Tale of Ragnarok ตอนที่ 21 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Tale of Ragnarok

Ch.21 - สิ่งที่จะถอนคำสาป


 

บทที่  21  สิ่งที่จะถอนคำสาป



จะมีซักกี่คนที่ร่วงรู้ว่า ภายใต้หอสมุดแห่งเมืองกิฟเฟนที่สูงที่สุดในอาณาจักรมิดการ์ดแห่งนี้ แท้จริงแล้วหอสมุดแห่งนั้นมิได้มีแต่ชั้นที่อยู่ด้านบนอย่างเดียวแต่กลับมีชั้นใต้ดินอยู่ด้วย แต่ทว่าการที่จะบอกว่ามันคือชั้นใต้ดินนั้น ก็ไม่ถูกต้องซะทีเดียว

เดิมทีก่อนที่จะมีหอสมุดแห่งนี้ย้อนกลับไปก่อนประวัติศาสตร์สงครามมหาเทพเมื่อประมาน 2000 ปีก่อนย้อนกลับไปในช่วงเวลาด็อปเปอร์จะเกิดขึ้นมา เมืองแห่งนี้ยังไม่มีหอสมุดอยู่ตรงกลางและไม่ได้ชื่อว่ากิฟเฟน เฉกเช่นเดียวกับมอร็อค เมืองแห่งนี้เคยมีชื่อเก่าและชื่อเก่านั้นก็คือ กิฟเฟนเนียร์ ( Geffenia ) แต่ทว่าในตอนนี้เมืองกิฟเฟนเนี้ยนั้นกลับกลายเป็นแค่ซากเมืองอยู่ใต้ดินและถูกปิดทับเอาไว้ด้วยหอสมุดแห่งเมืองกิฟเฟนนี้ เมืองกิฟเฟนเนียร์นั้นเป็นเมืองที่มีความเจริญทางด้านเวทมนต์อย่างมาก แต่สิ่งที่ต่างกับกิฟเฟนในปัจจุบันนั้นก็คือเหล่าจอมเวทแห่งเมืองกิฟเฟนเนียร์นั้นมีความสนใจในเวทมนต์ต้องห้าม พวกเขามีความสามารถในการเล่นแร่แปลธาตุต่างๆ จนคนทั่วไปต่างขนานนามพวกเขาใหม่ว่า เสก ( Sage ) พวกเขาแตกต่างไปจากพวกจอมเวทโดยสิ้นเชิง เวทมนต์ของพวกเขาจะเน้นไปทางด้านสาปและการแปรฐาตุของอาวุธ เวทมนต์ส่วนใหญ่ของพวกเสกนั้นจะสามารถแก้ทางเวทมนต์ของพวกจอมเวทต่างๆได้ เพราะงั้นเลยไม่ค่อยมีจอมเวทคนใหนกล้าที่จะต่อกรกับพวกเขา และแล้ววันหนึ่งสิ่งที่ไม่คาตฝันก็เกิดขึ้น กลุ่มนักเวทนอกรีตที่ถูกเรียกว่าเสกนั้นได้ร่วมมือกันสร้างประตูนรกขึ้นมา ณ ใจกลางของเมืองกิฟเฟนเนียร์ และในทันทีที่ประตูถูกเปิดออกเมืองกิฟเฟนเนียร์นั้น ก็ตกอยู่ในหายนะทันที เหล่าปีศาจจากนรกต่างออกมาทำร้ายผู้คนในเมือง ทั้งพวก มินิเดม่อน ( Mini Demon ) เวร็ทเดรท ( Wraith Dead ) หรือแม้แต่ อินคิวบัส ( Incubus ) และ ซัคคิวบัส ( Succubus ) ปีศาจที่ร้ายก้าจแห่งนรกก็ออกมาทำร้ายผู้คนด้วย พวกปีศาจนรกเหล่านั้นต่างออกมาอาลวาดทำร้ายผู้คนจนเมืองทั้งเมืองนั้นมีแต่ปีศาจ ผู้คนต่างก็ล้มตาย บ้างก็หนีออกมาได้ทันและอพยพไปยังเมืองพอนเทร่าและทันทีที่ทางพอนเทร่ารู้เรื่องนี้เข้า พวกเขาก็รีบส่งกองทัพอัศวินมาปราปีศาจเหล่านี้ทันที แต่ทว่ากองทัพของพอนเทร่านั้นอ่อนแอเกินไปถ้าเทียบกับพวกปีศาจนรกเหล่านี้ ทำให้เหล่าทหารของเมืองพอนเทร่าถูกปีศาจสังหารเป็นจำนวนมาก เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ มหาเทพโอดินจึงสั่งให้เทพเจ้าทอร์ ผู้มีพลังในการควบคุมดินฟ้าอากาศ และเป็นผู้ที่ถือค้อนสายฟ้า มาโจลเนียร์  ( Mjolnir ) นำกำลังกองทัพเทพจากสวรรค์ส่วนหนึ่งลงมาปราบปีศาจเหล่านี้ และทอร์ก็ใช้ค้อนสายฟ้าของเขาปิดผนึกประตูนรกแห่งนี้ ไม่ให้ใครสามารถเปิดมันขึ้นมาได้อีก จากนั้นทางพอนเทร่าก็สั่งให้คนมาบูรณะปรับปรุงและสร้างเมืองขึ้นมาใหม่โดยใช้ชื่อว่ากิฟเฟน และเนื่องจากการกวาดล้างของทอร์นั้นทำให้ที่ๆเคยเป็นที่ตั้งประตูนรก ถล่มลงไปอยู่ใต้ดินพร้อมกับส่วนที่เป็นเมืองในบริเวณนั้น ทางพอนเทร่าจึงให้มีการสร้างหอคอยขนาดใหญ่ใช้เป็นหอสมุดแห่งเมืองกิฟเฟน แต่ว่าแท้ที่จริงแล้วหอสมุดแห่งนี้ใช้เป็นที่ตั้งทับเพื่อที่จะปิดส่วนที่เคยเป็นประตูนรกไว้ให้อยู่ใต้ดินตลอดการ..................



ทันทีที่พวกเขารู้จากเรดว่าลิเดียถูกด็อปเปอร์พาตัวมายังหอสมุดแห่งนี้ พวกเขาต่างก็รีบตามมาในทันที จากนั้นพวกเขาก็ได้ลงมายังชั้นใต้ดินชั้นที่ 2 ของหอสมุดแห่งนี้และก็ได้พบเจอกับภาพของลิเดียที่กำลังถูกแดรคคิวล่ากัดอยู่ และในตอนนี้ ลิเดียก็สลบไปแล้ว ความโกรธของลูเซียในตอนนี้เกินกว่าที่จะบรรยายได้ เขาหยิบคาต้าของเขาขึ้นมาใส่ไว้และพุ่งไปที่แดรคคิวล่าในทันทีโดยที่ไม่สนด็อปเปอร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ

" เจ้าบ้า ใจร้อนเกินไปแล้ว ไวเปอร์ยิงคุ้มกันที " อาเทอร์รีบตะโกนออกมา จากนั้นเค้าก็ได้ชักดาบออกมาและวิ่งตามลูเซียไป

" รู้แล้วล่ะน่า "

ทันใดนั้นไวเปอร์ก็ง้างธนูของเขาแล้วยิงไปที่แดรคคิวล่าและด็อปเปอร์อย่างต่อเนื่อง ทันใดนั้นแดรคคิวล่าก็กลายร่างเป็นฝูงค้าวคาวจำนวนมากในทันที ทำให้ลูกธนูของไวเปอร์นั้นทะลุผ่านไปจนหมด ส่วนทางด้านของด็อปเปอร์นั้น เขาใช้ดาบเทเลฟริ๊งของเขาปัดลูกธนูของไวเปอร์ทิ้งจนหมดด้วยความรวดเร็ว ลูกธนูหลายสิบดอกต่างปักลงบนพื้นกระจัดกระจายอยู่รอบตัวของด็อปเปอร์เต็มไปหมด ในเสี้ยววินาทีที่ด็อปเปอร์และแดรคคิวล่ากำลังให้ความสนใจอยู่ที่ลูกธนูของไวเปอร์นั้น ลูเซียก็ได้คว้าตัวลิเดียด้วยความรวดเร็วและกลับมาอยู่ข้างๆไวเปอร์ เมื่ออาเทอร์เห็นดังนั้นเค้าจึงเข้าไปโจมตีด็อปเปอร์อย่างไม่ต้องกังวลว่าอาจจะไปโดนลิเดีย อาเทอร์กระโดดขึ้นไปเหนือด็อปเปอร์และใช้ โบว์ลิ่งแบช ฟันลงไปที่ด็อปเปอร์กับแดรคคิวล่าในทันที แต่ทว่าความแรงอันมหาศาลของเวทโบว์ลิ่งแบชของอาเทอร์นั้นกลับถูกหยุดได้อย่างง่ายๆแค่เพียงปลายดาบเทเลฟริ๊งของด็อปเปอร์เท่านั้น ทันใดนั้นด็อปเปอร์ก็ตวัดดาบออกไป แทบไม่น่าเชื่อ แค่เพียงด็อปเปอร์ตวัดปลายดาบเบาๆนั้น มันกลับทำให้อาเทอร์ที่ใส่ชุดเกราะหนักร่วม 300 กิโลกระเด็นออกมา ทันทีที่ขาแตะพื้นอาเทอร์ก็กระโดดถอยหลังออกมาตั้งหลักกับลูเซียและไวเปอร์ แข็งแกร่ง ด็อปเปอร์นั้นแข็งแกร่งมากจริงๆ แข็งแกร่งจนน่ากลัว

" เจ้าทำอะไรกับลิเดียด็อปเปอร์ " ลูเซียตะโกนถามด็อปเปอร์

" ข้ากำลังจะลงไปที่ด้านล่าง ไปยังประตูนรกเพื่อปลุกปีศาจ ปีศาจที่สามารถจะทำลายโลกนี้ แต่พลังของนางเป็นเรื่องที่น่ารำคาญ ข้าจึงต้องกำจัดนางซะก่อนน่ะสิ " ด็อปเปอร์ตอบออกไปด้วยใบหน้าที่ชั่วร้าย แต่ในทันใดนั้นด็อปเปอร์ก็ต้องหยุดชะงักทันทีเมื่อสังเกตไปที่หมวกของอาเทอร์

" เจ้า เฮมดอล เจ้าได้หมวกนี้มาได้ยังไง " ด็อปเปอร์ถามขึ้น

" ไอ่เขาแพะนี่น่ะหรอ พวกข้าช่วยกันฆ่าปีศาจแพะตัวหนึ่งแล้วได้มาน่ะสิ เจ้านั่นน่ะเก่งกาจเอาเรื่องเลยล่ะ "

ทันใดนั้นความโกรธของด็อปเปอร์ก็เพื่มขึ้นทันที นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นด็อปเปอร์ในสภาพที่โกรธแค้น

" แกฆ่า บาโพเมท งั้นหรอ " ด็อปเปอร์ตะโกนออกมา

" อ่อ เจ้าแพะนั่นชื่อบาโพเมทเองงั้นหรอ ใช่พวกข้าช่วยกันฆ่ามันและดูเหมือนว่ามันจะปกป้องดาบเล่มนึง " เมื่อได้ยินดังนั้นด็อปเปอร์ก็ชะงักทันที แทบไม่น่าเชื่อเหงื่อของเขาซึมออกมาจากใบหน้าที่ตื่นตระหนกนั่น และใบหน้าที่เคยยิ้มอย่างชั่วร้าย ในตอนนี้กลับเหมือนดั่งคนที่หวาดกลัว

" ไม่จริงน่า เป็นไปไม่ได้ นี่แกได้ดาบเอ็กคาลิเบอร์มาแล้วอย่างงั้นหรอ " ด็อปเปอร์พูดออกมาด้วยอาการที่สั่นดูเหมือนว่าเค้าจะกลัวพลังของดาบเล่มนี้มาก

" โอ้ งั้นหรอดาบนี่ชื่อว่าเอ็กคาลิเบอร์สินะ ดูท่าทางเจ้าจะกลัวมันมากเลยนะเนี้ย " อาเทอร์พูดขึ้นทันใดนั้นด็อปเปอร์ก็หัวเราะในทันที

" หึๆ ฮะๆ นี่แกไม่รู้แม้แต่ชื่อดาบหรือปีศาจจากนรกที่แกฆ่าเลยงั้นหรอ ข้าว่าเรื่องที่แกทำมาทั้งหมดมันคือความบังเอิญซะมากกว่า ข้าไม่จำเป็นที่จะต้องกลัวถึงแกจะมีดาบเล่มนั้นแต่ถ้าแกใช้มันไม่เป็น มันก็ไม่ช่วยให้พวกแกต่างไปจากเดิมนักหรอกนะ แต่ต่อไปนี้จะไม่มีความบังเอิญอีกแล้ว ข้าจะทำการปลุกดาร์คหลอด จ้าวแห่งนรกขึ้นมาและเมื่อใดที่ดาร์คหลอดนั้นได้ตื่นขึ้นมา อาณาจักรที่พวกแกรักนักรักหนาแห่งนี้ ก็จะถึงคราวพินาจย่อยยับ " ด็อปเปอร์พูดออกมา แล้วทันใดนั้นเค้าก็หันไปสั่งแดรคคิวล่าทันที

" แดรคคิวล่า จงเฝ้าเอาไว้ อย่าให้มันลงมาได้โดยเด็ดขาด " ทันใดนั้นแดรคคิวล่าก็คุกเข่าลงและพูดขึ้น

" ขอรับนายท่าน ถ้าไม่มีพรีสสาวคนนั้น ข้าก็ไม่กลัวสิ่งใด "

" ดีมาก " ด็อปเปอร์พูดขึ้นจากนั้นเค้าก็เดินลงบันไดไปยังชั้น 3 ของเมืองร้างใต้หอแห่งสมุดกิฟเฟนลูเซียเขย่าตัวของลิเดียพร้อมกับเรียกชื่อ แต่ทว่าไม่มีเสียงตอบรับจากลิเดีย นอกเสียจากเสียงที่ร้องออกมาด้วยความทรมานของลิเดียแทน

" ทำยังไงดีล่ะ แบบนี้ไม่ดีแน่ " ไวเปอร์พูดขึ้น

" ข้าเคยได้ยินมาว่า ถ้าใครก็ตามที่ถูกแดรคคิวล่าดูดเลือด คนผู้นั้นก็จะกลายสภาพเป็นผีดิบและกลายเป็นทาสของมัน " อาเทอร์พูดออกมา

" บ้าจริงๆ ข้าจะต้องฆ่ามันให้ได้ ถ้าฆ่ามันได้ จะต้องถอนคำสาปได้แน่ๆ " ลูเซียพูดขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นยืนแล้วเตรียมจะวิ่งออกไปแต่ทันใดนั้นไวเปอร์ก็เข้ามาห้ามเอาไว้

" เดียวก่อน เมืองนี้น่ะมีหอสมุดที่ใหญ่ที่สุดอยู่นะ มันจะต้องมีวิธีถอนคำสาปอยู่แน่ๆ เจ้ารีบไปหาวิธีถอนคำสาปเถอะ ทางนี้ข้ากับอาเทอร์จะจัดการเอง "

" ใช้ ลูเซีย เรด รีบไปหาวิธีช่วยลิเดียก่อนเถอะ " อาเทอร์พูดขึ้น พวกเขาต่างก็มองหน้ากัน ความเชื่อมั่นและเชื่อใจถูกถ่ายทอดออกมาจากสายตาของพวกเขา

" อืม ตกลงงั้นฝากด้วยนะ " ลูเซียพูดขึ้นจากนั้นเขาใช้มือขวาประคองลิเดียไว้แล้วใช้มือซ้ายยกขาลิเดียขึ้นมา จากนั้นเขาก็วิ่งกลับออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็วพร้อมกับเรด พอไวเปอร์และอาเทอร์เห็นดังนั้นพวกเขาต่างก็มองหน้ากันและพูดขึ้น

" เอาล่ะ ทีนี้ก็ซัดกันแบบไม่ต้องเกรงใจได้แล้วสินะ " ไวเปอร์พูดขึ้นพร้อมกับเอื่อมมือไปหยิบลูกธนูขึ้นมา

" ก็ดีเหมือนกัน ข้าชักจะคันไม้คันมือขึ้นมาแล้วสิ แดรคคิวล่างั้นหรอ อยากจะลองสู้ด้วยมานานแล้ว " อาเทอร์พูดขึ้นพร้อมกับพุ่งเข้าไปหาแดรคคิวล่าด้วยความรวดเร็ว ไวเปอร์รีบง้างธนูของเขาและยิงลูกธนูเหล่านั้นเพื่อเสริมการบุกของอาเทอร์ในทันทีท่ามกลางรอยยิ้มของแดรคคิวล่าที่ชุ่มไปด้วยเลือดของลิเดีย..................



ลูเซียรีบพาลิเดียกลับไปที่โรงแรมโดยด่วน เขากระโดดไปตามหลังคาของบ้านเรือนในเมืองด้วยความรวดเร็วแทนการใช้ถนนที่มีผู้คนเดินกันไปมามากมาย ระหว่างที่ลูเซียอุ้มลิเดียนั้น ลิเดียก็ได้แสดงอาการทรมานออกมาทางร่างกายและสีหน้า ผิวของเธอนั้นเรื่มมีควันลอยขึ้นมาเพราะแสงแดดที่มาโดนตัวเธอ ลิเดียกัดฟันแน่นเธอร้องออกมาเบาๆด้วยความเจ็บปวดเหมือนกับคนไร้เรี่ยวแรงที่กำลังทรมาน

" อดทนหน่อยนะลิเดีย ข้าจะรีบไปยังห้องของเจ้าเดียวนี้แหละ " ลูเซียเอนตัวมาบังลิเดียไว้ไม่ให้โดนแสงอาทิตย์มากนัก จากนั้นเค้าก็เร่งฝีเท้ากระโดดไปตามหลังคาของบ้านเรือนในเมืองกิฟเฟนด้วยความรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม

เมื่อมาถึงที่หน้าโรงแรมลูเซียมองขึ้นไปยังห้องของลิเดียที่ชั้น 3 ห้องของเธอเปิดหน้าต่างเอาไว้ ลูเซียย่อตัวลงและทันใดนั้นเขาเพื่มแรงที่ขาและกระโดดขึ้นไป ตัวของเขาลอยจากหลังคาบ้านหลังหนึ่งเข้าไปยังหน้าต่างห้องของลิเดียในทันที รอยเหยียบที่ลูเซียใช้กระโดดตรงขอบหลังคานั้นแตกกระจายด้วยความแรง ผู้คนที่อยู่แถวๆนั้นต่างก็ร้องด้วยความตกใจกันยกใหญ่มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของคนทั่วๆไปที่ได้พบเห็นอะไรแบบนี้ เรดรีบกระโดดตามมาด้วยความรวดเร็ว จากนั้นเรดก็ขึ้นไปตามบันไดของโรงแรมและเข้าไปในห้องของลิเดีย ทันทีที่เรดเข้ามา ลูเซียก็ได้ปิดผ้าม่านในห้องของลิเดียจนหมดแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้แสงแดดลอดผ่านเข้ามา ลิเดียนอนอยู่บนเตียงด้วยความทรมาน เธอรู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายของเธอกำลังจะละลาย ลิเดียละเมอออกมาว่า ลูเซียช่วยด้วย ไม่ขาดสาย ลูเซียรีบเข้าไปจับมือของลิเดียเอาไว้ เล็บของเธอนั้นเรื่มยาวขึ้นมามากกว่าปกติที่ฟันด้านบนของเธอนั้นเรื่มที่จะมีเขี้ยวงอกออกมาทีละนิดๆ

" อดทนไว้นะลิเดีย ข้าจะรีบไปที่หอสมุดแล้วหาทางช่วยเจ้าเดี๋ยวนี้ " ลูเซียพูดขึ้นพร้อมกับกำลังจะลุกเดินออกไป ทันใดนั้นเรดก็พูดขึ้น

" เดี๋ยวก่อนครับเจ้านาย ท่านคอยดูแลลิเดียเถอะครับ ส่วนเรื่องการถอนคำสาป ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเองครับ "

" แต่ว่า ... "

" ไม่เป็นไรหรอกคับเจ้านาย ข้าจะรีบไปให้เร็วที่สุด เจ้านายอยู่ที่นี่ คอยให้กำลังใจและดูแลลิเดียด้วยนะครับ " ลูเซียกัดฟันแน่นใบหน้าของเขาในตอนนี้แสดงออกถึงความกังวลอย่างเห็นได้ชัดเขาหันมาหาเจ้าโปริ่งแล้วพูดขึ้น

" ข้าขอฝากเรื่องนี้ไว้กับเจ้าด้วยล่ะ เรด ช่วยหาวิธีช่วยลิเดียให้ข้าที "

" ไม่ต้องห่วงนะเจ้านาย ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้ " พูดเสร็จเรดก็รีบกระโดดออกไปจากห้องในทันที ลูเซียกำมือของลิเดียเอาไว้แน่นท่ามกลางความทรมานของลิเดียที่กำลังเพื่มมากขึ้นเรื่อยๆ

" ไม่ต้องห่วงนะลิเดีย ข้าจะต้องช่วยเจ้าให้ได้ เจ้าคือคนสำคัญของข้า " ......................



ด็อปเปอร์เดินลงมายังชั้นใต้ดินชั้นที่ 3 ของหอสมุดกิฟเฟนแห่งนี้ เข้าเดินไปตามทางใต้ดินที่เต็มไปด้วยซากของเมืองร้าง ด็อปเปอร์เดินย่างก้าวเข้าไปเรื่อยๆเหล่าปีศาจจิ๋วแห่งนรกที่เรียกกันว่า เดวิรูชิ ( Deviruchi ) ต่างก็ออกมาต้อนรับด็อปเปอร์ผู้เป็นนายของมัน ปีศาจพวกนี้มีลำตัวสีดำตัวเล็กมีหูแหลมมีหางที่ยาวและปลายแหลมในมือถือสามง่ามอันเล็ก มันเป็นปีศาจที่พบใด้ทั่วไปตามขุมนรกแห่งความมืด

" ว่าไงพวกเจ้า อยู่แต่ในนี้คงจะอึดอัดกันสินะ อีกเดียวก็จะได้ออกไปเล่นข้างนอกแล้ว " ด็อปเปอร์พูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนชั่วร้าย

เขาเดินเข้าไปตามทางเรื่อยๆ ในที่สุดเขาก็มาถึงยังสถานที่แห่งหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นซากของเสาหินวางเรียงกันเป็นวงกลม ตรงกลางของเสาหินพวกนั้นคือประตูบานใหญ่ที่เป็นหิน บานประตูทั้ง 2 ด้านมีภาษาของนรกเขียนเอาไว้ ด็อปเปอร์เดินเข้าไปที่บานประตูนั้นและยิ้มออกมา

" นี่สินะ ประตูแห่งนรก ( Hell Gate ) สภาพดูไม่ได้เลยแฮะ " ด็อปเปอร์เดินเข้าไปไกล้ๆกับประตูนรกนั่น เขาวางมือไปที่ประตูทันใดนั้นก็มีแสงสว่างปรากฏออกมาและผลักด็อปเปอร์กระเด็นออกมาจากบานประตู จากนั้นแสงสว่างนั่นก็ค่อยๆจางหายไป ด็อปเปอร์ลุกขึ้นยืนแล้วมองไปยังประตูบานนั้นพร้อมกับพูดขึ้นมา

" ท่านแม่ แม้เวลาจะผ่านไปถึง 2000 ปีแล้ว แต่พลังของท่านก็ยังไม่ได้หมดสิ้นไปจากประตูบานนี้เลย หากท่านไม่ใช้พลังส่วนใหญ่ในการผนีกข้า ด้วยพลังของท่านประตูแห่งนี้ก็คงจะไม่มีวันที่จะถูกเปิดขึ้นมาได้อีก " เมื่อพูดเสร็จด็อปเปอร์ก็ชี้ดาบเทเลฟริ๊งไปที่บานประตูนั่น แสงสีดำของมันค่อยๆเข้าไปดูดกลืนแสงสว่างที่ใช้ผนึกบานประตูนั่นอย่างช้าๆ

" ข้าขอโทษนะท่านแม่ แต่ข้าจะไม่มีวันให้อภัยพวกมนุษย์และพวกเทพเป็นอันขาด " ..................



ทางด้านของอาเทอร์และไวเปอร์ พวกเขาต่างก็สู้กับแดรคคิวล่าอย่างดุเดือด แดรคคิวล่านั้นไม่ได้อ่อนแอแม้แต่น้อย มันมีพลังที่แข็งแกร่งอีกทั้งยังว่องไวและความสามารถที่น่ากลัวที่สุดของมันก็คือการหายตัวและจู่โจมเข้ามาจากความมืด อาเทอร์และไวเปอร์ต่างก็หันหลังชนกัน พวกเขาต่างเฝ้ามองทุกๆอย่างที่มีการเคลื่อนไหว เพราะถ้าพวกเขาไม่เฝ้าระวังไว้ แดรคคิวล่านั้นก็จะจู่โจมใส่พวกเขาในทันที

" เจ้าบ้าเอ้ย เล่นหายตัวอยู่ได้ ขี้ขลาดนี่หว่า แน่จริงออกมาซิเฟ้ย ข้าจะยิงให้พรุนเลย " ไวเปอร์ตะโกนออกมา

" ตอนนี้มันได้ดื่มเลือดของเทพจากลิเดียไป ทำให้มันยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ระวังไว้ด้วยล่ะ " อาเทอร์พูดออกมา ในขณะที่พวกเขากำลังเฝ้าระวังอยู่นั้น ไวเปอร์ก็คิดบางอย่างขึ้นมาได้

" นี่ อาเทอร์แทนที่เราจะมาเฝ้าระวังกันแบบนี้ ทำไมเราไม่รีบลงไปที่ชั้น 3 กันเลยล่ะ "

" จะบ้ารึไง ตอนนี้เราต้องรีบฆ่าแดรคคิวล่าเพื่อช่วยลิเดียให้ได้ก่อน แล้วอีกอย่างเจ้าคิดว่าเรา 2 คนจะเอาชนะด็อปเปอร์ได้รึไง " อาเทอร์พูดขึ้นมา

" โธ่เว้ย บ้าจริง " ไวเปอร์พูดขึ้นมาพร้อมกับกัดฟันด้วยความโกรธ

ทันใดนั้น แดรคคิวล่าก็พุ่งมาใส่ไวเปอร์จากด้านบนในทันที เสี้ยววินาทีนั้นไวเปอร์รับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไว้ เขารีบดันร่างของอาเทอร์ออกไปจากจุดๆนั้นทันที เป็นเวลาเดียวกับที่แดรคคิวล่าโฉบลงมาที่พวกเขา ทันใดนั้นไวเปอร์ก็ได้เล็งธนูไปที่แดรคคิวล่าและยิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ลูกธนูของไวเปอร์นั้นปักไปตามลำตัวของแดรคคิวล่ามากมาย แต่แทนที่แดรคคิวล่าจะแสดงอาการเจ็บปวดมันกลับยิ้มออกมา

" พวกเจ้าฆ่าข้าไม่ได้หรอก เพราะข้าตายไปนานแล้ว " แดรคคิวล่าพูดขึ้น

ทันใดนั้นอาเทอร์ก็กระโดดพุ่งขึ้นมาจากด้านหลังของไวเปอร์ เขากระโดดไปยังแดรคคิวล่าด้วยความรวดเร็วดาบของเขาในตอนนี้กลายเป็นสีแดงจากผลของเวทมนต์ออร่าเบลด ทันใดนั้นอาเทอร์ก็ฟันลงไปที่แดรคคิวล่าด้วยความรวดเร็ว


Bash !!!!


อาเทอร์ฟาดคมดาบลงไปที่เจ้าแดรคคิวล่าอย่างรุนแรง ทันใดนั้นร่างกายของแดรคคิวล่าก็กระจายตัวออกและกลายเป็นฝูงค้างคาวจำนวนมาก ไวเปอร์กำลูกธนูของเขานับสิบๆดอกแล้วยิงมันออกไปพร้อมๆกัน


Arrow Shower !!!!

ลูกธนูของไวเปอร์พุ่งไปยังฝูงค้าวคาวพวกนั้น ทำให้พวกมันร่วงหล่นลงมาราวกับฝน อาเทอร์รีบมองหาเจ้าแดรคคิวล่าแต่ก็ไม่พบร่างของมัน เหลือไว้แต่เพียงเสียงหัวเราะในความมืดเท่านั้น

" บ้าจริง มันหายตัวไปอีกแล้ว " ไวเปอร์ตะโกนออกมา

" บ้าเอ้ย ไม่มีทางเลือกแล้ว " อาเทอร์พูดขึ้นพร้อมกับเอื่อมมือไปจับดาบเอ็กคาลิเบอร์ที่ด้านหลังและเตรียมจะดึงออกมา ทันใดนั้นไวเปอร์ก็พูดขึ้น

" เดี๋ยว อาเทอร์ เจ้าจะใช้ดาบนั่นไม่ได้นะ อย่าลืมสิว่าเราจะต้องสู้กับด็อปเปอร์อีกนะ ถ้าเจ้ามาหมดแรงตอนนี้แล้วพวกเราจะรับมือกับด็อปเปอร์ยังไงล่ะ เราต้องพึ่งดาบนั่นในการกำจัดมัน "

" ชิ บ้าเอ้ย " ทันใดนั้นอาเทอร์ก็ปล่อยมือจากดาบเอ็กคาลิเบอร์ เขากัดฟันแน่นมือของเขากำไปที่ด้ามดาบอีกเล่มนึงด้วยความโกรธ

" ในเวลานี้ เราต้องเชื่อใจลูเซียเท่านั้น " ไวเปอร์พูดขึ้นมา แล้วพวกเขาก็หันหลังชนกันอีกครั้งเพื่อรอรับมือจากการโจมตีครั้งต่อไปของปีศาจที่คอยซ่อนเร้นในเงามืดตัวนี้...............




ทางด้านของเจ้าโปริ่งนั้น เรดรีบกระโดดไปที่หอสมุดแห่งเมืองกิฟเฟนด้วยความเร็ว พอมาถึงที่หอสมุดนั้นเรดก็รีบขึ้นไปที่ชั้น 2 โดยทันที และแน่นอนเมื่อขึ้นมายังชั้นที่ 2 สิ่งแรกที่เขาจะต้องพบเจอก็คือ บรรณาลักษณ์ที่นั่นเฝ้าอยู่หน้าห้อง ทันทีที่บรรณาลักษ์ผู้นั้นเห็นเจ้าโปริ่ง เขาก็พูดขึ้น

" หืม อะไรกัน โปริ่งงั้นหรอ เจ้ามาทำอะไรที่นี่น่ะ แล้วคนที่เลี้ยงเจ้าอยู่ไหนซะล่ะ " บรรณารักษณ์คนนั้นพูดออกมา แต่แล้วเขาก็เพ่งมองไปที่เรดดีๆอีกครั้ง จากนั้นเค้าก็สะดุ้งในทันที

" เอ๋ เจ้าคือโปริ่งของนักฆ่าคนนั้นนี่นา เจ้ามาทำอะไรที่นี่ อย่าฆ่าข้าเลยนะ ข้ากลัวแล้ว " บรรณาลักษณ์คนนั้นรีบพูดขึ้นมาทันที ทันใดนั้นเจ้าโปริ่งก็รีบกระโดดเข้าไปและพูดขึ้นมา

" ท่าน ช่วยข้าทีสิ " ทันใดนั้นบรรณาลักษณ์คนนั้นก็ทำหน้างุนงนอย่างมาก

" ช่วย หรอ ช่วยอะไรล่ะ "

" ข้าอยากจะรู้วิธีถอนคำสาปแดรคคิวล่า " เจ้าโปริ่งพูดขึ้น ทันใดนั้นบรรณาลักษณ์คนนั้นก็มองเข้าไปในแววตาที่มุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของเจ้าโปริ่ง จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืน

" ตามข้ามาสิ ข้อมูลอยู่ข้างในนี้แหละ " บรรณาลักษณ์คนนั้นพูดขึ้นด้วยหน้าตาที่จริงจัง เจ้าโปริ่งดีใจเป็นอย่างมาก

" ขอบคุณท่านมาก " เรดพูดขึ้น

จากนั้นเรดก็รีบตามบรรณาลักษณ์คนนั้นเข้าไปในหอสมุดทันที ภายในหอสมุดนั้นมีชั้นวางหนังสือวางเรียงรายกันนับเป็นร้อยๆชั้นเรียงต่อกัน เรดรู้สึกได้ถึงความมหัศจรรย์ในครั้งแรกที่เข้ามา หนังสือที่วางเรียงรายกันอยู่นับหมื่นๆเล่มนี้ทำให้ห้องนี้ดูมีความน่าทึ่งมากแต่ทว่าในตอนนี้ เรดไม่มีเวลาที่จะมานั่งชื่นชมห้องสมุดนี้ ตอนนี้เขาจะมามัวเสียเวลาไปไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว ชีวิตของลิเดียในตอนนี้อยู่ในกำมือของเรดแล้ว เขาจะต้องรีบไปช่วยลิเดียให้เร็วที่สุด

" ช่วยทีนะ ข้าไม่มีเวลาแล้ว " เจ้าโปริ่งพูดกับบรรณาลักษณ์คนนั้น ทันใดนั้นบรรณาลักษณ์คนนั้นก็หันมาทางเจ้าโปริ่ง

" ไว้ใจข้าได้เลย ข้าน่ะเฝ้าที่นี่มาเป็นสิบๆปีแล้ว " จากนั้นบรรณาลักษณ์คนนั้นก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาจากชั้น มันเป็นหนังสือที่มีข้อมูลเกี่ยวกับปีศาจผีดูดเลือดแดรคคิวล่า ทันทีที่บรรณาลักษณ์ส่งหนังสือเล่มนั้นให้เจ้าโปริ่ง เรดก็รีบเปิดหนังสือนั่นอ่านในทันที เรดกวาดสายตาอ่านไปที่ข้อมูลของแดรคคิวล่า

" แดรคคิวล่านั้นเป็นปีศาจผีดูดเลือดที่มีมานานกว่าพันปี ปีศาจตนนี้ไม่สามารถถูกฆ่าตายได้ด้วยอาวุธเพราะความจริงนั้นแดรคคิวล่าได้ตายไปนานแล้วสิ่งที่ทำให้มันยังคงมีชีวิตอยู่ได้ก็คือพลังจากความมืด การที่แดรคคิวล่าได้ดื่มเลือดนั้นจะเป็นการเพื่มพลังให้กับมัน แต่การที่จะพบเจอแดรคคิวล่านั้นเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เพราะไม่มีใครรู้ที่อยู่ที่แท้จริงของแดรคคิวล่าและก็ไม่มีใครที่จะล่วงรู้ว่าแดรคคิดล่านั้นมีตัวตนจริงๆหรือไม่ ตามตำนานนั้นแดรคคิวล่าไม่สามารถโดนแสงแดดได้เพราะฉนั้นมันเลยเป็นปีศาจที่ออกล่าในตอนกลางคืน แดรคคิวล่านั้นเป็นปีศาจที่มีพลังไม่มากนักแต่ก็สามารถที่จะดูดเลือดของคนอื่นและทำให้คนๆนั้นกลายเป็นทาสได้ ผู้ที่ถูกกัดจะค่อยๆกลายสภาพเป็นผีดูดเลือดและไม่อาจที่จะโดนแสงแดดได้เหมือนกัน สำหรับวิธีการถอนคำสาปนั้น... "

เรดอ่านข้อความที่เขียนเกี่ยวกับวิธีถอนคำสาปของแดรคคิวล่า ทันใดนั้นเขาก็ตะโกนออกมาเสียงดังลั้นห้องสมุด ทำเอาบรรณาลักษณ์ที่ยืนปัดฝุ่นหนังสืออยู่ไกล้ๆสะดุ้งจนทำหนังสือหล่น

" เจ้าตะโกนออกมาทำไมเนี้ย ที่นี่เป็นห้องสมุดนะ เงียบๆหน่อยสิ " บรรณาลักษณ์คนนั้นหันไปว่าเจ้าโปริ่งที่ตอนนี้กำลังช็อกไปกับข้อความในหนังสือนั้น

" นี่ เจ้าเป็นอะไรไปเจ้าโปริ่ง " บรรณาลักษณ์คนนั้นถามออกมา

" วะๆ วิธี ที่จะถอนคำสาปของแดรคคิวล่าได้ นะๆ นั่นก็คือ จุมพิต ของคนที่ผู้นั้นรัก... " เมื่ออ่านจบเรดก็ปิดหนังสือพร้อมกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยความอึ้ง

" ตายแน่ล่ะงานนี้ จะทำยังไงดีเนี้ย เราจะไปบอกให้เจ้านายจูบลิเดียยังไงดีล่ะเนี้ย " เจ้าโปริ่งทำหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อของเขาไหลออกมาตามลำตัว ทันใดนั้นเรดก็หลับตาและส่ายหน้าไปมาอย่ารวดเร็ว

" ไม่ได้ๆ ยังไงก็ต้องช่วยลิเดียไว้ก่อน เป็นไงก็เป็นกันล่ะงานนี้ " เจ้าโปริ่งยื่นหนังสือคืนให้กับบรรณาลักษณ์คนนั้น

" ขอบใจท่านมากนะ " พูดจบเจ้าโปริ่งก็รีบกระโดดออกไปจากห้องสมุดนั้นทันที ทิ้งไว้แต่บรรณาลักษณ์ที่ยืนถือหนังสือเล่มนั้นด้วยความงง..............




ทางด้านของลูเซีย เขากำมือของลิเดียเอาไว้แน่นด้วยความเป็นห่วง ในตอนนี้ลิเดียนั้นดูเหมือนดั่งคนที่ไม่รับรู้สิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว แต่ความจริงแล้วเธอรู้ทุกอย่าง ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นรอบๆตัวของเธอ เพียงแต่เธอไม่สามารถที่จะพูดมันออกมาได้เพราะความเจ็บปวดและทรมานภายในร่างกายของเธอ

" อดทนเอาไว้นะลิเดีย เรดจะต้องหาวิธีมาช่วยเจ้าได้แน่นอน " ลูเซียพูดขึ้นพร้อมกับกำมือของลิเดียเอาไว้แน่น ลิเดียต่างก็บิดตัวไปมาด้วยความทรมาน ในตอนนี้ เขี้ยวของเธอนั้นเรื่มจะยาวขึ้นๆ ม่านตาของเธอก็เรื่มที่จะเล็กลง ลิเดียเรื่มที่จะกลายเป็นพวกมันอย่างเต็มตัวแล้ว ท่ามกลางความกังวลของลูเซียและความทรมานของลิเดีย ทันใดนั้นเรดก็เปิดประตูเข้ามาทันที

" เรด เป็นยังไงบ้าง ได้วิธีแล้วใช่ไหม รีบบอกข้ามาเร็วๆเข้า " ลูเซียพูดออกมาด้วยท่าทางที่เร่งรีบ

" เอ่อ คือว่า... จะว่าได้มันก็ได้อ่ะนะ แต่ว่า.. " เรดพูดออกมาแบบอ้ำๆอึ่งๆ

" รีบบอกมาเร็วๆสิว่าวิธีที่จะช่วยลิเดียต้องทำยังไง " ลูเซียพูดออกมาอีก ทันใดนั้นเรดก็หลับตาลงแล้วกัดฟัน จากนั้นเค้าก็ลืมตาขึ้นและจ้องไปที่ลูเซียด้วยท่าทางจริงจัง

" เจ้านาย สัญญากับข้าได้ไหมว่า ไม่ว่าจะเป็นอะไร เจ้านายก็จะต้องทำเพื่อช่วยลิเดีย " ทันใดนั้นลูเซียก็มองเข้าไปที่ตาของเรด จากนั้นเค้าก็พูดขึ้น

" ได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด ข้าจะทำเพื่อช่วยลิเดีย "

" ถ้างั้นก็... จูบลิเดียซะ แล้วคำสาปจะหายไป " สิ้นเสียงของเรด ลูเซียถึงกับตะลึงในทันที ไม่ใช่แค่ลูเซียเท่านั้นแม้แต่ลิเดียเองก็เช่นกัน ท่ามกลางความทรมานของลิเดียที่เธอแสดงออกมานั้น ภายในของเธอตอนนี้กลับรู้สึกถึงความสับสนอย่างไร้ก้นบึ้ง

" จะๆ จูบหรอ ทำไมต้องเป็นข้าล่ะ " ลูเซียพูดขึ้นอย่างตะกุกตะกัก

" ไม่มีเวลาแล้วนะเจ้านาย ท่านจะช่วยลิเดียรึเปล่า " เรดพูดขึ้นอีกครั้ง ทันใดนั้นลูเซียก็หลับตาลง เขากำมือแน่น จากนั้นเค้าก็พูดขึ้น

" ได้ ไม่ว่าจะเป็นอะไร ถ้าหากว่ามันเป็นสิ่งที่จะสามารถช่วยลิเดียได้ แม้ข้าต้องตาย ข้าก็จะทำ "

ทันใดนั้นลูเซียก็นั่งลงบนที่นอนของลิเดีย เขากำมือของลิเดียเอาไว้แน่น ท่ามกลางความทรมานของลิเดียในขณะนั้น แต่ทว่าความรู้สึกภายในของลิเดียในตอนนี้มันกลับตีกันยุ่งวุ่นวายไปหมดทั้งความเจ็บปวด ความสับสน และความอาย ลูเซียเอนตัวเข้าไปที่ลิเดียช้าๆ

" ข้าขอโทษนะลิเดียที่ทำแบบนี้กับเจ้า แต่ข้าอยากให้เจ้ารู้ว่า ข้าไม่อยากที่จะเห็นเจ้าต้องอยู่ในสภาพที่ทรมานแบบนี้ เจ้าคือคนสำคัญของข้า "

จากนั้นลูเซียก็ก้มหน้าลงไปที่หน้าของลิเดีย ลิเดียหลับตาลง ตอนนี้ถึงแม้ร่างกายของเธอจะยังคงทรมานแต่ในหัวใจของเธอนั้นมีแต่ความตื่นเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าและเธอก็มิอาจที่จะปฏิเสธสิ่งนี้ได้ และแล้วลูเซียก็ได้จูบไปที่ริมฝีปากที่สั่นไหวของลิเดีย เสี้ยววินาทีนี้ความรู้สึกของลิเดียมีมากมายเกินว่าที่จะบรรยายออกมาได้ทั้งความอาย ความเจ็บปวด และความดีใจเธอกำมือของลูเซียที่จับมือของเธอเอาไว้แน่นน้ำตาของเธอไหลออกมาจากดวงตาที่ปิดอยู่ช่วงเวลานั้น ลิเดียรู้สึกเหมือนกับทุกอย่างหยุดอยู่กับที่ เวลาหยุดเดิน โลกทั้งโลกหยุดหมุน ในใจของเธอนั้นต่างก็พาวนาให้เวลาหยุดอยู่แบบนี้ตลอดไป เวลาของความสุขกับคนที่เธอรัก เรดหลับตาสนิดด้วยความอาย หน้าของเขาแดงก่ำไม่ต่างไปจากใบหน้าของลิเดียในยามนี้เลย จากนั้นลูเซียก็ค่อยๆถอยออกมาจากใบหน้าของลิเดียที่ตอนนี้แดงก่ำไปด้วยความอาย มือของลิเดียยังคงบีบมือของลูเซียเอาไว้แน่น ทันใดนั้นความเปลี่ยนแปลงก็ได้เกิดขึ้นกับลิเดีย เล็บที่เคยยาวออกมาก็กลับเป็นปกติ เขี้ยวที่ยาวออกมาก็หดกลับเข้าไปกลายเป็นแค่ฟันธรรมดาเหมือนเดิม ความเจ็บปวดในร่างกายก็หายไปจนหมดสิ้น ลิเดียค่อยๆลืมตาของเธอขึ้นมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา

" ข้าขอโทษนะลิเดียที่ทำกับเจ้าแบบนี้ แต่ข้าจำเป็นจริงๆ เจ้าเสียใจอย่างงั้นหรอ " ลูเซียรีบพูดขึ้นทันทีเมื่อเห็นลิเดียร้องให้ ลิเดียส่ายหน้าไปมาและรีบยกแขนขึ้นมาปาดน้ำตาในทันที

" เปล่าหรอกนะ ข้าแค่ร้องให้เพราะความเจ็บปวดนะ " จากนั้นเธอก็มองมาที่ใบหน้าของลูเซียและยิ้มออกมา รอยยิ้มของลิเดียนั้นมันช่วยปัดเป่าความทุกและความกังวลในใจของลูเซียให้หายไปจนหมดสิ้น

" ขอบใจนะ ลูเซีย สำหรับทุกๆอย่าง " ลิเดียพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสของเธอ

" ข้าดีใจนะลิเดียที่ได้เห็นเจ้ายิ้มอีกครั้ง ไม่รู้ทำไมเวลาข้าได้เห็นรอยยิ้มของเจ้า ข้าก็รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูกไม่ว่าข้าจะมีเรื่องทุกใจมากแค่ไหน รอยยิ้มของเจ้าคือสิ่งที่คอยเยียวยาข้า " เมื่อลูเซียพูดจบ ทันใดนั้นลิเดียก็ก้มหน้าลงทันที ในตอนนี้หน้าของเธอแดงก่ำไปด้วยความอายอย่างมาก จากนั้นลิเดียก็พูดขึ้น

" จะๆ จริงด้วย เราต้องรีบไปช่วยพวกอาเทอร์ก่อนนะ พวกนั้นจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ แล้วไหนจะด็อปเปอร์อีก " ลิเดียรีบพูดขึ้นมาเพื่อกลบความอายของเธอ

" จริงด้วย นั่นสินะ เอาล่ะ ไปกันเถอะ " ลูเซียพูดขึ้นพร้อมกับออกวิ่งไปจากห้อง ลิเดียและเรดต่างก็วิ่งตามออกไป ในเวลาแห่งความวิกฤตนี้อาณาจักรมิดการ์ดนั้นกำลังจะต้องพานพบกับชะตากรรมที่แสนเลวร้ายจากน้ำมือของเทพอสูรด็อปเปอร์แกรนเกอร์ และผู้ที่จะสามารถช่วยเหลืออาณาจักรแห่งนี้ได้ก็คือพวกเขา เหล่าองครักษณ์แห่งโอดินเท่านั้น เรื่องราวจะยังดำเนินต่อไป บทสรุปของสิ่งต่างๆกำลังจะมาถึง อาณาจักรมิดการ์ดจะกลับมาปลอดภัย หรือจะต้องตกอยู่ในความพินาจ ทุกสิ่งทุกอย่าง อยู่ในกำมือของพวกเขา เหล่าองครักษ์แห่งโอดิน.............

 

To be continued.........................

 

 




NEKOPOST.NET