Tale of Ragnarok ตอนที่ 20 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Tale of Ragnarok

Ch.20 - กลลวงในกิฟเฟน


 

บทที่  20  กลลวงในกิฟเฟน



ในที่สุดค่ำคืนแห่งเมืองพอนเทร่าก็ได้ผ่านพ้นไป แสงสว่างของรุ่งเช้าได้เข้ามาแทนที่ความมืดมิดและความเงียบสงัด พวกเขาต่างก็มารวมตัวกันที่หน้าประตูเมืองทางทิศตะวันตกของเมืองพอนเทร่าเพื่อที่จะเรื่มออกเดินทางไปยังเมืองกิฟเฟน ในการออกเดินทางครั้งนี้ ต่างก็มีทหารมาส่งพวกเขามากมาย รวมถึงพระราชาไกอาก็มาส่งพวกเขาด้วยแม้ว่าสุขภาพของท่านอ่อนแอ แต่ท่านก็ยังฝืนที่จะมาส่งพวกเขาในฐานะราชาแห่งอาณาจักรมิดการ์ด

" อาเทอร์ ลูเซีย ไวเปอร์ ลิเดีย ข้าขออวยพรให้พวกเจ้า จงมีชัยในการรบครั้งนี้นะ " พระราชาไกอาพูดให้กำลังใจพวกเขาก่อนการเดินทาง

" ไม่ต้องเป็นห่วงนะท่านพ่อ ข้ากับเพื่อนของข้า จะต้องช่วยอาณาจักรนี้เอาไว้ให้ได้ ข้าขอสัญญาด้วยชีวิต " อาเทอร์พูดแทนทุกคนที่อยู่ตรงนั้น

จากนั้นพวกเขาก็ขึ้นขี่เหล่า พิโค พิโค๊ะ และต่างก็ออกเดินทางไปอย่างรวดเร็วมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกสู่เมืองกิฟเฟน เบื่องหน้าของพวกเข้านั้นคือศัตรูของอาณาจักรที่พวกเขาจะต้องกำจัดส่วนเบื่องหลังของพวกเขาก็คือสิ่งสำคัญที่สุดที่พวกเขาจะต้องปกป้องแต่ทว่า

 

ในเวลานี้ไม่ได้มีแค่ ลูเซีย อาเทอร์ ไวเปอร์และลิเดียพวกเดียวเท่านั้นที่มีความเคลื่อนไหวทางด้านปราสาทกราสเฮมเองก็มีความเคลื่อนไหวเหมือนกัน ด็อปเปอร์เดินอยู่ในปราสาทกราสเฮม ท่ามกลางเหล่าปีศาจวิญญาณ ( Whisper ) ที่ต่างก็ล่องลอยไปมา ในตอนนี้ปราสาทเรื่มที่จะมีปีศาจเยอะขึ้นทุกวันๆ เนื่องจากพลังความมืดของด็อปเปอร์ที่แผ่ขยายออกไป ทำให้ปีศาจต่างๆนั้นแห่มารวมตัวกันที่ปราสาทหลังนี้ ในขณะที่ด็อปเปอร์กำลังจะเดินออกไปที่นอกปราสาทนั้น อาบิสไนท์ก็ได้เดินเข้ามาและคุกเข่าลง

" นายท่าน ในตอนนี้เหล่าปีศาจเรดิกจากนรกจำนวนห้าแสน ได้เตรียมพร้อมที่จะออกรบแล้วเหลือเพียงแต่คำสั่งของท่านเท่านั้น " อาบิสไนท์พูดขึ้น

" อืม.. ดีมาก ข้าว่าจะออกไปข้างนอกซักหน่อย "

" เอ๋ ออกไปข้างนอกรึครับนายท่าน ท่านจะออกไปไหนกัน " ทันใดนั้นด็อปเปอร์ก็หันหน้ามาทางอาบิสไนท์ แววตาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตสังหารรอยยิ้มบนในหน้าของเขาแสดงออกมาถึงความชั่วร้ายที่ไร้ก้นบึ้ง ใบหน้าของด็อปเปอร์ในตอนนี้แม้แต่ข้ารับใช้ที่ไกล้ชิดที่สุดอย่างอาบิสไนท์ก็ยังอดที่จะกลัวไม่ได้

" อาบิสไนท์ เจ้ารู้จักมหาเวทมนต์ที่ยิ่งใหญ่แห่งธรรมชาติทั้ง 3 รึปล่าว " ด็อปเปอร์พูดขึ้นมา

" อืม มหาเวทมนต์ที่ยิ่งใหญ่หรอคับ ก็มีสตอมกัส ( Strom Gust ) ที่ใช้พลังจากพายุหิมะ หลอด ออฟ เวอร์มิลเลี่ยน ( Lord of Vermillion )ที่ใช้พลังจากสายฟ้า และสุดท้ายก็คือ เมเทโอ สตอม ( Meteor Storm ) เวทที่ยิ่งใหญ่และทรงพลังที่สุดในบรรดา 3 มหาเวทมนต์ เป็นเวทที่ใช้พลังเวทมนต์อันมหาศาลเรียกดาวตกจากฟากฟ้าลงมายังพื้นโลก มันเป็นเวทมนต์ในตำนานที่ไม่เคยมีผู้ใช้ได้นี่ครับ " อาบิสไนท์ตอบออกไป ทันใดนั้นด็อปเปอร์ก็พูดขึ้น

" ไม่มี มนุษย์ หรือเทพคนใดที่จะมีพลังเวทพอที่จะสามารถใช้ได้ แต่ปีศาจนรกตนหนึ่งใช้ได้ "

ทันใดนั้นอาบิสไนท์ก็สะดุ้งทันที ตัวของเขาเรื่มสั่นขึ้นเรื่อยๆ เหงือของเขาไหลออกมาจากใบหน้าและร่างกายของเขา เขาจ้องไปที่ใบหน้าอันชั่วร้ายของผู้เป็นเจ้านายด้วยสายตาที่หวาดกลัว ริมฝีปากที่สั่นนั้นเอ่ยคำพูดเบาๆออกมา

" ระๆ หรือว่า ทะๆๆ ท่านคิดจะ.... " ยังไม่ทันจบประโยคด็อปเปอร์ก็พูดขึ้นมา

" ใช่แล้ว ปีศาจแห่งนรกทั้ง 3 ผู้ที่สามารถใช้มหาเวทมนต์ที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้ได้ การ์ม ( Garm )ผู้ใช้สตอมกัส ปีศาจสุนัขแห่งดินแดนนรกน้ำแข็งซึ่งข้าส่งไปโจมตีเมืองลูเทียร์ ซึ่งเป็นเมืองเกิดของเจ้ากริมเนียร์ ต่อมาก็คือ บาโพเมต ( Baphomet ) ปีศาจจากนรกแห่งความมืดผู้ที่สามารถใช้หลอด ออฟ เวอร์มิลเลี่ยน ซึ่งข้าปลุกเจ้านั่นขึ้นมาจากนรกเมื่อสองพันปีก่อนและสั่งให้เจ้านั่นออกตามหาดาบเอ็กคาลิเบอร์ แต่ป่านนี้ก็ยังไม่ได้ข่าวของเจ้านั่นเลย และปีศาจตัวสุดท้ายก็คือ ดาร์คหลอด ( Dark Lord ) ปีศาจจากนรกอเวจีผู้ที่มีความสามารถใช้ เมเทโอ สตอม ได้ ข้าจะเปิดประตูนรกและปลุกเจ้านั่นขึ้นมาซะ " เมื่อได้ฟังดังนั้น อาบิสไนท์ก็พูดขึ้น

" ตะๆ แต่ว่า ท่านต้องการยึดครองอาณาจักรนี้ไม่ใช่หรอครับนายท่าน ถ้าหากว่าท่านปลุกเจ้าดาร์คหลอดขึ้นมาล่ะก็ อาณาจักรแห่งนี้ก็จะถูกทำลายจนพินาจย่อยยับด้วยฝนอุกาบาศที่น่ากลัวนั่น เมือง ต้นไม้ ปีศาจต่างๆ แม่น้ำ ก้อนหิน ทุกสิ่งทุกอย่างจะสูนย์สลายหายไปจนหมดสิ้นด้วยพลังของดาร์คหลอด " อาบิสไนท์พูดออกมาพร้อมกับสีหน้าที่หวาดกลัวอย่างยิ่ง

" ใช่ เพราะแบบนี้ไง ในสงครามครั้งที่แล้วข้าจึงไม่คิดจะปลุกเจ้านั้นขึ้นมาจากขุมนรก " ด็อปเปอร์พูดตอบ

" แต่ว่า นายท่านแค่ท่านกับดาบเทเลฟริ๊งก็เพียงพอที่จะยึดครองอาณาจักรแห่งนี้แล้วไม่ใช่หรอครับ " อาบิสไนท์พูดขึ้น

" ก็จริงอยู่ แต่ข้าก็อยากจะเห็นอาณาจักรงี่เง่าแห่งนี้ต้องพินาจย่อยยับเหมือนกันและอีกอย่างเจ้าอย่าได้ดูถูกพลังของเหล่าองครักษ์แห่งโอดินเกินไป พลังขององครักษ์นั้นไม่ใช่ธรรมดาหรอกนะ โดยเฉพาะพลังของคนๆนั้น "

" คนๆ นั้นหรอคับ หรือว่าจะเป็น เฮมดอล นั่นสินะครับเจ้านั้นคืออัศวินที่เก่งกาจที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบมาเลยล่ะคับ " อาบิสไนท์พูดขึ้น จากนั้นด็อปเปอร์ก็หัวเราะ

" หึๆ ไม่ใช่เจ้านั่นหรอกนะ เจ้านั่นน่ะไม่ได้น่ากังวลขนาดนั้นหรอก "

" เอ๋ งั้นก็เจ้ากริมเนียร์กับโฮเนียร์หรอคับ เจ้าสองคนนั้นก็โจมตีประสานกันได้น่ากลัวมากทีเดียวนะคับ " ทันใดนั้นด็อปเปอร์ก็หัวเราะออกมาอีก

" หึ ก็ไม่ใช่สองคนนั้นอีกนั่นแหละ " ทันใดนั้นอาบิสไนท์ก็มองหน้าของด็อปเปอร์ด้วยความสงสัย จากนั้นด็อปเปอร์ก็พูดขึ้น

" ใช่ คนที่ข้ากังวลมากที่สุดก็คือ ซาร่า องครักษ์แห่งการช่วยเหลือ " ทันใดนั้นอาบิสไนท์ก็พูดขึ้นมาทันที

" ซาร่า งั้นรึครับทำไมล่ะนายท่าน ข้าว่านางอ่อนแอที่สุดในเหล่าองครักษ์เลยนะครับ ต่อสู้ก็ไม่เป็นอย่างดีก็แค่ใช้พลังช่วยเหลือคนอื่น คนแบบนี้ไม่เห็นจะน่ากังวลเลยนิครับ "

" เจ้ายังไม่รู้จักพลังที่แท้จริงของซาร่า นางมีพลังที่เหนือว่าเทพทุกองค์บนสวรรค์ และก่อนที่ข้าจะปลุกดาร์คหลอด ข้าจะต้องหาทางกำจัดนางออกไปก่อน แต่ถ้าให้ฆ่าไปเลย มันก็จะไม่สนุก "

ทันใดนั้นด็อปเปอร์ก็ยิ้มออกมา มันเป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวและแฝงไปด้วยความชั่วร้ายเหมือนเช่นทุกครั้งจากนั้นดอปเปอร์ก็พูดออกมา

" ข้าจะไปที่กิฟเฟน ประตูนรกเดิมทีอยู่ที่นั่น และข้าก็นึกวิธีดีๆที่จะจัดการกับซาร่าได้แล้ว " พูดเสร็จด็อปเปอร์ก็เดินออกไปยังด้านหน้าประตูทางเข้าของปราสาทกราสเฮมจากนั้นเค้าก็ยกมือขึ้นและร่ายเวทเทเลพอต เสี้ยววินาทีนั้นร่างของเขาก็หายวับไปในทันที........................


 

ทางด้านของ ลูเซีย ลิเดีย อาเทอร์ และไวเปอร์ พวกเขาต่างก็เร่งขี่พิโค พิโค๊ะมุ่งหน้าสู่เมืองกิฟเฟนอย่างรวดเร็ว พวกเขาไม่คิดจะสนใจพวกปีศาจที่เข้ามาโจมตีพวกเขาระหว่างทางด้วยซ้ำ เส้นทางระหว่างเมืองพอนเทร่ากับเมืองกิฟเฟนนั้นค่อยข้างที่จะปลอดภัยกว่าเส้นทางระหว่างเมืองพอนเทร่ากับอาล ดี บาลานอยู่มาก เนื่องจากพวกปีศาจระหว่างทางนั้นอ่อนแอและไม่ค่อยที่จะมีอันตรายปีศาจที่อยู่ระหว่างเส้นทางนี้อย่างมากที่อันตรายก็คงจะเป็นพวกเห็ดพิษ ผิดกับเส้นทางที่ข้ามผ่านเทือกเขา มาโจลเนีย ที่แสนอันตรายและเต็มไปด้วยเหล่าแมลงยักษ์นั่นพวกเขาเร่งเดินทางกันมาเรื่อยๆ ลิเดียใช้เวทเพื่มความเร็วให้กับพวก พิโค พิโค๊ะ ทำให้พวกมันวิ่งกันด้วยความเร็วมากๆ ไม่นานนักพวกเขาก็มองเห็นยอดของหอสมุดที่สูงที่สุดของอาณาจักรมิดการ์ดอยู่หลังยอดไม้ พวกเขาไกล้มาถึงเมืองกิฟเฟนแล้ว พวกเขาขี่พิโค พิโค๊ะมาเข้าไกล้เรื่อยๆ หอสมุดที่เห็นนั้นเรื่มใหญ่ขึ้นๆ จนในที่สุดพวกเขาก็มาถึงยังประตูเมืองด้านทิศตะวันออกของเมืองกิฟเฟนแล้ว ทันใดนั้นพวกเขาก็ลงจากพิโค พิโค๊ะ อาเทอร์ปล่อยให้พิโค พิโค๊ะเหล่านั้นวิ่งกลับเมืองไป พวกเขาต่างก็เดินย่างก้าวเข้าไปยังเมืองกิฟเฟน ทันทีที่พวกเขาก้าวเข้าไปในเมืองนั้น สายตาทุกคู่ต่างก็จับจ้องมาที่พวกเขา คนที่กำลังขายของอยู่ก็หยุดขาย คนที่กำลังเดินต่างก็หยุดเดิน คนที่พูดคุยกันอยู่ต่างก็หยุดนิ่ง ทุกคนต่างก็มองพวกเขาเป็นจุดๆเดียว มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรในตอนนี้ ก็เพราะชุดที่พวกเขาใส่อยู่นั้นมันดูแปลกตามาก เมืองๆนี้ถึงจะอยู่ไกล้จนเกือบสุดของแผนที่ แต่ก็มักจะมีนักเดินทางผ่านมาเป็นประจำไม่เหมือนกับเมืองลูเทียร์ หรือ อาล ดี บาลาน แต่ถึงจะมีนักเดินทางผ่านมาค่อนข้างบ่อยแต่ก็ไม่มีใครที่ใส่ชุดแบบพวกเขา พวกเขานั้นคือคนเพียงแค่สี่คนในทั่วทั้งอาณาจักรที่ใส่ชุดประหลาดแบบนี้ ทันใดนั้นอาเทอร์ก็เดินไปตบบ่าของลูเซียและพูดขึ้น

" ชินซะพวก เราต้องเจอแบบนี้ไปอีกนาน " อาเทอร์พูดขึ้น

ในขณะนั้นทุกคนต่างก็เดินเข้าไปยังเมืองแห่งนี้ท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วนที่ต่างมองพวกเค้าเหมือนกับเป็นตัวประหลาด แต่ไม่ใช่กับลิเดีย คนที่มองลิเดียนั้นไม่ได้มองเธอในแง่ของชุดแต่งกายประหลาดแต่มองในแง่ของสาวสวยที่ดูน่ารักเข้ากับชุดซะมากกว่า

เมืองกิฟเฟนนี้ก็มีความเก่าแก่และมีประวัติมายาวนานไม่ต่างจากเมืองอื่นลักษณะเด่นของเมืองนี้คือมีหอสมุดที่ใหญ่ที่สุดในอาณาจักรมิดการ์ดแห่งนี้ ตั้งโดดเด่นอยู่กลางเมือง หอสมุดนี้เป็นแหล่งที่รวมความรู้ทุกๆอย่างของอาณาจักรเอาไว้ ความรู้ในหนังสือสาราณุกรรมของหลอดคาโฮนั้นก็เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งจากความรู้ทั้งหมดในหอสมุดนี้ แต่ละชั้นจะเก็บสะสมหนังสือต่างๆเอาไว้มากมากเรื่มจากหนังสือทั่วๆไป ไปจนถึงหนังสือประเภทที่บันทึกเวทมนต์ต้องห้าม โดยหนังสือเหล่านี้จะถูกแบ่งประเภทไปต่ามชั้นต่างๆ ซึ่งหนังสือที่เปิดให้คนทั่วๆไปได้อ่านก็จะอยู่ชั้นล่างๆของหอสมุด ส่วนชั้นสูงๆขึ้นไปก็จะเป็นที่เก็บของหนังสือที่เป็นอันตรายเรียงกันไป ยิ่งอันตรายมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งถูกเก็บไว้ที่ชั้นสูงๆเท่านั้น แต่ละชั้นจะมีพวกจอมเวท ( Wizard ) เป็นคนคอยดูแล และยิ่งชั้นสูงขึ้นไปเท่าไหร่ จอมเวทที่คอยดูแลหนังสือพวกนั้นก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นตามไปด้วย เมืองกิฟเฟนแห่งนี้มีบ้านเรือนที่สร้างขึ้นรายร้อมรอบหอสมุดเป็นวงกลม กลิ่นอายและอารยธรรมในเมืองนั้นยังคงความเก่าแก่ในแบบของเมืองตะวันตกซึ่งแต่ต่างจากเมืองทางตะวันออกอย่างพาย่อน แต่ก็ยังคงกลิ่นอายของเวทมนต์และความรอบรู้เอาไว้ ต่างจากเมืองพอนเทร่าเมืองหลวงซึ่งเจริญไปด้วยเทคโนโลยีและอาวุธยุทโธปกรสมัยใหม่ ทันใดนั้นพวกเขาทั้งสี่คนต่างก็ก้าวเดินเข้ามาที่กลางเมืองกิฟเฟน เมื่อมาถึงกลางเมืองลูเซียก็พูดขึ้น

" ข้าว่าเราแยกย้ายกันก่อนดีกว่านะ ข้าจะไปที่โรงแรมและเปิดห้องเอาไว้ เพื่อว่าพวกเราจะต้องพักกันที่เมืองนี้ "

" อืม ถ้างั้นข้าจะไปถามชาวเมืองรอบๆนี้เอง เพื่อว่าจะมีข่าวอะไรบ้าง " อาเทอร์พูดต่อ

" ข้าเองก็จะปีนขึ้นไปที่หอคอยนั่นซักหน่อย และจะคอยมองความผิดปกติของเมืองนี้จากด้านบน เผื่อว่าจะมีอะไรแปลกๆ " ไวเปอร์พูดขึ้น แล้วลูเซียก็หันมาถามลิเดีย

" แล้วเจ้าล่ะ ลิเดีย "

" ข้ามีที่ๆต้องไปหน่อยนะ "

" อืมเอางั้นก็ได้ เอาล่ะในอีกครึ่งชั่วโมง เราไปเจอกันที่ร้านอาหารชั้นล่างของโรงแรมก็แล้วกันนะ จะได้วางแผนและรวบรวมข่าวสารกันด้วย " ลูเซียพูดขึ้น

ทันใดนั้นทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไปตามหน้าที่ของตน อาเทอร์ต่างก็เดินถามข่าวคราวต่างๆจากชาวเมืองถึงความผิดปกติและความเคลื่อนไหวในเมือง ไวเปอร์รีบไปที่หอสมุดที่อยู่กลางเมืองทันใดนั้นเค้าก็รับปีนขึ้นไปด้วยความรวดเร็วในทันที ลูเซียเองก็ไปที่โรงแรมประจำเมืองกิฟเฟน เค้าเปิดห้องพักเอาไว้ 2 ห้องสำหรับพวกเขาทั้งหมด ส่วนลิเดียนั้นเธอเดินไปตามถนนสายหลักที่โค้งเป็นรูปวงกลมในเมือง เธอเดินอุ้มเรดไปหยุดยังร้านแห่งหนึ่ง ที่หน้าร้านนั้นมีป้ายของขวดยาขนาดใหญ่ ใช่มันคือร้านขายยาประจำเมืองกิฟเฟน ลิเดียสูดหายใจเข้าลึกๆและเปิดประตูร้านเข้าไป ทันทีที่ลิเดียเปิดประตูเข้ามา เสียงของกระดิ่งที่ติดไว้ที่ประตูร้านก็ดังขึ้น มันเป็นสัญญาณบ่งบอกกับเจ้าของร้านว่ามีลูกค้าเข้ามา ทันใดนั้นเจ้าของร้านยาก็พูดขึ้น

" สวัสดีท่านนักเดินทาง ท่านอยากจะซื้อยาร้านข้างั้นหรอ " เจ้าของร้านยาเอ่ยคำทักทายลูกค้า ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติสำหรับเค้าแต่ในทันทีที่เค้าเห็นลิเดีย เค้าก็เกิดอาการตกใจในทันที

" เจ้า... เจ้าเป็นพรีสงั้นหรอ ทำไมถึงได้แต่งตัวแปลกๆล่ะ " เจ้าของร้านยาถามขึ้นด้วยความสงสัย

" เอ่อ สวัสดีค่ะ ข้ามีชื่อว่าลิเดีย มีเรื่องอยากจะรบกวนถามท่านหน่อยน่ะค่ะ " ลิเดียพูดขึ้น

" เอาเถอะ เจ้าจะเป็นพรีสหรือไม่ ข้าไม่รู้หรอกนะ แต่เจ้าต้องการอะไรล่ะว่ามาเลย ร้านข้ามียาทุกชนิดนั่นแหละ "

" เอ่อ ข้าไม่ได้มาซื้อยาหรอกค่ะ "

" เอ๋ ไม่ได้มาซื้อยา แล้วเจ้าเข้ามาในร้านยาทำไมล่ะ "

" คือข้าอยากจะถามท่านหน่อยนะคะ เมื่อหลายปีก่อน ท่านเคยให้หินบลูแจมสโตนกันพรีสคนหนึ่งที่ช่วยเหลือท่านเอาไว้รึปล่าวคะ "

" หินบลูแจมสโตนหรอ อืม ขอข้าคิดก่อนนะ " เจ้าของร้านยาหลับตาลงแล้วเอามือมาจับคางของเขาไว้พร้อมกับครุ่นคิด

" อ่อ ข้าจำได้แล้ว ใช่เมื่อหลายปีก่อนข้าเคยออกไปหาวัตถุดิบในการทำยา และข้าก็บาทเจ็บมากแต่ก็ได้พรีสคนหนึ่งช่วยข้าเอาไว้ ข้าก็เลยให้หินบลูแจมสโตนกับเค้าไปน่ะ "

" อ่า ใช่ท่านจริงๆด้วย " ลิเดียตะโกนออกมาด้วยความดีใจ จากนั้นเธอก็พูดต่อ

" ท่านพอจะมีหินบลูแจมสโตนขายข้าบ้างไหมคะ " ลิเดียถามขึ้น ทันใดนั้นเจ้าของร้านยาก็ทำหน้าสงสัยในทันที

" เจ้าจะเอาหินบลูแจมสโตนไปทำไมกัน " เจ้าของร้านยาถามขึ้น

" คือ ข้าจะเอาไปใช้น่ะค่ะ " ทันทีที่ได้ฟังคำตอบของลิเดีย เจ้าของร้านยาก็หัวเราะออกมาเป็นการใหญ่

" ฮะๆๆ เอาไปใช้งั้นหรอ เจ้านี่เสียสติไปแล้วรึเปล่า คนธรรมดาน่ะใช้หินนี้ไม่ได้หรอกนะ เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นเทพองครักษ์แห่งโอดินรึไง " เจ้าของร้านยายังคงหัวเราะออกมาไม่หยุด

" ยังไงก็ขายให้ข้าเถอะค่ะ ขอร้องล่ะข้าจำเป็นต้องใช้มันจริงๆนะคะ " ลิเดียพูดพร้อมกับทำหน้าจริงจัง ทันใดนั้นเจ้าของร้านยาก็หยุดหัวเราะและมองไปในตาของลิเดีย

" เจ้านี่พูดไม่รู้เรื่องรึไง เจ้าใช้มันไม่ได้หรอกนะ หินพวกนี้ปกติเค้าก็มีเอาไว้สะสมในฐานะของในตำนานเท่านั้นแหละ " พูดจบเจ้าของร้านยาก็มองเข้าไปที่ดวงตาอันแน่วแน่ของลิเดียและเค้าก็รู้ว่า พรีสสาวที่แต่งชุดแปลกๆนี้กำลังพยายามอยู่ ทันใดนั้นเจ้าของร้านยาก็เอื่อมมือไปที่ลิ้นชักของเขา และหยิบหินบลูแจมสโจนขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ 5 เม็ด

" นี่คือหินบลูแจมสโตนทั้งหมดที่ข้ามี ถ้าเจ้าอยากได้ ข้าจะขายมันให้กับเจ้า " เจ้าของร้านยาพูดขึ้น ทันใดนั้นลิเดียก็แสดงอาการดีใจในทันที

" จริงหรอคะ ดีใจจังเลย ท่านตกลงขายให้ข้าแล้วสินะ แล้วท่านจะขายให้ข้าเท่าไหร่หรอคะ "

" ห้าล้านเซนี่ " ทันใดนั้นลิเดียก็แสดงอาการตกใจในทันที

" อะๆ อะไรนะ หะ ห้าล้าน ห้าล้านเซนี่หรอ ทำไมถึงแพงขนาดนั้นล่ะคะ "

" หินพวกนี้มันเป็นของสะสมที่มีราคา หากเจ้าไม่ซื้อก็ออกไปซะเถอะนะ "

" ขะๆ ข้าซื้อค่ะ ขะๆ ข้าจะไปขอยืมเงินจากพอนเทร่ามา ตะๆแต่ว่า ข้าจะไปพอนเทร่ายังไงล่ะเนี้ย แล้วข้าจะทำยังไงดี " ลิเดียบ่นพรึมพำ

" อะไรนะ เจ้าบอกว่าเจ้าจะซื้องั้นหรอ " เจ้าของร้านยาทำท่าทีตกใจ

" ใช่ค่ะ ต่อให้มันราคาสูงกว่านี้ข้าก็จะซื้อ ข้าจำเป็นต้องใช้มัน หินเหล่านี้มีค่าสำหรับข้ามากกว่าเงินพวกนั้น มันมีค่าต่อคนสำคัญของข้า " ทันใดนั้นเจ้าของร้านยาก็มองไปที่ดวงตาอันแน่วแน่ของลิเดีย จากนั้นเค้าก็หลับตาลงและถอนหายใจ

" เฮ่อ ถ้าเจ้าพูดถึงขนาดนั้น เจ้าก็เอาหินพวกนี้ไปซะเถอะ "

" เอ๋ ท่านหมายความว่ายังไงคะ "

" หินพวกนี้น่ะถึงจะเป็นของสะสมที่มีราคาก็จริง แต่ราคามันก็แค่ ห้าแสน แต่ว่าข้าจะขายเจ้าห้าล้านเจ้าก็ยังดึงดันที่จะซื้อ ก็แสดงว่ามันจะต้องสำคัญกับเจ้ามากสินะ "

" ใช่ค่ะ หินพวกนี้มันสำคัญกับข้ามาก " ลิเดียพูดขึ้น ทันใดนั้นเจ้าของร้านก็หยิบหินพวกนั้นให้ลิเดีย

" ข้าให้เจ้า เอาไปซะสิ ถ้าเจ้าจำเป็นที่จะต้องใช้มันจริงๆล่ะก็นะ ข้าน่ะเก็บไว้มันก็เป็นแค่ของดูเล่นที่มีราคาห้าแสนเท่านั้น "

" เอ๋ จริงๆหรอคะ ท่านให้ข้าจริงๆหรอ ขอบคุณท่านมากนะคะ ขอบคุณค่ะๆ " ลิเดียรีบขอบคุณชายผู้นั้นด้วยความดีใจ จากนั้นเธอก็หันหลังและก้าวเดินออกมาในขณะที่เธอกำลังจะเปิดประตูและเดินออกไปจากร้านขายยานั้น เจ้าของร้านยาก็พูดขึ้น

" นี่ พรีสสาวในชุดประหลาดเจ้าสัญญากับข้าได้ไหมว่าเจ้าจะเอาหินนั่นไปใช้อย่างคุ้มค่าจริงๆ " เจ้าของร้านยาพูดด้วยท่าทางจริงจังทันใดนั้นลิเดียก็หันมาพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสของเธอ

" ได้ค่ะ ข้าสัญญา " จากนั้นลิเดียก็เดินออกไปจากร้านยานั่น ทันทีที่ประตูปิดลง เจ้าของร้านยาก็หัวเราะออกมาทันที

" ฮะๆ โชคดีจริงๆที่เกิดมาชีวิตนี้ได้เจอกับซาร่า เทพองครักษ์แห่งโอดิน หินของข้าถ้าท่านเป็นคนเอาไปใช้ข้าก็ดีใจที่สุดแล้วล่ะ " แล้วเจ้าของร้านยาก็นั่งหัวเราะชอบใจอยู่ในร้านของเขา

ทันทีที่ลิเดียเดินออกมาจากร้านยานั่น เธอก็เดินอารมณ์ดีไปตลอดทาง

" นี่เรด ดีจังเลยนะ ได้หินบลูแจมสโตนมาตั้ง 5 ก้อนแหนะ แถมได้มาฟรีอีกต่างหาก เจ้าของร้านนั่นใจดีจังเลยนะว่าไหม " ลิเดียพูดกับเจ้าโปริ่งด้วยหน้าตายิ้มแย้ม

" ข้าก็ว่างั้นแหละ ตอนเข้าไปครั้งแรกหน้าตาของเขาหน้ากลัวมาก ข้าคิดว่าเค้าจะดุและใจร้ายซะอีกนะ " เรดพูดขึ้น

" จุ๊ๆ อย่าตัดสินคนที่หน้าตาสิเรด เราต้องดูคนที่จิตใจนะ " ลิเดียพูดขึ้น ในขณะที่ลิเดียกำลังเดินไปตามถนนด้วยอารมณ์ที่มีความสุขนั้น ทันใดนั้นเธอก็ต้องชะงักและตกตะลึงในทันทีที่ได้เห็นชายคนหนึ่งมาปรากฏตัวต่อหน้าเธอกลางถนน

" ไง ซาร่า ดูท่าทางจะอารมณ์ดีจังนะ " ชายคนนั้นพูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่น่ากลัว จากที่กำลังอารมณ์ดีและมีความสุข ตอนนี้ลิเดียกลับกลัวจนตัวสั่นไปหมด

" นะๆ นี่นาย มาทำอะไรที่นี่กัน ด็อปเปอร์แกรนเกอร์ " ลิเดียพูดออกมาด้วยอาการสั่น

" ข้าก็จะมาบอกเจ้าน่ะสิ ตอนนี้ข้าได้จับตัวกริมเนียร์เอาไว้แล้ว ถ้าอยากจะช่วยเจ้านั่นล่ะก็ จงตามข้ามาซะ " ด็อปเปอร์พูดขึ้นมา ทันใดนั้นลิเดียก็ตอบออกไปทันที

" ได้ ข้าจะไปกับเจ้า แต่เจ้าต้องห้ามทำอันตรายลูเซียเด็ดขาดนะ " ลิเดียพูดออกมาโดยไม่นึกคิดอะไรเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้สิ่งเดียวที่เธอคิดอยู่ในหัวก็คือจะต้องช่วยลูเซียให้ได้

" ดีมาก งั้นตามข้ามาซะ " พูดเสร็จด็อปเปอร์ก็เดินนำลิเดียไปที่หอสมุดแห่งเมืองกริฟเฟน เจ้าโปริ่งที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นในตอนนี้ถึงจะตัวสั่นแทบจะกระโดดไม่ออก แต่เรดก็ฝืนกัดฟันและรีบกระโดดไปที่โรงแรมแห่งเมืองกริฟเฟนในทันที...........



ภายในร้านอาหารชั้นล่างของโรงแรมนั้น ลูเซีย ไวเปอร์ และอาเทอร์ ต่างก็นั่งรอลิเดียกลับมา

" ช้าจังเลยแฮะลิเดีย มัวแต่ไปไหนของเขากันนะ " ไวเปอร์พูดขึ้น

" รออีกหน่อยก็แล้วกันนะ " ลูเซียพูดออกมา ทันใดนั้นเรดก็กระโดดเข้ามาในร้านอย่างรวดเร็ว เรดรีบมองหาโต๊ะของพวกอาเทอร์และกระโดดไปที่นั่นด้วยความเร็ว

" อ่าวเรด แล้วลิเดียล่ะ " ลูเซียถามขึ้น

" เอ๋ เจ้านาย ท่านไม่ได้ถูกจับตัวไปหรอกหรอ " เรดพูดออกมาด้วยความตกใจ

" เจ้าหมายความว่ายังไงกัน เรด " ลูเซียรีบถามขึ้นในทันที ทันใดนั้นเรดก็ร้องให้เป็นการใหญ่

" แย่แล้วเจ้านาย ลิเดียน่ะ ลิเดียถูกเจ้าด็อปเปอร์พาตัวไปแล้ว เจ้าด็อปเปอร์มันบอกว่ามันจับเจ้านายไว้ ลิเดียเลยตามมันไปเพื่อจะไปช่วยเจ้านาย " ทันทีที่เรดพูดเสร็จ พวกเขาทั้งสามคนต่างก็ลุกขึ้นและเอามือทุบโต๊ะด้วยความแรง

" อะไรนะ !! " พวกเขาต่างก็พูดออกมาเป็นเสียงเดียวกัน สายตาทุกคู่ในร้านอาหารนั้นต่างก็จับจ้องมาที่พวกเค้าเป็นจุดเดียว

" แล้วรู้รึเปล่าว่าเจ้านั่นมันพาลิเดียไปที่ไหน " ลูเซียรีบถามขึ้น

" ข้าเห็นเจ้านั่นมันพาลิเดียไปที่ หอสมุดของกิฟเฟน " เมื่อสิ้นเสียงพูดนั้นตัวของเจ้าโปริ่งก็ลอยขึ้นจากโต๊ะในทันทีจากการอุ้มของลูเซีย พวกเขาทั้งหมด ต่างก็รีบวิ่งออกไปนอกร้านด้วยความรวดเร็ว พวกเขารีบวิ่งไปตามถนนสายหลักจากโรงแรมไปยังหอสมุดด้วยความรวดเร็ว เพียงแค่ไม่กี่นาที พวกเขาก็มาถึงที่หน้าหอสมุดแห่งเมืองกิฟเฟน

" ในนี้ใช่ไหม " ลูเซียถามเรดอีกครั้ง

" ใช่ครับเจ้านาย " สิ้นเสียงตอบของเรด ลูเซีย อาเทอร์และไวเปอร์ต่างก็รีบเดินเข้าไปในหอสมุดในทันที พวกเขารีบขึ้นไปที่ชั้น 2 โดยด่วน

ตรงที่หน้าห้องสมุดของชั้น 2 นั้นมีคนๆหนึ่งนั่งเฝ้าอยู่ที่หน้าห้อง คนๆนั้นก็คือบรรณารักษ์ แล้วบรรณารักษ์คนนั้นก็ถามพวกเขา

" พวกท่านนักเดินทางทั้ง 3 หากท่านจะเข้าไปยังห้องสมุดแห่งนี้ พวกท่านจะต้องเซนต์ชื่อกับข้าก่อนนะ " ทันใดนั้นลูเซียก็เดินเข้าไปหาเขาทันที

" เจ้าเห็นนักดาบคนหนึ่งมากับพรีสหญิงผมยาวสีน้ำเงินอ่อนๆที่ใส่ชุดสีแดงรึปล่าว " ลูเซียถามด้วยท่าทางที่รีบร้อน

" ข้าไม่เห็นนะ วันนี้ก็มีแต่พวกท่านนี่แหละที่มาเป็นพวกแรก แต่ว่าชุดพรีสสีแดงมีด้วยหรอ เอ จะว่าไปชุดของพวกท่านก็ดูแปลกๆนะเนี้ย " ทันใดนั้นลูเซียก็ดึงคอเสื้อของบรรณารักษ์คนนั้นขึ้นมา เขายกคอเสื้อของบรรณารักษ์คนนั้นขึ้นไปสูงจนขาทั้ง 2 ข้างของบรรณาลักษ์คนนั้นลอยขึ้นจากพื้น จากนั้นลูเซียก็ใช้คาต้าจ่อไปที่คอของบรรณาลักษ์คนนั้น

" เจ้าจะไม่เห็นได้ยังไง พวกนั้นเข้ามาในนี้นี่ เจ้าเป็นสมุนของด็อปเปอร์งั้นหรอ " ลูเซียพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน แววตาของเขาในตอนนี้มันคือแววตาที่น่ากลัวของนักฆ่าที่เค้าไม่ได้ใช้มันมานาน ตั้งแต่ที่เกิดเรื่องกับไอริสเมื่อ 2 ปีก่อน มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะอารมณ์ของเขาในตอนนี้มันเหมือนกับอารมณ์ในเหตุการณ์ของไอริสเมื่อ 2 ปีก่อนไม่มีผิด และถึงแม้ในตอนนี้ลูเซียจะเป็นเทพ แต่ยังไงลูเซียก็คือเทพแห่งการลอบสังหาร

" ขะๆ ข้าไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะท่าน ได้โปรดเถอะ ไว้ชีวิตข้าด้วย " บรรณาลักษ์คนนั้นพูดออกมาพร้อมน้ำตาของความกลัว อาเทอร์รีบเข้ามาห้ามลูเซียในทันที

" ใจเย็นๆก่อนสิ ลูเซีย เค้าไม่ได้พูดโกหกหรอก " ทันใดนั้นสติของลูเซียก็กลับมา เขารีบปล่อยบรรณาลักษ์คนนั้นลง บรรณาลักษ์คนนั้นถึงกับเข่าอ่อนลงไปกองกันพื้นพร้อมน้ำตา

" ข้าขอโทษด้วย ข้าไม่น่าทำแบบนี้เลย " ลูเซียพูดขึ้นพร้อมกับท่าทีที่อ่อนลง

" หรือว่าพวกเขาจะไม่ได้ขึ้นมาที่ชั้น 2 นี่ " ไวเปอร์พูดขึ้น

" เป็นไปไม่ได้หรอกน่า ถ้าไม่ขึ้นมาชั้น 2 แล้วจะไปไหนได้ล่ะ " อาเทอร์พูดขึ้น

" เจ้าโง่ ถ้าเข้ามาในนี้แล้วไม่ได้อยู่ที่ชั้นบน มันก็ต้องอยู่ที่ชั้นล่างสิ " ไวเปอร์พูดต่อ

" ชั้นล่างหรอ แต่ชั้นล่างมันก็ไม่มีอะไรนี่นา พวกเราก็ผ่านมาแล้วนี่ " อาเทอร์พูดอีก

" ไอ่เจ้าทึ่มเอ้ย ข้าหมายถึงชั้นใต้ดินต่างหากเล่า " ไวเปอร์พูดออกมา

" ใต้ดินงั้นหรอ หอนี้มีชั้นใต้ดินด้วยงั้นหรอ " อาเทอร์ถามต่อ สิ้นเสียงของอาเทอร์ทันใดนั้นลูเซียก็รีบวิ่งลงไปชั้นล่างในทันที อาเทอร์และไวเปอร์เห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งตามลงไป

" ไอ่หมอนี่ พอเป็นเรื่องของลิเดียทีไรก็ใจร้อนทันทีเลยแฮะ " ไวเปอร์พูดขึ้น พวกเขาต่างก็ช่วยกันสำรวจหาทางเข้าที่จะนำไปสู่ชั้นใต้ดินได้ และแล้วไวเปอร์ก็เจอประตูที่มีโซ่คล้องไว้ แต่ทว่าโซ่นั้นถูกตัดขาด พวกเขาจึงรีบเข้าไปในประตูบานนั้น ผ่านทางเดินใต้ดินที่ทอดยาวไปเรื่อยๆ ในที่สุดพวกเขาก็เข้ามายังชั้นใต้ดินของหอสมุดแห่งเมืองกิฟเฟน ทันทีที่พวกเขาเข้ามานั้น สิ่งแรกที่พวกเขาพบเจอก็คือพวกเห็ดพิษที่โดนฟัน นอนกระจัดกระจายไปทั่ว

" โห เล่นทิ้งร่องรอยไว้แบบนี้เลยรึเนี้ย " ไวเปอร์พูดขึ้น

" เจ้าพวกนี้คงจะเข้าไปโจมตีด็อปเปอร์แต่ถูกเล่นงานกลับมาสินะ " อาเทอร์พูดต่อ ทันใดนั้นลูเซียก็พูดขึ้น

" รีบไปกันเถอะ "

จากนั้นลูเซียก็รีบวิ่งไปตามทางอย่างรวดเร็ว อาเทอร์และไวเปอร์ต่างก็วิ่งตามลูเซียไป ผ่านซากสิ่งก่อสร้างที่มีอยู่ตามทาง เหมือนกับว่า ที่นี่เคยเป็นเมืองมาก่อน คล้ายๆกับวิหารลวงตาใต้ดินที่พวกเค้าเคยเข้าไปก่อนหน้านี้ พวกเขาวิ่งไปตามทางเรื่อยในที่สุดพวกเขาก็มาถึงบันใดที่ทอดลงไปยังชั้นล่างของซากสิ่งก่อสร้าง ลูเซียรีบลงบันใดไปในทันที ทันใดนั้น เขาก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า ภาพนั้นคือของภาพด็อปเปอร์ที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากเขาไปเท่าไหร่นัก และข้างๆของด็อปเปอร์คือภาพของลิเดียที่ถูกปีศาจผีดูดเลือด แดรคคิวล่า ( Dracula ) กัดคอของเธออยู่ ดวงตาของลิเดียในตอนนี้เหมือนกับคนที่เหม่อลอย แต่ในทันทีที่ลิเดียหันมาเห็นลูเซียนั้น นัยตาของเธอกลับเปิดกว้างและมองมาที่เขา ลิเดียเอื้อมมือของเธอออกมาเธอยื่นมือไปหาลูเซียอย่างสุดแขน แต่ทว่าลิเดียนั้นอยู่ห่างเกินกว่าที่จะเอื่อมมือไปถึงลูเซียได้ มีคำพูดเบาๆออกมาจากปากที่สั่นของเธอในขณะที่แดรคคิวล่าก็กำลังดูดเลือดจากคอของเธอ

" ละ ลูเซีย..... ช่วย...ด้วย.. " เมื่อสิ้นเสียงทันใดนั้นลิเดียก็สลบไปในทันที เธอสลบอยู่ในอ้อมแขนของแดรคคิวล่า ที่คอของเธอนั้นมีรอยเขี้ยวของมันปรากฏอยู่เลือดของเธอต่างก็ค่อยๆไหลออกมาจากรอยเขี้ยวนั้น ลูเซียตะโกนเรียกลิเดียอย่างสุดเสียง แต่ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากลิเดีย..........................
 

 

To be continued.........................

 




NEKOPOST.NET