Tale of Ragnarok ตอนที่ 23 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Tale of Ragnarok

Ch.23 - เรื่องราวที่ไม่มีใครได้รู้


 

 

บทที่ 23  เรื่องราวที่ไม่มีใครได้รู้



ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มหาเทพโอดินผู้เป็นใหญ่บนสรวงสวรรค์ได้เก็บเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมาจากดินแดนมิดการ์ดและนำมาเลี้ยงดูบนสวรรค์ เด็กคนนั้นสูนย์เสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตไปจนหมดสิ้น เนื่องจากหมู่บ้านของเธอนั้นได้ถูกปีศาจโจมตี เด็นคนนั้นมีนามว่า เฟย่า เฟย่านั้นเป็นเด็กที่ฉลาดและเรียนรู้สิ่งต่างๆได้รวดเร็ว มหาเทพโอดินจึงได้แต่งตั้งให้เธอเป็นเทพองค์หนึ่งบนสรวงสวรรค์แห่งนี้ สัญลักษณ์ของเฟย่าที่โอดินมอบให้กับเธอนั้น ก็คือปีกของเทพอันเล็กที่ติดเอาไว้ที่หูของเธอเรียกว่า แองเจิล วิงค์ เอียร์ ( Angel Wing Ears ) ด้วยความที่เฟย่านั้นเป็นเด็กฉลาด เชื่อฟัง และมีนิสัยดี จึงทำให้โอดินนั้นรักเฟย่าเหมือนกับว่าเธอเป็นลูกสาวคนหนึ่งของเขา เฟย่านั้นเป็นคนที่มีอัธยาศัยดี แต่ทว่าเทพองค์อื่นๆบนสวรรค์นั้นต่างก็ไม่ชอบและรังเกียจเธอ เพราะคิดว่าเดิมทีเฟย่านั้นเป็นเพียงมนุษย์ และมนุษย์นั้นไม่สมควรที่จะมาเป็นเทพอยู่บนสวรรค์ พวกเขาต่างก็รังเกียจเฟย่ามาก แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าของเฟย่า พวกเขากลับยิ้มแย้มและพูดดีกับเธอ เพราะกลัวว่าจะถูกโอดินลงโทษ แต่ก็ยังมีเทพที่แสดงความรังเกียจเธอออกมาอย่างเห็นได้ชัด นั่นก็คือ ทอร์  หนึ่งในมหาเทพผู้มีพลังมากกว่าเทพคนอื่นๆและได้รับมอบตำแหน่งจากโอดิน ทอร์และกลุ่มของเขานั้นมีความรังเกียจในตัวเฟย่าอย่างมากและแสดงออกมาให้เธอเห็นได้บ่อยครั้ง ถึงแม้เฟย่าจะยิ้มแย้มมากแค่ไหน แต่ทว่าในใจลึกๆของเธอนั้นกลับอ้างว้างและอ่อนล้า ถึงแม้ว่าทุกคนจะยิ้มและพูดดีกับเธอ แต่เธอก็รู้ได้จากสายตาของพวกเขาว่าพวกเขานั้นรังเกียจเธอมากแค่ไหนแต่ถึงกระนั้นเฟย่าก็ยังคงอดทนและอยู่บนสวรรค์นั้นต่อไป โดยมีเพียงแค่เหล่าองครักษ์ทั้งสี่ของโอดินเพียงเท่านั้น ที่ไม่รังเกียจและพูดคุยกับเธออย่างจริงใจ

 

กาลเวลาผ่านไป เฟย่านั้นเติบโตขึ้นกลายเป็นหญิงสาวที่งดงามในเวลานั้น เฟย่าจัดได้ว่าเป็นเทพีที่งดงามที่สุดบนสรวงสวรรค์เลยก็ว่าได้ เธอมีผมที่ยาวสีทอง ปลายผมของเธอนั้นหยิกเล็กน้อย คิ้วของเธอไม่บางเกินไป จมูกและปากดูเข้ารูปกับใบหน้าที่สดใสของเธอ เฟย่าเป็นคนที่ยิ้มเก่งบวกกับสัญลักษณ์แองเจิล วิงค์ เอียร์ที่โอดินให้เธอมา มันทำให้เธอนั้นดูสดใสและน่ารักมาก อีกทั้งเฟย่ายังมีพลังของการเรียนรู้ เธอศึกษาหนังสือทั้งหมดในห้องสมุดของโอดินได้อย่างแตกฉานภายในเวลาแค่ 20 ปี เธอสามารถใช้เวทมนต์ต่างๆได้มากมาย รวมไปถึงเวทมนต์ศักสิทธิ์ขั้นสูงหรือแม้กระทั่งเวทชุบชีวิตด้วย เฟย่านั้นมีพลังในการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วจนได้ชื่อว่าเป็นเทพีแห่งความรอบรู้ ด้วยพลังและความสามารถของเธอ โอดินจึงได้แต่งตั้งให้เธอนั้นเป็น 1 ใน 3 เทพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนสรวงสวรรค์เทียบเท่ากับเทพเจ้าทอร์ เหตุการณ์ในครั้งนี้ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับทอร์และกลุ่มของเขาเป็นอย่างมาก เวทมนต์ของเฟย่านั้นเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่จนไม่มีเทพองค์ใดบนสวรรค์ที่จะสามารถเรียนรู้และใช้ได้ยกเว้น ซาร่า 1 ใน 4 องครักษ์แห่งโอดิน องครักษ์ผู้ช่วยเหลือเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถเรียนรู้เวทมนต์และพลังศักสิทธิ์ของเฟย่าได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเวทมนต์ทำลายปีศาจหรือแม้กระทั่ง เวทต้องห้ามที่ยิ่งใหญ่อย่างเวทชุบชีวิตด้วยก็ตาม เฟย่านั้นไม่เคยที่จะหยุดเรียนรู้ เธอชอบอ่านหนังสือต่างๆ และเรียนรู้ในหลายๆเรื่อง ไม่ว่าใครมีหนังสืออะไรเธอก็มันจะไปขอยืมเขามาอ่านอยู่เป็นประจำ.........


จนกระทั่งวันหนึ่ง เฟย่าได้ไปเจอบันทึกของโอดินเกี่ยวกับนรกและซาตาน ทันใดนั้นเฟย่าก็เกิดความอยากรู้ในเรื่องราวต่างๆของนรกในทันที ดังนั้นเฟย่าจึงไปขอต่อโอดินว่าอยากที่จะลงไปยังนรกและไปเรียนรู้เกี่ยวกับที่นั่น แต่ทว่าโอดินกลับสั่งห้ามไม่ให้เธอไปยุ่งเกี่ยวกับนรกอย่างเด็ดขาด โดยโอดินนั้นได้บธิบายให้เฟย่าได้ฟังว่า นรกนั้นเป็นที่ๆน่ากลัว เต็มไปด้วยพวกปีศาจที่ร้ายกาจและพร้อมที่จะฆ่ามนุษย์หรือเทพทุกคนที่มันได้เจอ อีกทั้งซาตานนั้นก็เป็นปีศาจที่มีร่างกายที่ใหญ่โตและน่ากลัวมาก มันมีเขี้ยวที่ยาวและพร้อมที่จะฉีกเนื้อของมนุษย์และเทพ อีกทั้งมันยังมีดวงตาแดงก่ำคอยจับจ้องเหยื่อของมันในความมืด ทันทีที่มันเห็นเหยื่อนั้น มันก็จะเข้ามาฉีกกระชากและกัดกินในทันที เมื่อได้ฟังดังนั้นเฟย่าจึงเกิดความกลัวขึ้นมาในทันที โอดินให้เฟย่าสาบานกับเขาว่า เฟย่านั้นจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของนรกโดยเด็ดขาด และถ้าหากว่าเฟย่านั้นอยากจะรู้เรื่องราวสิ่งใดของนรก ก็ให้เธอมาถามได้ที่เขาแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นเฟย่าก็ได้รับการสอนเกี่ยวกับเรื่องความอันตรายและน่ากลัวของนรกกับพวกปีศาจที่อยู่ในนั้นแทบทุกวัน แต่ทว่ายิ่งเธอได้ฟังที่โอดินสอนเธอมากมายเท่าไหร่ จากความกลัวที่เธอเคยมีต่อนรกนั้น มันก็กลับกลายเป็นความอยากรู้อยากเห็นมากยิ่งขึ้น บางครั้งด้วยสติปัญญาอันเฉียบแหลมของเธอนั้น เธอสามารถรับรู้ได้ว่าบางเรื่องที่โอดินได้บอกเล่าให้เธอฟังนั้น มันเป็นเรื่องโกหก ด้วยเหตุนี้มันยิ่งทำให้เฟย่าอยากที่จะรู้ความจริงมากขึ้นๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง มีรายงานมาจากเทพองค์หนึ่งว่านักเล่นแร่แปลธาตุแห่งเมืองกิฟเฟนเนียร์ ได้สร้างประตูนรกขึ้นมาและและพวกเขาก็ทำให้ปีศาจนรกออกมาอาละวาดฆ่าผู้คนในเมืองล้มตายเป็นจำนวนมาก เมื่อได้ฟังดังนั้น เทพเจ้าทอร์จึงขออาสาไปปราบเหล่าปีศาจนั่น เนื่องจากเดิมทีเขาก็มีความเกียจชังปีศาจนรกพวกนี้อยู่แล้ว ซึ่งโอดินก็ได้อนุญาต และหลังจากที่ทอร์กลับมาจากการทำภารกิจในครั้งนี้แล้ว เฟย่าก็ได้รีบเข้าไปหาเขาในทันที

" ท่านทอร์ ท่านต่อสู้กับปีศาจนรกเป็นยังไงบ้าง " เฟย่าเดินเข้าไปถามเทพเจ้าทอร์ ในขณะที่เขากำลังเดินกลับมากับพวกของเขา

" เฟย่า เจ้าจะถามไปทำไมกัน " ทอร์พูดขึ้นพร้อมกับมองไปยังเฟย่า สายตาของเขานั้นแสดงถึงความรังเกียจออกมาอย่างเห็นได้ชัด

" คือข้าอยากจะรู้เรื่องของนรกน่ะ ท่านช่วยเล่าให้ข้าฟังหน่อยสิ " เฟย่าพูดขึ้น

" หะ อะไรกันเจ้าไม่รู้เรื่องของนรกเลยรึไง เป็นเทพีแห่งความรอบรู้ไม่ใช่หรอ เจ้าก็หัดไปศึกษาเอาเองซิ " พูดเสร็จทอร์ก็หัวเราะและเดินไปต่อกับพรรคพวกของเขา แต่ทว่าขณะที่ทอร์กำลังจะเดินไปจากเฟย่านั้น อยู่ๆเขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ ทอร์ยิ้มออกมาด้วยความเจ้าเล่ย์และหันกลับไปพูดกับเฟย่า

" มีอย่างนึงที่ข้าจะบอกเจ้าได้ เฟย่า ประตูที่จะไปสู่นรกน่ะ มันอยู่ที่ใจกลางเมือง กิฟเฟนเนียร์ ที่ถล่มลงไปยังใต้ดินเพราะพลังของข้า " ทันใดนั้นเฟย่าก็แสดงอาการดีใจในทันที

" จริงหรอ ประตูนั่นสามารถที่จะไปยังนรกได้หรอ ขอบคุณท่านมากนะ " พูดเสร็จเฟย่าวิ่งจากไป ท่ามกลางรอยยิ้มที่แสนชั่วร้ายของทอร์

วันคืนผ่านเลยไป และแล้วก็มาถึงวันหนึ่ง มหาเทพโอดินกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในปราสาทของเขาจากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น ถ้าหากว่าในปราสาทหลังนี้ของเขานั้นจะมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นแล้วล่ะก็ แน่นอนว่าคนที่เคาะต้องเป็นเฟย่า

" เข้ามาสิลูกข้า " โอดินพูดขึ้นในขณะที่กำลังอ่านหนังสือ ทันใดนั้นเฟย่าก็เปิดประตูและเดินเข้าไปหาโอดิน

" เอ่อ คือว่า... ท่านพ่อคะ คือข้าอยากจะไปเที่ยวที่อาณาจักรมิดการ์ดน่ะค่ะ " เฟย่าพูดขึ้น ทันใดนั้นโอดินก็หันมาทางเธอ เฟย่ารีบพูดต่อทันที

" คะๆ คือว่า ข้าอยู่ที่นี่มาก็ 20 ปีแล้ว ข้าอยากจะกลับไปอยู่ที่มิดการ์ดซักพักน่ะคะท่านพ่อ ข้าคิดถึงที่ๆข้าจากมา " พูดจบเฟย่าก็ก้มหน้าลงด้วยความตื่นเต้น ทันใดนั้นโอดินก็ลุกขึ้น

" ข้าทำให้เจ้าคิดถึงบ้านรึ " โอดินพูดพร้อมกับเดินมาที่เฟย่าและลูบไปที่หัวของเธออย่างเอ็นดู

" เปล่าหรอกค่ะ ท่านพ่อ คือข้าแค่อยากจะกลับไปเที่ยวเล่นน่ะค่ะ "

" อืมเอาสิ เจ้าอยากจะไปเที่ยวเล่นที่ไหนก็แล้วแต่เจ้าเถอะนะ เจ้าคงจะคิดถึงที่ๆเจ้าจากมา ข้าไม่ห้ามเจ้าหรอกนะ ข้าเชื่อว่าพลังของเจ้าในตอนนี้แข็งแกร่งพอที่จะดูแลตัวเองได้ " เมื่อได้ฟังดังนั้น เฟย่าก็แสดงอาการดีใจในทันที

" ขอบคุณค่ะท่านพ่อ " เฟย่ารีบเข้าไปกอดโอดินด้วยความดีใจ

" ดูแลตัวเองให้ดีด้วยล่ะ ลูกข้า "

" ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ข้าน่ะเป็นถึง 1 ใน 3 มหาเทพเชียวนะ " เฟย่าพูดพร้อมกับรอยยิ้ม จากนั้นเธอก็เดินออกมาจากห้องหนังสือของโอดิน ทันทีที่เธอปิดประตูห้องนั้นลง สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนจากความดีใจเป็นความรู้สึกผิดในทันที เฟย่าก้มหน้าลงช้า มีคำพูดเบาๆออกมาจากริมฝีปากที่สั่นของเธอ

" ข้าขอโทษนะคะ ท่านพ่อ " จากนั้นเธอก็เดินออกมาจากปราสาทของโอดิน

 

ในคืนวันนั้นเธอก็ได้เดินทางมายังเมืองกิฟเฟน เมืองกิฟเฟนนี้เพื่งจะสร้างขึ้นและเปลี่ยนชื่อใหม่ได้ไม่นานหลังจากเหตุการณ์ที่ประตูนรกถูกเปิด และทอร์ลงมาจัดการกับพวกปีศาจนรก ในกลางดึกคืนนั้น เฟย่าก็ได้แอบเข้าไปในหอสมุดที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกิฟเฟน เธอแอบเข้าไปยังประตูสู่ทางลับใต้ดิน เฟย่าเดินไปตามทางเรื่อยๆ จนในที่สุดเธอก็ได้มาถึงยังซากเมืองใต้ดินแห่งกิฟเฟน ซึ่งในตอนนั้นที่นี่ยังไม่มีพวกปีศาจเข้ามาอาศัยอยู่ เฟย่าเดินเข้าไปเรื่อยๆ จนในที่สุดเธอก็มาถึงยังสถานที่ ที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของประตูนรก ทันใดนั้นเฟย่าก็ใช้พลังของเธอเปิดประตูนรกบานใหญ่นั่น เดิมทีประตูนรกนี้ถูกปิดผนึกจากพลังของค้อนสายฟ้าของทอร์ แต่ทว่าพลังที่ทอร์ใช้ผนึกไว้นั้น เป็นแค่เพียงการกักกันไม่ให้พวกปีศาจนรกนั้นเปิดออกมาได้ แต่ทว่าพลังผนึกของทอร์นั้นไม่มีความสามารถพอที่จะปิดกันไม่ให้เทพองค์อื่นมาเปิดได้ โดยเฉพาะเฟย่า พลังของเธอนั้นเหนื่อกว่าทอร์มากมายนัก เฟย่าใช้พลังของเธอเปิดประตูนั่นได้อย่างง่ายดาย เธอเดินเข้าไปอีกด้านหนึ่งของประตูแล้วปิดมันลง ในทันทีที่เฟย่าเข้ามายังดินแดนนรกนั้นสิ่งแรกที่เธอได้เห็นก็คือภาพของดินแดนที่รกร้างว่างเปล่า ไม่มีต้นไม้ ไม่มีสายน้ำ ไม่มีแสงสว่างอันอบอุ่นจากดวงอาทิตย์ มันเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยดินและหิน แสงที่ส่องสว่างในโลกแห่งนี้ก็มีเพียงแสงจากเปลวไฟที่ร้อนระอุเท่านั้น ทันทีที่เฟย่าก้าวเข้ามาในดินแดนแห่งนี้เรื่อยๆ ความรู้สึกที่เธอสัมผัสได้ ก็มีแต่ ความร้อน ความมืดและความหนาวเหน็บทั้ง 3 อย่างพร้อมๆกันเท่านั้น ในดินแดนที่เธอไม่รู้จักแห่งนี้ ต่างจากมิดการ์ดหรือสรวงสวรรค์ที่เธอเคยพบเจอมาอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้ในใจของเฟย่านั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกกลัวและอยากที่จะกลับออกไป แต่ทว่าอีกใจนึง เฟย่าก็อยากที่จะสำรวจอะไรหลายๆอย่างในดินแดนที่เธอเพื่งจะเคยสัมผัสแห่งนี้ เฟย่าก้าวเดินต่อไปสายตาของเธอต่างก็สำรวจสิ่งต่างๆรอบตัวอย่างระมัดระวัง และแล้วเมื่อเธอเดินมาถึงยังก้อนหินก้อนหนึ่ง ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างกำลังตามเธอมา เฟย่ารีบหันไปดูในทันที และสิ่งที่เธอพบก็คือปีศาจนรกตัวเล็กตัวหนึ่ง

" อะ เอ่อ เจ้าอาศัยอยู่ที่นี่งั้นหรอ " เฟย่าพูดขึ้น ดูเหมือนว่าเธอพยายามที่จะสื่อสารกับปีศาจพวกนั้น

" เจ้าชื่ออะไรงั้นหรอ " เฟย่ายังคงถามต่อ แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากปีศาจตัวจิ๋วตัวนั้น เฟย่าพยายามที่จะยกมือขึ้นและร่ายเวทเพื่อป้องกันตัว แต่ทันใดนั้นเธอก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเธอได้เห็นปีศาจจิ๋วที่เหมือนกับเจ้าตัวนี้ ต่างก็ออกมาจากซอกหินเป็นจำนวนมาก ในตอนนี้เฟย่าเริ่มจะใจไม่ดีแล้ว เธอค่อยๆเดินถอยหลังออกมา

" อะ เอ่อ คะๆ คือว่า ข้าไม่คิดที่จะทำร้ายพวกเจ้าหรอกนะ " เฟย่ายังคงพยายามที่จะพูด แต่ทันใดนั้น พวกปีศาจจิ๋วพวกนั้นก็ร้องออกมาพร้อมกันๆ

" กี๊ด ~~ " ทันใดนั้นเฟย่าก็ตกใจเป็นอย่างมาก

" ว๊ายยย ~ " เฟย่ารีบวิ่งหนีจากพวกปีศาจจิ๋วพวกนั้น ปีศาจพวกนั้นต่างก็วิ่งตามเฟย่ามากันเป็นจำนวนมาก เฟย่ารีบวิ่งหนีด้วยความกลัวพร้อมกับตะโกนขอความช่วยเหลือ

" ช่วยด้วย ใครก็ได้ ช่วยที " เฟย่าตะโกนร้องขอความช่วยเหลือพร้อมกับวิ่งไปด้วย เธอวิ่งมาถึงบริเวณที่เป็นหน้าผา ทันใดนั้นพื้นบริเวณที่เฟย่าเหยียบอยู่ก็แตกออก เฟย่าตกลงไปที่ขอบหน้าผาในทันที เธอรีบเอามือจับโขดหินที่หน้าผาเอาไว้ ที่ด้านล่างของเธอนั้นคือเปลวไฟที่ร้อนระอุและลุกไหม้อยู่ที่ก้นเหว เฟย่าพยายามที่จะปีนกลับขึ้นมา แต่ดูเหมือนว่าเธอนั้นจะได้รับบาทเจ็บที่ขาจนเธอไม่สามารถที่จะออกแรงปีนขึ้นมาเองได้ ในระหว่างที่เธอกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรดี ทันใดนั้นก็ได้มีมือๆหนึ่งยื่นลงมาที่เธอ

" จับมือของข้าไว้สิ " ชายที่ยื่นมือลงมาพูดขึ้น ทันใดนั้นเฟย่าก็แสดงอาการตกใจในทันที

" เอ๋ ท่านเป็นมนุษย์หรอ ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ " เฟย่าถามด้วยอาการตกใจ

" จับมือของข้าก่อนเถอะ เจ้าจะตกลงไปอยู่แล้วนะ " ชายคนนั้นพูดต่อ

" เอ๋ แต่ว่า ข้างหลังของท่านมีพวกปีศาจอยู่นะ พวกมันจะทำร้ายท่านนะ " เฟย่ายังคงพูดออกมาด้วยความตกใจ

" เอาเถอะน่า จับมือของข้าขึ้นมาก่อนเถอะ " ชายคนนั้นพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปไกล้เฟย่าอีก

เฟย่ามองไปที่ใบหน้าของชายที่ไม่รู้จักนั่น ทันใดนั้นเธอก็เอื้อมมือไปจับมือของชายผู้นั้นเอาไว้และออกแรงปีนขึ้นมาจากหน้าผา ในทันทีที่เฟย่าขึ้นมา เธอก็ต้องตกใจเป็นอย่างมากเมื่อได้เห็นสิ่งที่ยืนอยู่ข้างๆชายผู้นั้น สิ่งนั้นก็คืออัศวินปีศาจชุดเกราะสีดำ และข้างหลังของเขาก็คือฝูงปีศาจจิ๋วที่ไล่ตามเธอมาเมื่อกี้

" เอ๋ ปะๆ ปีศาจ ระวังนะปีศาจเต็มเลย " เฟย่าพูดออกมาด้วยความตกใจ

" เจ้าไม่ต้องกลัวไปหรอกน่า เทพเอ๋ย ไม่มีใครในนี้ทำร้ายเจ้าหรอก " ชายผู้นั้นพูดขึ้น

ชายผู้นี้มีผมสีขาวไม่ยาวมาก ดวงตามีสีแดง ผิวขาว ใส่เสื้อคลุมยาวสีดำบนหัวของเขาใส่ที่คาดผมที่มีปีกของปีศาจอันเล็กติดอยู่ มันคือหมวกปีกปีศาจ ( Evil Wing ) และที่หูของเขาก็ใส่ปีกเอาไว้เหมือนกับเฟย่า แต่ทว่าปีกที่ชายผู้นี้ใส่นั้นเป็นปีกปีศาจ ( Evil Wing Ears ) ทันใดนั้นอัศวินปีศาจเกราะดำก็พูดขึ้น

" สวัสดี ข้ามีชื่อว่าอาบิสไนท์ ท่านคงจะเป็นเทพสินะ แล้วท่านมาทำอะไรในนรกแห่งนี้ล่ะ หรือว่าโอดินให้ท่านมาแจ้งข่าว "

" ปะๆ เปล่าข้าแค่จะมาสำรวจที่นี่น่ะ ขะๆ ข้าอยากจะรู้เรื่องของนรก " เฟย่าพูดขึ้น ทันใดนั้นเธอก็หันไปถามชายที่ยืนอยู่ข้างๆอาบิสไนท์ต่อ

" ว่าแต่เจ้าเป็นมนุษย์ไม่ใช่หรอก เจ้าเข้ามาที่นี่ได้ยังไงกัน "

" อ่อ ข้าไม่ใช่มนุษย์หรอกนะ ข้าคือราชาของนรกแห่งนี้ " ชายผู้นั้นตอบ ทันใดนั้นเฟย่าก็แสดงอาการตกใจขึ้นมาทันที

" เอ๋ ท่านน่ะหรอ ราชา ท่านคือซาตานงั้นหรอ " ทันใดนั้นซาตานและอาบิสไนท์ก็มองหน้ากันด้วยความงง

" ใช่ จะเรียกแบบนั้นก็ได้ พวกมนุษย์ส่วนใหญ่ก็เรียกข้าแบบนั้นแหละ "

" เอ๋ ไม่ใช่หรอก ซาตานน่ะ จะต้องเป็นปีศาจตัวใหญ่ที่น่ากลัวสิ แล้วทำไมถึงไม่มีเขี้ยวล่ะ แล้วปีกล่ะ แล้วแบบนี้จะฉีกกระชากเนื้อคนไปกินได้ยังไง " เฟย่าพูดออกมาพร้อมกับทำท่าทาง

ทันใดนั้นอาบิสไนท์ก็หัวเราะออกมาในทันที เขาหัวเราะเสียงดังเหมือนกับว่าเขาไม่ได้ฟังเรื่องตลกมากนานมาก ทันใดนั้นซาตานรีบพูดขึ้นมาในทันที

" ทะๆ ทำไมข้าจะต้องมีสภาพแบบนั้นด้วยเล่า ข้านี่แหละคือซาตานตัวจริง และมีสภาพแบบที่เจ้าเห็นนี่แหละ แล้วข้าก็แปลงร่างไม่ได้ด้วย " ซาตานพูดออกมาอย่างเร่งรีบ อาบิสไนท์ต่างก็หัวเราะชอบใจกับนิสัยของเฟย่าไม่หยุด พอหมดเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นแล้วทันใดนั้นเฟย่าก็ล้มลงทันที

" อะ โอ๊ย "

" เอะ เจ้าบาทเจ็บที่ขานี่ ข้าไม่ทันได้สังเกตเลย " ซาตานพูดขึ้น

" ฮะๆ สงสัยว่าพอข้าได้เจอกับเรื่องตื่นเต้นก็เลยลืมความเจ็บปวดนี้ไป พอหมดเรื่องแล้วมันก็เลยเพื่งจะรู้สึกน่ะสิ " เฟย่าพูดออกมาพร้อมกับหัวเราะ

" เจ้าเนี้ยนะ บาทเจ็บขนาดนี้แล้วยังจะยิ้มอีก เฮ่อ~ " ซาตานพูดออกมาพร้อมกับถอนหายใจ จากนั้นเขาก็หันไปทางอาบิสไนท์

" อาบิสไนท์ อุ้มเธอไปทำแผลที่ปราสาทข้าก่อน "

" ครับราชา " ทันใดนั้นอาบิสไนท์ก็เดินเข้าไปอุ้มเฟย่าขึ้นมาและเดินกลับไปที่ปราสาทพร้อมกับซาตาน ระหว่างที่เดินไปยังปราสาทนั้นเฟย่าก็พูดขึ้น

" ข้าเป็นเทพ มีชื่อว่าเฟย่า ขอบใจท่านมากนะ ซาตาน " ทันใดนั้นซาตานก็หันมายังเฟย่าและพูดขึ้น

" ข้าชื่อ...ลูซิเฟอร์ ( Lucifer ) "

 

หลังจากนั้น ลูซิเฟอร์ก็พาเฟย่าไปทำแผลที่ปราสาทของเขา ปราสาทหลังนี้เป็นที่อยู่ของลูซิเฟอร์ ภายในนั้นแทบจะไม่ได้ตกแต่งอะไรเลย เพราะผู้ที่อยู่ในปราสาทนี้มีเพียงแค่เขา และอาบิสไนท์เท่านั้น และไม่จำเป็นที่จะต้องตกแต่งหรือมีห้องรับรองเพราะว่าคงจะไม่มีแขนมาเยี่ยมเยียนพวกเขาเป็นแน่ แต่ในกรณีของเฟย่านั้นเป็นเรื่องที่อยู่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เฟย่าอาศัยอยู่ที่ปราสาทของลูซิเฟอร์เป็นเวลานับ 2 เดือน ในระหว่าง 2 เดือนที่ผ่านมานั้น เฟย่าต่างก็เรียนรู้สิ่งต่างๆที่มีอยู่ในนรกอย่างกระตือรือร้นทำเอาลูซิเฟอร์และอาบิสไนท์ถึงกับตะลึงเพราะพวกเขาไม่เคยเจอกับเทพที่เป็นแบบนี้มาก่อน พวกเทพส่วนใหญ่นั้นจะถือตัวและไม่ยุ่งกับพวกปีศาจ แต่ไม่ใช่เฟย่า เธอนั้นเข้ากับปีศาจทุกตัวได้อย่างดี ด้วยความที่เธอเป็นคนใจดีและยิ้มแย้มไม่ถือตัวว่าเป็นเทพแต่อย่างใด ทำให้พวกปีศาจในนรกต่างก็รักและชอบเข้ามาหาเธอ เฟย่าชอบออกไปสำรวจที่ต่างๆในนรก ซึ่งในนรกนั้นได้แบ่งเขตแดนออกเป็น 3 ส่วนได้แก่ นรกแห่งความมืด นรกแห่งน้ำแข็ง และนรกแห่งไฟ โดยปีศาจที่อาศัยอยู่นั้นก็จะมีลักษณะแตกต่างกันออกไป เป็นที่น่าแปลกที่ว่าปีศาจนรกทุกตัวนั้นเชื่อฟังและรักใคร่เฟย่าทั้งๆที่ผ่านมานั้นพวกมันเคารพและเชื่อฟังแค่ลูซิเฟอร์เพียงคนเดียว ด้วยพลังแห่งการเรียนรู้เฟย่ารู้ข้อมูลต่างๆในนรกจนหมดสิ้นด้วยเวลาแค่เพียง 2 เดือน และแล้ววันหนึ่ง เฟย่าก็ได้มายืนอยู่ที่ระเบียงปราสาทของลูซิเฟอร์ ขาของเธอหายดีเป็นปกติแล้ว เฟย่าเหม่อมองออกไปยังดินแดนที่ว่างเปล่าของนรก เธอได้รับการรักษาจนหายดี อีกทั้งเรื่องที่เธออยากจะรู้เกี่ยวกับที่นี่เธอก็ได้รับรู้ทั้งหมดแล้ว แต่ดูเหมือนว่าความรู้สึกในใจลึกๆของเธอนั้น ได้บอกกับเธอว่าเธอไม่อยากที่จะไปจากที่นี่ ในระหว่างที่เฟย่ากำลังยืนคิดเรื่องต่างๆอยู่ที่ระเบียง ทันใดนั้นลูซิเฟอร์ก็ได้เดินเข้ามาหาเธอ

" ข้าไม่คิดว่าภาพของดินแดนที่แห้งแล้งและว่างเปล่าแห่งนี้ มันจะเป็นทิวทัศน์ที่สามารถให้ใครมาชื่นชมได้หรอกนะ " ลูซิเฟอร์พูดพร้อมกับเดินไปจับที่ราวระเบียงข้างๆเฟย่า

" เอะ อ๋อ คือ ข้าแค่กำลังคิดอะไรนิดหน่อยนะ " เฟย่าพูดขึ้นพร้อมกับหันมาทางลูซิเฟอร์ด้วยความตกใจ จากนั้นเธอก็หันกลับไปยังภาพตรงหน้านั้นแล้วพูดต่อ

" น่าแปลกนะ ที่นี่ไม่มีสิ่งใด นอกจากความว่างเปล่า ความมืด น้ำแข็ง และเปลวไฟ แต่ว่าไม่รู้ทำไม ข้าอยู่ที่นี่แล้วข้ากลับมีความสุขมากกว่าอยู่บนสวรรค์ซะอีกนะ " เฟย่าพูดขึ้นพร้อมกับยิ้ม ทันใดนั้นลูซิเฟอร์ก็หัวเราะออกมา

" ฮะๆ เจ้านี่เป็นเทพที่แปลกจริงๆ ข้าไม่เคยเห็นเทพชื่นชอบดินแดนนี้มาก่อนเลย " ทันใดนั้นเฟย่าก็หันมาทางลูซิเฟอร์แล้วยิ้มออกมา

" ข้าน่ะ ไม่ได้เป็นเทพมาตั้งแต่แรกหรอกนะ "

" เอ๋ หมายความว่ายังไงกัน " ลูซิเฟอร์พูดขึ้น ทันใดนั้นเฟย่าก็หันหน้าของเธอกลับไปยังทิวทัศน์ที่ว่างเปล่าอีกครั้งและเริ่มเล่าออกมา

" ข้าน่ะเคยเป็นมนุษย์มาก่อน แม่ของข้ารวมถึงคนในหมู่บ้านของข้า ทุกคนถูกปีศาจซอมบี้ฆ่าตาย โอดินมาเจอข้าและช่วยกำจัดปีศาจพวกนั้น จากนั้นเค้าก็เก็บข้าไปเลี้ยงบนสรวงสวรรค์ในฐานะลูกสาวของเขา และข้าเองก็รักเค้าเหมือนกับพ่อแท้ๆ เค้าดีกับข้ามาก ไม่เหมือนกับเทพคนอื่นๆ ถึงแม้พวกเขาจะไม่พูด แต่ดูจากสายตาและสีหน้าของพวกเขาแล้ว ข้าก็รับรู้ได้ว่าพวกเขาน่ะรังเกียจข้า คนที่คุยกับข้าอย่างจริงใจ ก็มีแต่โอดินกับองครักษ์ทั้ง 4 ของเขาเท่านั้น " เมื่อพูดจบใบหน้าที่เคยสดใสของเฟย่าก็กลับกลายเป็นเศร้าหมอง

" ที่นี่ไม่มีใครรังเกียจเจ้าหรอกนะ แม้พวกเขาจะรู้ว่าเจ้าเป็นเทพก็ตาม " ลูซิเฟอร์พูดขึ้น จากนั้นเขาก็หันมาทางเฟย่าและพูดต่อ

" เฟย่า จริงๆแล้วข้าน่ะ ไม่ได้เป็นปีศาจมาตั้งแต่แรกหรอกนะ "

" เอ๋ ท่านก็เคยเป็นมนุษย์มาก่อนเหมือนกันหรอ " เฟย่าถามด้วยความสงสัย ทันใดนั้นลูซิเฟอร์ก็ยิ้มออกมา

" เปล่าหรอก ข้าเคยเป็นเทพมาก่อนน่ะ "

" เอ๋ ทะๆ เทพหรอ แล้วทำไม " เฟย่าพูดออกมาด้วยท่าทางที่งุนงง ทันใดนั้นลูซิเฟอร์ก็หันมายิ้มให้กับเฟย่าและพูดต่อ

" เดิมทีบนสวรรค์นั้น มีเทพอยู่มากมาย แต่เทพที่มีพลังมากและถูกเรียกว่ามหาเทพนั้นมีอยู่ด้วยกัน 4 องค์ "

" เอ๋ 4 หรอ " เฟย่าพูดขึ้น

" ใช่ แต่ตอนนี้ก็คงจะเหลือแค่ 2 สินะ " ลูซิเฟอร์พูดต่อ

" เปล่าหรอก 3 น่ะข้าก็เป็น 1 ในนั้น " เฟย่าพูดออกมา

" หา เจ้าเนี้ยนะเป็นมหาเทพ " ลูซิเฟอร์พูดขึ้นด้วยท่าทางตกใจ ทันใดนั้นเฟย่าก็ทำหน้าบึ้งตึงทันที

" พูดแบบนี้ท่านคิดจะดูถูกข้ารึไง ข้าน่ะสามารถใช้แสงศักสิทธิ์และมีพลังขนาดชุบชีวิตได้เชียวนะจะบอกให้ " เฟย่าพูดพร้อมกับจ้องมาที่หน้าของลูซิเฟอร์ไกล้ๆ

" ปะๆ เปล่าข้าไม่ได้หมายความแบบนั้นซะหน่อย " ลูซิเฟอร์รีบปฏิเสธออกมาในทันที

" แล้ว 4 คนมีใครมั่งหรอ " เฟย่าถามต่อ จากนั้นลูซิเฟอร์ก็เริ่มเล่าออกมา

" ในตอนนั้น 4 มหาเทพผู้ที่มีพลังแข็งแกร่งบนสวรรค์คนแรกคือ โอดิน เขาคือเทพแห่งสงคราม ความแข็งแกร่งของเขานั้นไม่อาจที่จะมีใครเทียบได้ ข้า ลูซิเฟอร์ เทพแห่งความตาย ข้ามีพลังที่จะสามารถบัญชาความตายหรืออายุไขของผู้ที่มีพลังต่ำกว่าข้าได้ ต่อมาคือทอร์ เขามีพลังในการควบคุมดินฟ้าอากาศและยังมีค้อนสายฟ้าซึ่งเป็นอาวุธที่ทรงพลังมาก และคนสุดท้ายก็คือ บัลเดอร์ ( Baldur ) เขาเป็นเทพแห่งการล่า ซึ่งข้านี่แหละที่เป็นคนสังหารเขา " ลูซิเฟอร์พูดขึ้น ทันใดนั้นเฟย่าก็แสดงอาการตกใจในทันที

" เอ๋ สังหารหรอ ทำไมล่ะ " เฟย่าถามขึ้น

" มีอยู่วันหนึ่ง ข้ากับบัลเดอร์ลงมาเดินเล่นยังดินแดนมิดการ์ด แล้วพวกเราก็ได้เจอกับพวกปีศาจ บัลเดอร์พยายามที่จะสังหารพวกมันเพื่อความสนุกแต่ข้ากลับห้ามเขาเอาไว้เพราะข้าสงสารปีศาจเหล่านั้น ข้ากับบัลเดอร์จึงทะเลาะกัน บัลเดอร์พยายามที่จะไล่ฆ่าปีศาจเหล่านั้น ข้าก็เลยบัญชาอายุของเขาให้เขาอยู่ในสภาพไกล้จะตายเพื่อที่จะหยุดเขาไว้ แต่ข้าพลาด ข้าพลั้งมือฆ่าเขาเพราะว่าข้าควบคุมมันได้ไม่ดี เขาเลยต้องมาตายเพราะข้า จากนั้นโอดินก็รู้เรื่องนี้เขา ทอร์เสนอให้โอดินสังหารข้าแต่โอดินไม่ทำ ทอร์จึงได้รวบรวมเทพต่างๆเพื่อที่จะกดดันโอดิน ดังนั้นโอดินก็เลยตัดสินให้ข้า กลายเป็นปีศาจและกักขังข้า ให้อยู่ในนรกนี้ตลอดไป " ลูซิเฟอร์พูดพร้อมกับเหม่อมองออกไปยังทิวทัศน์ข้างหน้า ทันใดนั้นเฟย่าก็พูดขึ้น

" ถ้างั้นท่านก็อยู่ที่นี่มากนานแล้วน่ะสิ "

" อืม ก็ใช่ล่ะนะ ข้าก็จำไม่ได้แล้วด้วยสิ คงจะประมาน 500 ปีมาแล้วล่ะมั้ง " ลูซิเฟอร์พูดขึ้น ทันใดนั้นเฟย่าก็แสดงอาการตกใจในทันที

" เอ๋ 500 ปีหรอ ทำไมท่านถึงไม่ตายล่ะ " ทันใดนั้นลูซิเฟอร์ก็หันมายิ้มให้กับเฟย่า

" เจ้าอย่าลืมสิว่าพลังของข้าคือสามารถที่จะบัญชาการความตายนะ ซึ่งแน่นอนว่าข้าก็สามารถที่จะบัญชาการอายุขัยของข้าได้เหมือนกัน อีกทั้งเทพทุกคนบนสวรรค์นั้นข้าก็ได้ทำให้พวกเขาเป็นอมตะด้วย เว้นแต่โอดินเพราะพลังของเขานั้น ทำให้เขาเป็นอมตะอยู่แล้ว ถึงเขาจะถูกฆ่าตายแต่วิญญาณก็ไม่อาจที่จะสูนย์สลายได้ "

" ถ้างั้นท่านก็คงจะรู้สึกเบื่อแย่เลยล่ะสิ " เฟย่าพูดต่อ

" มันก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกนะ ข้าก็เหมือนกับเจ้านั่นแหละ ข้ารักที่นี่ ข้ารักปีศาจพวกนี้ ข้าถูกรังเกียจจากเหล่าเทพบนสวรรค์ แต่อยู่ที่นี่ข้ามีความสุขมาก ต่อให้ข้าจะต้องอยู่ที่นี่ปตลอดกาล ข้าก็จะอยู่ " ลูซิเฟอร์พูดขึ้น ทันใดนั้นเฟย่าก็รีบหันหน้ามาหาลูซิเฟอร์ในทันที

" ขะๆ ข้าเองก็มีความสุขมากเวลาอยู่ที่นี่ ขะๆ ข้าขออยู่ที่นี่ต่อไปได้รึปล่าว " เฟย่าพูดด้วยท่าทางตะกุกตะกัก ทันใดนั้นลูซิเฟอร์ก็พูดขึ้น

" ได้สิ เจ้าจะอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่ก็ได้ ข้าเองก็จะดีใจมากถ้าจะมีเจ้าอยู่กับข้าตลอดไป "

ทันทีที่ลูซิเฟอร์พูดจบเฟย่าก็หน้าแดงในทันที เธอแสดงอาการอายออกมาอย่างเห็นได้ชัด เธอเองก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ลูซิเฟอร์พูดมันคืออะไรกันแน่ แต่ทว่าคำพูดของเขานั้น กลับทำให้เธอหวั่นไหวและรู้สึกตื่นเต้น

ทันใดนั้นลูซิเฟอร์ก็คุกเข่าลงเบื่อหน้าของเฟย่าและพูดขึ้น

" ในตอนแรกข้าอาจจะยังไม่แน่ใจ แต่พอเมื่อข้าได้อยู่กับเจ้า ข้าก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าคือคนพิเศษ เจ้าไม่เหมือนกับเทพคนอื่น เจ้าน่ารักและอ่อนโยน เจ้าเข้ามาเติมเต็มชีวิตที่ว่างเปล่าของข้า "

ในตอนนี้เฟย่ารู้สึกอายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ใบหน้าของเธอแดงก่ำ ความรู้สึกในใจของเธอนั้นเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยเป็นและไม่อาจที่จะอธิบายได้ จากนั้นลูซิเฟอร์ก็พูดต่อ

" ใช่เฟย่า ข้ารักเจ้า ถ้าหากว่าเจ้าไม่รังเกียจ ได้โปรถแต่งงานกับข้าเถอะนะ "

สิ้นเสียงของลูซิเฟอร์ เสี้ยววินาทีนั้นเฟย่ารับรู้ได้ในทันทีถึงความรู้สึกที่แท้จริงของเขา และเธอก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกัน มันเป็นความรู้สึกที่แปลกมาก เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน นั่นก็เพราะว่าเฟย่านั้นเติบโตมาบนสวรรค์ นับ 20 ปี ความรู้สึกที่เธอได้รับในแต่ละวันนั้น ก็มีแค่เพียงความรักใคร่ของโอดินกับเหล่าองครักษ์ และความเกียจชังของเหล่าเทพคนอื่นๆเท่านั้น ความรู้สึกที่เธอมีต่อลูซิเฟอร์นั้นจึงเป็นความรู้สึกที่แปลกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รับรู้ได้ทันทีว่า ความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นกับเธอนี้ มันคือความรู้สึกที่มาจากใจ เขาคือคนแรกและจะเป็นคนสุดท้ายสำหรับเธอ เธอไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้เรียกว่าอะไร เพียงแต่ความรู้สึกของเธอนั้นบอกกับเธอว่า ในตอนนี้ เธอรู้สึกมีความสุขที่สุดเท่าที่เคยมีมา เฟย่าหลับตาและยิ้มออกมา ทันใดนั้นเธอก็ลืมตาขึ้นช้าๆและมองไปที่ในตาของลูซิเฟอร์

" ตกลง ข้าจะแต่งงานกับท่าน "

 

หลังจากนั้นพิธีแต่งงานของลูซิเฟอร์และเฟย่าก็ได้เรื่มขึ้นโดยที่มีปีศาจนรกต่างๆ มาร่วมพิธีมากมาย พวกเขาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ลูซิเฟอร์ใช้พลังของเขาทำให้เฟย่ามีชีวิตเป็นอมตะ วันคืนที่ผ่านเลยไปนั้นทุกๆวันแสนจะมีค่า เหล่าปีศาจต่างๆนั้นล้วนแล้วแต่รักและเคารพเฟย่า พวกมันยกย่องให้เฟย่าเป็นราชินีของพวกมัน เวลาผ่านไปพวกเขาก็ได้มีลูกชายด้วยกัน พวกเขาตั้งชื่อให้กับเด็กคนนั้นว่า ด็อปเปอร์แกรนเกอร์ เฉกเช่นเดียวกับเฟย่า ลูซิเฟอร์ใช้พลังของเขาทำให้ด็อปเปอร์นั้น มีชีวิตเป็นอมตะด้วยเช่นกัน

วันคืนที่แสนมีความสุขของพวกเขานั้นได้ผ่านเลยไป วันแล้ว วันเล่า จนกระทั้งเวลาผ่านไป 3 ปี เวลา 3 ปีมานี้ไม่มีวันไหนเลยที่พวกเขานั้นจะไม่มีความสุข แต่ทว่าวันหนึ่ง เรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น อยู่ๆกองทัพแห่งเทพมากมายก็ได้บุกมายังนรกแห่งนี้ พวกเขาต่างก็ถืออาวุธกันมาและเตรียมพร้อมที่จะรบอย่างเต็มที่ ผู้ที่นำทัพมาก็คือโอดินและทอร์ ทันใดนั้นลูซิเฟอร์และเฟย่าต่างก็รีบออกมาที่หน้าปราสาทด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขางุนงงและตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก พวกเขานั้นไม่อาจที่จะคาดคิดได้เลยว่า เรื่องร้ายอะไรจะบังเกิดขึ้นกับพวกเขาบ้าง ลูซิเฟอร์และเฟย่าต่างก็มองดูกองทัพเทพเหล่านั้นด้วยความตกใจ ท่ามกลางใบหน้าที่แสดงถึงความโกรธกริ้วอย่างมากของโอดิน...........................

 

To be continued.........................

 

 


 




NEKOPOST.NET