Tale of Ragnarok ตอนที่ 17 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Tale of Ragnarok

Ch.17 - วิหารลวงตา


 

บทที่ 17  วิหารลวงตา


หลังจากที่ด็อปเปอร์แกรนเกอร์มาส่งข่าวให้กับพวกเขาทั้ง 4 คนแล้วนั้น พวกเขาก็รีบออกมาจากเมือง อาล ดี บาลาน ในทันที พวกเขามุ่งหน้าลงใต้ด้วยความเร็วเนื่องจากว่าเป็นกังวลกับคำพูดของด็อปเปอร์ ในขณะที่ออกจากเมืองมาได้ไม่ไกลนักอาเทอร์ก็ได้พูดขึ้น

" พวกเจ้าเคยได้ยินเรื่องๆนี้รึเปล่าที่บอกว่า เส้นทางระหว่างเมืองพอนเทร่า กับอาลดีบาลานนั้น มันมีทางลัดอยู่น่ะ "

" ทางลัดงั้นหรอ ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยนะ " ลูเซียพูดขึ้น

" อืม ข้าก็ด้วยน่ะ " ลิเดียพูดต่อ จากนั้นไวเปอร์ก็ถามอาเทอร์

" ทางลัดหรอ หมายความว่ายังไง "

" ข้าเคยได้ยินมาเมื่อก่อนพวกทหารเคยเล่ากันว่า ระหว่างเมืองพอนเทร่าและ อาล ดีบาลานนั้นมันมีทางลับใต้ดินที่จะสามารถทะลุถึงกันได้และทางลับเส้นนั้นถูกเรียกว่า ฮิดเดน เทมโพล ( Hidden Temple ) เมื่อก่อนมันเคยเป็นวิหารที่งดงามมากจนกระทั่งเมื่อเกิดสงครามมหาเทพ ที่นั่นก็พลอยได้รับผลกระทบจนถล่มลงไปอยู่ใต้ดิน กาลเวลาผ่านเลยไปที่นั่นจึงถูกทิ้งร้างไม่มีใครเข้า ไปไม่มีใครไปบูรณะ ที่ข้ารู้มาก็มีเท่านี้แหละนะ " อาเทอร์อธิบายให้ทุกคนฟัง

" แล้วมันไม่ดียังไงล่ะ เราถึงไม่ผ่านทางนั้น " ลูเซียถามขึ้น

" เมื่อ 2 ปีก่อนมีรายงานจากทหารที่ถูกส่งไปยังเมืองลูเทียร์เพราะเกิดคดีปีศาจทำลายหมู่บ้านขึ้น " เมื่ออาเทอร์พูด ลูเซียก็หันไปมองที่ใบหน้าของเขา ทันใดนั้นอาเทอร์ก็พูดต่อ

" ใช่ลูเซีย เหตุการณ์เรื่องการ์มนั่นแหละ ในตอนนั้นข้าได้รับข่าว ข้าก็รีบส่งทหารไปยังลูเทียร์ทันที โดยให้พวกทหารที่ชำนาญในการขี่ พิโค พิโค๊ะ จำนวน 100 คนรีบไปที่นั่นในตอนที่พวกเขากลับมานั้น พวกเขากลับมาไวกว่าเวลาปกติ แต่จำนวนที่พวกเขากลับมานั้นมีจำนวนเหลืออยู่แค่ ไม่ถึง 10 คน " ทันทีที่อาเทอร์พูดจบทุกคนก็ต่างสงสัยในเหตุการณ์นั้น

" เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา หรือว่าพวกเขาปะทะกับการ์มหรอ " ลิเดียถามด้วยความสงสัย จากนั้นอาเทอร์ก็พูดต่อ

" อืม ตอนแรกข้าก็คิดแบบเจ้านั่นแหละ แต่ว่ามันไม่ใช่ พวกเขาไม่ได้เจอกับการ์มเลยด้วยซ้ำ "

" แล้วตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาล่ะ อะไรที่ทำให้พวกทหาร 100 คนเหลืออยู่แค่นั้น " ไวเปอร์ถามต่อ

" ข้าถามรายละเอียดจากพวกเขาแล้วก็ได้คำตอบว่า ขากลับจากเมืองลูเทียร์เมื่อมาถึงเมืองอาล ดี บาลานพวกเขาก็พูดคุยกันถึงเรื่องทางลับนี้ จากนั้นพวกเขาก็ตัดสินใจที่จะใช้ทางลัดนี้เนื่องจากว่าพวกเขานั้นอยากจะรีบกลับมายังพอนเทร่า พวกเขาเล่าให้ข้าฟังว่า เมื่อพวกเขาเข้าไป มันไม่ใช่แค่ซากวิหาร มันมีพวกปีศาจอาศัยอยู่ที่นั่นเต็มไปหมด และห้องต่างๆในวิหารนั้นมันคือเขาวงกต "

" เขาวงกต งั้นหรอ หมายความว่ายังไง " ลูเซียถามขึ้น

" ข้าเองก็ไม่แน่ใจนักหรอกนะ แต่ที่ข้ามั่นใจก็คือพวกเขาส่วนใหญ่ถูกพวกปีศาจโจมตีระหว่างทางกลับน่ะ "

" แล้วขากลับพวกเขาใช้เวลานานไหม " ลูเซียถามอีก

" 1 วันในการเดินทางด้วย พิโค พิโค๊ะ พวกเขาพูดออกมาแบบนั้นน่ะ "

" 1 วันงั้นหรอเป็นไปไม่ได้น่า ขนาดพวกเราขี่มาทางธรรมดายังใช้เวลาตั้ง 3 วันแหนะ ถึงจะเป็นทางลัดก็เถอะแต่มันก็ไม่น่าจะเร็วขนาดนี้นี่นา " ไวเปอร์พูดขึ้นด้วยท่าทางตกใจ

" ถ้าเป็นแบบนั้นจริงมันก็น่าลองนะ " ลิเดียพูดขึ้น

" อืมข้าก็ว่าแบบนั้นนะ ตอนนี้พวกเราก็แข็งแกร่งขึ้นมากแล้ว น่าจะลองไปดูไหมล่ะถึงจะมีพวกปีศาจเข้ามาโจมตีแต่ก็คงจะพอรับมือได้ อีกอย่างเวลาแค่ 1 วันมันก็เป็นผลตอนแทนที่คุ้มค่าดีนะ " ลูเซียพูดขึ้น ในขณะนั้นพวกเขาต่างก็มองหน้าซึ่งกันและกัน

" เอางั้นหรอทุกคน " อาเทอร์พูดขึ้นในขณะที่ทุกคนต่างก็ตอบเป็นเสียงเดียวกัน

" อืม งั้นข้าจะนำทางไปก็แล้วกัน " พูดจบอาเทอร์ก็ออกวิ่งนำหน้าไป พวกเขาต่างก็วิ่งตามอาเทอร์ออกนอกเส้นทางหลักไปยังจุดที่เป็นทางลัดที่พวกทหารเคยพูดถึงนั่น

" ลิเดีย ข้าว่ามันน่ากลัวออกนะ " เจ้าโปริ่งพูดขึ้น

" อย่าห่วงไปเลยเรด ไม่มีอะไรหรอกน่า มีลูเซียอยู่ทั้งคนนะ " ลิเดียกระซิบตอบเจ้าโปริ่ง

" นั่นสินะ ท่านเจ้านายจะต้องกำจัดพวกปีศาจนั้นได้อย่างง่ายดายแน่ๆเลย " เจ้าเรดพูดกับลิเดียในขณะนั้น พวกเขาก็ได้เดินทางมาถึงทางเข้าที่มีลักษณะคล้ายๆกับปากถ้ำทั่วๆไป จุดที่พวกเขามานั้นมันอยู่ไม่ไกลจากทางออกด้านใต้ของเมืองอาลดีบาลานเท่าไหร่นัก ทางเข้านี้มีลักษณเหมือนอุโมงทอดยาวลงไปใต้ดิน ปากทางเข้านั้นถูกปิดไปด้วยเหล่ารากไม้และพวกเถาวัลย์แต่ก็ยังหลงเหลือเศษซากของสิ่งก่อสร้างให้เห็นอยู่บ้าง อาเทอร์ใช้ดาบตัดรากไม้พวกนั้นออกทำให้ทางเข้านั้นเปิดโล่ง ทันใดนั้นลิเดียก็พูดขึ้นมา

" ดูเหมือนจะมืดพอสมควรเลยแฮะ งั้นข้าจะเดินนำทางโดยใช้ ลูแวช ส่องถ้ำให้สว่างเองก็แล้วกันนะ "  เวทมนต์ ลูแวชที่ลิเดียพูดถึงนั้นมันเป็นเวทมนต์ที่จะสร้างลูกไฟสีฟ้าออกมาลอยวนอยู่รอบๆตัวของผู้ใช้ ปกติเวทมนต์นี้จะใช้ตรวจหาพวกที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเช่นทักษะที่ใช้หายตัวของลูเซียแต่ในบางครั้งก็มีประโยชน์เวลาที่จะเข้าไปในที่มืดด้วย ลิเดียเคยใช้เวทมนต์นี้มาบ้างแล้วในตอนที่ตกลงไปในรังมดและตอนที่สู้กับโกสติ่ง

" ลิเดียเจ้าจะเดินนำในถ้ำที่ไม่รู้จักเจ้าแน่ใจแล้วหรอ ให้ข้าเดินนำแทนดีกว่าไหม ข้าน่ะมองเห็นในความมืดนะ " ลูเซียพูดขึ้น ทันใดนั้นลิเดียก็หันไปทำหน้าบึ้งใส่ลูเซียทันที

" ท่านน่ะชอบเห็นข้าอ่อนแออยู่เรื่อยเลย ข้าน่ะแข็งแกร่งขึ้นแล้วนะ แล้วข้าก็เคยชุบชีวิตท่านมาแล้วนะอย่าลืมสิ " ลิเดียหันไปบอกลูเซียด้วยอาการบึ้งตึงลุเซียถึงกับชงักแล้วเขาก็พูดขึ้น

" ดะๆ เดี๋ยวสิ ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะลิเดีย ไม่ใช่ว่าเจ้าไม่แข็งแกร่งหรอกข้าก็แค่เป็นห่วงเจ้าเท่านั้นเอง " พอลูเซียพูดจบลิเดียก็กลับกลายเป็นฝ่ายชงักแทนหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความอายอย่างเห็นได้ชัด ลิเดียรีบหันหน้าหนีในทันทีเธอกอดเรดจนแน่น ถึงจะไม่มีเสียงร้องออกมาจากเรดแต่ก็ดูได้จากสีหน้าของเรดว่าการกอดของลิเดียมันแน่นขนาดไหน

" ปะๆ เป็นห่วงงั้นหรอ อิอิ มะๆ ไม่เป็นไรหรอกน่า ข้าเป็นคนใช้เวทนะ ข้าเดินนำเอง " ลิเดียรีบใช้เวท ลูแวช แล้วออกเดินนำหน้าไปทันใดนั้นไวเปอร์ก็พูดขึ้น

" เฮ้อ ในนี้มันช่างร้อนจริงๆแฮะ " สิ้นเสียงนั้นท้องของเขาก็จุดเนื่องจากกำปั้นที่พุ่งมาอย่างรวดเร็วของลิเดีย

" โอ้ย เจ้าต่อยข้าทำไมเนี้ย ข้าแค่บอกว่าในถ้ำนี่มันร้อนแค่นั้นเอง " ไวเปอร์พูดออกมาในขณะที่ลูเซียก็ยังทำหน้างงๆ กับคำแฝงเหล่านั้นของไวเปอร์  พวกเขาเดินเข้าไปตามทางเรื่อยๆ ในไม่ช้าพวกเขาก็มาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ทันทีที่พวกเข้าย่างก้าวเข้ามา จากอุโมงที่มืดมิดมันกลับสว่างขึ้นทันที ความมืดถูกแทนที่ด้วยแสงสว่างเหมือนกับสถานที่นี้อยู่ภายใต้แสงจากดวงอาทิตย์ ลิเดียดับไฟลง พวกเขาค่อยๆก้าวเดินเข้ามายังซากของวิหารที่เคยงดงามแห่งนี้ แต่ถึงมันจะเคยงดงามมากเพียงใด บัดนี้มันกลับเป็นแค่ซากโบราณสถานที่พังทลายไปเพราะกาลเวลาที่ล่วงเลยไปนับ 2000 ปีจนเหมือนกับว่ามันจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกับผืนดิน ลักษณะของวิหารนั้นเหมือนกับถูกแบ่งออกเป็นห้องๆ หลายห้องพวกเขาต่างก็มองหน้ากันและกันและต่างก็ก้าวเดินออกไปสู้วิหาร ฮิดเดน เทมโพล

" ข้าว่าเมื่อก่อนสถานที่แห่งนี้มันคงจะต้องสวยงามมากแน่ๆ " อาเทอร์พูดพร้อมกับมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ

" ข้าว่ามันก็แค่ซากปรักหักพังที่ถูกดินเกาะจนแทบไม่เป็นสิ่งก่อสร้างแล้ว " ไวเปอร์พูดต่อ ขณะนั้นพวกเขาก็เดินเข้าไปยังห้องๆหนึ่ง ภายในนั้นมีทางแยกมากมาย

" เจ้ารู้ทางไปต่อรึเปล่า อาเทอร์ " ลูเซียถามขึ้น

" โทษทีนะ แต่ข้าก็เพื่งจะเคยเข้ามาเป็นครั้งแรกนี่แหละ "

" ถ้างั้นก็คงต้องใช้เซนต์ของ สไนเปอร์ อย่างข้าซะแล้วและข้าก็ขอเสนอว่าห้องทางขวาคือทางไปต่อ " ไวเปอร์พูดด้วยท่าทางมั่นใจ

" เอาเถอะ ยังไงพวกเราก็ต้องเดาสุ่มกันอยู่แล้วนี่นา เสียเวลานิดหน่อยคงไม่เป็นไรมั้งถ้าเทียบกับทางปกติที่ต้องใช้เวลาถึง 3 วัน " ลุเซียพูดขึ้น

" เจ้าพูดแบบนี้เจ้าไม่เชื่อใจข้ารึไง ตามมาแล้วข้าจะพาพวกเจ้าไปพอนเทร่าภายใน 10 นาทีให้ดูเลย " ไวเปอร์พูดขึ้นพร้อมกับเดินนำเข้าไปยังทางแยกนั้น ทุกคนต่างก็เดินตามเค้าไป

........10 นาทีผ่านไปในที่สุดพวกเขาก็กลับมายังห้องๆเดิมจากทางแยกด้านซ้าย

" ห้องนี่มันดูคุ้นๆนะว่าไหม " เรดพูดขึ้น

" ก็ห้องนี่เป็นห้องแรกที่เราเข้ามาในนี้ไม่ใช่หรอ " ลิเดียพูดต่อ ทุกคนต่างหันไปมองหน้าของไวเปอร์

" เออๆ รู้แล้วน่าก็ในนี้มันประหลาดไม่ใช่รึไงล่ะ ถ้าเป็นทางธรรมดาๆข้าก็ถึงไปนานแล้วเฟ้ย " ไวเปอร์รีบพูดออกมา

" เราเดินหลงเป็นวงกลม เหมือนกับเขาวงกตเลย " อาเทอร์พูดขึ้น

" เขาวงกต นั่นสินะ ข้าว่าที่นี่แม้จะล่มสลายไปนานมากแล้วแต่มันต้องมีพลังอะไรบางอย่างที่คอยปกป้องที่นี่อยู่แน่ๆ มันถึงได้เป็นแบบนี้ " ลูเซียพูดขึ้น จากนั้นเขาก็พูดต่อ

" เอาแบบนี้ก็แล้วกัน เราทำสัญลักษณ์เอาไว้ที่ปากทางเข้าไปห้องถัดไป เพื่อที่เราจะได้จำได้ว่าเราผ่านทางไหนไปบ้างแล้ว " ทุกคนต่างก็เห็นพ้องต้องกันกับความคิดของลูเซีย

ทันใดนั้นลูเซียก็ใช้กาต้าของเขาฟันไปที่ปากทางเข้าด้านขวา แล้วพวกเขาก็เดินเข้าไปในทางเข้าตรงกลางแทน พวกเขาทำแบบนี้ไปเรื่อยๆเมื่อเดินไปเจอห้องใดห้องหนึ่งที่มีเครื่องหมายที่ทางเข้าไหนพวกเขาก็จะเข้าไปอีกทางหนึ่ง ระหว่างทางที่พวกเขาเดินไปนั้นต่างก็มีพวกปีศาจเข้ามาโจมตีพวกเขาบ้างแต่มีก็เหมือนกับว่าไม่มี ปีศาจพวกนี้อ่อนแอเกินไปสำหรับพวกเขา การที่จะจัดการปีศาจพวกนี้ พวกเขาไม่คิดที่จะใช้อาวุธเสียด้วยซ้ำ อาเทอร์ ลูเซีย และไวเปอร์ต่างก็ปัดพวกปีศาจที่กระโดดเข้ามาเพื่อที่จะโจมตีเหมือนดั่งว่าพวกมันเป็นโปริ่งตัวนึง พวกเขาต่างก็เดินไปตามทางเรื่อยๆ ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงห้องๆหนึ่ง มันคือห้องที่มีต้นไม้และพุ่มไม้อยู่เต็มไปหมด

" รากไม้กับเถาวัลย์มันก็ไม่แปลกเท่าไหร่สำหรับใต้ดิน แต่นี่ถึงกับเป็นต้นไม้เชียวหรอนี่ " ไวเปอร์พูดขึ้น

" ก็คงไม่แปลกหรอกนะที่จะมีต้นไม้ขึ้น ดูจากที่มีแสงสว่างที่น่าประหลาดกระจายอยู่ทั่วบริเวณขนาดนี้ แม้ที่นี่จะอยู่ใต้ดินแต่กลับสว่างแบบนี้มันมันก็เหมือนไม่ใช่ใต้ดิน " ลูเซียพูดต่อ

ทันใดก็มีเสียงขู่ดังขึ้นมาจากพุ่มไม้ข้างหลังพวกเขา เสียงนั้นเป็นเสียงของหมาป่า พวกเขาต่างก็หันไปมองพร้อมกันด้วยความตกใจ แล้วสิ่งที่พวกเขาได้เห็นก็คือหมาป่าตัวหนึ่งเดินออกมาจากพุ่มไม้ที่ตาข้างขวาของมันมีรอยแผลยาวลงมาพาดดวงตาของมัน ด้านหลังของมันเป็นฝูงหมาป่ากว่า 20 ตัวเดินตามจ่าฝูงออกมา

" นี่มันหมาป่าสีคราม มันเป็นหมาป่าที่ดุร้ายและเก่งกาจมาก มันจะออกล่าเหยื่อเป็นฝูงและมีจ่าฝูงที่แข็งแกร่งมากชื่อว่า เวก้าบอน วูฟ ( Vagabond Wolf ) " ไวเปอร์พูดขึ้น

" เจ้าตัวที่มีรอยแผลที่ตานั่น คงจะเป็นจ่าฝูงมันสินะ " ลูเซียพูดขึ้น

" ข้าจัดการเอง จะแสดงวิธีล่าสัตว์ของนายพรานให้ดู " ไวเปอร์พูดพร้อมกับง้างธนูของเขาทันใดนั้นก็มีบางสิ่งวิ่งผ่านเขาไปจากด้านหลัง สิ่งนั้นคืออาเทอร์ เขาวิ่งเข้าไปที่ฝูงหมาป่าเหล่านั้น อาเทอร์กระโดดและง้างดาบขึ้น จากนั้นเขาก็ฟาดมันลงไปอย่างแรง

Bowling Bash !!


ทันใดนั้นดาบของเขาก็ระเบิดออกเป็นคลื่นพลังที่รุนแรงมาก พวกหมาป่านั้นต่างกระเด็นออกไปด้วยความแรงของคลื่นพลังนั่น แค่ทีเดียว เพียงแค่ทีเดียวเท่านั้น ฝูงหมาป่าที่ดุร้ายกลับถูกฆ่าด้วยการโจมตีของอาเทอร์เพียงครั้งเดียว ถึงแม้จะเป็นเจ้า เวก้าบอน วูฟ ก็ไม่อาจที่จะทนต่อคลื่นพลังระดับนี้ได้ พื้นดินตรงนั้นกระจายตัวออกเป็นรูปครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ทันที

" เห้ นั่นมันเหยื่อของข้านะ เจ้ามาแย่งทำไมเนี้ย " ไวเปอร์พูดออกมาด้วยท่าทางโมโห

" ช่วยไม่ได้ เจ้าอยากช้าเอง อีกอย่างข้าก็อยากจะลองพลังที่เพื่มขึ้นมาด้วย ไม่นึกว่ามันจะเพื่มขึ้นมามากขนาดนี้นะเนี้ย " ในระหว่างที่ไวเปอร์กำลังบ่นอาเทอร์เป็นชุดอยู่นั้นลูเซียก็พูดขึ้น

" อาเทอร์ เจ้าบอกว่าทหาร 100 คนของเจ้าถูกปีศาจในนี้เล่นงานจนเหลือไม่ถึง 10 เจ้าว่าเป็นพวกนี้รึปล่าว "

" ข้าก็ไม่แน่ใจนะ แต่พวกนั้นบอกว่าเป็นปีศาจตัวเล็กๆที่ถือเคียวน่ะ " อาเทอร์ตอบ

" ถ้าหนังสือของข้ายังอยู่เราก็อาจจะรู้ว่ามันเป็นตัวอะไรนะเจ้านาย " เรดพูดขึ้น

" นั่นสินะ " ทันใดนั้น ลิเดียก็เรียกทุกคนให้มาดูบางอย่าง ทุกคนต่างก็เดินมาดู เมื่อพวกเขามองออกไปนอกห้องนั้น สิ่งที่พวกเขาได้เห็นก็คือ ลานโล่งๆที่มีหุบเหวตัดขาดอยู่ แต่มันก็มีสะพานเชือกทอดข้ามหุบเหวนั่น พวกเขาต่างก็ดีใจมาก

" อะไรกัน ใช้เวลาไม่นานก็ถึงทางออกแล้วรึเนี้ย " ไวเปอร์พูดขึ้น

" เอาล่ะไปกันเถอะ " ลูเซียพูด แล้วทุกคนต่างก็เดินไปตามทางที่เป็นที่กว้างแห่งนั้น

ระหว่างทางก็มีพวกปีศาจหมีเข้ามาโจมตีพวกเขาเป็นระยะๆ ปีศาจหมีพวกนี้ก็คือพวก บิ๊กฟุต ( Bigfoot ) ปีศาจหมีนี้เป็นประเภทเดียวกับที่โจมตีเมืองพาย่อนในคราวก่อน แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรอีกแล้ว ไวเปอร์สามารถที่จะกำจัดมันได้ง่ายๆ โดยใช้ลูกธนูแค่เพียงดอกเดียวเท่านั้น พวกเขาเดินทางไปเรื่อยๆ ข้ามสะพานเชือกที่ดูเก่าและเหมือนมันจะขาด ลิเดียจับเสื้อของลูเซียเอาไว้แน่นเธอหลับตาและตัวสั่นด้วยความกลัวขณะข้ามสะพาน พวกเขาเดินผ่านทุ่งกว้างมาได้และก็ได้เข้าไปในประตูที่พวกเขาคิดว่าเป็นทางออกแต่ทันใดนั้นพวกเขาก็ต้องจ๋อยเมื่อสิ่งที่พวกเขาได้พบก็คือห้องอีกห้องหนึ่งของวิหารนี้ มันแลดูเหมือนกับของเก่าไม่มีผิด แตกต่างก็ตรงที่ขอบทางออกต่างๆนั้นไม่ได้มีร่องรอยสัญลักษณ์ที่ลูเซียทำไว้เท่านั้นเอง

" อะไรกันเนี้ย นี่ไม่ใช่ทางออกหรอกหรอ หลงนึกว่าใช้เวลาแค่แปปเดียวซะอีก นี่ยังต้องเจอห้องอีกหรอเนี้ย " ไวเปอร์พูดขึ้นพร้อมกับทำหน้าหดหู่

" เอาน่าอย่าบ่นนักเลย ผ่านนี่ไปได้ก็คงจะถึงทางออกเองแหละน่า " อาเทอร์พูดขึ้น

พวกเขาจึงเดินทางกันต่อไปเรื่อยๆ โดยทำสัญลักษณ์แบบเดิมไว้ตรงที่ทางเชื่อมที่พวกเขาเคยผ่านมาในระหว่างที่พวกเขาเดินไปนั้น ก็ได้มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้น เสียงของมันเหมือนกับเสียงการขู่ของพวกแพะภูเขาเสียงมันดังขึ้นเรื่อยๆ จากด้านหลัง พวกเขารีบหันไปดูในทันที และสิ่งที่พวกเค้าได้พบเจอก็คือปีศาจชนิดหนึ่ง ซึ่งมีขนาดตัวเล็กเท่าๆกับแมว มันเดิน2 ขาในมือของมันนั้นถือเคียวอันเล็กๆ ดวงตาของมันนั้นสีแดงฉานหัวของมันนั้นมีลักษณะเป็นหัวของแพะ เขาบนหัวของมันถึงจะอันเล็กแต่ก็ดูใหญ่และขดเป็นก้นหอย มันพุ่งเข้ามาใส่พวกเขาด้วยความรวดเร็ว มันกระโดดเข้ามายังลิเดียที่กำลังอุ้มเรดอยู่ มันง้างเคียวของมันเตรียมที่จะฟันลงไปที่ลิเดีย ทันใดนั้นลูเซียก็เข้ามาขวางด้านหน้าของลิเดียและใช้คาต้าฟันมันด้วยความรวดเร็ว


Sonic Blow !!!

ทันใดนั้นร่างเล็กๆของมันก็แตกสลายออกในพริบตา สิ่งที่ลิเดียเห็นนั้นคือแผ่นหลังของลูเซียที่มาบังเธอไว้จากอันตราย ภาพที่ลูเซียฟันเจ้าปีศาจแพะนั่นมันเร็วจนมองแทบไม่ทัน แต่สำหรับลิเดียแล้ว ภาพที่เธอเห็นมันเหมือนกับเป็นภาพช้าที่ตราตรึงใจยิ่งนัก

" เจ้าไม่เป็นไรนะลิเดีย " ลูเซียหันมาถาม ทันใดนั้นลิเดียก็เหมือนหลุดจากโลกแห่งความฝันกลับเข้ามาในชีวิตจริง

" อ๋อ เอ่อ ใช่ ไม่ ข้าไม่เป็นไร ขอบใจท่านมากนะที่ช่วยข้าไว้ "

" ระวังตัวไว้ล่ะลิเดีย " ลูเซียพูดพร้อมกับหันมองไปรอบๆ ทันใดนั้นอาเทอร์ก็ชักดาบของเขาออกมาถือไว้และตั้งท่าเตรียมรับมือ ไวเปอร์เองก็ง้างธนูรอไว้

" เกิดอะไรขึ้นหรอลูเซีย อะไร มีอะไร " ลิเดียถามด้วยท่าทางตื่นตระหนก แต่ถึงจะถามไปอย่างนั้นแต่เธอเองก็เหมือนรู้คำตอบดีอยู่แล้วเพราะเธอเองก็รู้สึกได้

" มันไม่ได้มีแค่ตัวเดียว " สิ้นเสียงพูดของลูเซีย พวกปีศาจแพะต่างก็วิ่งออกมาจากที่ต่างๆในห้องนั้น จำนวนของพวกมันที่อยู่ในห้องนี้ มีอยู่เกือบๆ 10 ตัว

" เชอะ แค่นี้ไม่เท่าไหร่หรอกน่า " ไวเปอร์พูดขึ้น ทันใดนั้นลูเซียก็แทงคาต้าลงไปในดินแล้วใช้กริมทูช ไวเปอร์กำลูกธนูนับ 10 ดอกออกมาเขาง้างพวกมันแล้วยิงออกไปในคราวเดียว อาเทอร์ก็ใช้ โบวลิ่ง แบช ฟันออกไปการโจมตีเหล่านี้ถึงจะสร้างความเสียหายได้มาก แต่เจ้าปีศาจแพะพวกนี้มันก็ไม่ใช่พวกกระจอก พวกมันไม่อาจที่จะถูกฆ่าได้ด้วยการโจมตีแค่ครั้งเดียวอีกทั้งพวกมันยังมีความเร็วเป็นเลิสอีกด้วย เมื่อเห็นดังนั้น ลิเดียจึงรีบใช้เวทมนต์ช่วยเหลือพวกเขาในทันที


Increase AGI !!!

Blessing !!!

ทันใดนั้น พละพลังและความเร็วของพวกเขาก็เพื่มขึ้นมาอย่างมาก

" แค่พวกปีศาจตัวเล็กๆแค่นี้ถึงกับต้องใช้เวทมนต์ช่วยเหลือเลยงั้นหรอเนี้ย " ไวเปอร์พูดขึ้น

" รีบๆจัดการพวกมันแล้วไปกันต่อดีกว่าน่า " ลูเซียพูดขึ้น ในเวลาไม่นานนักพวกเขาต่างก็ช่วยกันจัดการกับพวกปีศาจแพะจิ๋วพวกนั้นจนหมด

" เห้อ...หมดซะทีนะ ทหารของเจ้าเจอแบบนี้ไปก็คงไม่แปลกหรอกนะที่จะเหลือรอดกลับมาแค่นั้น " ไวเปอร์พูดขึ้น

" อืม นั่นสินะดูๆไปเจ้าพวกนี้ก็เก่งเอาเรื่องเหมือนกันนะเนี้ย " อาเทอร์พูดพร้อมกับเก็บดาบเข้าฝัก

" เอาล่ะอย่าเสียเวลาเลย พวกเราไปต่อเถอะ " ลูเซียพูดแล้วเดินไปทำสัญลักษณ์ที่ทางเชื่อมด้านซ้าย

เมื่อเสร็จแล้วพวกเขาก็เข้าทางเชื่อมนั้นไป ทันทีที่ผ่านทางเชื่อมนั้นพวกเขาก็ได้เข้ามาสู่อีกห้องหนึ่ง ยังไม่ทันที่จะทำอะไร กลุ่มปีศาจแพะในห้องนั้น ก็กระโดดรุมใส่พวกเขาอีกทำเอาพวกเขาแทบตั้งตัวไม่ทันพวกเขาต่างก็ต่อสู้กับพวกมันอย่างต่อเนื่อง ห้องแล้วห้องเล่า จนมาถึงห้องๆหนึ่ง แต่จะเรียกว่าห้องก็คงไม่ถูกซะทีเดียว เพราะมันกว้างกว่าห้องอื่นๆมาก น่าจะเรียกว่าห้องโถงซะมากกว่า พวกเขาต่างก็เดินเข้าไปในนั้นเรื่อยๆ และแล้วก็มีสิ่งหนึ่งทำให้พวกเข้านั้นต้องถึงกับตกตะลึง สิ่งที่พวกเขาได้เห็นนั้นมันคือแท่นหินที่ถูกพันไปด้วยเหล่ารากไม้และเถาวัลย์ แต่นั้นก็ไม่ใช่จุดสนใจเท่ากับสิ่งที่ปักอยู่บนแท่นหินนั่น หินแท่นนั้นมีดาบเล่มหนึ่งปักอยู่ด้วย มันเป็นดาบสีขาวที่สวยงามมาก ด้ามจับของมันนั้นเป็นรูปปีกของนางฟ้าที่กำลังกางออก ตัวดาบดูสวยงามและไม่บุบสลายแม้แท่นหินที่มันปักอยู่นั้นจะมีสภาพเก่าแก่ไปแค่ไหนก็ตาม พวกเขาต่างก็ยืนดูดาบนั่นด้วยความตกตะลึง ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะรูปลักษณ์ที่งดงามของมันแต่สิ่งที่แท้จริงที่ทำให้พวกเขาต่างก็มองจ้องไปที่มันก็คือ แสงสว่างที่เปล่งออกมาจากมัน มันเป็นแสงที่ดูอบอุ่นและสะอาดเหมือนดั่งว่าจะชำระล้างทุกสิ่งทุกอย่างได้ ในขณะที่พวกเขากำลังตะลึงอยู่กับดาบเล่มนั้น ก็ได้มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นมา มันเป็นเสียงๆเดียวกับที่พวกเค้าได้ยิน นั่นคือเสียงขู่ของพวกปีศาจแพะจิ๋ว แต่ทว่าเสียงๆนี้มันกลับดังกว่ามาก และแล้วในขณะที่พวกเขากำลังถืออาวุธพร้อมที่จะรับมือนั้น พวกเขาก็ต้องช็อกเมื่อร่างที่ออกมาจากเงามืดนั้นไม่ใช่ปีศาจแพะจิ๋ว แต่กลับเป็นปีศาจแพะตัวใหญ่มหึมา ลักษณะของมันนั้นเหมือนปีศาจแพะแต่ตัวของมันนั้นใหญ่กว่ามาก ถ้าให้เทียบก็คงจะเท่ากับเจ้าการ์มยืน 2 ขา มันค่อยๆเดินออกมาจากเงามืดพร้อมด้วยเคียวอันใหญ่โตและเขาอันมหึมา ดวงตาแดงก่ำของมันต้องมาที่พวกเขาทันใดนั้นมันก็คำรามออกมาในตอนนี้ความตกตะลึงทั้งหมดหายไปแล้วพวกเขาต่างก็เตรียมอาวุธให้พร้อม ลูเซียหยิบขวดยาพิษสีเขียวของเขาแล้วราดมันลงไปที่คาต้า อาเทอร์จับดาบในท่าเตรียมพร้อม ไวเปอร์ง้างธนูออก ลิเดียยกมือขึ้นและเตรียมพร้อมที่จะใช้เวทมนต์ช่วยเหลือพวกเขา การต่อสู้นั้นกำลังจะเรื่มต้นขึ้น ภายในวิหารลวงตาที่มีอายุกว่า 2000 ปี กับปีศาจแห่งขุมนรก และดาบสีขาวที่ส่องสว่างกลางความมืด......................


 

To be continued.........................

 




NEKOPOST.NET