Tale of Ragnarok ตอนที่ 3 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Tale of Ragnarok

Ch.3 - ความหลังอันน่าเศร้า (บทนำเรื่อง)


บทที่ 3 ความหลังอันน่าเศร้า ( บทนำเรื่อง )

    



ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ่าวของเมืองแห่งทะเลทรายมอร็อคนั้น ในที่สุดเรดก็ได้ขายปีกของแองเจอริ่งไปได้ในราคา 5 m  ( M เป็นหน่วยเงินที่ใช้แทนหลักล้าน ปกติเงินของอณาจักรนี้จะมีหน่วยเป็น เซนี่  Zeny )  

" เฮ่อ...  ทำไมเมืองนี้มันถึงได้ร้อนขนาดนี้นะ " เจ้าโปริ่งพูดพร้อมกับเดินหาซื้อของเพื่อนำไปฝากเจ้านายของมัน
 

ในทันใดนั้นสายตาของเจ้าโพริ่งก็เหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่ง มันเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับความรู้ในเรื่องของประวัติศาสตร์และความเป็นมาต่างๆของอาณาจักรนี้ หนังสือเล่มนี้ค่อนจะข้างหนามากเลยทีเดียว เนื้อหาของมันครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้หมด จะเรียกว่ามันเป็นสาราณุกรมของมิดการ์ดเลยก็ว่าได้ ซึ่งผู้แต่งหนังสือเล่มนี้ก็คือ หลอด คาโฮ ( Lord Kaho ) เขาน้้นเป็นบุคคลปริศนาที่ไม่เคยมีใครรู้จักหรือพูดคุยกับเขามาก่อน มีบางคนที่อาจเคยเห็นแต่ก็น้อนคนนัก และทุกวันนี้ยังไม่มีใครรู้ได้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ทำอะไรและตายแล้วหรือยัง สิ่งที่เขาเหลือทิ้งไว้กมีเพียงสิ่งเดียวคือหนังสือเล่มนี้เท่านั้น

เจ้าโปริ่งมีความสนใจในหนังสือเล่มนี้อย่างมาก มันจึงเดินเข้าไปยังร้านๆนั้นเพื่อที่จะทำสิ่งที่ผู้คนในตลาดแห่งนี้ต่างก็ทำกันนั่นก็คือ การต่อรอง
 

" นี่ พ่อค้า หนังสือเล่มนี้ราคาเท่าไหร่หรอ " เรดถามราคาจากเจ้าของร้านที่กำลังนั่งสูบซิกก้าร์ ( Cigar ) อยู่หน้าร้าน ส่วนอีกมือก็กำลังเช็ดถูขวานของเขาจนเป็นเงา

" หืม เล่มนี้หรอ อืม....มันเป็นหนังสือหายากซะด้วยสิ กว่าข้าจะหามาได้ข้าถึงกับต้องถ่อไปซื้อที่กิฟเฟนเชียวนะ... เอางี้ละกันข้าขายให้เจ้าถูก ๆ ในราคา 1 m เอาไหม " พ่อค้าคนนั้นพูดด้วยท่าทางเสียดายที่ของดีกำลังจะถูกขายไป

" โห!! 1m เลยหรอ แพงจัง แค่หนังสือเล่มเดียวเอง ตั้ง 1m ท่านลด ให้ข้าหน่อยซิ ข้ามีเงินอยู่แค่ 750 k เอง ท่านขายให้ข้าซัก 500k นะ" ( K ใช้แทนหลักพัน 500K = 500,000 )

เจ้าโปริ่งพูดด้วยท่าทีของคนไม่ค่อยมีเงิน ( จิงๆแล้วมีอยู่ในกระเป๋า 5 m ) เขาต่อราคาโดยการใช้คำพูดที่ดูน่าฟัง แต่ถ้าลองมองดีๆแล้ว เรดนั้นได้ลดราคาสินค้าไปถึงครึ่งนึงเลยทีเดียว

" หา?! ข้าขายให้เจ้า 1 m แต่เจ้าต่อซะเหลือ 500K เลยหรอ ไม่แรงไปหน่อยรึไง แบบนั้นข้าก็ทุนหายกำไรหดนะสิ " พ่อค้าคนนั้นพูดขึ้นด้วยท่าทางที่รู้ทันเจ้าโปริ่ง ในเมื่อแผนการลดราคาแบบเกินจริงไม่สำเร็จ เรดจึงคิดว่าอย่างน้อยๆขอต่อราคาลงซัก 2แสนก็ยังดี

" ถ้างั้นข้าขอใช่เงินทั้งหมดของข้าซื้อหนังสือเล่มนี้เลย!!  ข้ามีอยู่ 750k หมดตัวแล้ว ท่านจะขายรึปล่าว " เรดพยายาม ต่อราคาอีก

" อืม...." พ่อค้าคนนั้นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมาด้วยหน้าตาที่ค่อนข้างเสียดาย

 " เอางั้นก็ได้ 750k ก็ 750k นี่ข้าขายให้เจ้าในราคาพิเศษ เลยนะเนี้ย "

" อะนี้ 750k " เรดหยิบเงินขึ้นมา 750k แล้วจ่ายให้พ่อค้าคนนั้นพร้อมกับหยิบหนังสือมา

" ขอบคุณมาก ครับ " พ่อค้าคนนั้นพูดพร้อมกับเก็บเงินไว้ในลิ้นชักและกลับมานั่งเช็ดขวานของเขาตามเดิม

เรดเดินไปหาซื้อของมาไว้กินเป็นอาหารกลางวันกับเจ้านาย เขาซื้อเนื้อย่าง ( Meat ) ไปเป็นของฝากสำหรับเจ้านายของเขา ส่วนอาหารกลางวันของเรดนั้นก็คือ น้ำแอปเปิ้น ( Apple Juice ) ขณะที่เรดกำลังเดินเลือกซื้อของในตลาดอย่างมีความสุขอยู่นั้น เขาก็ได้ไปชนกับใครซักคนหนึ่งเข้าโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ

" เอ๊ะ ! ขอโทดนะฮะ ผมเดินไม่ระวังเอง คุณเป็นอะไรมากรึปล่าวครับ " เจ้าโพริ่งขอโทษคนผู้นั้นพร้อมกับยอมรับความผิด

" ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุฉันไม่โกรธหรอก ว่าแต่เธอซื้ออะไรมาหรอ เห็นขนของเยอะแยะเชียว " ผู้หญิงคนนั้นพูดกับเรดด้วยความเอ็นดู

" อ๋อ นี่หรอฮะ เป็นอาหารกลางวันของผมกับเจ้านายน่ะครับ แล้วนี่ก็หนังสือสำหรับอ่านเล่นครับ "

" เจ้านายหรอ จริงสินะเธอเป็นโปริ่งนี่นา...  มาเดินอยู่ในเมืองแบบนี้ก็คงต้องมีเจ้าของล่ะนะ อืม...แล้วเจ้านายของเธอ .... โหดมากรึปล่าว " ผู้หญิงคนนั้นถามต่อ

" อ๋อ เค้าเป็นคนที่ดูเงียบขรึม แต่จริงๆแล้วเป็นคนใจดีมากๆเลย ผมรู้สึกได้นะครับ " เรดตอบอย่างมั่นใจ

" แล้วเจ้านายของเธอ มีอาชีพอะไรล่ะ " หญิงผู้นั้นถามต่อ

" อ๋อ เอ่อ....คือ......แบบว่า.....คือ........ " เจ้าโปริ่ง ไม่อยากจะบอกว่าเจ้านาย ของตนเองเป็นนักฆ่า

" คือ อะไรหรอจ๊ะ บอกได้รึปล่าว " หญิงผู้นั้น พยายามถามต่อ

" ถ้าบอกไปแล้ว ผมกลัวพี่สาวจะตกใจน่ะสิครับ " เรดพูดพร้อมกับเบี่ยงสายตา

" ไม่หรอกจ๊ะ " ผู้หญิงคนนั้นตอบด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

" อืม..... งั้นผมบอกก็ได้ครับ เจ้านายของผมเป็นพวกนักฆ่า น่ะครับ "

" นักฆ่าหรอ!! แบบนั้นเค้าก็ต้องใจร้ายมากเลยสินะ น่าสงสารจัง " ผู้หญิงคนนั้นพูดพร้อมกับทำหน้าตกใจ

" ไม่เลยครับ เค้าเป็นคนใจดีมากเลย แล้วก็ชอบช่วยเหลือคนด้วย ผมพบกับเค้าที่ป่าโปริ่ง เค้าช่วยผมจากแองเจอริ่งตัวหนึ่งที่กำลังจะฆ่าผม" เจ้าโปริ่งรีบตอบเพื่อไม่ให้เธอเข้าใจผิด

" เอ๋.. งั้นหรอ ถ้างั้นฉันชักอยากจะเห็นเจ้านายเธอซะแล้วซิ พาชั้นไปดูหน่อยได้ไหม "

" เอางั้นหรอครับ อืม.... ก็ได้ครับว่าแต่พี่สาวชื่ออะไรหรอครับผมชื่อว่า เรด พี่สาวใส่ชุดสีม่วงมีรูปไม้กางเขนแบบนี้ พี่ต้องเป็นพรีสแน่เลยใช่ป่ะ"

" จ๊ะ พี่เป็นพรีส ชื่อของพี่คือ ลิเดีย จ๊ะ " เธอตอบเจ้าโปริ่งพร้อมด้วยรอยยิ้มที่ดูแจ่มใส

" ลิเดียหรอ ชื่อเพราะจังครับ จริงสิแล้วพี่มาซื้ออะไรหรอครับ " เจ้าโพริ่งถามลิเดีย ซึ่งเธอก็ลืมไปแล้วว่าเธอจะต้องไปซื้อของ

" จริงด้วย ลืมไปเลยว่าจะต้องไปซื้อ คทาเวทมนต์ ( Arc Wand ) อันใหม่นี่นา ลืมไปซะสนิดเลย " ลิเดียหลุดคำพูดออกมาอย่างไม่ต้องนึก

" คทาเวทมนต์หรอ ผมเห็นร้านตรงนั้นมีขายอยู่ล่ะครับ เดียวไปซื้อด้วยกันนะผมจะช่วยต่อราคาให้เอง แล้วจากนั้นค่อยไปหาเจ้านายของผมกัน "

" อืมไปสิ ขอบใจนะ "

หลังจากนั้น ลิเดียและเรดก็ไปซื้อคทาเวทมนต์ด้วยกัน เมื่อเสร็จแล้วเรดจึงกลับไปหาลูเซียพร้อมกับลิเดีย เจ้าโปริ่งเดินมายังจุดนัดพบซึ่งก็คือบริเวณบ้านที่ลูเซียบอกว่าจะรออยู่แถวนี้


" เอ..... แถวนี้มันดูคุ้นๆยังไงไม่รู้แฮะ " ลิเดียพูดออกมาพร้อมกับมองดูรอบๆบริเวณนั้น แน่นอน เธอจำที่ตรงนี้ได้ นั่นก็เพราะที่ตรงนี้เป็นที่ๆลูเซียได้ช่วยเธอเอาไว้จากเจ้าโจรชั่วเมื่อตอนสายของวันนั้นนั่นเอง

" เจ้านาย ท่านอยู่แถวนี้รึปล่าว ถ้าอยู่ช่วยตอบข้าหน่อยสิ ข้าหาท่านไม่เจอ " เจ้าโปริ่งตะโกนเรียกเจ้านายของมัน

" จะเป็นคนแบบไหนกันนะ เจ้านายของเรด เป็นนักฆ่าแต่ใจดี ในโลกนี้มีนักฆ่าที่ใจดีด้วยรึไงกันนะ " ลิเดียคิดอยู่ในใจด้วยความสงสัย

" ข้าอยู่นี่ บนหลังคาของบ้านที่มีหน้าต่าง 4 บานหน้าบ้านเป็นประตูไม้ มีตัว X อยู่ที่ประตู " เสียงๆหนึ่งดังขึ้น ใช่มันคือเสียงของลูเซีย

" เสียงคุ้นๆแฮะ " ลิเดียพูดขึ้นด้วยความสงสัยในเสียงนั้น เจ้าโปริ่งสังเกตเห็นบ้านตามที่ลูเซียบอก และแล้วมันก็เจอบ้านหลังนั้น แต่ทว่า

" ท่านเจ้านาย เอ่อ.... คือ มันสูงจังเลยล่ะท่าน ข้าปีนขึ้นไปไม่ได้ "

" นี่ๆเรด ใช้เจ้านั่นสิ " ลิเดียชี้ไปที่บันไดสำหรับปีนขึ้นไปบนหลังคา

" อืม ถ้าเป็นอันนี้ก็พอใช้ได้หน่อย " เจ้าโปริ่งพูดแล้วเดินไปที่บันไดนั่น ลิเดียหยิบบันไดมาพาดไว้กับหลังคาแล้วปีนขึ้นไป เธอปีนขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งในที่สุด เธอก็ได้พบกับเจ้านายของเรด ทันใดนั้นเองลิเดียก็นึกเรื่องราวทั้งหมดได้ทันที ทั้งเรื่องที่ว่าแถวนี้ดูคุ้นๆเหมือนเคยมา หรือแม้แต่เสียงของเจ้านายของเรดที่เหมือนกับว่าจะเธอนั้นเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน ความทรงจำที่เหมือนกับถูกเก็บเอาไว้ในกล่องของเธอนั้น ตอนนี้มันได้ถูกเปิดออกมาทั้งหมดแล้วเมื่อเธอได้พบกับ.....

" ลูเซีย!! เจอกันอีกแล้ว โชคดีจังเลย " ลิเดียพูดพร้อมกับปีนขึ้นไปบนหลังคาและเดินไปหาลูเซีย

" อ่าว เจ้าคือพรีสเมื่อเช้านี้นี่ ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ละ " ลูเซียพูดขึ้นด้วยความสงสัย

" เอ๋ ... นี่รู้จักกันอยู่แล้วหรอครับ คือว่าข้าไปเจอกับพี่สาวในตลาด แล้วพี่สาวอยากจะพบกับเจ้านาย ข้าก็เลยพามา ไม่นึกว่าจะรู้จักกันมาก่อนแล้ว โชคดีจังแฮะ " เจ้าโปริ่งตอบ

" นี่เรด ลูเซียเองหรอที่เป็นเจ้านายนักฆ่าของเธอ เค้าเป็นคนใจดีมากเลยนะรู้ไหม เมื่อตอนสายๆเค้าเพื่งช่วยข้าจากโจรชั่วคนหนึ่งด้วยล่ะ " ลิเดียหันไปพูดกันเรดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

" พอน่า ที่ข้าไปช่วยเจ้าเพราะข้าทนดูไม่ได้ก็เท่านั้นเอง เจอแบบนั้นเป็นใครเค้าก็ต้องช่วยทั้งนั้น ข้าก็ไม่เป็นคนดีอะไรซักหน่อย " ลูเซียพูดปฎิเสธแต่เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็ออกจะอายๆกับการถูกชมอยู่เหมือนกัน

" อืม จริงด้วยท่านเจ้านายข้าซื้อเนื้อมาฝากท่านด้วยนะ แล้วก็นี่ข้าซื้อหนังสือมาด้วยเล่มนึง เป็นหนังสือเกียวกับประวัติต่างๆที่แต่งโดย หลอด คาโฮ ในหนังสือเล่มนี้เค้าได้อธิบายประวัติของทุกๆสิ่งไว้อย่างละเอียดเลยนะ " เจ้าโพริ่งพูดพร้อมกับยื่นหนังสือออกมาวางไว้บนหลังคา ในทันทีที่วางหนังสือลงนั้นก็ได้มีลมพัดผ่านมาจนทำให้หน้าหนังสือนั้นเปิดออก หนังสือเล่นนั้นค่อยๆเปิดไปทีละหน้าตามแรงลมจนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่หน้าๆหนึ่ง ซึ่งหน้านั้นก็คือประวัติ ความเป็นมาของ การ์ม ( Garm เป็นปีศาจที่ทีรูปร่างเป็นสุนัขมีร่างกายเป็นน้ำแข็งมีปรากฎอยู่ในตำนานต่างๆของดินแดนทางเหนือ แต่ทว่ายังไม่มีใครเคยได้เห็นตัวจริงมาก่อน )

" การ์มงั้นหรอ... " เจ้าโปริ่งพูด

" มันเป็นปีศาจที่น่ากลัวที่สุดของทางเหนือ และก็ไม่มีใครเคยเห็นการ์มมาก่อนเลย มันช่างน่าลึกลับจริงๆ  " เจ้าโปริ่งพูดพร้อมกับอ่านรายละเอียดของมัน

" การ์มหรอ... " คราวนี้ลูเซียเป็นคนที่พูดขึ้นบ้าง

" ข้าเคยเห็นมันมาแล้ว เพราะข้าเกิดที่ ลูเทียร์ บ้านเกิดของข้าอยู่ที่นั้นและข้าก็มีความแค้นกับมันด้วย" สิ้นเสียงนั้นทุกคนต่างก็มองลูเซียด้วยท่าทางสงสัย จากนั้น ลูเซียก็หยิบรูปของ ไอริส ออกมาดูด้วยใบหน้าที่แสนเศร้าสร้อย

" รูปใครนะ ช่างสวยเหลือเกิน " ลิเดีย คิดอยู่ในใจ

" ไอริส " ลูเซียพูดขึ้นมาลอยๆเหมือนคนที่กำลังเหม่อ

" ข้าสาบานว่า ข้าจะฆ่ามันแล้วเอาเขี้ยวของมันมาวางไว้ที่หน้าหลุมศพของเจ้าไห้ได้ " สิ้นเสียงนั้นทุกคนต่างมองดูลูเซียด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร ลูเซียนั่งพิงกับต้นมะพร้าวที่ขึ้นมาข้างๆบ้านหลังนั้นส่วนลำต้นนั้นสูงและแข็งแรงมันจึงเป็นที่พิงหลังให้ลูเซียได้อย่างเหมาะเจาะ ท่ามกลางความเงียบและสายลมนั้น อยู่ลูเซียก็นึกถึงความหลังของเขาขึ้นมา......



ในสมัยเด็กๆ ลูเซียนั้นกำพร้าพ่อแม่ ไม่มีพี่น้อง เขาอยู่ตัวคนเดียวมาตลอดตั้งแต่ที่จำความได้ ไม่มีเด็กคนไหนๆที่จะยอมพูดคุยกับเขาเลย นอกเสียจาก ไอริส เพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นเพื่อนของเขาตลอดมา พวกเขาทั้งสองต่างก็รักกันมาก พอทั้งคู่อายุได้ 10 ปี พวกเขาต่างก็สาบานกันเอาไว้ว่า ต่อจากนี้ไปพวกเขาจะฝึกฝนตนเอง เพื่อที่จะเป็นสายอาชีพที่ตัวเองต้องการให้ได้ ไอริสนั้นฝันไว้ว่าอยากจะเป็นฮันเตอร์ที่เก่งกาจออกเที่ยวไปในป่าพร้อมกับสัตว์เลี้ยงคู่ใจ ส่วนลูเซียนั้นใฝ่ฝันว่า อยากจะเป็นนักฆ่าที่เก่งกาจและอิสระ ไม่ขึ้นตรงต่อทั้งสมาคมและอาณาจักร สิ่งที่เขานั้นมุ่งหวังจากความเก่งกาจของนักฆ่ามีเพียงแค่อย่างเดียว นั่นคือการได้คุ้มกันไอริสไม่ให้สิ่งใดมาทำร้ายเธอได้ พวกเขาทั้งคู่ต่างฝึกฝนร่วมกัน สอนสิ่งต่างๆให้กัน บางครั้งก็ประลองกัน พวกเขาจะออกจากบ้านในตอนเช้าของทุกวัน เพื่อที่จะเข้าไปในป่าหาของกิน และฝึกฝนทักษะ ของสายอาชีพที่ชอบร่วมกัน จากนั้นพวกเขาก็จะกลับเข้าเมืองมาในตอนเย็นของทุกวันพร้อมกับของป่าที่พวกเขาหามาได้



จากความสนิดสนมในทุกๆวันของพวกเขา ในที่สุดความผูกพันธ์เหล่านั้นมันก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นความรัก พวกเขาสาบานว่าจะรักกันตลอดไปและจะไม่ทอดทิ้งกัน...

วันเวลาล่วงเลยไป ในที่สุด ไอริสก็ได้ทำความฝันของเธอจนสำเร็จ เธอสอบผ่านการเป็นฮันเตอร์จากสมาคมฮันเตอร์ในเมืองพาย่อนในตอนที่เธออายุ 15 ปี และเธอยังได้รับใบประกาศผลคะแนนสูงสุดเท่าที่เคยมีการฝึกมาอีกด้วย เธอเดินทางกลับมาที่เมืองลูเทียร์บ้านเกิดของเธอ ในขณะนั้นลูเซียยังอยู่ในระหว่างการสอบของสมาคมแอสซะซิน แต่อีกแค่ 10 วัน ลูเซียเองก็จะผ่านการสอบและได้เป็นแอสซะซินเต็มตัวเช่นเดียวกัน มันจะเป็นวันสำคัณที่สุดในชีวิตของเค้า แต่นั่นก็ไม่ใช่วันสำคัญเพียงอย่างเดียวของลูเซีย หลังจากวันนั้นไปอีก 10 วัน ก็จะถึงวันครบรอบวันเกิดของ ไอริส และเขาก็ตั้งใจที่จะมอบของขวัญวันเกิดที่สำคัญที่สุดให้กับเธอ นั่นก็คือใบประกาศการเป็นแอสซะซินและใบประกาศผลคะแนนดีเยี่ยม ทั้ง 2 ใบนี้เป็นสิ่งที่ไอริสอยากจะเห็นมากที่สุดใน ลูเซียพยายามทำมันอย่างเต็มที่ เขาต้องอดทนกับการฝึกที่แสนยากเย็นในสภาพภูมิอากาศที่ต่างจากบ้านเกิดของเขาอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งเขาต้องทำให้ดีกว่าใครๆเพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งผลคะแนนที่ดีเยี่ยม และในที่สุดเขาก็ได้มันมา ลูเซียกำลังจะนำมันกลับไปให้ไอริสตามสัญญาโดยหวังว่ามันจะเป็นของขวัญอันล้ำค่าที่เธอจะไม่มีวันลืม ก่อนจะออกเดินทางจากเมืองมอร๊อคนั้น ลูเซียได้แวะซื้อเลื้อโค๊ดชั้นดี ( Mink Coat ) ไปฝากเธอด้วย เขาหวังว่าเธอจะได้ใส่มันในวันที่หิมะตก ลูเซียเดินทางกลับไปยังเมืองลูเทียร์โดยที่ในใจก็คิดถึงแต่เพียงไอริส เขารีบเดินทางเพื่อกลับไปให้ทันภายใน 10 วันโดยที่แทบไม่หยุดพักเลย แต่ทว่า....

เมื่อลูเซียเดินทางมาถึงเมืองลูเทียร์นั้น เขาก็ต้องพบกับความจิงที่แสนเจ็บปวดที่สุดในชีวิต สิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้... สิ่งที่ไม่มีในความคิดของเขาเลยแม้แต่น้อย... สิ่งที่ไม่ควรจะเกิด หรืออันที่จริงมันเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ... แต่มันก็เป็นไปแล้ว ในวันนั้นลูเซียได้พบกับความจริงที่ทำให้เขานั้นเจ็บปวดที่สุดในชีวิต ...................
 

 

 

To be Continued.................

 

 

 




NEKOPOST.NET