งดังออกมาจากทางเดินของปราสาท เสียงนั้นคือเสียงของท่านเจ้าเมืองนั่นเอง

" แต่ว่าท่านเจ้าเมือง คนพวกนี้..... "

" พอได้แล้ว เจ้านักฆ่าคนนี้เป็นแขกของข้าเอง "

" หะๆๆ หา แขก ? นักฆ่าเนี้ยนะ ? " ฮันเตอร์คนนั้นออกอาการงงเป็นไก่ตาแตก

" ก็ใช่น่ะสิ เจ้ามันชอบหุนหันพลันแล่นอยู่เรื่อยเลย เจ้าน่ะมีฝีมือที่โดดเด่นก็จริง แต่หัดใจเย็นกว่านี้หน่อยสิ เอาหมดเรื่องแล้วเจ้าก็กลับไปได้แล้ว "

" ครับท่านเจ้าเมือง " ในขณะที่พวก ลูเซียกำลังจะเดินออกไป ฮันเตอร์คนนั้นก็ได้พูดขึ้นมา

" เดี๋ยวก่อนเจ้านักฆ่า ข้าน่ะไม่เคยสู้กับใครที่มีผีมืออย่างเจ้ามาก่อนเลย บอกชื่อเจ้ามาได้รึปล่าว ส่วนข้าชื่อว่า ไวเปอร์ ( Viper ) "

" ข้าชื่อ ลูเซีย "

" ลูเซียงั้นหรอ หวังว่าข้าคงได้ดวนกับเจ้าอีกนะ "

ลูเซีย ลิเดีย และ เรด ต่างเดินออกมาจากปราสาทนั่น เวลาตอนนั้นก็พลบค่ำพอดี ลิเดียและเรดต่างรีบขอโทษลูเซียเป็นยกใหญ่ ซึ่งลูเซียก็ไม่รู้ว่าเรื่องอะไรทั้ง 3 คนกลับมาที่โรงเตี้ยมและต่างแยกย้ายเข้าห้องของตนเอง ลิเดียกับเรดอยู่ห้องเดียวกัน ส่วนลูเซียอยู่ห้องตรงข้าม เมื่อมาถึงลิเดียก็พาเจ้าโปริ่งไปอาบน้ำแล้วก็เตรียมตัวเข้านอน

" นี่ลิเดีย พยายามเข้านะ ข้าเชียร์เจ้าอยู่นะ " อยู่ๆเรดก็เอ่ยขึ้น

" หืม เรื่องอะไรหรอเรด "

" เจ้าชอบนายท่านใช่ไหมล่ะ "

" หา  ขะๆๆ ข้าน่ะหรอ " ลิเดียออกอาการตะกุกตะกัก

" ก็ใช่น่ะสิ ขนาดข้ายังดูรู้เลยเจ้าไม่ต้องปิดบังข้าหรอก เจ้านายน่ะเป็นคนดีนะ แต่ว่าเค้าเหมือนจะมีเรื่องอะไรในใจ ข้าจะคอยเป็นกำลังใจให้พี่สาวก็แล้วกันนะ "

" ....... ขอบใจนะเรด " แล้วทั้งคู่ต่างก็หลับไปในคือที่เงียบงันนั้น........

 

ท้องฟ้าของค่ำคืนนี้ปลอดโปร่งมาก ดวงจันลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้า ท่ามกลางความเงียบงันนั้น ก็ได้มีเสียงเอะอะโวยวายของชาวบ้าน ลูเซียรีบตื่นขึ้นมาทันที เสียงเหล่านี้มันเหมือนมาก เหมือนกับเสียงที่คอยหลอกหลอนเค้าเมื่อสมัยก่อน เสียงของผู้คนที่แตกตื่นจากการที่การ์มมาบุกหมู่บ้าน เค้ารีบเปิดหน้าต่างโรงเตี้ยมออกไปดู ทันใดนั้นเค้าก็เห็นหมู่บ้าน ต่างลุกเป็นไฟ บ้านที่สร้างจากไม้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีในการถูกเผา เค้าเห็นฝูงหมี ( Bigfoot ) ต่างออกอาละวาดทำร้ายผู้คน และหนึ่งในนั้น ไม่ใช่หมีมันตัวใหญ่กว่าหมีพวกนั้น มันมีขนสีส้มลายพาดสีดำ มันพ่นลูกไฟ ลูกแล้วลูกเล่าใส่บ้านเรือนประชาชน ใช่แล้วมันคือ เอ็ดก้า ( Eddga ) ปีศาจเสือแห่งป่าพาย่อนที่ร่ำรือกัน เหล่าฮันเตอร์ที่ออกมาโจมตี ต่างถูกมันฆ่าตายไปทีละคน มันพ่นลูกไฟใส่ฮันเตอร์เหล่านั้น พร้อมทั้งตบฮันเตอร์พวกนั้นกระเด็น ลิเดียรีบวิ่งมาหาลูเซียด้วยความแตกตื่น ทั้ง 3 คนต่างลงไปยังด้านล่าง พวกหมีจะเข้ามาทำร้าย แต่ก็ถูกลูเซียฆ่าในทันที แต่ว่าพวกมันมีมากมายเหลือเกิน มีหมีอีก 2 ตัวเข้ามาทางด้านหลังของลิเดีย ทันใดนั้นก็ได้มีลูกธนูปักเข้าที่หัวของหมีพวกนั้น ทั้ง 3 คนหันไปข้างหลังด้วยความตกใจแล้วก็ได้เจอกับ ไวเปอร์ เค้าออกมาป้องกันเมืองจากการโจมตีครั้งนี้แต่ทว่า พวกเค้าก็รับมือกับจำนวนหมีพวกนั้นได้ไม่มากเพราะพวกมันมีเยอะเหลือเกิน ทั้ง ลูเซีย ลิเดีย และไวเปอร์ ต่างช่วยกันกำจัดหมีพวกนั้น จนกระทั่งพวกมันกลับเข้าป่าไป เหลือทิ้งไว้แต่หมู่บ้านพาย่อนที่ลุกเป็นไฟทุกคนต่างร้องไห้โอดครวญและตกตะลึงกับเรื่องที่เกิดขึ้น ชาวบ้านต่างรีบเอาน้ำมาช่วยกันดับไฟ

ตอนนี้เอ็ดก้ากับพวกหมีกลับไปแล้ว เหลือทิ้งไว้แต่ซากปรักหักพังที่โดนไฟไหม้ เมืองที่พังยับเยิน น้ำตา และเหล่าความโศกเศร้าของชาวพาย่อน ...................

 

To Be Continued................

 

 

 




NEKOPOST.NET