Tale of Ragnarok ตอนที่ 25 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Tale of Ragnarok

Ch.25 - เรื่องเล่า...แห่งแร็คนาร๊อค[End]


 

บทที่ 25  เรื่องเล่า...แห่งแร็คนาร็อค



ท่ามกลางเมืองกิฟเฟนที่เงียบสงัดในยามค่ำคืนนั้น ไม่มีเลยซักคนที่จะล่วงรู้ได้ว่า ลึกลงไปที่ใต้ดินใจกลางของเมืองนั้นได้เกิดการต่อสู้ขึ้น มันเป็นการต่อสู้ที่จะชี้ชะตาของอาณาจักรมิดการ์ดแห่งนี้ อาเทอร์ ลูเซีย ไวเปอร์ และ ลิเดีย เหล่าองครักษ์ทั้ง 4 แห่งโอดิน ที่ข้ามผ่านกาลเวลากว่า 2000 ปีและมาเกิดใหม่อีกครั้งนั้น ตอนนี้พวกเขาต่างก็ต่อสู้กับด็อปเปอร์เพื่อที่จะหยุดยั้งความต้องการของเขาที่จะทำลายล้างอาณาจักรมิดการ์ดแห่งนี้ให้สิ้นซาก ด็อปเปอร์นั้นพยายามที่จะเปิดประตูนรกเพื่อให้ปีศาจแห่งการทำลายล้างที่ชื่อว่า ดาร์คหลอด นั้นออกมาทำลายล้างอาณาจักร แต่ก็ถูกขัดขวางเอาไว้โดยเหล่าองครักษ์ทั้ง 4 แห่งโอดิน พวกเขาทั้ง 4 ต่างก็ต่อสู้กับด็อปเปอร์ ณ ซากเมืองร้างใต้ดินของหอสมุดแห่งกิฟเฟน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะปกป้องอาณาจักรมิดการ์ดเอาไว้ โดยใช้ชีวิตของพวกเขาเป็นเดิมพัน ในขณะที่การต่อสู้ของพวกเขาได้ดำเนินไปถึงจุดๆหนึ่งนั้น ทันใดนั้นอาเทอร์ก็ได้เอื้อมมือไปที่ด้านหลังของเขาและหยิบดาบเอ็กคาลิเบอร์ออกมา

" ดาบเอ็กคาลิเบอร์ ดาบที่มีพลังอันมหาศาล แต่ก็จะทำให้ผู้ใช้อ่อนแรงลงด้วย ถึงเวลาที่ข้าจะขอเดิมพันการต่อสู้นี้ไว้กับมันแล้ว " อาเทอร์พูดขึ้นพร้อมกับกำดาบเอ็กคาลิเบอร์เอาไว้แน่น

" คิดจะพึ่งพลังของดาบสองคมนั่นน่ะหรอ ระวังเจ้าจะต้องเสียใจภายหลังก็แล้วกัน เฮมดอล " ด็อปเปอร์พูดออกมาพร้อมกับยิ้ม

" จะเสียใจรึเปล่า ก็มาลองดูกันซักตั้งสิ " อาเทอร์พูดขึ้นพร้อมกับพุ่งเข้าไปที่ด็อปเปอร์ด้วยความรวดเร็ว ทันใดนั้นอาเทอร์ก็ถ่ายพลังของเขาไปที่ดาบเอ็กคาลิเบอร์ทันที


Aura Blade !!!!


ทันใดนั้น ดาบเอ็กคาลิเบอร์ก็เต็มไปด้วยออร่าสีแดงที่แผ่กระจายออกมาจากดาบ อาเทอร์กระโดดขึ้นไปและฟันลงมาที่ด็อปเปอร์ด้วยความแรง


Bash !!!


ด็อปเปอร์ยกดาบเทเลฟริ้งของเขาขึ้นมากันเอาไว้ ทันทีที่ดาบทั้ง 2 เล่มนั้นกระทบกันก็เกิดเป็นแรงระเบิดมหาศาลขึ้นทันที แรงระเบิดนั้นทำให้ด็อปเปอร์ถึงกับทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น

" นี่น่ะหรอ พลังของดาบเอ็กคาลิเบอร์ " ด็อปเปอร์พูดขึ้น ทันใดนั้นที่ด้านข้างของเขาก็มีลูกธนูของไวเปอร์พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ด็อปเปอร์รีบยกมือขึ้นมาและร่ายเวทในทันที


Auto Guard !!!!


ทันใดนั้นลูกธนูที่พุ่งเข้ามาก็ถูกป้องกันเอาไว้ด้วยเกราะเวทมนต์ทันที เสี้ยววินาทีที่ด็อปเปอร์กำลังหันไปป้องกันการโจมตีของไวเปอร์อยู่นั้น ลูเซียก็ได้เข้ามาที่ด้านหลังของเขา ลูเซียยกคาต้าที่ชุ่มไปด้วยพิษของเขาขึ้นและกำลังจะใช้ โซนิก โบว์ แต่ทันใดนั้นเอง

" ข้าบอกเจ้าไปแล้วไง ว่าพิษของเจ้ามันทำอะไรข้าไม่ได้หรอก กริมเนียร์ " ด็อปเปอร์พูดขึ้นพร้อมกับฟาดดาบเทเลฟริ้งของเขาลงไปที่พื้นดินอย่างรุนแรง


Hammer Fall !!!!


ทันทีที่ดาบเทเลฟริ้งฟาดลงไปที่พื้นนั้นก็ได้ทำให้เกิดแรงระเบิดขึ้นอย่างมหาศาล แรงระเบิดนั้นต่างก็ผลัก อาเทอร์ และ ลูเซีย กระเด็นออกไปในทันที และในเวลาเดียวกันนั้น ด็อปเปอร์ก็ได้วิ่งตรงไปยังลิเดียด้วยความรวดเร็ว ทันใดนั้นไวเปอร์ก็รีบยิงธนูของเขาไปที่ด็อปเปอร์โดยทันที


Double Strafe !!!!!


ลูกธนูทั้ง 2 ดอกของไวเปอร์นั้น พุ่งไปยังด็อปเปอร์ด้วยความแรงและรวดเร็ว ด็อปเปอร์ใช้ดาบของเขาปัดลูกธนูพวกนั้นทิ้งไป แต่ทว่าด้วยความแรงของลูกธนูทั้ง 2 ดอกนั้น มันก็ทำให้ด็อปเปอร์ถึงกับเสียหลักได้เหมือนกัน ไวเปอร์ยังคงระดมยิงไปที่ด็อปเปอร์อย่างต่อเนื่อง ด็อปเปอร์ใช้ดาบของเขาปัดลูกธนูพวกนั้นด้วยความรวดเร็ว เสี้ยววินาทีนั้น อาเทอร์ก็กระโดดเขามาและฟันลงไปที่ด็อปเปอร์อีกครั้ง


Bowling Bash !!!!


ในทันทีที่ดาบเอ็กคาลิเบอร์ฟังลงมาที่เขานั้น ด็อปเปอร์ก็รีบใช้ดาบเทเลฟริ้งของเขาป้องกันการโจมตีนั้นทันที ถ้าหากว่าเป็นก่อนหน้านี้ไม่น่า แค่พลังโจมตีเพียงแค่นี้ ด็อปเปอร์ก็สามารถที่จะรับมันได้อย่างง่ายดายอยู่แล้ว แต่ทว่า การโจมตีของอาเทอร์ในครั้งนี้นั้น ถึงกับผลักด็อปเปอร์ให้กระเด็นไปด้านหลังได้อย่างง่ายดาย และในทันทีที่ด็อปเปอร์กระเด็นออกมานั้น ลูเซียก็พุ่งออกมาจากเงามืดที่ด้านหลังของด็อปเปอร์ พร้อมกับอาเทอร์ที่พุ่งตามเข้ามาด้านหน้าเช่นกัน ทันใดนั้นด็อปเปอร์ก็ปักดาบ เทเลฟริ้ง ของเขาลงไปที่พื้นทันที


Grand Darkness !!!!!


ทันใดนั้นก็มีแสงสีดำรูปไม้กางเขนพุ่งขึ้นมาจากพื้นรอบๆตัวของด็อปเปอร์ในทันที อาเทอร์และ ลูเซียต่างก็เขามาอยู่ในอาณาเขตของแสงสีดำนั่น พลังของมันนั้นทำให้อาเทอร์และลูเซียต่างก็ได้รับความบาดเจ็บอย่างมาก พวกเขาคุกเข่าลงไปกับพื้นด้วยความเจ็บปวด เสี้ยววินาทีนั้นด็อปเปอร์ก็ได้ใช้แฮมเมอร์ ฟาล์ว ซัดพวกเขาจนกระเด็นออกมาอีก ลิเดียรีบใช้เวทมนต์รักษาให้พวกเขาทั้ง 2 ทันที ด็อปเปอร์พยายามที่จะเข้ามาโจมตีลิเดียอีกครั้ง แต่ก็ถูกขัดขวางเอาไว้โดยไวเปอร์อีก ทันใดนั้น ด็อปเปอร์ก็ยกมือขึ้นและร่ายเวทมนต์ไปที่ไวเปอร์ในทันที


Frost Diver  !!!!


ทันใดนั้นก็ได้มีก้อนน้ำแข็งผุดขึ้นมาจากพื้นและวิ่งตรงไปที่ไวเปอร์อีกครั้ง ไวเปอร์ยกแขนของเขาขึ้นมาบังการโจมตีนั่น และในทันทีที่น้ำแข็งเหล่านั้นไปถึงไวเปอร์ มันก็ได้แช่แข็งเขาเอาไว้อีกครั้ง เมื่อด็อปเปอร์เห็นดังนั้นจึงได้วิ่งตรงไปยังลิเดียเพื่อที่จะโจมตี เขายกดาบเทเลฟริ้งขึ้น แล้วฟันลงไปที่ลิเดียด้วยความรวดเร็ว แต่เสี้ยววินาทีนั้นลูเซียก็ได้ใช้คาต้าของเขาขวางการโจมตีนั้นเอาไว้อีกครั้ง พร้อมกันนั้นลิเดียก็ได้ใช้เวท สเตตัส รีโคเวอร์รี่ไปที่ไวเปอร์ มันทำให้น้ำแข็งที่แช่แข็งเขาเอาไว้แตกละเอียดในทันที ในขณะที่ลูเซียกำลังป้องกันการโจมตีของด็อปเปอร์อยู่นั้น อาเทอร์ก็ได้พุ่งเข้ามาและใช้ แบช ไปที่ด็อปเปอร์อีกครั้ง การโจมตีในครั้งนี้ของอาเทอร์นั้น มันทำให้ด็อปเปอร์นั้นถึงกับกระเด็นออกไปอีก

" เป็นอะไรไปล่ะ ด็อปเปอร์ การโจมตีและการป้องกันของเจ้ามันเคยแข็งแกร่งกว่านี้นี่นา ดูเหมือนว่าพลังของเจ้ามันจะลดน้อยลงนะ " อาเทอร์พูดขึ้น

" คนที่เคยถูกข้าฆ่าไปแล้วครั้งนึง มีหน้ามาพูดกับข้าแบบนี้รึยังไง " ด็อปเปอร์พูดตอบพร้อมกับรอยยิ้มที่ชั่วร้าย แต่ถึงเขาจะพูดออกไปอย่างนั้น ความจริงแล้วด็อปเปอร์ก็รับรู้ได้ว่า พลังของเขานั้นอ่อนลงมากในทุกครั้งที่เขาใช้ดาบเทเลฟริ้งรับการโจมตีของดาบเอ็กคาลิเบอร์ ด็อปเปอร์เหลือบไปมองที่ดาบเทเลฟริ้งของเขา ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นรอยร้าวเล็กๆ ที่บนดาบเทเลฟริ้งของเขาในทันที

" เราจะใช้ดาบเทเลฟริ้งรับการโจมตีตรงๆจากดาบเอ็กคาลิเบอร์ต่อไปไม่ได้แล้ว " ด็อปเปอร์คิดในใจ ทันใดนั้นอาเทอร์ก็กระโดดเขามาและใช้ แบช ใส่เขาอีกครั้ง ด็อปเปอร์ไม่คิดที่จะใช้ดาบเทเลฟริ้งรับการโจมตีนั่น แต่เขากลับกระโดดหลบไปข้างหลังแทน ด็อปเปอร์นั้นใช้ดาบเทเลฟริ้งรับการโจมตีต่างๆจาก ไวเปอร์ และ ลูเซีย แต่กับการโจมตีของอาเทอร์นั้น เขากลับใช้การหลบแทนการรับการโจมตีโดยตรงเหมือนอย่างที่เคยทำมา

" เป็นอะไรไปล่ะ ด็อปเปอร์ ถ้าเจ้าเอาแต่ป้องกันการโจมตีแค่อย่างเดียวแบบนี้ เจ้าก็ไม่มีทางชนะหรอกนะ " อาเทอร์พูดขึ้นมาพร้อมกับอาการหอบอย่างเห็นได้ชัด

" ห่วงแต่ตัวเจ้าเองเถอะ เฮมดอล ดูท่าทางเจ้าจะอ่อนแรงลงไปเยอะนี่นา คงเป็นเพราะดาบนั่นสินะ " ด็อปเปอร์พูดตอบ ทันใดนั้นด็อปเปอร์ก็ยกมือของเขาขึ้นมาและหันไปที่ลิเดียทันที

" ถึงข้าจะเข้าไปโจมตีระยะไกล้ไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเวทมนต์ก็คงจะได้สินะ " ด็อปเปอร์พูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มและเตรียมที่จะร่ายเวท

" แย่ล่ะสิ " ลูเซียพูดพร้อมกับวิ่งไปที่ลิเดีย

" ไม่เป็นไรหรอกน่า " ลิเดียพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มออกมา ทันใดนั้นเอง ลิเดียก็ได้ร่ายเวทมนต์ไปที่ด็อปเปอร์เช่นกัน



Lex Divina  !!!!!


ทันใดนั้น ด็อปเปอร์ที่กำลังร่ายเวทก็กลับไม่มีเสียงออกมา ด็อปเปอรนั้นแสดงอาการตกใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด

" เป็นไปไม่ได้ นี่มันเวทมนต์ต้องห้ามที่ใช้ปิดผนึกการร่ายเวทของคู่ต่อสู้ มันคือ 1 ในเวทต้องห้ามที่เป็นของท่านแม่ของข้า ซาร่าถึงกับใช้เวทนี้ได้เชียวหรอ " ด็อปเปอร์คิดในใจด้วยความตะลึง เสี้ยววินาทีนั้นเอง ลูกธนูจำนวนนับไม่ถ้วนของไวเปอร์ก็ได้พุ่งเข้ามายังด้านข้างของด็อปเปอร์อีกครั้ง ด็อปเปอร์ในตอนนี้ใช้เวทมนต์ไม่ได้ เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกระโดดหลบไปด้านหลัง เสี้ยววินาทีนั้นลูเซียก็ได้แทงคาต้าของเขาลงไปในดินทันที



Grimtooth !!!!


ทันใดนั้นก็มีดาบจำนวนมากผุดขึ้นมาจากพื้นดินและพุ่งตรงไปยังด็อปเปอร์ทันที ดาบเหล่านั้นผุดขึ้นมาและล้อมด็อปเปอร์เอาไว้ ด็อปเปอร์หันไปมองรอบๆตัวของเขา และเขาก็ได้เห็นดาบจำนวนมากที่ผุดขึ้นมานั้นต่างก็กักขังเขาเอาไว้ให้อยู่กับที ด็อปเปอร์นั้นไม่สามารถที่จะหลบหรือแม้แต่ขยับได้เลย และทันใดนั้นเอง อาเทอร์ก็ได้กระโดดเข้าไปที่ด็อปเปอร์ อาเทอร์รวบรวมพลังไปที่ดาบและใช้ออร่าเบลดจนทำให้ดาบเอ็กคาลิเบอร์นั้นถูกห่อหุ้มไปด้วยออร่า จากนั้นเขาก็ร่ายเวทเข้าไปอีก


Concentration !!!!!


อาเทอร์ยอมเสียสละพลังป้องกันของเขาเพื่อเพื่มพลังโจมตีอันมหาศาลไปที่ดาบของเขา จากนั้นเขาก็ฟาดดาบลงไปที่ด็อปเปอร์ด้วยความแรง


Bash !!!!

ด็อปเปอร์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากใช้ดาบเทเลฟริ้งของเขานั่นรับการโจมตีของอาเทอร์ เสี้ยววินาทีที่ดาบเอ็กคาลิเบอร์ฟันลงไปนั้น ความแรงมหาศาลบวกกับพลังของดาบศักสิทธิ์นั้นทำให้ดาบ เทเลฟริ้ง เกิดรอยร้าวเป็นแนวยาวออกไปทั้งเล่ม ด็อปเปอร์กระอักเลือดออกมาในทันที การโจมตีครั้งนี้สร้างความเสียหายให้กับเขาเป็นอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้นด็อปเปอร์ก็ยังกัดฟันและรวบรวมพลังครั้งสุดท้ายของเขาและปัดดาบของอาเทอร์ออกไป แต่ทว่าเสียววินาทีนั้น ลูเซียก็พุ่งเข้ามาที่ด้านหน้าของเขา ลิเดียรีบใช้เวทมนต์ไปที่ด็อปเปอร์ทันที


Lex Aeterna !!!!


เวทมนต์นี้จะทำให้ด็อปเปอร์ได้รับความเสียหายเพื่มขึ้นเป็น 2 เท่า ทันใดนั้นลูเซียก็ยกคาต้าที่ชุ่มไปด้วยพิษของเขาขึ้น และฟันไปที่ด็อปเปอร์อย่างรวดเร็ว


Sonic Blow !!!!!


ด้วยการโจมตีของลูเซีย บวกกับเวทมนต์ที่เพื่มความเสียหายเป็น 2 เท่าของลิเดียนั้น มันทำให้ด็อปเปอร์ได้รับบาทเจ็บอย่างสาหัส ด็อปเปอร์นั้นกระอักเลือดออกมาในทันที ความเสียหายที่เค้าได้รับในตอนนี้มันช่างมากมายนัก แต่ถึงอย่างนั้นด็อปเปอร์ก็ยังกัดฟันและฟาดดาบของเขาลงไปที่พื้นเพื่อใช้ แฮมเมอร์ ฟาล์ว เป็นครั้งสุดท้าย แรงระเบิดนั้นถึงจะไม่มีความแรงมหาศาลเท่ากับในตอนแรก แต่มันก็ทำให้อาเทอร์และลูเซียต่างก็กระเด็นออกมาเช่นกัน อาเทอร์และลูเซีย ม้วนตัวกลางอากาศและลงมาตั้งหลักที่พื้น เลือดของด็อปเปอร์นั้นไหลออกมามากมายนัก เขากระอักเลือดออกมาอย่างต่อเนื่อง

" ฮะๆ สมแล้วที่เป็นเหล่าองครักษ์แห่งโอดิน ไม่เลวเลยจริงๆ " ด็อปเปอร์พูดออกมาพร้อมกับอาการกระอักเลือด ทันใดนั้นเค้าก็ใช้ดาบเทเลฟริ้งที่ร้าวไปทั้งเล่มนั้น พยุงตัวของเขาขึ้นมา

" พวกเจ้าสามารถเอาชนะข้าได้ ช่างเป็นเรื่องเหลือเชื่อจริงๆ แต่ว่ามันสายไปแล้วล่ะ องครักษ์ พวกเจ้าลองหันไปดูที่บานประตูซะก่อนสิ " ด็อปเปอร์พูดขึ้นมา

ทันใดนั้นทุกคนต่างก็หันไปมองที่ประตูนรก และพวกเขาต่างก็ต้องตะลึกกับภาพที่พวกเขาได้เห็น มันคือภาพของประตูนรกที่ไร้ซึ่งผนึกและกำลังจะถูกเปิดออกมา

" บ้าน่ะ ประตูนั่นมันกำลังจะเปิดออกงั้นหรอ เป็นไปได้ยังไง " ไวเปอร์พูดขึ้น

" หึๆ ระหว่างที่ช้ากำลังสู้กับพวกเจ้า ผนึกที่เหลืออยู่น้อยนิดบนประตูนั่นก็ค่อยๆ สลายไปอย่างช้าๆ โดยที่พวกเจ้าไม่ทันได้สังเกต ความหวังของข้ากำลังจะเป็นจริงในไม่ช้า " ด็อปเปอร์พูดพร้อมกับกระอักเลือด แต่ถึงกระนั้นด็อปเปอร์นั้นก็ยังคงยิ้มออกมาเช่นกัน แต่ทว่ารอยยิ้มนั้นมันกลับไม่เหมือนทุกครั้งที่เค้าเคยทำ รอยยิ้มของเขาในครั้งนี้นั้นมันดูเป็นรอยยิ้มที่จริงใจและเป็นรอยยิ้มที่แสดงถึงความสุขออกมาอย่างแท้จริง จากนั้นด็อปเปอร์ก็พูดขึ้นมา

" ข้า...ไม่ผิดหวังจริงๆ " ด็อปเปอร์พูดขึ้นพร้อมกับยกมือขึ้นมาเพื่อที่จะร่ายเวท ทันใดนั้นไวเปอร์ก็ง้างธนูของเขาไปที่ด็อปเปอร์ด้วยความรวดเร็ว แต่ก็ถูกลูเซียเข้ามาห้ามเอาไว้

" เดี๋ยว ไวเปอร์ อย่า " ลูเซียพูดพร้อมกับจับคันธนูของไวเปอร์เอาไว้

" จะมาห้ามข้าทำไมล่ะ ลูเซีย " ไวเปอร์พูดออกมา

" เจ้านั่นน่ะ อยู่ได้อีกไม่นานแล้ว " ลูเซียพูดออกมาพร้อมกับเหม่อมองไปยังด็อปเปอร์ที่มีสภาพสาหัสเกินเยียวยา

" เชอะ " ไวเปอร์พูดขึ้นพร้อมกับเก็บธนูของเขาและหันหลังให้กับด็อปเปอร์ ทันใดนั้นด็อปเปอร์ก็ยกมือขึ้นและร่ายเวทเทเลพอตกลับมาที่ปราสาทกราสเฮมในทันที.............





ทางด้านของปราสาทกราสเฮมนั้น ในตอนนี้ทั้งปราสาทต่างก็เต็มไปด้วยเหล่ากองทัพเรดิก จำนวนกว่า 5 แสนตัว ปีศาจเรดิกเหล่านี้เป็นทหารปีศาจที่ถูกฆ่าตายในสงครามมหาเทพเมื่อ
2000 ปีก่อน ซึ่งทหารปีศาจเหล่านี้ได้ถูกด็อปเปอร์ปลุกชีพขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อที่จะยกทัพไปบุกโจมตียังเมือง พอนเทร่า ซึ่งทหารปีศาจที่ด็อปเปอร์ปลุกชีพขึ้นมาในครั้งนี้นั้น ก็ได้รวมไปถึงบลัดไนท์ที่ถูกเหล่าองครักษ์แห่งโอดินฆ่าตายในสงครามที่เกิดขึ้นในอดีตด้วย เหล่าทหารปีศาจพวกนี้กำลังจัดตั้งแถวเพื่อรอคำสังบุกโจมตีจากด็อปเปอร์

แต่แล้วทันใดนั้นพวกมันต่างก็ต้องตกตะลึงอย่างสุดขีดเมื่อได้เห็นเจ้านายของมันนั้น กลับมายังปราสาทพร้อมกับสภาพที่ย่ำแย่ บาดแผลที่ร้ายแรงถึงแก่ชีวิตปรากฏขึ้นบนร่างกายของเขานับไม่ถ้วน ด็อปเปอร์เดินลากดาบเทเลฟริ้งที่ร้าวไปทั้งเล่มนั้นไปตามพื้น เขาค่อยๆเดินไปตามทางที่ทอดยาวสู่ประตูทางเข้าของปราสาทกลาสเฮม เลือดจากบาดแผลของเขานั้นต่างก็ไหลรินไปตลอดทางที่เขาเดินผ่านทันใดนั้น บลัดไนท์ก็รีบวิ่งเข้าไปหาเจ้านายของมันทันที

" ท่านด็อปเปอร์ เกิดอะไรขึ้นกับท่าน ใครกันที่ทำกันท่านแบบนี้ " บลัดไนท์ตะโกนถามด็อปเปอร์ด้วยท่าทางที่ตื่นตระหนก แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจากด็อปเปอร์ ผู้เป็นนายของมัน

ด็อปเปอร์เดินต่อไปโดยที่ลากดาบเทเลฟริ้งไปตามทางเรื่อยๆ โดยที่ไม่หันมาสนใจในคำพูดของบลัดไนท์เลยแม้แต่น้อย เหมือนดั่งว่าทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเขานั้นไม่มีตัวตนอีกต่อไปแล้วในตอนนี้จิตใจของด็อปเปอร์นั้น มุ่งตรงไปยังที่แห่งเดียว และที่แห่งนั้นก็คือบัลลังก์ของเฟย่า บลัดไนท์พยายามที่จะถามด็อปเปอร์อีก แต่อาบิสไนท์ก็เข้ามาห้ามเอาไว้

" อาบิสไนท์ เจ้ามาห้ามข้าทำไมกัน " บลัดไนท์พูดขึ้นในขณะที่อาบิสไนท์เข้ามาจับเขาเอาไว้ไม่ให้เดินตามด็อปเปอร์ไป

" ปล่อยท่านด็อปเปอร์ไปเถอะนะ " อาบิสไนท์พูดขึ้นพร้อมกับสายตาที่มองไปยังผู้ที่เป็นนายของตนกำลังเดินเข้าไปยังปราสาทกราสเฮม

ด็อปเปอร์เดินเข้ามาในปราสาทกราสเฮม เขาเดินไปตามทางผ่านซากของปราสาทที่ทรุดโทรม ผ่านของที่ประดับเอาไว้ตามที่ต่างๆที่เก่าและผุพัง ด็อปเปอร์เดินต่อไปเรื่อยๆ เลือดของเขานั้นต่างก็ไหลรินไปตามทาง จนในที่สุด ด็อปเปอร์ก็มาถึงยังห้องโถงของปราสาทกราสเฮม ทันใดนั้นเขาก็เงยหน้าและมองไปยังบัลลังก์ที่เคยเป็นของเฟย่าด้วยดวงตาที่อาลัย ด็อปเปอร์เดินลากดาบของเขาเข้าไป และนั่งลงบนบัลลังก์นั่นทันใดนั้นน้ำตาของเขาก็ไหลออกมาจากดวงตาที่ดูเศร้าสร้อยคู่นั้น มีคำพูดเบาๆออกมาจากปากสั่นๆที่เต็มไปด้วยเลือดของเขา

" ท่านแม่...ท่านผิดสัญญา..ท่านโกหกข้า " ด็อปเปอร์พูดออกมาพร้อมกับน้ำตา ทันใดนั้นเขาก็ร้องให้ออกมา และพูดออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบา

" ท่านแม่...ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน...ท่าน...แม่...ข้า...รักท่าน "

สิ้นเสียงของด็อปเปอร์นั้น ดวงตาของเขาก็ได้ปิดลงพร้อมกับลมหายใจครั้งสุดท้ายของเขา ด็อปเปอร์ได้ตายลงแล้ว... เขาตายในที่ๆเขานั้นเคยได้อยู่อาศัย... เขาตายในที่ๆเขานั้นเคยได้เติบโตขึ้นมา... เขาตายในที่ๆเขานั้นเคยได้วิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน... เขาตายในที่ๆเขานั้นเคยได้อยู่กับคนที่เขารักที่สุด... และเขาตาย หลังจากที่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวจากคนๆนั้น... มานานถึง 2000 ปี...

ในทันทีที่ด็อปเปอร์ตายลงนั้น ดาบเทเลฟริ้งที่เคยร้าวไปทั้งเล่มก็ได้แตกละเอียดในทันที เหล่าทหารปีศาจเรดิกนับ 5 แสนตัว รวมไปถึงบลัดไนท์นั้น ต่างก็สูนย์สลายไปจนหมดสิ้น วิญญาณของพวกมันนั้นต่างก็ถูกดูดกลืนกลับไปยังใต้ดินอีกครั้ง ทิ้งไว้แต่ซากของชุดเกราะที่ร่วงหล่นอยู่ตามพื้นดินของปราสาทเต็มไปหมด อาบิสไนท์ยืนนิ่งอยู่ที่ด้านหน้าปราสาท ทันใดนั้นน้ำตาของเขาก็ไหลออกมาอีกครั้ง อาบิสไนท์คุกเข่าลงที่หน้าปราสาทกลาสเฮมในทันที มีคำพูดคำหนึ่งออกมาจากปากที่สั่นของเขา

" ลาก่อนครับ...ท่านด็อปเปอร์ " อาบิสไนท์พูดพร้อมกับน้ำตา หลังจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นและเดินออกไปจากบริเวณของปราสาทกราสเฮมนั่น......................





กลับมายังชั้นใต้ดินของหอสมุดแห่งเมืองกิฟเฟนอีกครั้ง ลูเซีย อาเทอร์ ไวเปอร์ และ ลิเดีย ต่างก็ช่วยกันป้องกันและกำจัดพวกปีศาจนรกที่หลุดรอดออกมาจากประตูนรกนั่น เพื่อที่จะไม่ให้พวกมันนั้นได้ขึ้นไปยังเมืองกิฟเฟนด้านบนได้

" เฮ้ ไวเปอร์ ตรงซากเมืองตรงนั้น 2 ตัว มันกำลังจะหนีไปแล้ว รีบยิงมันเร็วเข้า " อาเทอร์ตะโกนบอกไวเปอร์ที่กำลังไล่ยิงพวก เดวิรูชิ ที่ออกมาจากประตูนรก

" รู้แล้วน่า โธ่เอ้ย พวกมันออกมากันเยอะจริงๆ " ไวเปอร์พูดพร้อมกับง้างธนูของเขาและไล่ยิงไปเรื่อยๆ ทันใดนั้นเอง ลูเซียก็ได้ตะโกนขึ้นมา

" ลิเดีย หมอบลงเร็วเข้า " สิ้นเสียงนั้นลิเดียก็ก้มลงในทันที เป็นเวลาเดียวกับที่ปีศาจ เว็ท ( Wraith ) นั้นได้ใช้ปากใหญ่ที่ท้องของมันโจมตีลิเดียจากทางด้านหลัง ทันทีที่ลิเดียก้มลงนั้นลูเซียก็กระโดดเข้าไปและใช้ โซนิกโบว์ ใส่มันทันที

" แบบนี้ไม่ไหวหรอกนะ จะเอายังไงดีล่ะ " ลิเดียตะโกนออกมา

" ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำยังไง " อาเทอร์พูดขึ้น

" เรด รีบมาอยู่ไกล้ๆข้าเร็วเข้า " ลิเดียตะโกนเรียกเจ้าโปริ่ง ในขณะที่เรดก็กำลังกระโดดเข้ามาหาลิเดียเนื่องจากพวกปีศาจที่ออกมาจากประตูเต็มไปหมด ในระหว่างที่พวกเขากำลังต่อสู้กับพวกปีศาจนรกอยู่นั้น ทันใดนั้นเอง อาบิสไน์ก็ได้เดินเข้ามาหาพวกเขาทั้ง 4 คน

" ไม่ได้เจอกันนายเลยนะ เหล่าองครักษ์ทั้ง 4 แห่งโอดิน " อาบิสไนท์พูดขึ้น ทันใดนั้นทุกคนต่างก็รีบหันมาที่เขาด้วยความตกใจ

" เจ้าเป็นปีศาจงั้นหรอ " ไวเปอร์พูดพร้อมกับง้างธนูมาที่เขา

" ใช่ ข้าเป็นปีศาจ และยังเป็นปีศาจจากนรกอีกด้วย แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ เหล่าองครักษ์ ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อที่จะมาสู้กับพวกเจ้าหรอก " อาบิสไนท์พูดขึ้น

" เอ๋ หมายความว่ายังไงกัน " อาเทอร์พูดขึ้น

ทันใดนั้นอาบิสไนท์ก็สั่งให้ปีศาจทุกตัวนั้นกลับเข้าไปยังประตูนรกอีกครั้ง ปีศาจทุกตัวต่างก็เชื่อฟังและกลับเข้าไปสู้นรก การกระทำของอาบิสไนท์ครั้งนี้ สร้างความประหลาดใจให้กับพวกเขาทั้ง 4 เป็นอย่างมาก ทันใดนั้นอาบิสไนท์ก็ได้เดินเข้ามาหาพวกเขาทั้ง 4 และพูดขึ้น

" ที่ข้ามาที่นี่ ก็เพราะว่าข้ามีเรื่องที่อยากจะมาพูดกับพวกเจ้า แต่ก่อนอื่นข้าต้องขอบอกว่า ตอนนี้ท่านด็อปเปอร์ ตายแล้ว " สิ้นเสียงนั้นทุกคนต่างก็ตกใจในทันที แต่การตกใจนั้นก็เป็นแค่เพียงช่วงสั้นๆ เพราะพวกเขาทุกคนนั้นก็คิดเอาไว้แบบนี้หลังจากที่ได้เห็นอาการสาหัสของด็อปเปอร์แล้ว ทันใดนั้นอาบิสไนท์ก็พูดต่อ

" ถ้าหากว่าเป็นเมื่อก่อน ต่อให้สู้ไม่ได้ แต่ข้าก็คงจะชักดาบออกมาและต่อสู้กับพวกเจ้าเพื่อท่านด็อปเปอร์จนถึงที่สุดไปแล้ว แต่ในตอนนี้ข้าคิดว่า นี่คือสิ่งที่ท่านด็อปเปอร์ต้องการ "

" เจ้าหมายความว่ายังไง " ลูเซียถามต่อ ทันใดนั้น อาบิสไนท์ก็มองมาที่ใบหน้าของเขา

" เจ้าคิดว่า ทำไมท่านด็อปเปอร์ถึงเลือกที่จะมาที่นี่แทนการยกกองทัพไปบุกเมืองพอนเทร่าล่ะ ทั้งๆที่ถ้ารบขึ้นมากองทัพปีศาจก็สามารถเอาชนะได้สบายๆอยู่แล้ว " อาบิสไนท์พูดขึ้น

" ไม่เห็นจะต้องถามเลย ก็เจ้านั่นต้องการที่จะปลุกดาร์คหลอดขึ้นมา เพื่อทำลายอาณาจักรนี้ยังไงล่ะ " ไวเปอร์พูดต่อ

" ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ทำไมท่านไม่บุกยึดมิดการ์ดก่อน แล้วค่อยมาเปิดประตูไม่ง่ายกว่าหรอ " สิ้นเสียงของอาบิสไนท์ พวกเขาต่างก็ชะงักในทันที จากนั้นอาบิสไนท์ก็พูดต่อ

" ความจริงแล้ว ท่านด็อปเปอร์นั้นไม่ได้มีสายเลือดของปีศาจเลย มารดาของท่านเคยเป็นมนุษย์มาก่อน และท่านพ่อของท่านนั้นก็เคยเป็นเทพ "

" มะ หมายความว่า " ลิเดียพูดขึ้น

" ใช่ ท่านด็อปเปอร์ไม่ใช่ครึ่งเทพ ครึ่งปีศาจ แต่ท่านเป็น ครึ่งเทพ ครึ่งมนุษย์ " อาบิสไนท์พูดออกมา

" แล้วทำไมถึง... " ลูเซียพูดขึ้น ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงคำที่ด็อปเปอร์เคยพูดเอาไว้ว่า อยากจะลืมอดีตของตนเองขึ้นมา

" ใช่แล้วล่ะ ท่านด็อปเปอร์นั้น ถูกดูถูกและเหยียดหยามจากเหล่าเทพ จนเกิดความมืดขึ้นในจิตใจ และเมื่อท่านได้ครอบครองดาบเทเลฟริ้งนั้น พลังของดาบก็ได้กระตุ้นและเพื่มพูนความมืดในจิตใจของท่านขึ้นมาอย่างมากมาย จนท่านกลายเป็นปีศาจเต็มตัว แต่ถึงกระนั้น จิตใจอีกด้านหนึ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ก็รู้สึกผิดในสิ่งที่ได้กระทำลงไป แต่ทว่าท่านเองนั้นไม่สามารถที่จะหยุดยั้งสิ่งที่ท่านกำลังกระทำได้ " อาบิสไนท์พูดขึ้น

" ถ้าอย่างงั้น... " อาเทอร์พูดขึ้น ทันใดนั้นอาบิสไนท์ก็หลับตาลงและพูดออกมา

" ถ้าหากว่าใครซักคนถูกความมืดครอบงำ จนไม่สามารถที่จะหยุดยั้งสิ่งที่ตนเองกระทำได้ เขาคนนั้นก็คงจะต้องหวังพึ่งให้คนอื่นเป็นคนหยุดการกระทำของเขาแทน "

อาบิสไนท์พูดพร้อมกับหลับตา จากนั้นเขาก็เดินไปที่ประตูนรก ท่ามกลางความเงียบของพวกเขาทั้ง 4 คน จากนั้นอาบิสไนท์ก็พูดต่อ

" ตั้งแต่ในอดีต เทพที่ท่านด็อปเปอร์เชื่อใจและไว้ใจนอกเหนือไปจากท่านแม่ของท่าน ก็มีแต่พวกเจ้า เหล่าองครักษ์ทั้ง 4 แห่งโอดิน สุดท้ายแล้วพวกเจ้าก็ไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง พวกเจ้าสามารถหยุดยั้งความมืดใจจิตใจของท่านลงได้ ข้าขอขอบคุณพวกเจ้าแทนท่านด็อปเปอร์ด้วย " พูดจบอาบิสไนท์ก็เดินไปเปิดประตูนรกเพื่อที่จะกลับเข้าไปอีกครั้ง แต่ทันใดนั้นเค้าก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ อาบิสไนท์จึงหันกลับมาแล้วพูดขึ้น

" จริงสิ ข้าจะบอกวิธีที่จะผนึกประตูนรกนี้ให้กับพวกเจ้าก็แล้วกันนะ "

" จริงหรอ ช่วยบอกมาทีเถอะว่าจะทำยังไง " อาเทอร์รีบพูดขึ้นทันที

" ในอดีตนั้น ท่านเฟย่า ได้ใช้พลังที่เหลือจากการผนึกท่านด็อปเปอร์ มาใช้ผนึกประตูแห่งนี้เอาไว้ตลอดกาล แต่ถึงแม้จะเป็นพลังที่เหลือของท่าน แต่มันก็มากมายพอๆกับพลังของพวกเจ้าทั้ง 4 คนรวมกัน และในอดีตนั้น ท่านเฟย่าก็ได้เสียสละทุกอย่างเพื่อใช้พลังทั้งหมดในการปิดผนึกประตูนี่ "

" ทะ ทุกอย่างงั้นหรอ " ลิเดียพูดขึ้น

" ใช่ ทุกอย่าง รวมทั้งชีวิตของท่าน " อาบิสไนท์พูดขึ้น ทันใดนั้นทุกคนต่างก็ตะลึงกับคำพูดนั้นในทันที จากนั้นอาบิสไนท์จึงเดินเข้าไปด้านในของประตูแล้วพูดต่อ

" ที่ข้าบอกพวกเจ้าได้ก็มีเพียงเท่านี้ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับพวกเจ้า ชีวิตนี้เป็นของพวกเจ้า พวกเจ้าจงเลือกทางเดินของมันด้วยตัวพวกเจ้าเองเถอะนะ "

พูดจบอาบิสไนท์ก็ปิดประตูนรกและกลับเข้าไปยังดินแดนนรกอีกครั้ง ทิ้งไว้แต่เพียงพวกเขาทั้ง 4 คน ที่ต่างก็ยืนมองหน้ากันและกัน ท่ามกลางความเงียบนั้น อาเทอร์ก็ได้พูดขึ้นมา

" เขาว่ามาแบบนั้นน่ะ แล้วจะเอายังไงต่อล่ะ " สิ้นเสียงของอาเทอร์ ทันใดนั้น ลูเซียก็หัวเราะขึ้นทันที

" ฮะๆ อาเทอร์ เจ้าอย่าถามเรื่องที่รู้คำตอบอยู่แล้วสิ " พอลูเซียพูดจบ พวกเขาทั้ง 4 คนต่างก็ยิ้มออกมาพร้อมกัน

" นั่นสินะ คำตอบมันก็รู้ๆกันอยู่แล้วนี่ " ไวเปอร์พูดขึ้นพร้อมกับยิ้มออกมา

" ข้าเองก็เช่นกันนะ " ลิเดียพูดพร้อมกับยิ้มออกมาเช่นกัน ทันใดนั้นเจ้าโปริ่งก็กระโดดเข้ามาและร้องให้ในทันที

" อะไรกัน เจ้านาย ลิเดีย หมายความว่ายังไง พวกท่านจะทิ้งข้าไปอย่างงั้นหรอ " เรดพูดพร้อมกับร้องให้ ทันใดนั้นลูเซียก็คุกเข่าลงกับพื้นแล้วเอื้อมมือไปลูบหัวของเจ้าโปริ่งอย่างอ่อนโยน

" เรด ขอโทษนะ ข้าคงจะเป็นเจ้านายของเจ้าต่อไปไม่ได้แล้วล่ะนะ เจ้าจงกลับไปที่ป่าโปริ่ง และใช้ชีวิตที่เหลือของเจ้าอย่างคุ้มค่าเถอะนะ "

" ใช่แล้วล่ะ " ลิเดียพูดขึ้น จากนั้นเธอก็นั่งลงและเอื่อมมือไปจับเรดเอาไว้เช่นกัน

" เจ้าจงมีชีวิตต่อไปอย่างเข้มแข็ง ให้สมกับที่เคยเป็นผู้ติดตามของนักฆ่ารู้ไหม " ลิเดียพูดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาของเธอ ทันใดนั้นลูเซียและลิเดียก็ลุกขึ้นมาพวกเขาทั้ง 4 ต่างก็มองหน้าของกันและกัน ไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปากของพวกเขา แต่ทว่าหัวใจของพวกเขานั้นกลับสื่อถึงกันได้

" เอาล่ะ มาเรื่มกันเถอะนะ " ลูเซียพูดขึ้น

" อืม " พวกเขาต่างก็ตอบรับ ทันใดนั้นพวกเขาต่างก็ยกมือขึ้นและหันไปทางประตูนั่น ทันใดนั้นก็ได้มีแสงสว่างออกมาจากมือของพวกเขาและพุ่งไปยังประตูนรกนั่นทันที แสงนั้นค่อยๆแทรกซึมเข้าไปยังปานประตูนั่นอย่างช้าๆ

" ช้าดีใจนะ ที่ได้มารู้จักกับพวกเจ้า ได้ต่อสู้ร่วมกับพวกเจ้า และได้มาตายร่วมกับพวกเจ้า ข้ารู้สึกดีใจจริงๆนะ " อาเทอร์พูดขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้ม

" น้ำเน่าน่า อาเทอร์ " ไวเปอร์พูดขึ้น ทันใดนั้นอาเทอร์ก็หันมาทางไวเปอร์ทันที

" เจ้าบ้าไวเปอร์ ข้าพูดจริงๆนะ " อาเทอร์พูดขึ้น ทันใดนั้น ไวเปอร์ก็ยิ้มออกมา

" หึ ข้ารู้อยู่แล้วล่ะน่า " ไวเปอร์พูดขึ้นและยิ้มออกมาเช่นกัน ทันใดนั้นเขาก็นึกบางอย่างขึ้นได้ ไวเปอร์รีบหันไปที่ลิเดียทันที

" เฮ้ ลิเดีย ข้าว่านี่คงจะเป็นโอกาศสุดท้ายแล้วนะ ถ้าเจ้าอยากจะพูดอะไรกับลูเซียล่ะก็ ข้าแนะนำว่าเป็นตอนนี้ล่ะ " ไวเปอร์พูดขึ้น

" ใช่แล้วล่ะ ลิเดีย พยายามเข้านะ " อาเทอร์พูดต่อ

" มีเรื่องจะพูดกับข้างั้นหรอ " ลูเซียพูดขึ้นด้วยท่าทางงงงวย

 

ทันใดนั้น ลิเดียก็หันหน้ามาทางลูเซีย ใบหน้าของเธอนั้นแดงก่ำไปด้วยความอาย แต่ในเวลานี้ นี่เป็นโอกาศสุดท้ายแล้วหากว่าเธอพลาดโอกาศนี้ไปแล้วล่ะก็ เธอก็จะไม่มีวันที่จะได้พูดในสิ่งที่เก็บไว้ในใจอีก ลิเดียรวบรวมความกล้า ทันใดนั้นลิเดียก็เงยหน้าขึ้นมาและมองไปที่ดวงตาของลูเซีย

 

" ละ ลูเซีย ตั้งแต่ครั้งแรกที่ข้าได้พบกับท่าน ข้าก็คิดมาตลอดเลยว่า ท่านน่ะต่างไปจากคนอื่น ข้ามีความสุขเวลาที่ได้อยู่ไกล้ท่าน ข้ารู้สึกเสียใจเวลาที่เกิดเรื่องร้ายกับท่าน ข้ารู้สึกอบอุ่นเวลาที่มีท่านอยู่เคียงข้าง ทุกครั้งที่ข้าอยู่กับท่าน ข้าอยากจะหยุดเวลาเหล่านั้นเอาไว้ให้นานแสนนานตลอดไป สำหรับข้าแล้ว ท่านคือคนที่พิเศษกว่าใครๆทั้งหมด " พูดจบลิเดียก็ก้มหน้าลง เธอหลับตาและปลดปล่อยความรู้สึกทั้งหมดของเธอออกมา ทันใดนั้นลิเดียก็เงยหน้าขึ้นและมองไปที่ใบหน้าของคนที่เธอรักอีกครั้ง
 

<<< " ลูเซีย...ข้ารักท่าน " >>>

 

ลิเดียพูดขึ้นพร้อมกับร้อยยิ้มที่เต็มไปด้วยน้ำตา ลูเซียตะลึงกับคำพูดคำนี้ของลิเดียอย่างมาก ทันใดนั้นลูเซียก็หลับตาลงแล้วยิ้มออกมา จากนั้นเขาก็มองไปที่ดวงตาของลิเดียด้วยความอ่อนโยน

" ขอบคุณนะ ลิเดีย ที่มอบความรู้สึกดีๆให้กับข้า แต่ข้าต้องขอโทษเจ้าจริงๆ สำหรับข้า เจ้าคือน้องสาวแสนสำคัญ ที่ข้าจะต้องปกป้องเอาไว้ด้วยชีวิต ความรู้สึกของข้าที่มีให้กับเจ้า มันมีแค่นี้จริงๆ มันไม่ได้มากเกินไปกว่านั้นเลย " ลูเซียพูดขึ้น ทั้นใดนั้นลิเดียก็ยิ้มออกมา น้ำตาของเธอนั้นไหลออกมามากมายเหลือเกิน

" ถึงสำหรับท่านแล้ว ข้าจะเป็นได้เพียงแค่นั้น แต่สำหรับข้า ท่านคือคนที่ข้ารักที่สุด และจะเป็นแบบนั้น ... ตลอดไป... " สิ้นเสียงของลิเดีย ทันใดนั้นก็ได้มีแสงสว่างปรากฏขึ้นมาทันทีแสงนั้นสว่างจ้ามาก มันทำให้ทุกอย่างขาวโพลนไปหมด แสงเหล่านี้ มันเหมือนกับแสงในตอนที่เฟย่าผนึกประตูนรกบานนี้

" เกิดอะไรขึ้น เจ้านาย ลิเดีย อาเทอร์ ไวเปอร์ อ๊าคค แสบตาไปหมดเลย " เรดตะโกนออกมาพร้อมกับหลับตาสนิด และแล้วในเวลาไม่นาน แสงเหล่านั้นก็ค่อยๆจางหายไป พร้อมกับร่างของพวกเขาทั้ง 4 คน เรดค่อยๆกระโดดเข้าไปไกล้ๅกับประตูนั่น ทันใดนั้นเขาก็ต้องตะลึงกับภาพสลักที่ติดอยู่ที่บานประตูนรกนั่น

" ไม่นะ เจ้านาย ลิเดีย อาเทอร์ ไวเปอร์ ไม่จริงใช่ไหม นี่มันเรื่องโกหกใช่ไหม... " เรดพูดออกมาพร้อมกับร้องให้ ในขณะที่เหม่อมองภาพสลักบนบานประตูนั้น

 

บานประตูด้านขวาบน เป็นภาพสลักของอัศวิน ที่ใส่หมวก มาเจสติก โกส มีตัวหนังสือสลักเอาไว้ที่ด้านล่างของภาพนั้นว่า... ลอร์ดไนท์...เฮมดอล

บานประตูด้านขวาล่าง เป็นภาพสลักของ ฮันเตอร์ที่ใส่หมวกบอยแคป มีตัวหนังสือสลักเอาไว้ที่ด้านล่างของภาพว่า... สไนเปอร์...โฮเนียร์

บานประตูด้านซ้ายบน เป็นภาพสลักของ นักฆ่า มีตัวหนังสือเขียนเอาไว้ที่ด้านล่างของภาพว่า ... แอสซะซิน ครอส...กริมเนียร์

บานประตูด้านซ้ายล่าง เป็นภาพสลักของ พรีสสาว มีตัวหนังสือเขียนเอาไว้ที่ด้านล่างของภาพว่า ... ไฮพรีส...ซาร่า


ในที่สุดพวกเขา เหล่าองครักษ์ทั้ง 4 แห่งโอดินนั้น ก็ได้ทำหน้าที่องครักษ์อย่างถึงที่สุดจนวินาทีสุดท้าย พวกเขายอมเสียสละแม้กระทั้งชีวิตของพวกเขา เพื่อความสงุบสุขของอาณาจักรมิดการ์ที่พวกนั้นรักและอยากที่จะปกป้อง พวกเขาต่อสู้เดิมพันชีวิตอย่างสุดกำลัง และปิดผนึกประตูนรกเอาไว้ด้วยพลังทั้งหมดของพวกเขา ภายในค่ำคืนที่เงียบสงัดของเมืองกิฟเฟนท่ามกลางเหล่าผู้คนที่นอนหลับอย่างมีความสุขและมิอาจที่จะล่วงรู้ได้เลยว่า มีคน 4 คน ได้ปกป้องค่ำคืนอันแสนสงบสุขของพวกเขาเอาไว้...ด้วยชีวิต

เรดรีบวิ่งออกมาจากซากเมืองใต้ดินนั่น ตลอดทางที่เขาวิ่งไปนั้นต่างก็เต็มไปด้วยน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย

" เจ้านาย ลิเดีย อาเทอร์ ไวเปอร์ ไม่จริง " เรดพูดคำๆนี้ไปตลอดทางที่เขาวิ่งผ่าน

เรดวิ่งผ่านทางเดินใต้ดินของหอสมุดกิฟเฟน ไม่นานนักเขาก็ได้ออกมายังหน้าหอสมุดแห่งกิฟเฟน เวลาในตอนนั้นเพื่งจะเช้าตรู พระอาทิตย์กำลังฉายอยู่ที่ขอบฟ้า แสงแดนอ่อนๆนั้นกำลังฉายมาทางทิศตะวันออกของเมืองกิฟเฟน เรดรีบวิ่งไปในเมืองที่ไร้ผู้คนเนื่องจากเวลาเช้าตรู่ จากนั้นเขาก็รีบวิ่งไปที่ร้านยาที่เขานั้นเคยมากับลิเดียทันที พอถึงที่ร้านยานั่น เรดก็รีบเคาะประตูร้านเป็นการใหญ่

" ช่วยด้วย ช่วยข้าทีเถอะ ได้โปรถออกมาช่วยข้าด้วย ข้าต้องการความช่วยเหลือ " เรดตะโกนพร้อมกับเคาะประตูนั่นไปด้วย ทันใดนั้นเจ้าของร้านยาก็เปิดประตูออกมาทันที

" อะไรกันเนี้ย เอะอะโวยวายแต่เช้าเลย หืม.. เจ้าคือโปริ่งที่มากับพรีสสาวเมื่อวานนี่นา มีอะไรรึ " เข้าของร้านยาพูดขึ้น

" ช่วยด้วย ตามข้ามาที ท่านจะต้องช่วยข้านะ เจ้านายน่ะ ลิเดียน่ะ อาเทอร์ ไวเปอร์ด้วย ช่วยข้าด้วย " เรดพูดพร้อมกับร้องให้ ทันใดนั้นเรดก็รีบวิ่งนำออกไปในทันที

" เฮ้ เดี๋ยวสิ พูดให้รู้เรื่องสิ เฮ้ " เจ้าของร้านยาพูดพร้อมกับวิ่งตามเจ้าโพริ่งไป เจ้าโปริ่งได้พาเจ้าของร้านยาไปยังประตูนรกที่มีรูปสลักของพวกเขาทั้ง 4 เอาไว้ทันที

" ช่วยด้วยเถอะ พวกเขาติดอยู่ในนั้น ท่านช่วยพวกเขาที " เจ้าโปริ่งพูดพร้อมกับร้องให้

" นี่มันอะไรกันเนี้ย มีที่แบบนี้อยู่ด้วยงั้นหรอ " เจ้าของร้านยาพูดออกมาด้วยความตะลึง ในขณะที่มองไปยังประตูหินบานใหญ่นั่น และแล้วทันใดนั้นเจ้าของร้านยาก็เหลือบไปเห็นรูปของลิเดียที่บานประตู

" นี่มัน...ซาร่า ใช่พรีสสาวคนนั้นจริงๆสินะ " เจ้าของร้านยาพูดขึ้นด้วยความตะลึง ท่ามกลางเสียงร้องให้อย่างไม่ขาดสายของเจ้าโปริ่ง

หลังจากนั้นเจ้าของร้านยาและเจ้าโปริ่งก็ได้เดินทางไปยังเมืองพอนเทร่า เจ้าโปริ่งได้เล่าเรื่องราวทุกอย่างให้กับพระราชาไกอาได้ฟัง ทันใดนั้นพระราชาไกอาก็รีบหันไปถามพวกนักเวทในวังทันที

" พวกเจ้า พอจะมีทางช่วยพวกเขาได้ไหม " พระราชาไกอาถามเหล่านักเวทด้วยความร้อนรน

" ขออภัยด้วย ท่านราชา แต่พวกเขาได้กลายเป็นผนึกที่ใช้ปิดประตูนั่นไปตลอดกาลแล้ว " เหล่านักเวทพูดขึ้น

" ถ้างั้น ข้าจะบันทึกเรื่องราวความเสียสละของพวกเขา และกระจายเรื่องราวนี้ให้ทุกคนในอาณาจักรได้รับรู้ และข้า ก็จะสร้างรูปปั้นของพวกเขา เอาไว้ที่น้ำพุใจกลางเมืองพอนเทร่า "

 

ดังนั้นเรื่องราวการต่อสู้ ความกล้าหาญ ความเสียสละของพวกเขาทั้ง 4 คนนั้นก็ได้กระจายไปทั้วทั้งอาณาจักรมิดการ์ด ทุกคนในอาณาจักรนั้นแม้จะอยู่ห่างไกลแค่ไหน ต่างก็ได้รับรู้เรื่องราวของพวกเขาเหล่านี้ พระราชาไกอานั้น ได้สร้างรูปปั้นของพวกเขาเอาไว้ที่น้ำพุใจกลางเมืองพอนเทร่า นับจากนี้ต่อไป เรื่องราวความกล้าหาญและการเสียสละของพวกเขานั้น จะยังคงอยู่ต่อไปตราบนานเท่านาน...................





กาลเวลาผ่านเลยไป นับจากวันที่พวกเขาทั้ง 4 ได้เสียสละตนเองเพื่อปกป้องมิดการ์ดนั้น บัดนี้ กาลเวลาได้ผ่านล่วงเลยมาถึง 200 ปี อาณาจักรนั้นต่างก็เปลี่ยนไป แผนที่ของมิดการ์ดนั้นจากที่เคยมีเมืองอยู่แค่ 8 เมือง ตอนนี้กลับมีเพื่มขึ้นมากมาย เมือง จูโน่ ( Yuno ) เมืองศักสิทธิ์ลอยฟ้า ที่อยู่ขึ้นไปทางเหนือของ อาล ดี บาลาน เป็นเมืองแห่งความรอบรู้และเวทมนต์แห่งใหม่ เมือง ไลท์ทาลเซน ( Lighthalzen ) เมืองแห่งวิทยาการและการทดลองที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ เมือง อินบรอช ( Einbroch ) เมืองแห่งเหมืองแร่ และอุตสาหกรรม เมือง ฮูเกิล ( Hugel ) เมืองแห่งนักล่าของดินแดนทางเหนือ เมืองแห่งละเลทรายตะวันตก ราเชล ( Rachel ) ดินแดนใหม่ของนักฆ่าที่ล้อมรอบไปด้วยทะเลทรายและภูเขาไฟ เมือง อัมบาล่า ( Umbala ) เมืองโบราณที่ถูกซ่อนอยู่ในป่าลึก หาดทราย โคโมโด ( Comodo ) ดินแดนแห่งท้องทะเลและเสียงดนตรี  เมืองเหล่านี้ต่างก็เป็นเมืองที่เกิดขึ้นใหม่ในระยะเวลา 200 ปีที่ผ่านมา เหล่านักเดินทางเองต่างก็มีอาชีพที่หลากหลายมากขึ้น จนดูเหมือนกับว่า อาณาจักรมิดการ์ดแห่งนี้ ได้เกิดใหม่จากการช่วยเหลือของพวกเขา.........



ท่ามกลางเมืองพอนเทร่าที่สงบสุขนั้น ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในเมืองพอนเทร่า ผ่านผู้คนมายมากในเมืองที่ต่างก็กำลังซื้อขายและพูดคุยกันต่างๆนานา ชายคนนี้มีผมสีทอง ผมของเขาไม่ยาวมากนักและผมที่ด้านหน้าของเขานั้นก็ปิดบังใบหน้าของเขาเอาไว้ด้านหนึ่ง ชายคนนี้สวมชุดเกราะที่ดูหนาและแข็งแกร่ง ที่มือซ้ายของเขานั้นมีโล่สีขาวที่มีลายไม้กางเขนสีแดงอยู่ ถึงจะใส่ชุดเกราะแต่เขาก็ไม่ใช่พวกไนท์ เขาคือ ครูเซเดอร์ ( Crusader ) นักรบศักสิทธิ์ที่มีทั้งทักษะของอัศวินและพรีสรวมอยู่ด้วย ครูเซเดอร์คนนั้นเดินมายังกลางเมืองพอนเทร่า และมาหยุดอยู่ตรงน้ำพุใจกลางเมืองพอนเทร่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของรูปปั้นของเหล่าองครักษ์ทั้ง 4 ครูเซเดอร์คนนั้นเงยหน้าของเขาขึ้นมาและมองไปยังรูปปั้นเหล่านั้น จากนั้นเขาก็พูดขึ้น

" นี่น่ะหรอ เหล่าองครักษ์แห่งโอดิน ที่ปกป้องอาณาจักรนี้เอาไว้ เมื่อ 200 ปีก่อน "

ทันทีที่ครูเซเดอร์คนนั้นพูดจบ ทันใดนั้นเขาก็คุกเข่าลงไปในทันที ท่ามกลางความตกใจและแปลกใจของชาวเมืองพอนเทร่าที่อยู่แถวนั้น ทุกคนต่างก็หยุดนิ่ง สายตาของชาวเมืองทุกคู่ต่างก็จับจองมาที่เขาเพียงคนเดียว ทันใดนั้น ครูเซเดอร์คนนั้นก็พูดขึ้น

" ซักวันหนึ่ง...ข้าจะต้องเป็นอย่างพวกท่านให้ได้ " พูดจบครูเซเดอร์ผู้นั้นก็มองไปยังเหล่ารูปปั้นที่อยู่เบื่องหน้าของเขาด้วยสายตาที่แน่วแน่..............




และแล้ว ค่ำคืนแห่งอาณาจักร์มิดการ์ดก็ได้มาเยือนอีกครั้ง เด็กคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงของเขาและตั้งหน้าตั้งตารอฟังนิทานจากแม่ของเขาอย่างตื่นเต้น ท่ามกลางแสงสว่างของไฟตะเกียงที่หัวนอนของเด็กคนนั้น แม่ของเขาก็ได้เดินเข้ามานั่งที่บนเก้าอี้ข้างๆเตียงของเด็กน้อยคนนั้น และเริ่มเล่าเรื่องจากหนังสือที่อยู่ในมือของเธอให้เด็กน้อยคนนั้นได้ฟัง เด็กน้อยผู้นั้นต่างก็ฟังเรื่องราวที่เล่าจากแม่ของเขาอย่างตื่นเต้น และแล้วในที่สุด เรื่องราวก็จบลง แม่ของเด็กน้อยผู้นั้นลุกขึ้นจากเก้าอีกแล้วเตรียมที่จะดับไฟตะเกียง ทันใดนั้นเด็กน้อยผู้นั้นก็พูดขึ้นมา

" แล้วหลังจากนั้นล่ะครับ หลังจากนั้นพวกเขาจะเป็นยังไงต่อไปครับ อาเทอร์ ลูเซีย ไวเปอร์ และลิเดีย จะเป็นยังไงต่อไปหรอครับ " เด็กน้อยผู้นั้นพูดด้วยทางทางที่ตื่นเต้น ทันใดนั้นแม่ของเขาก็เดินเข้ามาหาเด็กน้อยผู้นั้นพร้อมกับลูบหัวของเขาอย่างเอ็นดู

" หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้ปกป้องอาณาจักรนี้เอาไว้ตลอดไปยังไงล่ะจ๊ะ เอาล่ะนอนได้แล้วนะ "

" ครับ ท่านแม่ " พูดจบเด็กน้อยคนนั้นก็หลับตาลง หลังจากนั้นแม่ของเขาก็ได้เดินไปดับไฟที่ตะเกียงและได้วางหนังสือเล่มนั้นเอาไว้บนโต๊ะของเด็กน้อย

 

... หนังสือ...ที่บันทึกเรื่องราวของพวกเขาทั้ง 4 เอาไว้  หนังสือ...ที่บอกเล่าถึงตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา หนังสือ...ที่ได้เขียนถึงการเสียสละของพวกเขา หนังสือ..ที่มีชื่อว่า... เทล ออฟ แร็คนาร็อค (เรื่องเล่า แห่ง แร็คนาร็อค )





The End...................................
 




NEKOPOST.NET