Tale of Ragnarok ตอนที่ 24 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Tale of Ragnarok

Ch.24 - บทสรุปของเรื่องราว


 

บทที่  24  บทสรุปของเรื่องราว



ถ้าหากว่ามีใครซักคนหายตัวไป มันคงจะเป็นเรื่องปกติที่จะต้องออกตามหา นับจากวันที่เฟย่าขอต่อโอดินว่าจะลงมาเที่ยวยังดินแดนมิดการ์ดนั้น บัดนี้กาลเวลาก็ได้ผ่านเลยมาถึง 3ปีแล้วแต่ทว่า 3 ปีที่เฟย่าลงมาจากสวรรค์นั้น เธอไม่ได้มาเที่ยวในดินแดนมิดการ์ดตามที่ได้ขอกับโอดินเอาไว้ แต่ทว่าที่ๆเธอไปนั้น กลับกลายเป็นดินแดนที่ถูกเรียกว่า นรก และเป็นดินแดนต้องห้ามที่เธอนั้นได้เคยให้สัญญากับโอดินเอาไว้ว่าเธอจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวเพราะมันเป็นที่ๆอันตรายและเต็มไปด้วยปีศาจร้าย แต่ทว่า เฟย่านั้นกลับผิดสัญญาและลงมายังดินแดนนรก แต่แล้วเมื่อเธอได้มาถึงยังดินแดนต้องห้ามแห่งนี้ เธอกลับมีความสุขและรู้สึกสบายใจ ต่างจากดินแดนสวรรค์อย่างสิ้นเชิง แต่แล้วเวลาแห่งความสุขนั้นช่างแสนสั้น กองทัพแห่งเทพที่นำทัพโดยโอดินได้ยกทัพบุกเข้ามายังดินแดนที่เรียกว่านรกแห่งนี้ด้วยกำลังพลที่มากมาย และเหตุการณ์ที่แสนจะน่าตกใจนี้ก็ได้ทำให้ ลูซิเฟอร์และเฟย่า ต่างก็ต้องออกมาที่หน้าปราสาทเพื่อที่จะรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันนี้ และในทันทีที่ ลูซิเฟอร์ ออกมายังหน้าปราสาท เขาก็ได้เห็นกองทัพแห่งเทพมากมาย ทันใดนั้นลูซิเฟอร์ก็มองไปยังโอดินและพูดขึ้น

" นี่มันหมายความว่ายังไงกัน โอดิน " ลูซิเฟอร์พูดพร้อมกับจ้องไปที่ใบหน้าของโอดินและเดินออกมาข้างหน้าพร้อมกับเฟย่า

" ข้าต้องเป็นคนถามเรื่องนั้นมากกว่านะ ลูซิเฟอร์ ทำไมเฟย่าถึงมาอยู่กับเจ้าได้ " โอดินพูดขึ้นด้วยท่าทางที่โกรธมาก

" ทะๆ ท่านพ่อ เรื่องนี้ข้าผิดเอง เค้าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ " เฟย่ารีบพูดขึ้นมาทันที ทันใดนั้นลูซิเฟอร์ก็หันมาทางเฟย่าและพูดขึ้น

" ผิดงั้นหรอ เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิดทั้งนั้นนะ เฟย่า "

" ความผิดของเธอก็คือการผิดสัญญากับข้าและโกหกข้า ในการลงมายังดินแดนนรกแห่งนี้ " โอดินพูดสวนขึ้นมา

" ข้าขอโทษนะคะท่านพ่อ แต่ว่าท่านเองก็โกหกข้าเรื่องของนรกเหมือนกัน ข้าก็เลยอยากที่มาดูกับตาของตัวเอง " เฟย่าพูดขึ้น ทันใดนั้นเอง ด็อปเปอร์ซึ่งในตอนนั้นเขามีอายุได้เพียงแค่ 2 ขวบก็ได้เดินออกมาจากปราสาทด้วยท่าทางที่งุนงง เขาค่อยๆเดินไปหาเฟย่าและลูซิเฟอร์

" ท่านพ่อ ท่านแม่ คนพวกนี้เป็นใครกันหรอครับ " ด็อปเปอร์พูดขึ้นด้วยความสงสัย และในทันทีที่โอดินได้เห็นด็อปเปอร์ เขาก็เกิดอาการตกใจในทันที ภาพของเด็กชายคนหนึ่งที่มีผมสีทองเหมือนกับเฟย่า และใบหน้าที่คล้ายกับลูซิเฟอร์ ถึงแม้จะได้เห็นแค่เพียงไม่นาน แต่โอดินก็รับรู้ได้ในทันทีว่าด็อปเปอร์นั้นเป็นลูกชายของพวกเขาทั้ง 2 คน

" นะๆ นี่พวกเจ้า มีลูกด้วยกันอย่างงั้นหรอ " โอดินพูดออกมาด้วยความตกตะลึง

" ใช่โอดิน พวกเรารักกัน เราแต่งงานกันอย่างถูกต้อง " ลูซิเฟอร์พูดขึ้น

" พวกเจ้าแต่งงานกันงั้นรึ ไม่ ข้ายอมไม่ได้ " โอดินพูดออกมาด้วยเสียงที่ดังมาก ทันใดนั้น ลูซิเฟอร์ก็คุกเข่าลงต่อหน้าโอดินในทันที

" โอดินข้าขอร้องท่านล่ะ ตั้งแต่ข้าเกิดมาข้ายังไม่เคยคุกเข่าให้ใครมาก่อน โอดิน ท่านเป็นคนแรก ข้าขอร้องล่ะ ได้โปรถให้ข้ากับคนรักของข้าและลูกของข้าได้อยู่อย่างมีความสุขเถอะนะ "

ลูซิเฟอร์พูดพร้อมกับก้มหน้า ทันใดนั้นเฟย่าก็คุกเข่าลงไปข้างๆลูซิเฟอร์และพูดออกมา

" ได้โปรถเถอะนะคะ ท่านพ่อ ข้าอยู่ที่นี่ข้ามีความสุขมาก ถึงแม้ว่าข้าจะอยู่บนสวรรค์มา 20 ปี แต่ข้าก็ไม่เคยมีความสุขเหมือนกับอยู่ที่นี่มากก่อนเลย ขอร้องล่ะคะ ท่านพ่อ ได้โปรถให้ข้าได้อยู่ที่นี่ต่อไปด้วยเถอะ "

เฟย่าพูดออกมาพร้อมกับร้องให้ และดูเหมือนกับว่าความปราถนาจากใจจริงของพวกเขามันจะสื่อไปถึงโอดินได้ เมื่อโอดินได้ฟังดังนั้นท่าทางของเขาก็ดูอ่อนลงอย่างมาก โอดินมองไปที่เฟย่าด้วยดวงตาที่อ่อนโยนจากนั้นเขาก็พูดขึ้น

" ลูกข้า ตลอดเวลาที่เจ้าอยู่กับข้ามา เจ้าไม่ได้มีความสุขเลยอย่างงั้นหรอ "

" เปล่านะคะท่านพ่อ ข้าอยู่กับท่านข้ามีความสุขมาก ท่านดีต่อข้ามาก และเหล่าองครักษ์ของท่านก็ดีกับข้าเช่นกัน แต่กับเทพคนอื่นๆนั้นพวกเขาต่างก็รังเกียจข้า เพราะข้าเป็นมนุษย์ ข้ารู้ดี ข้ารู้ได้จากสายตาของพวกเขาในยามที่พวกเขานั้นมองข้า " เฟย่าพูดขึ้นมา ทันใดนั้นโอดินก็หันไปถามทอร์ทันที

" เป็นเรื่องจริงงั้นหรอ เทพคนอื่นต่างรังเกียจเฟย่างั้นหรอ "

" ไม่เป็นความจริงเลย โอดิน พวกเราทุกคนต่างก็รักและเคารพในตัวของท่านเฟย่า แต่พวกเรานึกไม่ถึงเลยว่าท่านเฟย่าจะโกหกและทำตัวได้เสื่อมเสียเช่นนี้ พวกข้ารับไม่ได้จริงๆ " ทอร์พูดออกมาด้วยท่าทางที่จริงจัง แต่ทว่าพอโอดินหันกลับไปแล้ว เขากลับทำท่าทางดูถูกและเย้ยหยัน ทันใดนั้นลูซิเฟอร์ก็พูดขึ้นทันที

" ทอร์ เจ้ากล้ากล่าวหาว่าเฟย่าวเป็นคนโกหกอย่างงั้นหรอ "

" ก็ใช่น่ะสิ แถมยังทำตัวเสื่อมเสียโดยการไปมีลูกกับปีศาจอีก " ทอร์พูดออกมาพร้อมกับหัวเราะ ทันใดนั้นลูซิเฟอร์ก็ลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ

" ทอร์ อย่าลืมนะว่าที่เจ้ายังมีชีวิตเป็นอมตะอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะพลังของข้า และแน่นอนว่าข้าก็สามารถใช้พลังของข้าฆ่าเจ้าได้ง่ายๆเช่นกัน " ลูซิเฟอร์พูดขึ้น

" ว่าไงนะ เจ้าปีศาจ " ทอร์พูดออกมาด้วยความโกรธ ทันใดนั้นโอดินก็พูดขึ้นมา

" ถ้าเจ้าฆ่าเขา ข้าก็จะฆ่าเจ้าด้วย " เมื่อได้ยินดังนั้นนั้นทอร์ก็รีบหันไปพูดกับโอดินในทันที

" โอดินท่านจะปล่อยเอาไว้แบบนี้ไม่ได้นะ ท่านจะต้องพาเฟย่ากับลูกของเธอกลับไป ท่านจะทำให้เหล่าเทพต้องเสื่อมเสียไม่ได้เด็ดขาด " ทอร์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย

" นั่นสินะ เจ้ากับลูกของเจ้า จงกลับไปกับข้าเดี๋ยวนี้ " โอดินพูดขึ้น ท่ามกลางใบหน้าที่ตกตะลึงของเฟย่าและลูซิเฟอร์

" อะไรนะ ท่านคิดจะพรากคนรักของข้ากับลูกของข้าไปงั้นหรอ โอดิน ข้าไม่ยอมหรอกนะ " ลูซิเฟอร์รีบพูดขึ้นในทันที ในขณะที่เฟย่ายังคงตะลึงอยู่ ทันใดนั้นโอดินก็พูดขึ้น

" เฟย่า ข้าจะให้เจ้าเลือก ระหว่างพาลูกของเจ้ากลับไปกับข้า หรือจะให้ข้าถล่มนรกแห่งนี้จนพินาจสิ้น " ทันทีที่สิ้นเสียงของโอดิน เฟย่าก็ตกอยู่ในอาการชะงั้กทันที เธอจำเป็นที่จะต้องเลือกระหว่าง การลาจาก หรือสงคราม แต่ไม่ว่าจะทางใด มันก็ดูเหมือนจะเป็นเป็นสิ่งที่เจ็บปวดสำหรับเธอทั้งนั้น

" เฟย่า ไม่ต้องคิดอะไรมากแล้ว ข้าจะปกป้องเจ้า ข้าจะทำสงครามกับโอดินและเหล่าเทพเอง " ลูซิเฟอร์พูดขึ้น ทันใดนั้น อาบิสไนท์ก็เดินเข้ามาและและยืนที่ด้านข้างของลูซิเฟอร์

" ท่านราชา ในตอนนี้ปีศาจนรกทุกตน พร้อมแล้วที่จะทำสงครามเพื่อที่จะปกป้องท่านราชา ท่านราชินีเฟย่า และ นายน้อยด็อปเปอร์ " อาบิสไนท์พูดขึ้น ทันใดนั้นเหล่าปีศาจนรกทุกตัวต่างก็ออกมาจากที่ต่างๆ พวกมันพากันเดินหน้าเข้ามาสู่สถานที่ๆซึ่งกำลังจะกลายเป็นสนามรบในไม่ช้า

" แสดงว่าเจ้าเลือกสงครามสินะ เฟย่า " โอดินพูดขึ้น

" ข้าจะไม่ยอมมอบเฟย่าและลูกของข้าให้กับพวกเทพที่น่ารังเกียจแน่ " ลูซิเฟอร์พูดขึ้น

และแล้วทั้ง 2 กองทัพต่างก็เริ่มทวีความรุนแรงในความต้องการที่จะฆ่าฟันมากขึ้น ลูซิเฟอร์และอาบิสไนท์ต่างก็ชักดาบของเขาออกมา ทางด้านของโอดินและทอร์เองต่างก็หยิบอาวุธของพวกเขาออกมาด้วยเช่นกัน และแล้วทั้ง 2 กองทัพก็เริ่มที่จะวิ่งเข้าหากันเพื่อสู้รบและทำสงคราม และถึงแม้พวกปีศาจจะรู้อยู่ว่าพวกมันนั้นสู้พวกเทพไม่ได้ แต่ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเฟย่าและด็อปเปอร์ แต่ทว่าในระหว่างที่สงครามกำลังจะเริ่มต้นขึ้นนั้น เฟย่าก็ได้ตะโกนขึ้นมา

" พอได้แล้ว !!! " เสียงตะโกนของเธอนั้นทำให้ทุกคนต่างก็หยุดนิ่ง จากนั้นเฟย่าก็ก้มหน้าลงและพูดต่อ

" ท่านพ่อ ข้าและลูกของข้าจะกลับไปกับท่าน ได้โปรถอย่าทำร้ายพวกปีศาจนรกเลยนะ ข้าขอร้องล่ะ "

" ได้ ข้าให้สัญญา หากเจ้ากับลูกของเจ้ากลับไปกับข้า ข้าก็จะไม่ทำอะไรพวกปีศาจนี่เด็ดขาด " โอดินพูดขึ้น ทันใดนั้นลูซิเฟอร์ก็รีบพูดขึ้นมาในทันที

" ไม่นะเฟย่า เจ้ากับด็อปเปอร์จะไปไม่ได้นะ ข้าไม่ให้พวกเจ้าไปเด็ดขาด "

" แต่พวกเขาจะถูกฆ่าตายกันหมดนะ ข้าไม่ต้องการให้มันเป็นแบบนั้น " เฟย่าพูดพร้อมกับร้องให้

" ข้าและปีศาจนรกทุกตนยอมตายเพื่อเจ้าได้ " ลูซิเฟอร์พูดต่อ

" แต่ข้ายอมให้มันเป็นแบบนั้นเพราะข้าไม่ได้ " เฟย่าพูดออกมาพร้อมกับร้องให้ ทันใดนั้นเฟย่าก็หันไปหาด็อปเปอร์พร้อมกับยื่นมือออกไป

" ด็อปเปอร์ มาหาแม่สิ " เฟย่าพูดขึ้น ทันใดนั้น ด็อปเปอร์ก็ค่อยๆเดินเข้ามาหาเฟย่าอย่างงุนงงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ด็อปเปอร์เดินเข้ามาและจับมือของเฟย่าเอาไว้ จากนั้นโอดินก็พูดขึ้น

" ไปกันได้แล้ว " พูดจบโอดินก็หันหลังเดินไปพร้อมกับทอร์และกองทัพของเขา เฟย่าเดินจูงมือด็อปเปอร์ตามโอดินไป ทันใดนั้นลูซิเฟอร์ก็วิ่งเข้ามาและพูดขึ้น

" ไม่นะเฟย่า เจ้ากับลูกจะไปไม่ได้ ข้าจะทำยังไงหากไม่มีเจ้า " ลูซิเฟอร์พูดออกมาพร้อมกับร้องให้ น้ำตาของเขานั้นไหลออกมามากมายเหลือเกิน

" ลูซิเฟอร์ ในชีวิตข้าท่านเป็นคนที่ข้ารักมากที่สุดท่านดีกับข้ามาก ขอบคุณสำหรับวันเวลาดีๆที่ท่านมีให้กับข้า ข้าขอสาบานว่าข้าจะไม่มีวันลืมท่านเลย " เฟย่าพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยน้ำตา

" ไม่นะ ไม่... " ลูซิเฟอร์พยายามที่จะเหนี่ยวรั้งเฟย่าเอาไว้ แต่อาบิสไนท์ก็เข้ามาจับเขาเอาไว้

" อาบิสไนท์ ข้าฝากท่านดูแลเขาด้วยนะ " เฟย่าพูดขึ้น

" ข้าจะดูและท่านราชาให้ดีที่สุดครับ ท่านเฟย่า " อาบิสไนท์ตอบ

" ไม่นะ ปล่อยข้าสิอาบิสไนท์ ข้าจะไปหาเฟย่า " ลูซิเฟอร์ยังพยายามที่จะดึงตัวเฟย่ากลับมา ทันใดนั้นเฟย่าก็มองไปที่ใบหน้าของเขาและยิ้มออกมาพร้อมกับน้ำตา

" ลูซิเฟอร์ ... ข้ารักท่าน " พูดจบเฟย่าก็เดินจากไปพร้อมกับด็อปเปอร์ ทิ้งไว้แต่ลูซิเฟอร์ที่คร่ำครวนอยู่เบื่องหลัง

" เราจะไปไหนกันหรอครับ ท่านแม่ แล้วท่านพ่อล่ะครับ " ด็อปเปอร์ถามขึ้นด้วยความไร้เดียงสา แต่ทว่ากลับไม่มีคำตอบใดๆจากปากของเฟย่า นอกเสียจากน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย...........................




จากการตัดสินใจที่ขมขื่นของเฟย่านั้นดูเหมือนว่ามันคงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดและเป็นการจบของเรื่องทุกสิ่ง แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นอย่างนั้น เหตุก็เพราะว่าทันทีที่ เฟย่า และ ด็อปเปอร์เดินทางกลับมาถึงยังแดนสวรรค์นั้น ทอร์และพวกของเขาก็ได้รวบรวมเทพคนอื่นๆเพื่อที่จะกดดันให้โอดินนั้นขับไล่เฟย่าออกไปจากสวรรค์ เนื่องจากว่าเฟย่านั้นทำให้เหล่าเทพต้องเสื่อมเสีย เทพทุกคนนั้นต่างก็เห็นด้วยแต่เหล่าองครักษ์ของโอดินนั้นกลับคัดค้าน ทอร์นั้นไม่หยุดยั้งความเกียจชัง เขาได้รวบรวมเหล่าเทพทุกๆองค์บนสวรรค์เพื่อที่จะกดดันโอดิน เรื่องราวดูเหมือนจะบานปลาย โอดินและเหล่าองครักษ์นั้นต่างก็ถูกกดดันจากเทพองค์อื่นๆมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด เฟย่าก็ขอต่อโอดินให้เนรเทศตนเองและลูกชายไปจากสวรรค์ซะ

ดังนั้นโอดินจึงต้องจำใจที่จะเนรเทศเฟย่าและด็อปเปอร์ไปยังสุดเขตแดนของอาณาจักรมิดการ์ด แต่ถึงกระนั้นโอดินก็กลัวว่าเฟย่าจะอยู่อย่างลำบาง ดังนั้นเขาจึงได้สร้างปราสาทไว้ให้กับเฟย่าและลูกของเธอที่ปลายสุดของอาณาจักรมิดการ์ด ปราสาทหลังนั้นก็คือปราสาทกราสเฮม เฟย่าและด็อปเปอร์ต่างก็อยู่ที่ปราสาทกราสเฮมอย่างโดดเดี่ยว แต่เนื่องจากว่าปราสาทของเธอนั้นอยู่ไกล้กับเมืองกิฟเฟน ดังนั้นเฟย่าจึงมักจะพาด็อปเปอร์ไปอ่านหนังสือที่หอสมุดกิฟเฟนบ่อยๆ และเนื่องด้วยพลังแห่งความรอบรู้ที่ด็อปเปอร์ได้รับมาจากเฟย่านั้น จึงทำให้เขาสามารถที่จะอ่านและทำความเข้าใจกับบรรดาหนังสือต่างๆในหอสมุดได้อย่างรวดเร็ว ด็อปเปอร์ใช้เวลาเกือบทั้งวันไปกับการอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับการต่อสู้ต่างๆ จนเขานั้นสามารถที่จะเรียนรู้วิชาการต่อสู้และเทคนิกต่างๆได้อย่างมากมายแม้อายุยังน้อย อีกทั้งเขายังมีพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งซึ่งได้มาจากพ่อของเขาด้วย

มีหลายครั้งที่ด็อปเปอร์นั้นขึ้นไปเที่ยวเล่นบนสวรรค์ แต่ในทุกครั้งเขาก็จะถูกรังเกียจและดูถูกจากเหล่าเทพคนอื่นๆ จนทำให้เขานั้นมีเรื่องที่ถึงกับลงไม้ลงมือกับพวกเทพอยู่บ่อยครั้ง และส่วนใหญ่คนที่จะเข้ามาห้ามก็คือ เหล่าองครักษ์ของโอดินอีกทั้งยังคอยแก้ต่างให้กับด็อปเปอร์อีกด้วย สาเหตุเดียวที่เขามายังสวรรค์นั้นก็เพื่อที่จะได้ศึกษาการต่อสู้และเวทมนต์ต่างๆจากพวกเทพ ซึ่งเวทมนต์เหล่านี้มันไม่สามารถที่จะร่ำเรียนกันได้ในดินแดนมิดการ์ด แต่ทว่าสวรรค์นั้นก็ไม่ใช่ที่เดียวที่ด็อปเปอร์จะเข้าไป ด็อปเปอร์นั้นแอบล่วงรู้ว่าประตูที่จะไปสู่นรกนั้นซ่อนอยู่ที่ใต้ดินของเมืองกิฟเฟน ในตอนแรกนั้นเขาได้แอบเข้าไปโดยที่ไม่บอกให้เฟย่ารู้ แต่เมื่อเขาแอบไปยังดินแดนนรกบ่อยครั้งเข้า มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เฟย่านั้นจะจับได้ เฟย่านั้นโมโหมากที่ด็อปเปอร์แอบทำเช่นนั้น แต่ถึงกระนั้นเธอเองก็เข้าใจความรู้สึกของเขา แม้แต่เธอเองก็ยังอยากที่จะไปเจอกับลูซิเฟอร์อีกครั้ง แต่เนื่องจากเธอนั้นไม่อยากที่จะทำให้โอดินต้องเดือดร้อนอีกหากเรื่องนี้ไปถึงหูของเหล่าเทพ ดังนั้นเธอจึงให้ด็อปเปอร์สัญญากับเธอว่า หากจะเข้าไปยังนรกให้ขอกับเธอก่อน และในทุกครั้งที่ด็อปเปอร์เดินทางไปยังนรก เขาก็จะนำจดหมายของเฟย่าไปให้กับลูซิเฟอร์พ่อของเขาและนำจดหมายจากลูซิเฟอร์กลับมาให้เฟย่าด้วยเช่นกัน

ด็อปเปอร์นั้นรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้ไปยังดินแดนนรก ปีศาจทุกตัวต่างก็รักและเคารพเขา ไม่มีใครที่รังเกียจเขา ไม่มีใครที่ด่าทอเขา ทุกคนต่างก็เล่นกับเขาอย่างสนุกสนาน ด็อปเปอร์นั้นมีเพื่อนที่สนิดมากอยู่ในนรกแห่งความมืด นั่นก็คือปีศาจแห่งความมืด บาโพเมท ในทุกครั้งที่ด็อปเปอร์มายังดินแดนนรกนั้น เขาก็จะต้องมาหาเจ้าบาโพเมททุกครั้ง อีกทั้งอาบิสไนท์ยังเคยพาด็อปเปอร์ไปหาปีศาจนรกที่แข็งแกร่งของนรกแห่งเปลวไฟอย่างดาร์คหลอดอีกด้วย และดาร์คหลอดนั้นก็สาบานกับด็อปเปอร์ว่าจะจงรักภัคดีต่อเขา และเมื่อใดที่ด็อปเปอร์ต้องการเรียกใช้ เขาก็พร้อมที่จะทำลายทุกสิ่งที่ด็อปเปอร์เอ่ยปากสั่งโดยไม่สนใจว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร และแล้ว วันเวลาก็ผ่านเลยไป ด็อปเปอร์นั้นเติบโตขึ้นแต่ทว่า เฟย่านั้นกลับไม่ได้ดูต่างไปจากสภาพเดิมของเธอเลยนั่นก็เพราะความเป็นอมตะของเธอ เมื่อก่อนเธอนั้นเคยสวยงามอย่างไร บัดนี้เธอก็ยังคงเป็นแบบนั้น ช่วยเวลานับตั้งแต่ที่เธอกับด็อปเปอร์ถูกขับไล่ให้มาอยู่ยังปราสาทกราสเฮม บัดนี้กาลเวลาได้ผ่านล่วงเลยมาถึง 20 ปีแล้ว ................






อยู่มาวันหนึ่ง ภายในดินแดนสวรรค์ที่แสนสงบสุขนั้น ใครจะล่วงรู้ได้ว่าเหตุการณ์ร้ายแรงที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างได้กำลังจะเกิดขึ้น ด็อปเปอร์เดินย่างก้าวไปตามทางเดินผ่านสายตาของเหล่าเทพมากมายที่ทั้งต่างก็ดูถูกและรังเกียจเขา ด็อปเปอร์เดินไปตามทางที่ทอดยาวไปเรื่อยๆสายตาที่แน่วแน่ของเขานั้นมองตรงไปยังจุดหมายเบื่องหน้า และจุดหมายที่ว่านั่นก็คือ ปราสาทแห่งโอดิน ด็อปเปอร์เดินไปยังปราสาทของโอดิน จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในห้องโถงที่เต็มไปด้วยเหล่าเทพต่างๆที่กำลังพูดคุยและปรึกษาเรื่องราวต่างๆกับโอดิน ด็อปเปอร์เดินย่างก้าวไปตามพรมสีแดงที่ทอดยาวไปยังบัลลังก์ของโอดิน ผ่านเหล่าองครักษ์ทั้ง 4 ด็อปเปอร์เดินย่างก้าวเข้าไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความเงียบและสายตาของเหล่าเทพที่อยู่ในห้องนั้น ด็อปเปอร์เดินเข้ามาเรื่อยๆและแล้วเขาก็ได้เดินไปหยุดอยู่ที่หน้าบัลลังก์ของโอดิน

" เจ้ามาที่นี่มีอะไรรึ ด็อปเปอร์ " โอดินพูดขึ้นมาทันทีที่ด็อปเปอร์เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าบัลลังก์

" ที่ข้ามาวันนี้ก็เพื่อจะมาขอให้ท่าน คืนตำแหน่งให้กับท่านแม่ของข้า " สิ้นเสียงพูดของด็อปเปอร์ ทันใดนั้นเหล่าเทพทั้งหมดในห้องๆนั้นก็พากันแตกตื่น

" แม่ของเจ้าเดิมทีก็เป็นมนุษย์อยู่แล้ว แถมยังทำเรื่องเสื่อมเสียเกียรติให้กับเหล่าเทพ เจ้ายังจะมีหน้ามาพูดเรื่องนี้อีกหรอ " ทอร์พูดขึ้นมาพร้อมกับชี้ไปที่ด็อปเปอร์ทันที

" หุบปากของเจ้าไปซะ ทอร์ ข้าไม่ได้มาพูดกับเจ้า อย่าได้เสนอหน้ามาพูดกับข้า " ด็อปเปอร์พูดขึ้นโดยที่ไม่หันไปมองหน้าของทอร์ด้วยซ้ำ การกระทำของเขานั้นมันช่างสร้างความโกรธให้กับทอร์ยิ่งนัก ทันใดนั้นทอร์ก็หยิบค้อนสายฟ้าของเขาและเดินตรงมาที่ด็อปเปอร์ แต่ทว่า

" หยุดได้แล้ว !! " เสียงๆหนึ่งดังขึ้น มันคือเสียงของโอดิน ในทันทีที่เขาพูดขึ้นเหล่าเทพทุกคนต่างก็หยุดนิ่งในทันที จากนั้นโอดินก็พูดต่อ

" ข้าคงจะคืนตำแหน่งให้กับแม่ของเจ้าไม่ได้หรอกนะ ด็อปเปอร์ นั่นก็เพราะว่าแม่ของเจ้านั้นทำผิดจริงๆ "

" ข้าจะให้ท่านเลือก โอดิน เหมือนกับที่ท่านเคยให้ท่านแม่ของข้าได้เลือก ระหว่างคืนตำแหน่งให้กับท่านแม่ของข้า หรือว่า สงคราม " ด็อปเปอร์พูดขึ้นด้วยท่าทางที่จริงจัง

" หยุดเถอะน่าด็อปเปอร์ ข้ารู้ว่าเจ้าน่ะรักท่านเฟย่ามาก แต่เจ้าทำเกินไปนะ " ซาร่าพูดขึ้น

" ใช่ด็อปเปอร์ แม่ของเจ้ายอมเสียสละเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงสงคราม แต่เจ้ากลับจะก่อมันขึ้นมาซะเองงั้นหรอ " กริมเนียร์พูดต่อ

" ข้าให้เวลาท่าน 2 วัน โอดิน แล้วข้าจะกลับมาฟังคำตอบ "

ด็อปเปอร์พูดขึ้นพร้อมกับหันหลังและเดินออกไป ทันทีที่ด็อปเปอร์เดินออกไปจากห้องนั้น เสียงเอะอะโวยวายและแตกตื่นก็เกิดขึ้นมาในทันที เหล่าเทพทุกคนต่างก็ถกเถียงกันในเรื่องนี้ ทันใดนั้นเอง ทอร์ก็หันหลังและเดินออกไปจากห้องๆนั้นโดยที่แทบจะไม่มีใครสังเกต...........



ห่างออกมาจากปราสาทของโอดิน ด็อปเปอร์กำลังจะออกไปจากดินแดนสวรรค์และกลับไปยังมิดการ์ด แต่แล้วก็มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาที่ด้านหลังของเขา

" หยุดก่อน ข้าจะไม่ให้เจ้าได้กลับไปยังมิดการ์ดอีกแน่ เจ้าลูกปีศาจ " เสียงๆหนึ่งดังขึ้น ทันใดนั้นด็อปเปอร์ก็หันไปดูที่มาของเสียง

" อ่าว นึกว่าใคร ที่แท้ก็ทอร์ มหาเทพผู้อ่อนแอนี่เอง " ด็อปเปอร์พูดขึ้น ทันใดนั้นใบหน้าของทอร์ก็เต็มไปด้วยความโกรธอีกครั้ง

" เจ้าว่ายังไงนะ "

" ข้าบอกว่าอ่อนแอยังไงล่ะ พูดกันตามตรงนะ เผลอๆข้าว่า เฮมดอล กริมเนียร์ โฮเนียร์ หรือแม้แต่ซาร่า เหล่าองครักษ์แห่งโอดิน ยังจะเก่งกว่าเจ้าซะอีกนะ ถ้าเจ้าไม่มีค้อนสายฟ้านั่นล่ะก็ข้าว่าเจ้าก็คงจะไม่ต่างไปจากพวกเทพปลายแถวนักหรอกน่า ฮะๆ " ด็อปเปอร์พูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะ ทันใดนั้น ทอร์ก็หยิบค้อนสายฟ้าของเขาออกมา

" วันนี้ฆ่าจะต้องฆ่าเจ้าให้ได้ เจ้าลูกปีศาจ " พูดจบทอร์ก็พุ่งเข้าไปที่ด็อปเปอร์ทันที

" แหมๆ แย่จริง โดนแย่งบทพูดซะแล้วสิ " ด็อปเปอร์พูดพร้อมกับยิ้มและหยิบดาบของเขาออกมา ................



ท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวายที่ยากจะควบคุมในห้องโถงของโอดิน ทันใดนั้นกริมเนียร์ก็มองไปรอบๆและพูดขึ้น

" ท่านโอดิน "

" มีอะไรรึ กริมเนียร์ " โอดินพูดพร้อมกับท่าทางที่ระอากับเหล่าเทพในห้องของเขา

" ข้าคิดว่า ทอร์คงจะตามด็อปเปอร์ออกไปแล้ว " สิ้นเสียงของกริมเนียร์ ทันใดนั้นโอดินและองครักษ์ที่เหลือต่างก็แสดงอาการตกใจในทันที

" วะๆ..ว่ายังไงนะ ทอร์ไม่อยู่งั้นหรอ " โอดินพูดขึ้นพร้อมกับมองไปรอบๆ

" เจ้านั่นไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ เจ้านั่นคงจะใช้เสียงกับภาพที่น่าเบื่อหน่ายในห้องนี้ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากพวกเราสินะ แบบนี้แย่แน่ 2 คนนั่นยิ่งไม่ถูกกันอยู่ " เฮมดอลพูดขึ้น

ในขณะที่กำลังวุ่นวายกันอยู่ ทันใดนั้นก็ได้มีเทพองค์หนึ่งวิ่งเข้ามายังห้องโถงด้วยความแตกตื่น

" แย่แล้ว ท่านโอดิน " เทพองค์นั้นรีบพูดขึ้นเมื่อมาอยู่ต่อหน้าของโอดิน

" มีอะไรว่ามาเร็ว " โอดินพูดขึ้นด้วยท่าทางรีบร้อน

" ตอนนี้ ท่านทอร์กับด็อปเปอร์กำลังต่อสู้กันอยู่ที่ปลายสุดของดินแดนสวรรค์ครับ "

" ว่ายังไงนะ "

ทันทีที่พูดจบ โอดินก็รีบลุกขึ้นและรีบออกไปจากปราสาทในทันที ตามมาด้วยเหล่าองครักษ์ทั้ง 4 และพวกเทพที่อยู่ในห้องนั้นต่างก็รีบตามออกไปด้วยเช่นกัน โอดินและเหล่าเทพต่างๆมากมายต่างก็รีบมุ่งตรงไปยังที่ๆพวกเขานั้นต่อสู้กัน แต่ในทันทีที่โอดินและเหล่าเทพได้มาถึงนั้น พวกเขาก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่ได้เห็นตรงหน้า ภาพนั้นมันคือภาพของด็อปเปอร์ และข้างๆกายของเขานั้นมีร่างที่ไร้ลมหายใจของทอร์นอนอยู่ ในมือของด็อปเปอร์นั้นถือค้อนสายฟ้าของทอร์ที่เขายึดมาได้หลังจากที่ฆ่าทอร์แล้ว

" เจ้าทำอะไรลงไป ด็อปเปอร์ " โอดินตะโกนออกมาด้วยเสียงที่ดังมาก ทันใดนั้นด็อปเปอร์ก็หันมายังโอดินและเหล่าเทพ

" นี่คือคำตอบของท่านสินะโอดิน ท่านเลือกสงคราม ท่านถึงได้ส่งทอร์มาฆ่าข้า รวดเร็วทันใจดีนี่ ก็ดีเหมือนกันข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลารอไปตั้ง 2 วัน ถ้าท่านจะเอาอย่างงั้นก็ได้ โอดิน เตรียมกองทัพของท่านเอาไว้ได้เลย ข้าด็อปเปอร์ ขอประกาศสงครามกับเหล่าเทพ ณ บัดนี้ " พูดจบด็อปเปอร์ก็ทุบค้อนสายฟ้าลงไปที่พื้น ทันใดนั้นก็มีสายฟ้าขนาดใหญ่ฟาดลงมายังจุดๆนั้น แรงระเบิดของมันทำให้เหล่าเทพต่างๆถึงกับกระเด็นออกไปแม้จะอยู่ห่างจากจุดๆนั้นมาก และในทันทีที่หมอกควันจากแรงระเบิดค่อยๆจางหายไป ร่างของด็อปเปอร์ที่เคยอยู่ตรงนั้นก็หายไปด้วยเช่นกัน

" จะทำยังไงดีครับ ท่านโอดิน " เฮมดอลพูดขึ้น

" ข้าจะทำสงครามกับเค้าเอง " โอดินพูดตอบ

" แบบนี้...ดีแล้วรึครับ " กริมเนียร์พูดพร้อมกับมองไปยังที่ๆด็อปเปอร์เคยยืนอยู่

" ข้า ไม่มีทางเลือก " โอดินพูดขึ้น จากนั้นก็เขาหันหลังและเดินกลับไปยังปราสาทของเขาอีกครั้ง..........



ในทันทีที่ด็อปเปอร์ได้ค้อนสายฟ้าของทอร์มานั้น เขาก็ได้ใช้ค้อนนั่นทำลายผนึกของทอร์ที่เคยผนึกประตูนรกเอาไว้ในทันที จากนั้นด็อปเปอร์ก็รวบรวมเหล่าทหารปีศาจเรดิก จำนวนกว่า 5 แสนตัวเพื่อใช้เป็นกองทัพของเขา โดยที่มี บลัดไนท์ และอาบิสไนท์เป็นผู้นำทัพ ในเวลาเดียวกันนั้น โอดินก็ได้มีบัญชาลงไปยังเมืองพอนเทร่า เมืองหลวงของอาณาจักรมิดการ์ดให้ทางพอนเทร่านั้นส่งอัศวินทุกๆคนที่พอจะรบได้รวมถึงเหล่าพรีส ให้มาร่วมในสงครามครั้งนี้ด้วย และทางพอนเทร่าก็เต็มใจที่จะทำตามคำบัญชาของโอดิน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ด็อปเปอร์โกรธเป็นอย่างมาก เหตุก็เพราะมนุษย์นั้นไปให้ความร่วมมือกับพวกเทพ ดังนั้นด็อปเปอร์จึงได้ยกกองทัพของเขาไปโจมตีเมืองพอนเทร่า และในเวลาเดียวกันนั้นโอดินก็ได้นำกองทัพที่มีทั้งเหล่าเทพและมนุษย์มาป้องกันการบุกโจมตีของด็อปเปอร์ สนามรบที่พวกเขาต่อสู้ห้ำหั่นกันนั้นอยู่ห่างจากเมืองพอนเทร่าไปไม่ไกลนัก

สงครามครั้งนั้นเป็นสงครามครั้งยิ่งใหญ่ที่ต่อสู้กันอย่างยาวนานถึง 7 วัน 7 คืน ทั้งทหารปีศาจเรดิก เหล่าเทพ อัศวิน และพรีส ต่างก็ล้มตายกันไปเรื่อยๆ จนในที่สุด ด็อปเปอร์ก็เข้าไปต่อสู้กับโอดิน โดยที่อาบิสไนท์และบลัดไนท์ต่อสู้กับเหล่าองครักษ์ การต่อสู้นั้นเป็นไปอย่างดุเดือด จนในที่สุดเหล่าองครักษ์ก็สามารถปลิดชีพบลัดไนท์ลงได้ และด็อปเปอร์เองก็พ่ายแพ้ให้แก่โอดิน กองทหารเรดิกจำนวนกว่า 5 แสนนั้นถูกฆ่าตายจนหมดสิ้น เมื่อเหตุการณ์กลับกลายเป็นเช่นนี้ อาบิสไนท์จึงได้พาด็อปเปอร์หลบหนีกลับเข้าไปยังนรกอีกครั้ง

อาบิสไนท์พาด็อปเปอร์ไปยังปราสาทของลูซิเฟอร์และพักรักษาตัวอยู่ที่นั่น ในทันทีที่เขานั้นตื่นขึ้นมานั้น ด็อปเปอร์ก็ได้ระบายความคับแค้นใจที่เหล่าเทพนั้นได้ดูหมิ่นในตัวของเฟย่าให้กับลูซิเฟอร์ได้ฟัง ด้วยความรักที่มีต่อเฟย่าและด็อปเปอร์นั้น จึงทำให้ลูซิเฟอร์บอกเล่าเรื่องเกี่ยวกับดาบปีศาจทั้ง 3 เล่มให้กับด็อปเปอร์ได้ฟัง ดาบทั้ง 3 นั้นมีพลังที่แตกต่างกันออกไป ดาบเล่มแรกคือไฟเบลด ( Fireblade ) มันเป็นดาบที่อยู่ในนรกแห่งไฟ เป็นดาบที่มีพลังทำลายล้างแห่งไฟสามารถเผาผลานได้ทุกสิ่ง เล่มที่ 2 ก็คือ ไอซ์ ฟาลคอน  ( Ice Falchion ) มันเป็นดาบที่อยู่ในนรกน้ำแข็ง เป็นดาบที่สามารถเยือกแข็งได้ทุกสิ่ง และเล่มสุดท้ายก็คือ เทเลฟริ๊ง ( Talefing ) ดาบที่อยู่ในนรกแห่งความมืด เป็นดาบที่มีพลังมากที่สุดในบรรดาดาบแห่งนรกทั้ง 3 เมื่อด็อปเปอร์ได้ฟังดังนั้น เขาก็ตัดสินใจที่จะเลือกดาบเทเลฟริ้ง ดังนั้น บาโพเมทจึงได้นำทางด็อปเปอร์ไปยังนรกแห่งความมืดและพาเขาเข้าไปยังวิหารแห่งความมืด ซึ่งเป็นที่ๆ ใช้เก็บดาบปีศาจเทเลฟริ้ง ด็อปเปอร์ได้เข้าไปในวิหารและได้รับการทดสอบจากดาบจนในที่สุดเขาก็ได้ดาบเทเลฟริ้งมาครอบครอง พลังของเขาในตอนนี้เพื่มขึ้นอย่างมาก แต่ทว่ามันไม่ใช่เพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่ได้ครอบครองดาบเทเลฟริ้ง แต่ดาบเทเลฟริ้งเอง ก็ได้ครอบครองจิตใจของเขาด้วยเช่นกัน ความมืดในหัวใจของด็อปเปอร์นั้นทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากมาย มันเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นปีศาจอย่างสมบูรณ์

และในคืนนั้นเอง ด็อปเปอร์ก็กลับขึ้นไปยังสวรรค์และฆ่าพวกเทพทุกคนบนนั้นจนหมดสิ้น พลังของเขาช่างน่ากลัวยิ่งนัก ด็อปเปอร์ในตอนนี้เป็นเหมือนดั่งปีศาจร้ายที่คิดแค่การทำลายและฆ่าฟันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เมื่อด็อปเปอร์ฆ่าเหล่าเทพต่างๆบนสวรรค์จนหมดไปสิ้น เขาก็ได้เข้าไปยังปราสาทของโอดิน เหล่าองครักษ์พยายามที่จะให้เขานั้นหยุดอยู่แค่นี้แต่ก็ไร้ผล ดังนั้นเหล่าองครักษ์จึงจำเป็นจะต้องต่อสู้กับด็อปเปอร์ เพื่อปกป้องสิ่งที่ตนเองรัก ระหว่างด็อปเปอร์ที่มีต่อเฟย่า และเหล่าองครักษ์ที่มีต่อโอดิน แต่ในที่สุดด้วยพลังของเทเลฟริ้ง ด็อปเปอร์ก็สามารถฆ่าพวกองครักษ์ทั้ง 4 ของโอดินได้จนหมดและเขาก็ได้ฆ่าโอดินในเวลาต่อมา ทันทีที่เขาฆ่าเหล่าเทพทั้งหมดได้ ด็อปเปอร์ได้ก็ใช้ปราสาทของโอดินเป็นที่อยู่ และในตอนนั้นเองที่เขาได้รับรู้เกี่ยวกับเรื่องของดาบเอ็กคาลิเบอร์ เขาจึงได้สั่งให้บาโพเมทนั้นออกตามหาดาบเล่มนี้ ความจริงแล้วบาโพเมทนั้นเจอดาบเอ็กคาลิเบอร์ในเวลาแค่เพียงไม่นาน แต่ทว่าบาโพเมทนั้นรู้ดีว่า ไม่มีทางเลยที่ด็อปเปอร์นั้นจะสามารถใช้ดาบเอ็กคาลิเบอร์ได้ นั่นก็เพราะดาบเล่มนี้มันมีพลังของแสงศักสิทธิ์อยู่ ดังนั้นบาโพเมทจึงได้ตัดสินใจที่จะอยู่ในวิหารเพื่อที่จะคอยเฝ้าดาบเอ็กคาลิเบอร์นั้นไว้ไม่ให้ใครนำมันไปใช้ได้ และสิ่งที่บาโพเมทยอมเสียสละนี้ทั้งหมดก็เพื่อด็อปเปอร์ เพื่อเพื่อนที่เขารักมากที่สุด บาโพเมทนั้นตัดสินใจว่า แม้เขาจะต้องคอยเฝ้าอยู่ที่นี่ไปตลอดกาล เขาก็ยินดีที่จะทำ ดังนั้นบาโพเมทจึงได้อยู่ในวิหารลวงตานั้นต่อไป เป็นเวลานานแสนนาน.................




กาลเวลาผ่านเลยไป และแล้วในวันหนึ่ง ขณะที่ด็อปเปอร์กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่เคยเป็นของโอดินนั้น เฟย่าก็ได้เดินเข้ามาหาเขา

" ท่านแม่ มาหาข้ามีอะไรหรอครับ รึว่ามีใครรังแกท่านอีก บอกข้ามาได้เลย ข้าจะไปฆ่ามันเอง " ด็อปเปอร์พูดขึ้นมา ทันใดนั้นเฟย่าก็มองไปที่ใบหน้าของด็อปเปอร์ด้วยท่าทางจริงจัง

" ด็อปเปอร์ ตามแม่มาทีสิ " เฟย่าพูดขึ้น

จากนั้นก็หันหลังเดินออกไปจากห้องโถงนั่น ด็อปเปอร์งุนงงกับสิ่งที่เฟย่าทำ แต่ถึงกระนั้นเขาก็เดินตามเฟย่าออกไป เฟย่านั้นได้พาด็อปเปอร์มายังปราสาทกลาสเฮมของเธอ จากนั้นเธอก็ได้พาด็อปเปอร์เข้ามายังห้องโถงซึ่งเป็นที่ตั้งของบัลลังก์ของเธอ

" ไปนั่งลงตรงนั้นสิด็อปเปอร์ " เฟย่าพูดขึ้น

ด็อปเปอร์มองแม่ของเขาด้วยอาการสงสัยแต่เขาก็เต็มใจที่จะทำตามคำสังของเฟย่า และในทันทีที่ด็อปเปอร์นั่งลงบนบัลลังก์นั่น เฟย่าก็ยกมือขึ้นพร้อมกับเตรียมที่จะร่ายเวท ด็อปเปอร์เห็นดังนั้นจึงตกใจมาก เขารีบพูดขึ้นมาทันที

" ทะๆ ท่านแม่ ท่านจะทำอะไรน่ะ " ด็อปเปอร์พูดด้วยน้ำเสียงที่สั่น ทันใดนั้นน้ำตาของเฟย่าก็ไหลออกมาจากดวงตาที่ดูเศร้าของเธอ

" แม่ขอโทษนะ ด็อปเปอร์ แต่แม่จำเป็นที่จะต้องผนึกเจ้าเอาไว้ " เฟย่าพูดขึ้นมาพร้อมกับร้องให้ ทันใดนั้นน้ำตาของด็อปเปอร์ก็เริ่มที่จะไหลออกมาเช่นกัน

" อะ อะไรนะ ท่านจะผนึกข้างั้นหรอ ทำไมกันล่ะท่านแม่ ทำไมจะต้องผนึกข้าด้วย "

" เจ้าทำความผิดไปมากมายนัก ด็อปเปอร์ แม่เองก็เสียใจที่จะต้องทำแบบนี้ แต่แม่เป็นแม่ของเจ้า แม่ควรจะรับผิดชอบในสิ่งที่เจ้าได้ก่อไว้ "

" ไม่นะท่านแม่ ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด ท่านแม่ก็ไม่ได้ทำผิด พวกเทพกับพวกมนุษย์ต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด " ด็อปเปอร์พูดพร้อมกับร้องให้ออกมา

" ด็อปเปอร์ เจ้าไม่คิดที่จะเชื่อฟังแม่แล้วหรอ " เฟย่าพูดขึ้น ทันใดนั้นด็อปเปอร์ก็ชะงักในทันที แสงสีม่วงจากดาบของเขาค่อยๆอ่อนลงทีละนิดๆ

" ข้าขอโทษครับท่านแม่ ข้าจะเชื่อฟังท่าน แค่ท่านเพียงคนเดียวเท่านั้น ต่อให้ท่านจะผนึกข้า หรือจะฆ่าข้า ข้าก็จะยอมท่าน ท่านเพียงคนเดียว " ด็อปเปอร์พูดด้วยท่าทีที่อ่อนลง

" ฟังนะด็อปเปอร์ ผนึกนี้ไม่ได้ผนึกเจ้าไว้ตลอดไปหรอกนะ จะมีวันหนึ่งที่เจ้าจะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง และแม่ก็หวังว่าเมื่อถึงวันนั้นเจ้าจะสำนึกในสิ่งที่เจ้าได้กระทำลงไป " เฟย่าพูดขึ้น

ทันใดนั้นเอง ที่มือของเฟย่าก็มีแสงสว่างสีขาวปรากฏขึ้นมา แสงนั้นแผ่กระจายออกไปเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นดังนั้นด็อปเปอร์จึงพูดขึ้น

" ท่านแม่ ท่านจะสัญญากับข้าได้รึปล่าว "

" ว่ามาสิ "

" ถ้าหากว่าถึงวันนั้น วันที่ข้าตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ท่านแม่ ท่านสัญญากับข้าได้ไหม ว่าเมื่อข้าลืมตาขึ้นมา ข้าจะได้เห็นใบหน้าของท่านเป็นคนแรก " ด็อปเปอร์พูดพร้อมกับร้องให้

เมื่อได้ฟังดังนั้นเฟย่าก็ชะงังในทันที เธอรู้ดีว่ามันไม่สามารถที่จะเป็นไปได้เลย แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่สามารถที่จะบอกความจริงออกไปได้ เฟย่ากัดฟันแน่นและกล้ำกลืนความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตากับด็อปเปอร์และยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่เธอเคยมีให้เค้ามาตลอด

" ได้สิ แม่สัญญา หากวันใดเจ้าตื่นขึ้นมา เจ้าจะได้เห็นแม่เป็นคนแรก " พูดเสร็จเธอก็ได้ใช้เวทมนต์ของเธอนั้นผนึกด็อปเปอร์ในทันที

แสงสีขาวนั้นค่อยๆห้อมล้มรอบๆตัวของด็อปเปอร์เอาไว้ ใบหน้าของเขาค่อยๆก้มลงช้า ดวงตาของเขาก็ค่อยๆเลื่อนปิดลง และดาบเทเลฟริ้งที่เคยอยู่ในมือของเขานั้นก็ได้ร่วงหล่นไปยังด้านข้างของบัลลังก์ที่ด็อปเปอร์นั่งอยู่ แค่เพียงเวลาไม่นานนัก ด็อปเปอร์ก็ได้ถูกผนึกไว้อย่างสมบูรณ์

เฟย่านั้นทรุดตัวลงไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการใช้พลังอันมหาศาล เธอพยายามที่จะมองใบหน้าของด็อปเปอร์และจดจำใบหน้าของเขาเอาไว้ให้มากที่สุด นั่นก็เพราะเฟย่านั้นรู้ดีว่า อีกไม่นานเธอก็จะไม่มีโอกาศได้เห็นใบหน้าของเขาอีกแล้ว

" แม่ขอโทษนะ ที่แม่จะต้องผิดสัญญากับเจ้า " พูดจบเฟย่าก็ลุกขึ้นมา เธอเดินไปยังด็อปเปอร์ที่ในตอนนี้กำลังหลับอยู่บนบัลลังก์เพราะเวทมนต์ผนึก ทันใดนั้นเฟย่าก็เอื่อมมือไปที่ใบหน้าของด็อปเปอร์และลูบไปที่แก้มของเขาด้วยความรัก

" ด็อปเปอร์ ถึงเจ้าจะทำผิดมากซักแค่ไหนแต่เจ้าก็ยังเป็นคนที่แม่รักมากที่สุด แม่ไม่เคยนึกเสียใจเลยที่เจ้าเกิดมา เจ้าคือสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับแม่ " พูดเสร็จเฟย่าก็หันหลังและเดินออกมา

" ข้ายังตายไม่ได้ ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ข้าจะต้องทำ " เฟย่าพูดขึ้น จากนั้นเธอก็เดินออกมาจากปราสาทกลาสเฮมและมุ่งหน้าไปยังเมืองกิฟเฟน..........




ภายในเมืองกิฟเฟนตอนนี้เต็มไปด้วยเหล่าปีศาจจากนรกที่ด็อปเปอร์สั่งให้ออกมาโจมตีมนุษย์ ปีศาจพวกนั้นขับไล่ชาวเมืองออกไปจนกระทั้งกิฟเฟนนั้นกลายเป็นเมืองร้าง ทันใดนั้นเฟย่าก็เดินเข้ามาในเมืองกิฟเฟน เหล่าปีศาจต่างๆนั้นเมื่อเห็นเฟย่าเดินเข้ามาพวกมันก็พากันมารวมตัวกันที่เฟย่า เมื่อเฟย่าเห็นดังนั้นเธอจึงพูดขึ้น

" พวกเจ้าทั้งหมด ช่วยกลับเข้าไปในนรกทีได้ไหม " สิ้นเสียงของเฟย่า ทันใดนั้นเหล่าปีศาจต่างก็ตกใจในทันที

" เอ๋ แต่ว่าท่านด็อปเปอร์สั่งให้พวกเรามาโจมตีเมืองของพวกมนุษย์เพราะพวกมันอยู่ฝ่ายเดียวกับเทพนี่ครับ " อินคิวบัสพูดขึ้น

" ข้าขอร้องล่ะนะ ช่วยกลับเข้าไปในนรกทีเถอะ " เฟย่าพูดขึ้นท่ามกลางใบหน้าที่เศร้าสร้อย ทันใดนั้นอินคิวบัสก็รีบพูดขึ้นมาทันที

" ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกครับ ท่านเฟย่า ถ้าเป็นคำสั่งของท่าน พวกเราเต็มใจที่จะทำอยู่แล้วครับ พวกเราจะรีบกลับเข้าไปยังนรกเดี๋ยวนี้ครับ " พูดจบบรรดาปีศาจนรกก็พากันเดินไปที่หอสมุดแห่งกิฟเฟนทันที เพื่อที่จะไปยังประตูนรกที่อยู่ชั้นใต้ดินของหอนั่น

" เอะ เดี๋ยวก่อน ซัคคิวบัส " เฟย่าเรียกปีศาจซัคคิวบัสที่กำลังจะเดินกลับไปยังนรก

" มีอะไรหรอคะ ท่านเฟย่า "

" ก่อนกลับช่วยไปตามอาบิสไนท์มาพบข้าทีหน้าประตูนรกทีนะ "

" ได้ค่ะท่านเฟย่า " ซัคคิวบันพูดขึ้น จากนั้นเธอก็เดินต่อไป หลังจากที่เฟย่าตรวจดูในเมืองทั้งหมดว่าไม่มีปีศาจนรกหลงเหลืออยู่แล้ว เฟย่าก็เดินไปยังหอสมุดแห่งกิฟเฟนและลงไปยังชั้นใต้ดินสู่ประตูนรก ทันทีที่เฟย่าเดินมาถึงยังประตูนรกนั้น อาบิสไนท์ก็ได้มายืนรออยู่ที่หน้าประตูแล้ว

" เรียกหาข้ามีอะไรรึครับ ท่านเฟย่า " อาบิสไนท์พูดขึ้น

" ข้าจะใช้พลังทั้งหมด ปิดผนึกประตูนรกนี่ซะ " เฟย่าพูดขึ้น ทันใดนั้นอาบิสไนท์ก็แสดงอาการตกใจในทันที

" อะ อะไรนะครับท่านเฟย่า พลังทั้งหมด ท่านหมายความว่ายังไง ด้วยพลังของท่านเฟย่าแค่จะผนึกประตูนรกมันก็เป็นเรื่องง่ายไม่ใช่หรอครับ "

" ไม่ใช่ตอนนี้แล้วล่ะ อาบิสไนท์ ข้าใช้พลังส่วนใหญ่ในการผนึกด็อปเปอร์ไปแล้ว หากข้าจะใช้ผนึกอีก ข้าก็คงจะต้องยอมสละชีวิต " เฟย่าพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม

" เอ๋ อะไรกัน ผนึกท่านด็อปเปอร์ สละชีวิต ท่านหมายถึงอะไรกันแน่ " อาบิสไนท์พูดออกมาด้วยท่าทางที่มึนงงอย่างสุดขีด ทันใดนั้นเฟย่าก็เดินเข้ามาหาเขาแล้วพูดขึ้น

" อาบิสไน์ ข้าขอฝากด็อปเปอร์เอาไว้กับเจ้าได้รึปล่าว ช่วยดูแลเค้าแทนข้าที " เฟย่าพูดพร้อมกับมองไปที่ใบหน้าของอาบิสไนท์ ถึงเขาจะไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่แต่อาบิสไนท์ก็รับรู้ได้ทันทีว่า วินาทีนี้เขาจะต้องทำตามสิ่งที่เฟย่าพูดทุกอย่าง

" ท่านเฟย่าผนึกท่านด็อปเปอร์เอาไว้แล้วใช่ใหมครับ " อาบิสไนท์ถามขึ้น ทันใดนั้นเฟย่าก็ตอบออกมา

" ใช่ ข้าผนึกเขาเอาไว้ที่ปราสาทกลาสเฮม และหากว่าวันใดเขาตื่นขึ้นมา อาบิสไนท์ท่านช่วยดูแลเค้าแทนข้าด้วยนะ " ทันทีที่เฟย่าพูดจบ อาบิสไนท์ก็คุกเข่าลงต่อหน้าเฟย่าทันที

" ข้ารับปากท่าน ข้าจะดูแลเค้าให้ดีที่สุด ข้าสาบาน " อาบิสไนท์พูดขึ้น ทันใดนั้นเฟย่าก็ยิ้มออกมา

" ขอบใจนะ อาบิสไนท์ " พูดจบเฟย่าก็เดินไปที่ประตูนรกและใช้เวทมนต์ผนึกประตูนั่นทันที

" ลาก่อนครับ ท่านเฟย่า ข้าดีใจมากที่ได้รับใช้ท่าน " อาบิสไนท์พูดพร้อมกับร้องให้ออกมา

ทันใดนั้นก็มีแสงสว่างปรากฏขึ้นมาทันที แสงสว่างนั้นเจิดจ้าจนเหมือนกับว่าโลกทั้งใบถูกปกคลุมไปด้วยแสงสว่าง เวลาผ่านไปเพียงไม่นานแสงนั้นก็ค่อยๆเลือนหายไปพร้อมกับร่างของเฟย่า

" ไม่ต้องห่วงนะครับท่านเฟย่า ข้าจะดูแลท่านด็อปเปอร์เอง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ข้าก็จะอยู่รอจนกระทั้งถึงวันที่เขานั้นตื่นขึ้นมาอีกครั้ง " อาบิสไนท์พูดขึ้น

หลังจากนั้นอาบิสไนท์ก็ไปยังปราสาทกลาสเฮมและคอยเฝ้าด็อปเปอร์ไว้ เป็นเวลานับ 2000 ปี และแล้วเมื่อกาลเวลาผ่านไปด็อปเปอร์ก็ได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ทว่าใบหน้าแรกที่เขาได้เห็นมันไม่ใช่ใบหน้าของเฟย่าแต่กลับเป็นใบหน้าของอาบิสไนท์

" อาบิสไนท์... นี่ข้าหลับไปนานเท่าไหร่แล้ว " ด็อปเปอร์พูดขึ้นด้วยท่าทางงัวเงีย

" คงจะประมาน 2000 ปีแล้วครับ " อาบิสไนท์ตอบ

" 2000 ปีเชียวหรอ "

ด็อปเปอร์ยังคงอยู่ในอาการงุนงงกับสิ่งต่างๆรอบข้าง ปราสาทที่เคยสวยงามก็ดูเก่าและทรุดโทรม ของที่เคยประดับเอาไว้ตามที่ต่างๆก็เก่าและผุพัง ผ้าม่าน พรม ต่างก็ซีดและขาดรุ่งริ่ง ด็อปเปอร์มองดูสิ่งต่างๆรอบๆตัว ทันใดนั้นเองเขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ เขารีบถามอาบิสไน์ทันที

" แล้วท่านแม่ของข้าล่ะ ท่านแม่อยู่ที่ไหน " ด็อปเปอร์ถามออกไปด้วยท่าทางที่เร่งรีบ แต่กลับไม่มีเสียงตอบจากอาบิสไนท์

" ข้าถามว่าท่านแม่อยู่ที่ไหน " ด็อปเปอร์ยังคงถามต่อ อาบิสไนท์ก้มหน้าลง หลังจากนั้นเขาก็เล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้ด็อปเปอร์ได้ฟัง ทันใดนั้นน้ำตาของด็อปเปอร์ก็ไหลออกมาอีกครั้ง

" ท่านแม่... ท่านผิดสัญญา  ท่านโกหกข้า... " ทันใดนั้นด็อปเปอร์ก็ก้มหน้าลงไป เขากัดฟันแน่นและตะโกนออกมาพร้อมด้วยน้ำตาแห่งความผิดหวังและความแค้น................






ด็อปเปอร์ยืนนิ่งและคิดถึงเรื่องราวในอดีตระหว่างที่เขากำลังสู้กับ อาเทอร์ ไวเปอร์ ลูเซีย และ ลิเดีย ทันใดนั้นเองน้ำตาของเขาก็ไหลออกมาจากดวงตาที่เศร้าสร้อยนั่น น้ำตาของด็อปเปอร์ที่ไหลออกมานั้น สร้างความงุนงงและแปลกใจให้กับพวกเขาทั้ง 4 เป็นอย่างมาก

" เห้ย นี่เจ้าร้องให้ทำไมกัน " อาเทอร์พูดออกมาด้วยความงุนงง ทันใดนั้นด็อปเปอร์ก็ยกมือของเขาขึ้นมาและปาดน้ำตาทิ้งไป

" หึ ข้าแค่เพียงนึกถึงอดีตเท่านั้น " ด็อปเปอร์พูดขึ้น

" อดีตงั้นรึ แล้วทำไมต้องร้องให้ด้วยล่ะ หรือว่ามันเป็นอดีตที่น่าเศร้างั้นหรอ " ลูเซียถามต่อ

" น่าเศร้างั้นหรอ หึๆ นั่นสินะ " ด็อปเปอร์พูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะ จากนั้นเขาก็พูดต่อ

" บางทีข้าก็นึกอิจฉาพวกเจ้าที่จำเรื่องในอดีตไม่ได้ เรื่องบางอย่างข้าก็อยากที่จะลืมมัน แต่ก็กลับลืมมันไม่ได้ " ด็อปเปอร์พูดออกมา

" เจ้าหมายความว่ายังไงกัน " ไวเปอร์ถามต่อ ทันใดนั้นด็อปเปอร์ก็พูดขึ้น

" มาร่วมมือกับข้าเถอะนะ องครักษ์ " สิ้นเสียงของด็อปเปอร์ ทันใดนั้นทุกคนต่างก็ตะลึงในทันที

" อะไรนะ อยู่ๆจะมาให้ร่วมมือกับเจ้านี่นะ เจ้าบ้าไปแล้วรึไง " ไวเปอร์พูดขึ้นมาในทันที

" ทำไมล่ะ ทำไมพวกเจ้าจะต้องปกป้องพวกมนุษย์ด้วย พวกมนุษน่ะอยู่ฝ่ายเดียวกับพวกเทพ และในอดีตพวกเจ้าก็เกียจเหล่าเทพไม่ต่างไปจากข้า " ด็อปเปอร์พูดขึ้น

" ข้าไม่รู้หรอกนะว่าในอดีต ข้าจะเคยเป็นยังไง แต่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำลายอาณาจักรมิดการ์ดนี้เป็นแน่ " อาเทอร์พูดขึ้น

" ใช่ เราจะไม่ยอมให้เจ้าได้ทำลายอาณาจักรแห่งนี้หรอกนะ เพราะพวกเรามีคนสำคัญที่พวกเราจะต้องปกป้องอยู่ด้านหลังของพวกเรา " ลิเดียพูดพร้อมกับเตรียมที่จะร่ายเวท

" นั่นสินะ ข้าเองก็ไม่อยากให้ตาแก่แห่งเมืองพาย่อนนั่นต้องตายด้วยเหมือนกัน " ไวเปอร์พูดพร้อมกับง้างธนูของเขา

" อย่าเสียเวลาอยู่เลยน่า มาจบๆเรื่องกันดีกว่า " ลูเซียพูดพร้อมกับฉาบพิษของเขาไปที่คาต้าอีกครั้ง

" ไม่ว่าจะเป็นอดีตหรือตอนนี้ ยังไงพวกเจ้ากับข้าก็ไม่สามารถที่จะเดินทางเดียวกันได้จริงๆสินะ " ด็อปเปอร์พูดขึ้น

" ถ้าหากเส้นทางของเจ้าคือการทำลายอาณาจักรนี้แล้วล่ะก็ พวกข้าก็จะเป็นคนที่ทำลายเส้นทางของเจ้าเอง " อาเทอร์พูดขึ้นพร้อมกับเอื้อมมือไปที่ด้านหลังแล้วหยิบดาบเอ็กคาลิเบอร์ออกมา

การต่อสู้ครั้งสุดท้ายกำลังจะมาถึงบทสรุปของมันแล้ว เหล่าองครักษ์จะสามารถปกป้องอาณาจักรเอาไว้ได้หรือไม่ พวกเขาจะสามารถหยุดด็อปเปอร์ได้อย่างไร และพวกเขาจะสามารถปิดผนึกประตูนรกเพื่อไม่ให้ดาร์คหลอดออกมาได้รึไม่ เรื่องราวทุกอย่างนั้นได้เดินทางมาถึงบทสรุปของมันแล้ว บทสรุปที่อยู่ในกำมือของพวกเขา เหล่าองครักษ์แห่งโอดิน......................

 

 

To be continued the last Chapter.........................

 


 




NEKOPOST.NET