Tale of Ragnarok ตอนที่ 4 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Tale of Ragnarok

Ch.4 - ความหลังอันน่าเศร้า (บทส่งท้าย)


บทที่ 4 ความหลังอันน่าเศร้า ( บทส่งท้าย )




ท่ามกลางความตกตะลึงนั้น ลูเซียแทบไม่เชื่อสายตาของตัวเอง เมืองลูเทียร์ทั้งเมืองต่างก็พังพินาศย่อยยับ บ้านเรือนแทบทุกหลังล้วนถูกพังทลายระเนระนาดเหมือนดั่งโดนฝูงยักษ์ซัก 100 ตนมารุมถล่มหมู่บ้าน เสียงคนเจ็บร้องโอดโอยไปทั่ว ผู้คนต่างช่วยกันพยุงคนที่บาทเจ็บมารักษาเยียวยาและประถมพยาบาล ส่วนคนที่ตายก็ถูกนำไปไว้รวมกันที่โบสถ์


ลูเซียยังคงช๊อคกับภาพตรงหน้าไม่หาย เกิดอะไรขึ้นกับหมู่บ้านของเขา ทำไมถึงเป็บแบบนี้ได้ หรือว่าทั้งหมดนี่คือความฝัน มันไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม  ใคร... ใครกันที่เป็นคนทำแบบนี้

ในขณะที่ความสับสนกำลังวนเวียนอยู่ภายในหัวของเขานั้น จิตใต้สำนึกของเขาก็ได้ทำงานในทันที มันได้บอกลูเซียถึงสิ่งที่สำคัณยิ่งกว่าสิ่งใดๆ   " ไอริส " คำพูดของเขาดังขึ้นภายในใจ

" ไอริส ล่ะ... ไอริสเป็นยังไงบ้าง " คำพูดเหล่านี้ต่างก็ผุดขึ้นมาในใจของเขาไม่ขาดสาย ลูเซียในตอนนี้ไม่สนอะไรอีกแล้ว เขารีบวิ่งตรงไปยังบ้านของไอริสในทันที

ชั่วเวลาแค่เพียงอึดใจ ลูเซียก็ได้มาถึงบ้านของไอ่ริส แต่ทว่าบ้านของเธอนั้นก็พังยับเยินไม่ตายจากหลังอื่นๆ ลูเซียรีบยกท่อนไม้และเสาที่ต่างก็ล้มลงมากองทับกันอยู่ เขายกเสาไม้ต้นใหญ่ที่มีน้ำหนักหลายร้อนกิโลและเหวี่ยงมันทิ้งไปอย่างง่ายดาย ลำพังแค่แรงคนนั้นไม่มีทางที่จะทำแบบนี้ได้ แต่ที่ลูเซียทำได้นั่งก็คงเพราะความเป็นห่วงไอริสจากก้นบึ้งของหัวใจ มันจึงทำให้เขาไม่สนใจแล้วว่าเสาต้นนี้มันหนังมากแค่ไหน เขายกซากปรักหักพังออกอันแล้วอันเล่าจนในที่สุด... ลูเซียก็เจอกับ ไอริส... เธอนอนอยู่บนเตียงของเธอและถูกทับด้วยซากปรักหักพังของตัวบ้าน บนตัวของเธอนั้นมีเสาต้นใหญ่ทับอยู่มันทำให้เธอไม่สามารถเคลื่อนไหวและหนีออกมาเองได้ ในตอนนี้เธอกระอักเลือดออกมามาก ดูเหมือนว่าสาเหตุที่เธอบาทเจ็บสาหัสได้ถึงขนาดนี้คงเป็นเพราะบ้านของเธอนั้นถล่มลงมาในขณะที่เธอกำลังนอนหลับอยู่ มันจึงเป็นสาเหตุให้เธอนั้นหนีออกมาไม่ทัน

" ไอริส " ลูเซียเรียกชื่อของเธอพร้อมกับจับมือเธอเอาไว้

" ไอริส ตื่นสิ ไอริส!! " ลูเซียยังคงพยายามเรียกไอริสที่กำลังนอนหลับตาอยู่บนเตียงของเธอ เมื่อได้ยิงเสียงเรียกของเขาไอริสก็ลืมตาของเธอขึ้นมา ทันทีที่เธอได้เห็นใบหน้าของลูเซียไอริสก็รู้สึกดีใจอย่างมาก

" ลูเซีย... นานแล้วนะที่เราไม่ได้เจอกัน แค่กๆๆ ... คิดถึงจัง คิดถึงเธอจังเลย เราไม่ได้เจอกันตั้งแต่ แค่กๆๆ.. ตอนไปสอบเมื่อปีที่แล้ว นานจังเลย ดีใจจังที่ได้เจอเธอ " ไอริสพยายามพูดออกมาทั้งที่เธอเองก็กระอัคเลือดเพราะอาการช้ำใน

" ตอนนี้เธออย่าเพื่งพูดอะไรทั้งนั้น เธอบาทเจ็บมาก ฉันจะช่วยเธอเดี๋ยวนี้แหละ " ลูเซียรีบอุ้มไอริสออกมาข้างนอก จากนั้นก็วางเธอไว้ด้วยความอ่อนโยนที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่หน้าบ้านของเธอ

" เธอได้เป็น... แอสซะซิน แล้วหรอ แค่กๆๆ .. ดีจังเลยนะ เธอได้ทำ... ฝัน แค่กๆ .. ของเธอเป็นจริงแล้วนะ " ไอริสพูดขึ้นด้วยท่าทางที่ยิ้มแย้มแจ่มใสทั้งที่เธอกำลังกระอักเลือด

" ใช่ ฉันเป็นแอสซะซินแล้วนี่ไงดูสิใบประกาศที่เธออยากเห็นฉันก็ได้มันมาด้วยนะ เพราะฉนั้นฉันจะพาเธอไปรักษา วันนี้เป็นวันเกิดของเธอนะ เธอจะต้องสนุกสนามท่ามกลางงานเลี้ยงไม่ใช่หรอ นี่ไงดูสิ ฉันซื้อเสื้อมิ้งโค๊ทมาฝากเธอด้วยนะ มาเถอะ เราจะไปที่โบทถ์กัน ฉันจะให้ท่านบาทหลวงรักษาเธอเอง " พูดจบลูเซียก็เอื้อมมือไปเพื่อที่จะอุ้มเธออีกครั้ง แต่ทว่าไอริสก็ได้จับมือของเขาเอาไว้พร้อมกับหยิบของบางอย่างออกมากระเป๋าที่เอวของเธอ

" นี่ ลูเซีย ฉันมีของจะให้เธอน่ะ " ไอริสพูดพร้อมกับวางสิ่งนั้นลงบนมือของเขา

" นี่มัน... ใบโรแมนติก ลีฟ นี่นา ( Romantic Leaf ) " ลูเซียพูดขึ้น

" ใช่... ใบโรแมนติก ลีฟ ฉันเก็บมันได้ แค่กๆๆ ... เมื่อวานนี้ กะว่าจะเอามาให้เธอน่ะ " ไอริสพูดพร้อมกับส่งใบโรแมนติก ลีฟ ให้ลูเซีย

" สัญญานะ ว่าจะเก็บมันเอาไว้อย่างดีน่ะ "

" ได้ฉันสัญญา แม้ต้องสละชีวิตฉันก็จะเก็บมันไว้อย่างดีเลย "

" ขอบใจนะลูเซีย... แล้วก็ฉันขอโทษนะที่วันนี้ แค่กๆๆ... คงไปงานวันเกิดด้วยกันไม่ได้ แต่ฉันก็ดีใจนะ... ฉันดีใจมากที่เธอกลับมา ฉันดีใจที่สุดเลยลูเซีย แค่กๆ... แล้วก็ดีใจมาก... ที่ได้เห็น... ใบหน้าของเธอ... ในวาระสุดท้าย แค่กๆ... ฉันรักเธอนะ ลู....เซีย " ทันทีที่สิ้นเสียงอันแผ่วเบานั้น ดวงตาของเธอก็ได้ปิดลง มือที่ลูเซียจับเอาไว้ก็ร่วงลงมาสู่พื้น

" ไอริส ทำอะไรหนะถ้าจะนอนก็ไปนอนที่โบทถ์สิ ตรงนี้มันหนาวนะ นี่เดียวจะไม่สบายหรอก " ลูเซียพูดกับไอริสที่กำลังหลับตาอยู่ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากเธอ

" กะ ๆ ๆ โกหกน่า เธอแค่หลับไปใช่ไหม ไอริส!! ไอริส!! ตื่นสิ ไอริส!! ได้ยินรึปล่าว " ลูเซียพยายามเรียกไอริสอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่มีเสียตอบรับกลับมา และมันก็คงจะไม่มีอีกต่อไป นั่นเพราะว่าลมหายใจของเธอนั้นได้หมดลงแล้ว ไอ่ริสตายจากเขาไป เธอตายอยู่ในอ้อมแขนของคนที่เธอรักที่สุด...  ลูเซียก้มหน้าลง เขากัดฟันและปลดปล่อยความรู้สึกทั้งหมดออกมา

" ไอ ริสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส!!! " ลูเซียตะโกนชื่อของไอริสอย่างสุดเสียง

" ทำไม ทำไมกัน ทำไมเธอต้องมาตายด้วย ไอริส ถ้าไม่มีเธอแล้วฉันจะอยู่ได้ยังไงล่ะไอริส  รัก... ชั้นรักเธอที่สุด ได้ยินไหมมมมมมมมมมมมม "


นี่เป็นอีกครั้งที่ลูเซียร้องไห้ ปรกติเขานั้นไม่เคยร้องไห้เลย ไม่ว่าจะถูกรังแกแค่ไหน จะโดดเดี่ยวและอ้างว้างซักเพียงใด เขาก็ได้แต่เก็บงำความรู้สึกมาตลอด ครั้งสุดที่เขาร้องให่นั้นก็เป็นตอนที่พ่อแม่ของเขาได้จากเขาไปตอนที่เขาอายุได้เพียง 3 ขวบ และครั้งนี้มันก็เกินกว่าที่เขาจะรับไหวเช่นกัน ความเศร้าเสียดแทงเข้าไปในหัวใจของเขา นาทีนั้นเขารู้สึกท้อแท้และสิ้นหวัง เป็นรู้สึกเหมือนกันคนที่ไกลจะตาย

แต่ทว่าไม่นานนัก ความรู้สึกเหล่านั้นมันได้แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น เขาวางร่างที่ไร้วิญญานของไอริสไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ตามเดิม ตากนั้นเขาก็เดินตรงไปที่ชายคนหนึ่งที่อยู่ในบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว

ลูเซียจับคอเสื้อของผู้ชายคนนั้นเอาไว้ ชายผู้นั้นรู้จักลูเซียดี ลูเซียน่ะเป็นคนอ่อนโยน ใจดี และเสียสละ ถึงแม้ว่าเขาเคยถูกรังแกอยู่บ่อยครั้งเมื่อยามเด็ก แต่เขาก็ไม่เคยโกรธแค้นคนในหมู่บ้านเลย นั่นจึงทำให้ลูเซียนั้นเป็นที่รักใคร่ของคนในหมู่บ้าน แต่ทว่าลูเซียที่เค้าเห็นในตอนนี้กลับเป็นชายที่ท่าทางก้าวร้าวหน้าตาน่ากลัวและมีแววตาของนักฆ่า แววตาที่โหดเหี้ยมไร้ความปราณี

" เกิดอะไรขึ้นที่นี่ ใครทำให้เป็นแบบนี้ " ลูเซียถามผู้ชายคนนั้นด้วยน้ำเสียงที่น่ากลัว เหมือนดั่งจะฆ่าใครก็ตามที่ขัดใจเค้าได้ทุกเมื่อ

" เอ่อๆ.. คือว่า เค้าบอกมาว่า เมื่อคืนนี้ การ์ม บุกเข้ามาที่เมืองและทำลายเมืองจนย่อยยับและมันก็หนี้เข้าป่าไป " ชายผู้นั้นตอบลูเซียด้วยน้ำเสียงที่สั่น

" การ์มงั้นหรอ " ลูเซียพูดขึ้น

" ใช่แล้ว ปีศาจหมาป่าน้ำแข็ง การ์ม มันมาถล่มหมู่บ้านเรา " ชายผู้นั้นบอกลูเซีย ตอนนี้เขาเรื่มที่จะตัวสั่นเพราะความกลัวต่อแรงกดดันของลูเซีย

ลูเซียปล่อยมือจากคอเสื้อของชายผู้นั้น แล้วเดินห่างออกไป 3 ก้าวทั้นใดนั้นเอง  พรึบ !! มีใบมีดโผล่ออกมาจากหลังมือของลูเซีย ใช่ มันคือ คาต้า อาวุธของนักฆ่า

" ครั้งสุดท้ายที่เห็นการ์ม มันหนีไปทางไหน "

" เอ่อ เห็นเค้าขอกว่า เป็นป่าทางใต้น่ะ "

" ป่าทางใต้ อืม... แล้วก็ศพของไอริส ช่วยเอาไปไว้ที่โบทถ์ด้วยนะ เธออยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ตรงนั้น ตอนนี้ชั้นมีความแค้นจะต้องสะสางนิดหน่อย " พูดจบลูเซียก็หายเข้าไปในป่าทางใต้ด้วยความรวดเร็วจนชายผู้นั้นถึงกับยืนตะลึง...



ลูเซียกระโดดไปตามต้นไม้ในป่าด้วยความรวดเร็วอย่างที่เขานั้นไม่เคยทำมาก่อน เขากวาดสายตาไปทั่วทั้งป่าเพื่อที่จะหาเจ้าปีศาจสุนัขน้ำแข็งนั่น แต่แล้วก็ไม่มีวี่แววของมันเลย...

จนกระทั้งกาลเวลานั้นล่วงเลยมาถึงยามค่ำคืน ลูเซียกลับมาที่หมู่บ้านอีกครั้ง เขาเดินไปที่โบทถ์กลางเมืองจากนั้นก็เดินไปที่ด้านหลังของโบสถ์ไปยังที่ๆเป็นสุสาน เขากวาดสายตามองหาหลุมศพของไอริส

ทันทีที่เจอเเขาก็เดินไปยังที่ตรงนั้น ร่างของไอริสถูกฝังอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ลูเซียเดินไปนั่งที่หน้าป้ายหลุมศพของเธอและหยิบเสื้อมิ้งโค๊ทออกมา เขาวางมันเอาใว้ที่หน้าป้ายหลุมศพของไอริส

" สุขสันต์วันเกิดนะไอริส ขอให้จากนี้ต่อไปเธอจงมีแต่ความสุขนะ " ลูเซียพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหว เสี้ยววินาทีนั้นน้ำตาของเขาก็ไหลออกมาอีกครั้ง ลูเซียพยายามเงยหน้าขึ้นเพื่อไม่ให้น้ำของเขาไหลออกมา

" น้ำตาบ้านี่จะไหลออกมาทำไมกันนะ ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันเกิดของไอริสแท้ๆ บ้าจิง บ้าที่สุด!! " ลูเซียก้มลงไปที่หน้าหลุมศพของไอริส และร้องไห้ออกมา น้ำตาของเขานั้นไหลออกมามากมายเหลือเกินเหมือนกับว่าการร้องไห้ครั้งนี้จะเป็นการร้องไห้ครั้งสุดท้ายของเขา

" ทำไม... ทำไมเธอต้องมาตายแบบนี้ ทำไมต้องมาจากฉันไปด้วย ทำไมต้องเป็นเธอด้วย ทั้งๆที่วันนี้เธอน่าจะต้องสนุกอยู่กับวันเกิดของเธอ แต่ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ ทำไม " ลูเซียพูดพร้อมกับร้องไห้

ในระหว่างที่เขากำลังโศรกเศร้า ทันใดนั้นเองก็มีเสียงเอะอะดังขึ้น มันเป็นเสียงของพวกคนในหมู่บ้าน

" ช่วยด้วย!! การ์มบุก!! การ์มมันมาอีกแล้ว !!!!!!! " ทันทีที่ได้ยินเสียงเหล่านี้ ลูเซียก็รีบลุกขึ้นยืนในทันที

" การ์มงั้นหรอ ในที่สุดก็โผล่หัวออกมาแล้วซินะ " พูดจบ ลูเซียก็หยิบคาตาของเขาออกมาใส่ที่มือจากนั้นเขาก็ล้วงเข้าไปในเสื้อและหยิบขวายาพิษออกมา เขาเปิดฝาและเทมันลงไปที่คาต้าของเขาจนชุ่ม

" ไอริส แม้แลกด้วยชีวิตข้าก็จะฆ่าการ์มให้ได้ ข้าขอสาบาน ด้วยชีวิตของข้า ข้าจะฆ่ามัน " เมื่อพูดจบลูเซียก็เดินออกมาจากสุสาน

ลูเซียย่างก้าวไปตามทางเดินระหว่างที่นั่งภายในห้องโถงของโบสถ์ เขาก้าวเดินท่ามกลางเสียงกรี๊ดร้องของชาวเมือง เสียงโหยหวนของผู้ที่กำลังวิ่งหนี เสียงของบ้านเรือนที่ถูกมันทำลาย เสียงที่มันคำรามออกมาเหมือนดั่งว่ากำลังสนุกสนาน ลูเซียก้าวเดินมาถึงยังประตูทางเข้าบานใหญ่ของโบสถ์ เขายกมือขึ้นมาและผลักมันเปิดออกไป...


ภาพที่ลูเซียเห็นตรงหน้าของเขานั้นเป็นภาพของเจ้าการ์มที่กำลังวิ่งไล่เข่นฆ๋าผู้คนในหมู่บ้านอย่างโหดเหี้ยม ลูเซียยืนมองมันด้วยสายตาโกรธแค้น เสี้ยววินาทีนั้นเองเขาก็กระโดดไปข้างหน้าและวิ่งด้วยความรวดเร็วเขาวิ่งตรงไปยังเจ้าการ์ดที่กำลังอาละวาด ทันใดนั้นลูเซียก็กระโดดขึ้นไปที่ความสูงเหนือหัวของเจ้าการ์ม มันเป็นความสูงที่มากกว่าความของของตัวเขาถึง 2 เท่า ลูเซียกระโดดขึ้นไปบนหลังของการ์มและใช้คาต้าแทงลงไปที่กลางหลังของมัน

เคร้ง !!!!!!!!

แทบไม่น่าเชื่อ คาต้าอาบยาพิษของเขาทำอะไรมันไม่ได้เลย การโจมตีของลูเซียไม่สะเทือนแม้แต่ผิวหนังที่เป็นน้ำแข็งของมัน แต่ทว่ามันกลับทำให้เจ้าการ์มนั้นหันมาสนใจเขาเป็นอย่างดี เจ้าการ์มสะบัดลูเซียออกจากหลังของมันด้วยความแรงทำให้ลูเซียนั้นกระเด็นออกมาจากหลังของมัน เขาตีลังกา 1 ครั้งกลางอากาศก่อนลงพื้น มันเป็นเทคนิคที่ใช้ลดแรงกระแทกเวลาตกจากที่สูง

" หนังหนาไม่ใช่เล่นเลยนี่แก น่าสนุกนะ ข้าเองก็กำลังอยากรู้เหมือนกันว่าข้าได้อะไรมาบ้างจากการได้เป็นแอสซะซินที่เก่งที่สุด เจ้าคือตัวทดลองที่ดี "ลูเซียพูดขึ้นพร้อมกับแสยะยิ้ม

เสี้ยววินาทีนั้น ลูเซียและการ์มต่างก็จ้องตากัน ไม่มีฝ่ายใดที่ขยับขเยียนแม้แต่น้อย ทั้งคู่หยุดนิ่งเหมือนกับว่าโลกทั้งโลกหยุดหมุน ท่ามกลางสภาพความกดดันนั้นเอง อยู่ก็มีใบไม้ใบหนึ่งร่วงหล่นมาจากกิ่งของมัน ใบไม้ใบนั้นค่อยๆร่วงลงมาอย่างช้าๆ ค่อยๆลงมาเรื่อยๆ ลงมาเรื่อยๆ ...  และในทันทีที่ใบไม้ใบนั้นตกลงสู่พื้นการต่อสู้ก็ได้เริ่มขึ้น !!

ทั้งคู่ต่างก็กระโดดเข้าใส่กันในทันที ลูเซียและการ์มต่างก็วิ่งเข้าหากันด้วยความรวดเร็ว ทันทีที่เข้าระยะการโจมตี เจ้าการ์มก็ง้างกรงเล็บหน้าของมันตบลงไปที่ลูเซียในทันที แต่ในขณะเดียวกันนั้นลูเซียก็ได้กระโดดขึ้นไปกลางอากาศ เขาอยู่สูงขึ้นไปจากหัวของมันทันใดนั้นลูเซียก็หันคาตาของเขาลงมา ลูเซียใช้มือซ้ายของเขาจับไปที่คาต้ามือขวาเพื่อเสริมความมั่นคงในการโจมตี ครวามนี้เขาก่ะจะแทงให้ทะลุผิวหนังของมันให้ได้

ย๊าคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคค !!!!!!!

เคร้ง!!!!!!!! กรอบ!!!!! เสียงของวัตถุบางอย่างแตก ไม่ใช่คาต้าของเขาแต่มันก็คือแร่รูปพระจันทร์ที่ติดอยู่หน้าผากของเจ้าการ์ม การโจมตีนั้นทำให้มันแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

ก๊าซซซซซ  !!!!!!! เจ้าการ์มร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

หลังจากโจมตีมันได้ลูเซียก็กระโดดลงมาที่พื้นแต่ทว่า เสี้ยววินาทีนั้นเขาก็รับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่กำลังพุ่งเข้ามาใส่ตัวเขาด้วยความรวดเร็ว ใช่สิ่งนั้นคือเท้าที่ใหญ่มหึมาของมันที่มาพร้อมกับกรงเล็บน้ำแข็ง มันจะเป็นเรื่องง่ายถ้าเขาจะหลบสิ่งๆนั้น ถ้าหากว่าเท้าของเขาอยู่บนพื้นแล้วล่ะก็เขาก็จะกระโดดหลบได้อย่างง่ายได้ แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าในตอนนี้เท้าของเขายังไม่ได้ลงสู่พื้น ร่างกายที่อยู่กลางอากาศของลูเซียนั้นมันช่างกลายเป็นเป้านิ่งชั้นดี

" ซวยล่ะสิ... " ลูเซียพูดขึ้น

เปรี้ยง!!! เสียงเท้าของมันตบเข้าที่ลูเซียอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ซึ่งความรุนแรงนั้นถ้าจะเปรียบก็คงจะเหมือนกับถูกคนยักษ์เอาต้นไม้มาฟาดใส่ ลูเซียกระเด็นไปตางแรงฟาดด้วยความเร็ว  เร็วมากๆ หลังของเขาสไลย์ไปตามพื้นที่เป็นน้ำแข๊งราวกับหิมะที่ไกลลงมาจากภูกเขา ลูเซียพยายามเงยหัวของเขาขึ้นพร้อมทั้นใช้คาต้าทิ่มลงไปที่พื้นเพื่อที่จะลดความเร็วแต่มันก็ไม่ได้ช่วยเลยแม้แต่น้อย และแล้ว...

โครม !!!!

สิ่งที่หยุดเขาก็คือต้นไม้ต้นหนึ่งที่อยู่ห่างออกไป หลังและศรีษะของเขากระแทกกับโคนต้นไม้อย่างแรง สติของเขาเลือนลางและกำลังจะดับวูบลง ก่อนที่ตาของเขาจะปิดสนิดเขาได้เห็นเจ้าการ์มจ้องมาที่ใบหน้าของเขา ในตาของมันบ่งบอกถึงความโกรธแค้นและอาคาต จากนั้นมันก็วิ่งหนีเข้าไปในป่าทางใต้อีกครั้ง

" ไอ่บ้าเอ้ย... แค่กๆ  แน่จิงอย่าหนีซิวะ... " ลูเซียพูดออกมาแบบกระอักเลือด ในตอนนี้สติของเขาเลือนลางมากแล้ว ก่อนที่ตาของเขาจะปิดสนิด เขาก็ได้เห็นสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้หรือจริงๆแล้วมันอาจจะเป็นภาพลวงตาก็ได้...  ภาพที่ลูเซียเห็นคือ ไอริส เธอเดินเข้ามาจับมือของลูเซียไว้ หน้าตาของเธอแสดงถึงความเป็นห่วงอย่างมาก

" ข้าไม่เป็นไรหรอกไอริส ไม่....... เป็น..... ไร " พูดจบลูเซียก็สลบไปที่โคนต้นไม้ต้นนั้น ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างช้าๆ




รุ่งเช้าลูเซียก็ได้ลืมตาตื่นขึ้น และในทันทีที่สติของเขากลับมา ความเจ็บปวดก็ได้กลับมาด้วย ลูเซียรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ท้ายทอยของเขาเป็นอย่างมาก

" อุ้บ !! " ลูเซียร้องออกมาพร้อมกับเอามือจับที่ท้ายทอยที่ยังคงปวดอยู่

" อ่าวตื่นแล้วหรอ ท่านหลับไปถึง 7 วันเชียวนะ ขอบคุณท่านมากที่ช่วยไล่การ์มไปจากหมู่บ้าน " เสียงเสียงหนึ่งพูดขึ้น มันมันเสียงที่ฟังดูเยือกเย็นและอ่อนโยน

" ท่านเป็นใครและที่นี่ที่ไหน " ลูเซียถามขึ้นด้ายท่าทางงง ๆ

" อะไรกันท่านจำที่นี่ไม่ได้เลยหรอ ที่นี่คือก็โบทถ์ ท่านสลบอยู่ที่โคนต้นไม้ใหญ่หน้าโบทถ์เมื่อ 7 วันก่อน ข้าเลยนำท่านมารักษาและข้าก็คือบาทหลวงไงล่ะ "

" ท่านบาทหลวงเองหรอ การ์มล่ะ " ลูเซียพูดขึ้นดูเหมือนว่าสติของเขาจะเริ่มค่อยๆกลับมาทีละนิด

" เจ้าการ์มมันหนีไปทางใต้ ตอนนี้คงอยู่แถวๆเมืองพอนเทร่า ทางพอนเทร่าได้ส่งหน่วยลาดตระเวนออกค้นหาแล้ว อีกทั้งนำกำลังส่วนหนึ่งมาประจำอยู่ที่เมืองของเราเผื่อว่ามันจะกลับมาอีกครั้ง " บาทหลวงพูดตอบ

" งั้นหรอ ถ้างั้นข้าคงต้องไปแล้ว ขอบพระคุณมากที่ช่วยรักษาข้า " ลูเซียพูดพร้อมกับลุกขึ้นจากเตียง

" เดี๋ยว ๆ ท่านยังไม่หายดีนะ ท่านจะไปไหนน่ะ "

" ข้ามีธุระต้องสะสางให้เรียบร้อย ข้าสาบาญกับคนๆหนึ่งเอาไว้ " ลูเซียตอบคำถามของบาทหลวงพร้อมกับหยิบอาวุธและเดินออกจากห้องไป บาทหลวงไม่คิดที่จะรั้งลูเซียเอาไว้ เพราะเขาพอจะรู้ว่า คำสัญญานั้นลูเซียได้สัญญาไว้กับใคร และเธอคนนั้นเป็นคนที่สำคัญต่อลูเซียมากขนาดไหน อีกทั้งเขาก็รู้ดีว่าถึงจะทำยังไงก็หยุดลูเซียไม่ได้ ลูเซียเดินไปยังสุสานอีกครั้ง เขาเดินไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ซึ่งเป็นที่พำนักสุดท้ายของไอริส

" ไอริส ข้าจะต้องฆ่าการ์มและเอาเขี้ยวของมันมาวางไว้ที่หลุมศพของเจ้าให้ได้ ข้าไปก่อนนะ ขอให้เจ้าจงอยู่อย่างสงบสุขเถอะ  " พูดจบ ลูเซียก็หยิบใบ โรแมนติก ลีฟ ออกมา เขาเป่ามันเป็นเพลงเศร้า ท่ามกลางสายลมที่พัดโชยมาอย่างอ่อนไหวและใบไม้ที่ร่วงหล่น ภาพของเขาที่บาทหลวงได้เห็นอยู่ตรงหน้านั้นมันช่างเป็นภาพที่ดูเศร้าเหลือเกิน

" ลาก่อนนะ ไอริส ข้าอยากจะบอกเจ้าว่า ข้ารักเจ้าและคิดถึงเจ้าที่สุด ข้าสัญญา ข้าจะกลับมาพร้อมกับเขี้ยวของการ์ม รอข้าก่อนนะ ไอริส... " ทันทีที่พูดจบ ลูเซียก็หันหลังเดินจากไปโดยที่ไม่หันไปมองอีก เขาออกจากหมู่บ้านมุ่งไปทางใต้ เดินทางลงมาเรื่อยๆ ติดตามข่าวคราวของการ์มมาตลอด... จนมาถึงปัจจุบัน นับจากวันนั้นจนวันนี้กาลเวลาก็ได้ผ่านเลยมาถึง 2 ปี............






สายลมร้อนๆของเมืองมอร็อคก็ยังคงพัดผ่านไป ท่ามกลางเสียงเอะอะของผู้คนที่หนาแน่น ลูเซียเก็บรูปของไอริสใส่ไว้ในเสื้อด้านในตามเดิม ท่ามกลางสายตาที่มองด้วยความงุนงงของลิเดียและเรด ในขณะที่ลิเดียกำลังจะเอ่ยถาม ทันใดนั้นเองก็ได้มีเสียงเอะอะดังขึ้นที่บริเวณประตูทิศเหนือของเมืองมอร็อค ผู้คนแถวนั้นรวมถึง ลูเซีย ลิเดีย และเรด ต่างก็ไปมุงดูเหตุการณืที่เกิดขึ้น ภาพที่พวกเขาได้เห็นนั้นคือพ่อค้าคนหนึ่งที่ร่างกายนั้นเต็มไปด้วยคราบเลือด

" ขะๆ ข้าเห็นมันมากับตาเลย ตัวมันใหญ่มหึมามาก " เสียงพ่อค้าคนนั้นพูดขึ้นน้ำเสียงที่เขาพูดออกมานั้นมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

" ใช่ข้าเองก็กลัวเหมือนกัน ตั้งแต่เกิดมาข้าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย ยังดีที่ข้าใช้เวทมนต์ "Warp Portal " กลับมาได้สองคนส่วนที่เหลือโดนฆ่าตายหมดแล้ว " พรีสที่มากับเขาพูดต่อ

" เกิดเรื่องอะไรขึ้น ใครทำร้ายพวกเจ้า " ลูเซียถามพ่อค้าคนนั้น

" การ์ม เราถูกการ์มโจมตีทางตอนเหนือของพอนเทร่า " ทันทีที่สิ้นเสียงพูดของพ่อค้า ลูเซียก็ถึงกับอึ้งในทันที

" การ์มอยู่ทางเหนืองั้นหรอ " เขาคิดอยู่ในใจ

" การ์มที่เจ้าเห็น แร่รูปพระจันทร์ที่หน้าผากมันแตกรึปล่าว " ลูเซียถามต่อ

" ใช่ แร่รูปพระจันทร์ที่หน้าผากของมันแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แต่ท่านรู้ได้ยังไง " พ่อค้าคนนั้นถามลูเซียด้วยท่าทางสงสัย ลูเซียรีบหันมาทางลิเดียโดยที่ไม่คิดจะตอบคำถามของพ่อค้าคนนั้น

" พวกเจ้าข้าขอพูดอะไรหน่อยนะ ข้าจะต้องไปฆ่าการ์ม และมันก็เป็นการเสี่ยงมากที่จะให้พวกเจ้าตามไปด้วย เพราะฉะนั้น ลิเดีย ข้าของฝากเรดไว้กับเจ้าด้วยข้าไปก่อนล่ะ "

" เดียวท่านเจ้านาย ข้าจะไปกับท่านด้วย " เรดพูดขึ้น

" ใช่ ข้าก็จะไปด้วย " ลิเดีย พูดต่อ

" พวกเจ้าไม่เข้าใจหรือไง ข้าไม่ได้เดินทางท่องเที่ยวหรอกนะ และมันก็ไม่จำเป็นด้วยที่พวกเจ้าจะต้องมาเสี่ยงชีวิตกับข้า "

" ข้าเป็นวัตว์เลี้ยงของท่าน ข้าไม่มีใครอีกแล้ว ท่านรับข้าเป็นลูกน้องแล้วท่านจะทอดทิ้งข้าหรอกหรอ " เจ้าโปริ่งพูดพร้อมกับมองตาเจ้านายของมัน

" ใช่ ข้าเองก็อยากจะออกเดินทางเหมือนกัน ข้าอยากจะเป็นพรีสที่เก่งๆ ขอให้ข้าเดินทางไปด้วยนะ ให้ข้าช่วยทำอาหารให้ท่านก็ได้ คิดซะว่าข้าเป็นแม่ครัวนะ อย่างน้อยท่านก็เคยช่วยข้าไว้ ข้าขอติดตามคนที่มีบุณคุณของข้า ข้าผิดด้วยหรอ " ลิเดียพูดขึ้นพร้อมกับมองตาของลูเซียเหมือนกับเรด

" เฮ่อ... ก็ได้ จะมาก็มา แต่เกิดอะไรขึ้นข้าไม่รู้ด้วยนะ  เฮ่อ... ทำไมนะข้าต้องใจอ่อนทุกทีเลย " ลูเซียถอนหายใจ

" ก็เพราะเจ้านายใจดีนะสิ " เจ้าโพริ่งพูด

" ใช่แล้วล่ะ อิอิ " ลิเดียพูดต่อ

และแล้วทั้งพวกเขาทั้ง 3 ลูเซีย ลิเดีย และ เรด ก็ได้เดินทางออกจากมอร็อค มุ่งหน้าสู่ทางเหนือพร้อมกับจุดหมายของลูเซีย  " ไอริส...ข้าจะฆ่าการ์มให้ได้ ".........





To be continued...............

 

 




NEKOPOST.NET