Tale of Ragnarok ตอนที่ 16 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Tale of Ragnarok

Ch.16 - คำสัญญา


 

บทที่ 16  คำสัญญา



สายลมหนาวพัดผ่านพร้อมกับหิมะที่กำลังโปรยปราย ท่ามกลางป่าสีขาวแห่งนั้น ชายคนหนึ่งหยิบอาวุธของเขาขึ้นมาเตรียมที่จะต่อสู้กับปีศาจหมาป่าน้ำแข็งที่ร้ายกาจเพื่อหมู่บ้านอันสงบสุขและใครคนนั้นอันเป็นที่รักยิ่งของเขา ลูเซียใส่คาต้าไว้ที่แขนของเขา มือของเขานั้นกำแน่นเขาก้าวเดินออกไปหาเจ้าการ์มทันใดนั้นลิเดียก็เรียกเขาไว้ ลูเซียหันหน้ากลับมา ลิเดียยกมือขึ้นเธอตั้งท่าที่จะใส่เวทให้กับลูเซีย

" ลูเซีย ขอแค่นี้ ให้ข้าได้ช่วยท่านซักหน่อย ได้รึปล่าว " ลิเดียพูดขึ้น ลูเซียยิ้มออกมา เขาพยักหน้าตอบรับ

" อืม เอาสิ " ทันใดนั้นลิเดียก็ร่ายเวทใส่เขาในทันที


Increase AGI !!!

Blessing !!!


ตอนนี้ความเร็ว ความแม่นยำและความแรงในการโจมตีของลูเซียนั้นเพื่มขึ้น และลิเดียก็ได้ร่ายเวทต่อ " ข้าแต่เทพผู้ปกป้อง โปรดมอบพลังของท่านเพื่อคุ้มครองเขาด้วยเถิด "


Assumptio !!!!


ทันใดนั้น รอบๆตัวของลูเซียก็มีแสงสีขาวบางๆ ห่อหุ้มไว้ลูเซียต่างดูแสงนั้นด้วยความตกใจ

" นี่มัน "

" ไม่รู้สิ ข้ารู้แต่ว่าข้าใช้มันได้มันอยู่ในหัวของข้าน่ะ เวทนี้จะช่วยลดความบาทเจ็บทุกอย่างให้กับท่าน ขอให้ท่านโชคดีนะ ข้าจะคอยเชียร์ " ลิเดียพูดพร้อมกับยิ้ม

" อืม ข้าจะต้องชนะให้ได้ " พูดจบลูเซียก็เดินเข้าไปหามันเขาเดินย่างก้าวเข้าไปเรื่อยจนกระทั่งเขาไปหยุดอยู่ตรงหน้าของมัน ทันใดนั้น วูบ !! ร่างของลูเซียก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เจ้าการ์มตกใจมาก มันหันซ้ายหันขวาเพื่อดูว่าลูเซียไปไหนแต่ก็ไม่มีลูเซียหายไปต่อหน้าต่อตามัน ในขณะที่มันกำลังมองหานั้นลูเซียได้ไปอยู่ข้างบนของมันเข้ากระโดดขึ้นไปอยู่กลางอากาศด้วยความเร็วแบบไม่น่าเชื่อ ทันใดนั้นเขาก็เอามือประสานกันเพื่อที่จะรวมคาต้าทั้ง 2 มือให้แข็งแกร่งขึ้น ทันใดนั้นเขาก็ฟันมันลงไปที่กลางลำตัวของการ์มอย่างแรง เสียงของน้ำแข็งที่แตกกระจายนั้นดังสนั่น เจ้าการ์มร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดนี่เป็นครั้งแรกที่มันได้แผลที่ใหญ่และรุนแรงขนาดนี้ มันทรุดตัวลงด้วยความเจ็บปวดในขณะที่ลูเซียก็กระโดดออกมาตั้งหลักด้วยความเร็ว

" โฮ่~ มองไม่ทันเลยแฮะ เร็วจริงๆ " อาเทอร์พูดขึ้นในขณะที่กำลังยืนกอดอกดูการต่อสู้นั้น ทันใดนั้นไวเปอร์ก็พูดขึ้นมา

" อะไรกันเจ้ามองไม่ทันหรอกหรอ สำหรับข้าน่ะมันก็เหมือนภาพสโลวเลยล่ะ " ไวเปอร์พูดออกมาพร้อมกับยิ้มและลงไปนั่งยองๆ

" โม้น่าไวเปอร์ ต่อให้เป็นเจ้าก็คงจะไม่ถึงขนาดนั้นหรอกมั้ง ขนาดสายตาของคนธรรมดายังมองแทบไม่ทันเนี้ยนะ " อาเทอร์พูดขึ้นทันใดนั้นไวเปอร์ก็เอานิ้วชี้เคาะไปที่หางตาของเขา


Falcon Eyes !!!!

อาเทอร์สังเกตที่ดวงตาของไวเปอร์ ไม่น่าเชื่อตอนนี้นัยตาของไวเปอร์นั้นกลายเป็นสีแดง จากนั้นไวเปอร์ก็พูดต่อ

" ด้วยเวทมนต์นี้ทำให้ข้านั้นสามารถใช้ดวงตาที่จับจ้องสิ่งต่างๆด้วยความเร็วแบบฟาลคอนได้ มันทำให้ข้าเห็นภาพการโจมตีต่างๆช้าลง ทำให้ข้ารับมือ โจมตีสวน หลบ หรือแม้แต่ยิงไปที่จุดตายอย่างแม่นยำก็ยังได้เลย อยู่ๆข้าก็มีเวทนี้อยู่ในหัว การที่พวกเราได้เป็นเทพนี่มันสะดวกดีจริงๆแฮะ " ไวเปอร์พูดจบอาเทอร์ก็ยกมือของเขาขึ้นมาแล้วกำไว้เบื่องหน้าของตนเองเขาเกร็งหมัดจนทำให้พลังออร่าใหลออกจากกำปั้นของเขามากมาย

" พลังของเทพงั้นหรอ ข้าเองก็อยากจะลองใช้เหมือนกันแฮะ "

 

พวกเขาทั้ง 3 คนยืนดูการต่อสู้ของลูเซียกับการ์มอยู่ห่างๆ ลิเดียประสานมือของเธอและขอพรต่อเทพให้ลูเซียได้รับชัยชนะ หลังจากที่ลูเซียโจมตีเจ้าการ์มจนมันได้รับบาทเจ็บสาหัสแล้วนั้น เข้าก็ได้ถอยออกมาตั้งหลัก ทันใดนั้นเจ้าการ์มก็ลุกขึ้นยืนแล้วคำรามออกมามันเอามือที่ใหญ่โตของมันทุบไปที่พื้น


Frost Diver !!!

ทันใดนั้นก็มีน้ำแข็งพุ่งขึ้นมาจากพื้นคล้ายท่ากริมทูชของลูเซียแต่จากใบมีดมันกลายเป็นน้ำแข็งแทน มันพุ่งขึ้นมาเรีอยๆตรงมาที่ลูเซีย

" โฮ่ ~ เจ้านี่เองก็ใช้เวทมนต์ของพวกจอมเวทย์ได้เหมือนเจ้าออคหลอดเลยแฮะ มิน่าล่ะลูเซียถึงได้พลาดท่ามัน " ไวเปอร์พูดขึ้น

" เจ้านี่เองก็ไม่ธรรมดาเลยแฮะ " อาเทอร์พูดต่อ ในขณะที่ลิเดียก็ขอพรจากเทพให้ปกป้องลูเซีย ไวเปอร์หันไปมองลิเดียแล้วพูดขึ้น

" ลิเดีย ตอนนี้เจ้าเองนั่นแหละที่เป็นเทพ และเทพแห่งการปกป้องที่เจ้าพาวนาอยู่น่ะ มันก็ยืนกอดอกอยู่ข้างๆข้านี่แหละ ต่อให้เจ้าพาวนาให้ตายไอ่หมอนี่มันก็ไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งหรอก "

" นั่นสินะ ข้าก็ลืมไป " ลิเดียเอามือลงพร้อมกับทำหน้าเซ็งๆ น้ำแข็งฟรอสไดเวอร์นั้นพุ่งเข้าไปเรื่อยๆ ลูเซียกระโดดหลบแต่มันก็เหมือนกับเวทมนต์ของพวกจอมเวททั่วไปนั่นก็คือมันล็อกเป้า น้ำแข็งพวกนั้นพุ่งตามลูเซียไปทุกที่ ทันใดนั้นมันก็ไปถึงลูเซียมันแช่แข็งขาของเขาให้ขยับไม่ได้ จากนั้นมันก็ลามขึ้นมาเรื่อยๆ

" ภาพนี้คุ้นๆ แฮะ " ลูเซียพูดขึ้นใช่แล้ว ภาพเหล่านี้มันคุ้นสำหรับเขามากเพราะมันเป็นฉากสุดท้ายที่เค้าได้เห็นก่อนที่จะโดนการ์มฆ่าตาย ลิเดียจะร่ายเวทเพื่อช่วยเหลือแต่อาเทอร์ห้ามเอาไว้ ทันใดนั้นเจ้าการ์มก็วิ่งเข้ามาหาลูเซีย มันอ้าปากกว้างเพื่อที่จะกัดลูเซียอีกครั้ง

" มุขเดิมๆใช้กับข้าไม่ได้ผลหรอกเจ้าบ้าเอ้ย " ทันใดนั้นลูเซียก็เหวี่ยงกาต้าของเขาออกไปด้วยความแรง


Meteor Assault !!!

ทันใดนั้นรอบๆตัวของลูเซียก็มีคลื่นพลังพุ่งออกมารอบๆ คลื่นพลังเหล่านั้นมันช่วยทำลายน้ำแข็งที่ยึดขาเขาไว้จนหมด ลูเซียกระโดดหลบไปด้านข้างพร้อมๆกับที่เขี้ยวน้ำแข็งของมันนั้นงับลงมาตรงนั้นพอดี ลูเซียกระโดดไปด้านหลังมันและยกมือขึ้น


Soul Destroyer !!!

ทันใดนั้นก็มีคลื่นพลังพุ่งออกมาจากมือของลูเซียตรงไปที่เจ้าการ์มทันที คลื่นพลังนั้นสร้างความเสียหายให้มันไม่น้อยผิวหนังที่เป็นน้ำแข็งของมันแตกออกมากกว่าเก่าอีกเจ้าการ์มร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ทันใดนั้นมันก็จ้องมาที่ลูเซียด้วยดวงตาที่แดงก่ำมันคำรามออกมา ทันใดนั้นก็มีหอกน้ำแข็งพุ่งลงมาจากฟากฟ้าที่มืดครึ้มนั่น ใช่แล้วมันคือเวทโคลบอทที่ร้ายกาจของพวกนักเวทซึ่งเวทนี้ไวเปอร์ได้เคยถูกโจมตีจากออคหลอดจนย่ำแย่มาครั้งนึงแล้ว

" เล่นแรงแฮะ " ลูเซียพูดขึ้นในขณะที่เจ้าการ์มก็กระโดดเขาไปหาลุเซียเพื่อที่จะโจมตีจากทางพื้นดิน ลูเซียรับการโจมตีของมันพร้อมๆกับต้องคอยปัดหอกน้ำแข็งที่จู่โจมลงมาอีกทางหนึ่งแน่นอนว่าถึงเค้าจะรวดเร็วขนาดไหน แต่ก็คงจะป้องกันการโจมตีแบบนี้ได้ไม่หมด หอกน้ำแข็งบางอันนั้นพุ่งลงมาใส่ลำตัวของลูเซียอย่างจัง แต่มันกลับสร้างความบาทเจ็บให้เขาแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากรอบๆตัวของลูเซียนั้นถูกคลุมไปด้วยเวทแอสสัพทิโอของลิเดียอยู่ ลูเซียหันไปพูดกับลิเดีย

" ลิเดีย เวทนี่แจ๋วมากเลย "

" ไม่เท่าไหร่หรอกน่า หึหึ " ลิเดียตอบออกไปท่าทางของเธอดูภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก ลูเซียต่อสู้กับการ์มได้อย่างคล่องแคล่วในตอนนี้ความเร็วและพลังของเขาเหนือกว่าการ์มแล้ว ในขณะที่ลิเดียกำลังดูการต่อสู่อยู่นั้น เธอก็ได้สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง เธอสังเกตได้ถึงลมที่พัดแรงขึ้นกับหิมะที่เรื่มจะตกลงมาหนักขึ้นเรื่อยๆ เธอหันไปบอกอาเทอร์กับไวเปอร์

" นี่ พวกนายน่ะ ... " ยังไม่ทันที่จะจบประโยคไวเปอร์ก็พูดขึ้นมา

" ใช่ หิมะพวกนี้กำลังก่อตัวกันมากขึ้นลมมันก็พัดแรงขึ้นด้วย " พอไวเปอร์พูดเสร็จอาเทอร์ก็พูดต่อ

" ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ เจ้าการ์มนั่นก็ถือเป็นตัวอันตรายแห่งแดนน้ำแข็งนี้อย่างแท้จริงเลยล่ะ "

" ระๆ หรือว่า ..... " ลิเดียออกอาการตกตะลึง

" ใช่ มันก็คือเวทมนต์ที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกจอมเวท 1 ใน 3 มหาเวทมนต์ที่ใช้พลังจากธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ สตอม กัส ( Storm Gust ) " อาเทอร์พูดขึ้น ทันใดนั้นก็มีพายุหิมะพัดขึ้นมาในทันที ตอนนี้เจ้าการ์มได้ใช้มหาเวทมนต์ที่ยิ่งใหญ่นี้ต่อลูเซีย ก็แสดงว่ามันนั้นโกรธจัดและเอาจริงแล้ว ลิเดียจึงรีบร่ายเวทขึ้นทันที

Basilica !!!

ทันใดนั้นก็ได้มีกำแพงแสงศักศิทธิ์ปรากฏขึ้นล้อมพวกเขาทั้ง 3 คนเอาไว้ เวทมนต์นี้จะทำให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณเขตแดนศักศิทธิ์นั้นไม่ได้รับอันตรายจากทุกๆอย่างทั้งการโจมตีและรวมไปถึงเวทมนต์ด้วย ไม่ว่าเวทมนต์นั้นจะรุนแรงซักแค่ไหนก็ตามแต่ระหว่างที่ร่ายเขตแดนศักศิทธิ์อยู่นั้นผู้ร่ายเวทจะไม่สามารถขยับไปไหนได้เลย ไวเปอร์หันไปถามลิเดีย

" เจ้าคิดดีแล้วหรอ "

" ข้ามั่นใจในตัวของลูเซีย " ลิเดียตอบออกมาด้วยใบหน้าที่แน่วแน่

" หึ มันต้องแบบนั้นซิ ถึงจะสมกับเป็นคู่ชีวิตหมอนั่นในวันข้างหน้า " คำพูดของไวเปอร์นั้นเกือบจะทำให้เวทมนต์ของลิเดียหลุด

" เจ้าบ้า ไวเปอร์มาพูดอะไรตอนนี้เนี้ยกำลังหน้าสิ่วหน้าขวานนะ ดูสถานการณ์หน่อยสิ " ลิเดียตะโกนออกมาใบหน้าของเธอแดงก่ำไปด้วยความอาย

" ไม่ต้องห่วงหรอกน่า พายุแรงขนาดนี้เจ้านั่นไม่ได้ยินหรอก " ไวเปอร์พูดขึ้นมา

" เอ๋ ลิเดียนี่เจ้าชอบลูเซียงั้นหรอ ข้าไม่รู้มาก่อนเลยนะเนี้ย " อาเทอร์พูดขึ้นพร้อมกับหันมาหาลิเดีย ทันใดนั้นไวเปอร์ก็พูดสวนขึ้นมา

" นายเองก็ทึ่มเหมือนหมอนั่นเลยสินะ แล้วเรื่องนี้อย่าไปบอกเจ้านั่นล่ะ "

" เห็นข้าเป็นคนชอบพูดความลับของคนอื่นรึไง ดูๆไปข้าว่า ข้าน่ะไว้ใจได้มากกว่าเจ้าอีกนะจะบอกให้ "

" ว่าไงนะเจ้าบ้า " ขณะที่ไวเปอร์กับอาเทอร์กำลังเถียงกันอยู่นั้นพายุหิมะก็ค่อยๆสงบลงๆ และค่อยๆหยุดลง กลายเป็นแค่หิมะธรรมดาๆที่ตกโปรยปรายลงมา ท่ามกลางความสงสัยของทั้ง 3 คน ทันใดนั้น ภาพๆหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าของพวกเขา ลิเดียคลายเวทเขตแดนศักศิทธิ์ออก ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างช้าๆภาพตรงหน้าของพวกเขาทั้ง 3 คนนั้นคือภาพของเจ้าการ์มที่ยืนนิ่ง ที่หน้าอกของมันนั้นถูกคาต้าของลูเซียที่ชุ่มไปด้วยพิษสีเขียว พิษชนิดนี้เป็นพิษแบบใหม่ของลูเซียปกติยาพิษของแอสซะซินนั้นจะเป็นสีม่วงแต่ตอนนี้เขานั้นแตกต่าง แตกต่างไปจากแอสซะซินทั่วไปตอนนี้เขาคือ แอสซะซินครอส นักฆ่าของมหาเทพโอดิน และเค้าก็เป็นเทพ

" สู่สุขติเถอะนะ การ์ม " ลูเซียพูดขึ้น นัยตาสีแดงฉานของการ์มมองจ้องมาที่ลูเซียแล้วมันก็ค่อยๆมอดดับลง ร่างกายที่เป็นน้ำแข็งของมันแตกออกและค่อยๆร่วงหล่นลงไปบนพื้น จากอสูรหมาป่าน้ำแข็งที่น่าเกรงกลัว ตอนนี้มันได้กลายเป็นแค่เศษน้ำแข็งกองหนึ่งเท่านั้น การ์มถูกกำจัดลงแล้ว มันตายด้วยฝีมือของเทพ เทพผู้ลอบสังหาร ทันใดนั้นทั้ง 3 คนต่างก็วิ่งเข้ามาหาลูเซีย  ลูเซียเดินเข้าไปที่กองน้ำแข็งนั่น เขาหยิบเขี้ยวของการ์ม ( Fang of Garm ) ขึ้นมาคำพูดเบาๆหลุดออกมาจากปากของเขา

" ไอริส...ในที่สุดข้าก็ฆ่ามันได้แล้ว ในที่สุดข้าก็ได้แก้แค้นให้กับเจ้า " ลูเซียพูดออกมาในขณะที่เหม่อมองเขี้ยวนั้นพร้อมกันนั้นพวกอาเทอร์ก็ได้เข้ามาถึงพอดี

" เจ้าทำได้แล้วนะลูเซีย เจ้าแน่มาก " อาเทอร์พูดขึ้น

" ลูเซียท่านไม่เป็นอะไรนะ " ลิเดียรีบเข้ามาแล้วใช้เวทรักษาในทันที

" ลิเดีย ข้ายังปกติดีอยู่นะ เจ้าไม่ต้องรักษาหรอก ขอบใจนะที่เป็นห่วงข้า " ลิเดียเอามือของเธอลงพร้อมกับหน้าแดง

" ไม่เลวเลยนี่หว่าลูเซีย ขนาดโดนเวทแบบนั้นเข้าไปยังเอาชนะได้อีก " ไวเปอร์พูดขึ้น ทันใดนั้นลูเซียก็มองดูที่ท้องฟ้าเหนือป่าสีขาวนั่นแล้วพูดขึ้น

" ข้าว่าพวกเรารีบกลับกันดีกว่านะ นี่ก็ไกล้จะเช้าแล้ว "

" ไกล้เช้าหรอ แต่ข้าว่ามันยังมืดอยู่เลยนะ " ไวเปอร์พูดขึ้น

" ข้าน่ะโตมาที่นี่เป็นสิบๆ ปีแล้วนะเพราะงั้นข้าดูออกรีบไปเถอะ " แล้วทั้ง 4 คนก็กลับไปยังหมู่บ้านลูเทียร์พวกเขาต่างเดินกันไปพร้อมกับพูดคุย ไวเปอร์และอาเทอร์ต่างก็ลองพลังใหม่ๆของตนเองไปตลอดทาง ท่ามกลางการพูดคุยตอนเดินกลับนั้น สิ่งที่ถูกกำแน่นอยู่ในมือของลูเซียก็คือคำสัญญาของเขาที่เคยให้ไว้กับไอริส.............



รุ่งเช้าบาทหลวงก็ตื่นขึ้นมา ลูเซียเล่าเรื่องทุกอย่างให้เค้าฟังจนหมดทั้งเรื่องที่พวกเขานั้นกลายเป็นเทพและเรื่องที่เขาฆ่าการ์มได้สำเร็จแล้ว บาทหลวงมูดินดีใจมาก เขารีบวิ่งออกไปจากโบสถ์และไปตะโกนบอกคนทั้งหมู่บ้านสร้างความดีใจให้กับทุกๆคนในหมู่บ้าน และในค่ำคืนนี้พวกเขาตัดสินใจที่จะเลี้ยงฉลองให้กับลูเซีย ลิเดียไปอุ้มเรดออกมาพร้อมกับบอกเรื่องทุกๆอย่างให้ฟัง เรดตกใจมากที่รู้ว่าเจ้านายของตนนั้นเป็นเทพและต่างก็เข้าไปแสดงความดีใจกับลูเซียด้วย วันนั้นทั้งวันต่างก็เต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้มของชาวบ้านทุกคนแต่ละคนต่างก็เตรียมตัวที่จะไปหาของมาใช้สำหรับงานเลี้ยงฉลองในคืนนี้ ขณะที่พวกเขากำลังยืนดูชาวบ้านที่ต่างมีความสุขกันอยู่นั้นลูเซียก็ได้พูดขึ้น

" จะไม่รีบเดินทางหรออาเทอร์ เราไม่รู้หรอกนะว่าเจ้านั่นมันจะทำอะไรต่อไป "

" ไม่เป็นไรหรอกลูเซีย อยู่รองานเลี้ยงที่นี่ซักคืนเถอะแล้วพรุ่งนี้ค่อยออกเดินทางอยู่รองานเลี้ยงฉลองนี่เถอะนะ อีกอย่างมันเป็นงานของนายด้วยนะ ลูเซีย " อาเทอร์พูดขึ้น

" ขอบใจนะ " ลูเซียยิ้มออกมา เหล่าคนในหมู่บ้านต่างก็วิ่งกันไปมา พวกเขาต่างก็หยุดภารกิจที่จะต้องทำในวันนี้ไว้ทั้งหมดเพื่อไปหาวัตถุดิบต่างๆมาทำอาหารในงานเลี้ยงพวกเขาต่างก็วิ่งกันวุ่นวายแต่ทว่าใบหน้าของพวกเขานั้นกลับเต็มไปด้วยความสุข เย็นวันนั้นลูเซียเดินไปยังสุสานของไอริส เขาเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าหลุมศพของเธอและนั่งลง ท่ามกลางสายลมที่พัดผ่านนั้นลูเซียก็หยิบเขี้ยวของการ์มออกมาแล้ววางมันไว้ที่บนหลุมศพของไอริส คำพูดเบาๆหลุดออกมาจากปากของเขา

" นี่คือของที่ข้าสัญญาไว้กับเจ้า ตอนนี้ข้านำมันมาวางไว้ตามที่ข้าได้สัญญาแล้วนะไอริส ถึงข้าจะต้องใช้เวลาถึง 2 ปีก็เถอะข้าขอโทษนะที่ทำให้เจ้าต้องรอนาน 2 ปีที่ผ่านมาต่างก็มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมากมายกับข้า ข้าอยากที่จะให้เจ้าได้มาเห็นจริงๆ ไอริส ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน " ทันใดนั้นน้ำตาของเขาก็ไหลออกมา เขาหยิบใบโรแมนติก ลีฟ มาเป่าอีกครั้งท่ามกลางสายลมที่พัดผ่านไปอย่างช้าๆ เพลงที่ลูเซียเป่านั้นแสดงออกมาให้รู้ถึงความเศร้าในจิตใจเขาที่มีมากมายเหลือเกิน เมื่อเป่าเสร็จลูเซียก็ลุกขึ้น

" ข้าไปก่อนนะไอริส จริงๆข้าเองก็ยังอยากจะอยู่กับเจ้า เพราะข้านั้นยังคงตัดใจไปจากเจ้าไม่ได้ แต่ว่าข้าก็ต้องไปกำจัดต้นตอของเรื่องทั้งหมด ข้าไปก่อนนะไอริส "

พูดเสร็จลูเซียก็หันหลังเพื่อที่จะก้าวเดินออกมาทันใดนั้นเขารู้สึกเหมือนกับว่ามีมือมาดันข้างหลังของเขาให้เดินไปข้างหน้า ลูเซียตกใจมากเขาหันกลับมาดูทันที แต่มันกลับว่างปล่าวไม่มีใครที่จะอยู่ตรงนั้นนอกจากสายลมที่แผ่วเบาและใบไม้ที่ปลิวไปตามสายลมลูเซียก้มหน้าลงเขาปาดน้ำตาทิ้งไปจนหมดแล้วพูดขึ้น

" ขอบใจนะไอริสที่ให้กำลังใจข้า นั่นสินะข้าจะต้องอยู่กับความเป็นจริงไม่ใช่ความฝันอีกแล้ว ไอริสข้าจะเดินหน้าต่อไปอย่างที่เจ้าต้องการนะ แล้ววันหนึ่งข้าจะกลับมาเยี่ยมเจ้าอีก "

ลูเซียเดินจากไปท่ามกลางสายลมแห่งคำสัญญาที่เป็นความจริง คืนนั้นทุกคนต่างก็เลี้ยงฉลองในความปลอดภัยของหมู่บ้าน ดูจากสถานการแล้วไวเปอร์คงจะเป็นคนที่สนุกสนานไปกับงานเลี้ยงมากที่สุด ในระหว่างที่งานเลี้ยงกำลังดำเนินต่อไปนั้น มีคนๆหนึ่งเดินเข้าไปในสุสานที่หลังโบสถ์ ลิเดียเดินเข้าไปยังใต้ต้นไม้ใหญ่ เธอเดินเข้าไปนั่งที่หน้าหลุมศพของไอ่ริส

" ไอริส พรุ่งนี้ฉันจะออกเดินทางแล้วนะ ฉันมาลาน่ะ ยังไงก็ขอบคุณที่เตือนฉันเรื่องลูเซียนะ ฉันสัญญาว่าต่อไปนี้จะไม่ปล่อยให้เค้าเป็นอันตรายอีกแล้ว ขอโทษนะไอริสฉันมันไม่ได้เรื่อง แต่ว่าต่อจากนี้ฉันจะดูแลเค้าให้ดีที่สุด ฉันขอสัญญา ด้วยหัวใจของฉัน ฉันไปนะแล้วซักวันหนึ่งฉันจะมาหาเธออีก "

ลิเดียลุกขึ้นยืนแล้วหันหลังเธอกำลังจะก้าวเดินออกมาทันใดนั้นเธอก็ต้องหยุดชงักเพราะเธอรู้สึกเหมือนมีใครซักคนมากอดเธอไว้จากด้านหลัง น่าแปลกที่ลิเดียไม่ตกใจกลัวแต่เธอกลับรู้สึกอบอุ่นมากมันเป็นความอบอุ่นจากใจทั้งๆที่รอบๆตัวเธอนั้นมีสายลมหนาวพัดอยู่ตลอด ลิเดียได้ยินเสียงๆหนึ่งซึ่งเธอจำมันได้ดี มันเป็นเสียงของไอริส

" ข้าฝากท่าน...ดูแลลูเซีย...แทนข้าด้วยนะ " น้ำเสียงที่พูดออกมานั้นมันฟังดูสงบสุขและแสดงถึงความเชื่อใจ ลิเดียหันหลังกลับไปอีกครั้ง แต่เธอก็ไม่พบอะไรนอกจากความว่างเปล่า

" ไม่ต้องห่วงนะ ฉันสัญญา " ลิเดียสัญญาต่อหน้าหลุมศพของไอริส จากนั้นเธอก็เดินออกมาจากสุสานของโบสถ์ ช่วงเวลานั้นด้านนอกมีงานเลี้ยงฉลองครึกครื้นแต่ที่นี่กลับเงียบสงบอย่างน่าประหลาด ภายในหนึ่งวันนี้ มีหนึ่งคนสิ้นสุดคำสัญญา แต่อีกหนึ่งคนกลับเรื่มต้นคำสัญญา สายลมหนาวแห่งลูเทียร์ยังคงพัดต่อไป ท่ามกลางใบไม้ที่ร่วงโรย หิมะสีขาวที่โปรยปรายและสถานที่ ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ........................




ค่ำคืนแห่งงานเลี้ยงผ่านพ้นไปแล้ว ถึงคราวที่พวกเขาต้องเดินทางอีกครั้ง พวกเขาต่างร่ำลาบาทหลวงและคนในหมู่บ้านจากนั้นพวกเขาก็ออกเดินทางลงใต้ผ่านป่าสีขาวลงมาเรื่อยๆไม่นานนักพวกเขาก็ผ่านออกมาจากเขตอากาศหนาว ขากลับนั้นพวกเขาต่างก็ใช้เวลาเดินทางไม่มากคงเพราะพลังที่พวกเขาได้มาทำให้ร่างกายพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นพวกเขาสามารถเดินทางได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว พวกเขาต่างเดินทางลงมาเรื่อยๆ ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงยังเมืองอาลดีบาลานอีกครั้ง พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะแวะพักจิบน้ำชากันที่นี่เนื่องจากทนแรงดึงดูดจากความสงบร่มเย็นของเมืองๆนี้ไม่ไหว พวกเขาเข้าไปในร้านแห่งหนึ่งจากนั้นก็เข้าไปนั่งยังโต๊ะที่มีเก้าอีกอยู่ 5 ตัวทันใดนั้นลิเดียก็จะเอาเจ้าโปริ่งวางบนเก้าอี้ที่ว่างอยู่

" เรดนั่งตรงนี้แล้วกันนะมันว่างอยู่ " ลิเดียพูดขึ้น

" แต่ข้าขออยู่บนโต๊ะดีกว่านะ ข้าน่ะเป็นโปริ่งถ้านั่งเก้าอี้ก็เห็นหน้าพวกท่านไม่ได้น่ะสิ แล้วข้าจะคุยยังไงล่ะลิเดีย "

" นั่นสินะข้าลืมไป โทษทีนะเรด " ลิเดียจับเจ้าโปริ่งมาวางไว้บนโต๊ะแทนในขณะนั้นเองก็มีชายคนหนึ่งเดินมานั่งยังเก้าอี้ที่ว่างตัวนั้น

" ถ้างั้นขอข้านั่งด้วยก็แล้วกันนะ " สายตาของทั้ง 4 คนต่างมองมายังชายคนนั้น ทันใดนั้นพวกเข้าก็ต้องตกตะลึงกับชายผู้นั้น

" แก  ด็อปเปอร์ แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง " อาเทอร์พูดขึ้นมาพร้อมกับลุกขึ้นยืนแล้วจับดาบของเขา

" เดี๋ยวๆ เฮมดอล ใจเย็นๆสิ นั่งลงก่อนดีกว่าน่า ถ้าเกิดสู้กันในนี้จริงจะต้องมีคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ตายนะ เจ้าจะเอาแบบนั้นหรอ " ด็อปเปอร์พูดเสร็จอาเทอร์ก็ค่อยเก็บดาบแล้วนั่งลงช้าๆ

" แกมาที่นี่ทำไม " อาเทอร์พูดขึ้น

" ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความยินดีที่พวกเจ้าได้กลับคืนสู่ฐานะเดิมซักทีนะ ไม่งั้นก็คงจะน่าเบื่อแย่เพราะว่าพวกเจ้าก่อนหน้านี้น่ะมันทำให้ข้าสนุกไม่ได้หรอกนะ อ่อแล้วก็ กริมเนียร์ ดีใจ

ด้วยนะที่แก้แค้นได้สำเร็จแล้ว แต่แกใช้เวลามากเกินไปหน่อยนะ "

" แกจะมาพูดอะไรก็รีบๆพูดออกมาซะ ความอดทนของข้ามันมีไม่เยอะหรอกนะ " ลูเซียพูดขึ้นเขาจ้องไปที่หน้าของด็อปเปอร์พร้อมกับหยิบขวดยาพิษสีแดงรูปกระโหลกขึ้นมาวางบนโต๊ะ

" น่ากลัวจริงๆ เอาล่ะๆ ที่ข้ามาเพราะอยากจะเตือนพวกเจ้าให้รีบกลับไปจัดตั้งกองกำลังที่พอนเทร่าซะจะดีกว่านะ ตอนนี้กองทัพเรดิกนับ 5 แสนของข้ามันพร้อมที่จะขยี้ดินแดนของพวกมนุษย์แห่งนี้แล้ว "

ทันใดนั้นพวกเขาทั้ง 4 ต่างก็ตกตะลึงกับคำพูดของด็อปเปอร์ จากนั้นด็อปเปอร์ก็พูดต่อ

" ใช่ กองทัพของปีศาจที่จะกลืนกินดินแดนแห่งนี้ให้ตกอยู่ใต้เงามืดอีกครั้ง หากพวกเจ้าชักช้า ข้าอาจจะนำทัพเจ้าพวกนั้นไปบดขยี้พอนเทร่าจนราบคาบก็ได้ " พูดเสร็จทุกคนต่างก็ตกใจในทันที

ด็อปเปอร์ยิ้มออกมาด้วยความชั่วร้ายอย่างเช่นทุกครั้ง ท่ามกลางความตกใจของทุกคนนั้น ก็คือความจริงที่กำลังจะเกิดขึ้น ทำไมด็อปเปอร์ถึงต้องมาบอกเรื่องนี้ด้วย หรือเพียงเพราะว่าเขาแค่นึกสนุกเท่านั้น เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป พวกเขาจะทำยังไงกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นนี้ หรือว่านี่จะเป็นสงครามครั้งยิ่งใหญ่เหมือนกับที่พวกเขาเคยเผชิญในอดีด และจะต้องเผชิญกับมันอีกครั้งในไม่ช้า สงครามที่จะกลืนกินทุกสิ่ง สงครามที่คร่าชีวิตผู้คนมากมาย สงครามครั้งยิ่งใหญ่ที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ สงครามที่ทุกคนต่างก็รู้จักมันดี ความยิ่งใหญ่ของมันนั้นทำให้มันได้รับการขนานนาม สงครามที่ทุกคนต่างก็รู้จักกันในชื่อ  " สงครามมหาเทพ ".......................

 

To be continued.........................

 




NEKOPOST.NET