Tale of Ragnarok ตอนที่ 10 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Tale of Ragnarok

Ch.10 - ชายผู้อยู่เบื่องหลัง


 

บทที่ 10 ชายผู้อยู่เบื่องหลัง

 


ณ มหานคร พอนเทร่าอันยิ่งใหญ่ เมืองซึ่งขึ้นชื่อได้ว่าเป็นเมืองหลวงที่สำคัญของอาณาจักรมิดการ์ดแห่งนี้ เมืองที่มีเหล่าผู้คนอาศัยกันอย่างร่มเย็นเป็นสุข เมืองที่มีบรรยากาศสดชื่นร่มเย็น เมืองที่มีเหล่าทหารที่เก่งกาจของอาณาจักรประจำอยู่ เมืองที่มีพระราชาของเหล่าผู้คนทั่วทั้งอาณาจักรประทับอยู่ เมืองที่มีโบสถ์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่เพื่อเป็นศูนย์รวมของจิตใจ เมืองที่เหล่าผู้คน พ่อค้า นักพจนภัยต่างก็เดินทางมากันมากหน้าหลายตา เมืองที่ร่มเย็นเป็นสุขและดูสงบเรียบร้อยนี้ ตอนนี้กลับกลายเป็นเมืองที่กำลังหวาดกลัว...

 

เหตุเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ มีสายข่าวของพอนเทร่ารายงานมาว่าที่นี่กำลังจะกลายเป็นเป้าโจมตีของกองทัพพวก ออค ( Orc ) ปีศาจยักษ์นัย์ตาแดงก่ำที่แข็งแกร่งและดุร้าย พวกมันมีจำนวนมาก

ปกติจะอาศัยอยู่ในป่า พวกมันสร้างหมู่บ้านอยู่รวมกันและไม่เคยที่จะโจมตีเมืองของมนุษย์มาก่อน พวกมันนั้นมีลักษณะคล้ายมนุษย์ พวกมันมีสติปัญญา มีการสร้างอาวุธใช้ รู้จักการทำสงคราม เพราะฉนั้นเมืองแห่งนี้จึงถูกปิดสนิด ประตูทั้ง 4 ทิศปิดตายไม่เปิดให้ใครเข้าออกทั้งสิ้น เมืองพอนเทร่าแห่งนี้ มีกษัตริย์ที่แก่มากแล้วทรงพระนามว่า ไกอา ( Gia ) และมีโอรสคนเดียวคือเจ้าชาย อาเทอร์ ( Arthur )

ในการเตรียมตัวทำศึกครั้งนี้ เจ้าชายอาเทอร์ได้เป็นคนนำทัพด้วยตนเอง เจ้าชายอาเทอร์นั้นได้ฝึกฝนทักษะของ อัศวิน ( Knight ) มาอย่างมากมายจนเป็นไนท์ที่เก่งที่สุดในพอนเทร่า เมื่อไม่นานมานี้เจ้าชายอาเทอร์นั้น ได้เกิดความรู้สึกแปลกๆ มันเป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ได้ มีแต่เค้าเท่านั้นที่รับรู้ได้ เขาได้สั่งทหารต่างๆ ที่คอยเฝ้าดูแลเมืองไว้ว่า " เร็วๆนี้จะมีคนเดินทางมาที่ประตูทิศใต้ 3 คนเมื่อเห็นพวกนั้นเดินทางมาถึง ให้รีบนำตัวมาพบข้าทันที " คำสั่งของเจ้าชายอาเทอร์นั้น มีมาได้ 2 วันแล้ว พวกทหารก็ไม่เห็นจะมีใครเดินทางมาเพราะผู้คนต่างก็รู้ข่าวเกี่ยวกับการที่

เมืองพอนเทร่านั้นจะถูกโจมตีจากกองทัพของพวก ออค จึงไม่มีใครกล้าที่จะเดินทางเข้าเมืองมาหลายวันแล้ว ......................

 


เช้าวันนั้นเป็นวันที่อากาศไม่ค่อยจะแจ่มใส่ซักเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะพายุที่ก่อตัวขึ้นที่พอนเทร่านั้นเพิ่งจะผ่านลงใต้ไปได้ไม่นาน ลูเซีย ไวเปอร์ ลิเดีย และเรด ต่างก็ออกเดินทางกันแต่เช้า พวกเขาออกจากเมือง อิซูดและมุ่งหน้าไปยังเมืองพอนเทร่า แม้ในใจของพวกเค้าทั้ง 3 คนจะรู้สึกถึงความกังวลอะไรบางอย่าง แต่พวกเขาก็ยังคงเลือกที่จะเดินหน้าต่อไป ท่ามกลางทุ่งหญ้าและเนินดิน ในที่สุดพวกเค้าก็เดินทางมาถึงเมืองพอนเทร่าด้วยเวลาอันสั้น พวกเค้าเดินไปยังประตูทางทิศใต้เพื่อที่จะเข้าเมือง แต่ทันใดนั้นพวกเค้าก็ได้สังเกตเห็นความผิดปกติขึ้น ทหารยามนั้นมีเยอะเกินกว่าปกติ มันจะต้องมีอะไรแน่ พวกเค้าจึงเดินไปที่ประตูเมืองทันใดนั้นก็มีทหารคนหนึงวิ่งออกมา

" พวกท่านเป็นนักเดินทางงั้นหรอ ท่านไม่รู้รึไงว่าตอนนี้เรากำลังปิดเมืองอยู่ เพราะว่ามันมีปัญหาน่ะ " ทหารคนนั้นพูดทับพวกเขา

" ปิดเมือง มีปัญหางั้นหรอ  " ลูเซียถามขึ้น

" ใช่แล้วตอนนี้เมืองเรากำลังจะเจอกับปัญหาใหญ่ ท่านเจ้าชายเลยสั่งให้ปิดเมืองน่ะ พวกท่านผ่านเข้าไปไม่ได้หรอกนะ " ทหารคนนั้นพูดต่อ

" แต่พวกเราจำเป็นต้องผ่านเมืองนี้ ขอแค่ผ่านเฉยๆก็ได้เราจะไม่แวะ " ลูเซียพูดขึ้น ทหารคนนั้นลังเลอยู่นิดหน่อย จากนั้นจึงอณุยาติ

" งั้นก็ได้ ข้าจะให้ท่านผ่านเข้าไป แต่ทหารยามที่ทางออกอื่นจะว่ายังไงข้าไม่รู้ด้วยนะ " ทหารคนนั้นพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปเปิดประตู

" อืม ขอบใจมาก " พูดจบพวกเค้าก็เดินเข้ามาในเมือง บรรยากาศในเมืองนั้นเงียบสนิด ผู้คนส่วนใหญ่ต่างก็อยู่แต่ในบ้านของตนเอง ส่วนที่อพยพไปบ้างแล้วก็มี ลูเซีย ลิเดีย ไวเปอร์ ต่างก็เดินไปพร้อมกับมองรอบๆเมืองไปด้วย สภาพเมืองพอนเทร่าที่แสนคึกคัก ในตอนนี้มันดูเหมือนกับเมืองที่รอจะล่มสลายเสียมากกว่า

" อะไรทำให้พอนเทร่าที่แสนยิ่งใหญ่กลายเป็นแบบนี้ไปได้นะ " ไวเปอร์พูดออกมาพร้อมกับมองไปรอบๆ

" ตอนที่ข้าจากเมืองนี้มา มันยังดูคึกคักและสงบร่มเย็นอยู่เลยนี่นา " ลิเดียพูดขึ้นขณะที่อุ้มเรดเอาไว้ เสี้ยววินาทีนั้น ลูเซัยได้หยุดชะงัก เข้าตั้งท่าเตรีนมพร้อมแล้วพูดขึ้น

" แย่ล่ะสิ เราถูกล้อมซะแล้วล่ะ " ทันใดนั้น ก็มีไนท์กลุ่มหนึ่ง ออกมาล้อมพวกเค้าเอาไว้ ในมือทุกคนต่างก็ถือหอกจ่อมาที่พวกเค้า ลูเซียและไวเปอร์ต่างก็หยิบอาวุธของตนขึ้นมา บรรยากาศที่กดดันนั้นจะเกิดการต่อสู้ขึ้นเมื่อไหร่ก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลก ท่ามกลางความกดดันนั้น ก็ได้มีไนท์คนหนึ่งขี่ พีโคพิโค๊ะ เข้ามา

" พวกเจ้าเป็นใครกัน แต่ตัวแบบนี้นักเดินทางงั้นหรอ " ไนท์ที่ขี่พิโคพิโค๊ะ เอ่ยขึ้น

" ใช่ พวกเราแค่ต้องการที่จะผ่านเมืองนี้ขึ้นเหนือเท่านั้นช่วยหลีกทางให้พวกเราหน่อยจะได้ไหม" ลูเซียพูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่ไนท์ขี่พิโคพิโค๊ะ ในขณะนั้นเองไนท์คนนั้นก็นึกถึงคำสั่งของเจ้าชายขึ้นมาได้ที่เคยสั่งไว้เมื่อวันก่อนว่าถ้ามีนักเดินทาง 3 คนผ่านมาทางประตูทิศใต้ให้พาตัวมาหาทันที

" พวกเจ้าเข้ามาจากประตูทางทิศใต้รึเปล่า " ไนท์ผู้นั้นเอ่ยขึ้น

" ใช่ " ลูเซียตอบ

" ข้าเพื่งนึกได้ว่า เจ้าชายสั่งไว้หากมีนักเดินทางผ่านเข้ามายังประตูทางทิศใต้ 3 คน ให้รีบนำตัวไปพบท่านด่วนเลย "

" หา!!  เจ้าชายเนี้ยนะบอกว่าพวกเราจะมา เจ้าชายของพวกเจ้ามีอาพีชเป็นหมอดูรึไง " ไวเปอร์พูดขึ้น

" นี่เจ้ากล้าดูหมิ่นเจ้าชายรึ " ทันทีที่ได้ยินคำพูดของไวเปอร์ไนท์ผุ้นั้นก็เอาหอกมาจ่อที่หน้าของไวเปอร์ทันที ทำให้ลิเดียนั้นต้องเข้ามาห้ามเอาไว้

" ขะๆ ขอโทษเป็นอย่างยิ่งค่ะ เค้าไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่หรอกนะคะ พวกเราจะไปพบเจ้าชายตามที่ท่านบอกค่ะ พาไปได้เลย "

" หา ลิเดียนี่เจ้า... " ไวเปอร์ยังไม่ทันพูดจบลิเดียก็หันไปมองหน้าของไวเปอร์แล้วส่ายหน้าเป็นสัญญาณว่าให้ทำตามอย่าขัดขืน ดังนั้นพวกเขาจึงเดินไปยังปราสาทแห่งพอนเทร่า โดยมีกลุ่มไนท์เดินตามไป เมื่อเข้าไปในปราสาท พวกเขาก็ถูกปลดอาวุธ และมีไนท์อีกคนที่ท่าทางแข็งแกร่ง เป็นคนทำหน้าที่เดินนำทางในปราสาทแทน ในระหว่างที่พวกเค้ากำลังเดินไปยังท้องพระโรงเพื่อพบกับเจ้าชายนั้น ไวเปอร์ก็ได้พูดขึ้น

" ลิเดีย เจ้าไม่น่าห้ามข้าเลยนะ พวกทหารแค่นั้น ข้ากับลูเซียแค่สองคนก็จัดการได้อยู่แล้ว "

" แต่ว่าข้าอยากจะลองพบเจ้าชายดูมากกว่านะ " ลิเดียพูดตอบ

" เอ๋ทำไมล่ะ "

" เจ้าเองก็รู้สึกสินะ " ลูเซียพูดพร้อมกับมองไปที่ลิเดีย

" ใช่ ข้ารู้สึกถึงอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเจ้าชาย เลยอยากจะไปดูให้แน่ชัดไปเลย เจ้าไม่ได้รู้สึกหรอไวเปอร์ "

" เชอะ ช่างหัวมันสิ มันจะมีอะไรในปราสาทแห่งนี้กัน พอนเทร่า เจ้าชาย ข้าไม่เห็นอยากจะสนใจเลย " ไวเปอร์พูดขึ้นพร้อมกับท่าทางอารมณ์เสีย แต่ก็เห็นได้ชัดว่าคำพูดของเขากับสีหน้าของเขานั้นดูขัดกัน ใช่ ไวเปอร์เองก็สงสัยในความรู้สึกแปลกๆที่มีต่อเจ้าชายเช่นกัน ไม่นานนัก พวกเค้าทั้งหมดก็ได้มาถึงหน้าห้องโถง ประตูแห่งท้องพระโรงได้เปิดออก ไนท์คนนั้นได้สั่งให้เอาโปริ่งรอไว้ข้างนอก เรดเลยต้องจำใจยืนรออยู่ที่หน้าประตู จากนั้นพวกเค้าทั้ง 3 คนก็เดินเข้าไปยังท้องพระโรง พวกเขาเดินไปตามพรมสีแดงเรื่อยๆ จนถึงหน้าบันใดที่ทอดยาวขึ้นไปยังบัลลังแห่งพอนเทร่า พวกเค้านั้นได้คุกเข่าลง จากนั้นไนท์คนนั้นก็ได้รายงานเรื่องเกี่ยวกับพวกเค้า เมื่อฟังรายงานจบทันใดนั้นเจ้าชายอาเทอร์ก็ได้กล่าวขึ้น

" พวกเจ้าเงยหน้าขึ้นเถอะ " เมื่อพูดจบทั้ง 3 คนก็เงยหน้าขึ้นมามองอาเทอร์แล้วทันใดนั้น ทั้ง 4 คนต่างก็ตกใจเพราะพวกเค้ารู้สึกคุ้นหน้ากันอย่างมากทั้งๆที่ต่างคนต่างก็ไม่เคยเจอกันมาก่อน

" ข้า..... เคยพบพวกเจ้ามาก่อนรึเปล่า " อาเทอร์ถามขึ้นด้วยความสงสัย

" พวกข้าเป็นนักเดินทาง นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาในวัง ข้าไม่เคยพบหน้าท่านหรอก " ลูเซียกล่าวขึ้น

" แต่ข้ารู้สึกคุ้นเคยกับพวกเจ้ามาก ความรู้สึกนี้มันเป็นสิ่งที่บอกไม่ถูก ข้ารับรู้ถึงการมาของพวกเจ้า แล้วข้าก็รู้สึกได้ว่าพวกเจ้าจะต้องช่วยข้าได้ ถ้าไม่มีพวกเจ้าข้าก็จะแพ้ "

" ช่วย ? แพ้ ? หมายถึงอะไรงั้นหรอ ' ลูเซียพูดด้วยความสงสัย ทุกคนต่างมองไปที่หน้าของอาเทอร์ด้วยความงุนงง

" อืม เอาแบบนี้ก็แล้วกัน พวกเจ้าทั้ง 3 คนไปดื่มชาที่สวนดอกไม้กับข้า ข้ามีเรื่องอยากจะคุยกับพวกเจ้า " ท่ามกลางความงุนงงของทุกคนนั้น อาเทอร์ก็ได้สั่งให้คนรับใช้ไปเตรียมจัดโต๊ะไว้ที่สวน แล้วได้พาพวกลูเซีย ลิเดีย ไวเปอร์ รวมถึงเรดด้วย ไปยังสวนดอกไม้แห่งปราสาทพอนเทร่า เมื่อมาถึงที่โต๊ะแล้ว พวกเค้าก็ได้นั่งลง อาเทอร์สั่งให้คนที่อยู่บริเวณนั้นออกไปไห้หมดเพื่อที่จะคุยกับพวกเค้าเป็นการส่วนตัว

" เอาล่ะ ข้าขอแนะนำตัวก่อนก็แล้วกัน ข้าคือเจ้าชายแห่งพอนเทร่าชื่อว่า อาเทอร์ "

" ข้าเป็นนักฆ่า ชื่อว่าลูเซีย แล้วนี่โปริ่งของข้าชื่อว่า เรด "

" ข้าพรีสชื่อว่า ลิเดีย "

" ฮันเตอร์ ไวเปอร์ " เมื่อแนะนำตัวกันเสร็จแล้ว อาเทอร์จึงเรื่มพูดขึ้น

" เอาล่ะข้าจะพูดแบบไม่อ้อมค้อมล่ะนะ สายข่าวของเราได้รับรายงานมาว่า เมืองแห่งนี้จะถูกพวกออคบุกโจมตี กำลังของพวกมันนั้นมีมากมายนัก พวกเราไม่คิดว่าจะต้านมันไว้ได้ "

" อะไรนะ บุกโจมตี หมายถึงสงครามงั้นหรอ " ไวเปอร์และลิเดียต่างก็ตกใจ

" มิน่าล่ะเมืองนี้ถึงได้ดูแปลกๆ " ลูเซียพูดขึ้น

" ใช่ข้าสั่งให้อพยพคนออกจากเมืองแล้ว แต่ก็มีบางคนที่ยังมั่นใจและเชื่อใจในกองทัพของเราและยังคงอยู่ที่เมืองนี้ต่อ ข้าเป็นห่วงคนเหล่านั้นและเมืองของเรา ข้าจึงอยากจะขอร้องพวกเจ้าได้โปรด ช่วยพวกเราในการทำศึกครั้งนี้ด้วย "

" ทำศึกงั้นหรอ ท่านเจอหน้าเราครั้งแรกท่านจะขอให้พวกเราช่วยทำสงครามกับท่านเนี้ยนะ " ไวเปอร์พูดขึ้น

" ใช้ ถึงข้าจะเพื่งเจอกับพวกเจ้า แต่ข้ากลับรู้สึกได้ถึงพวกเจ้า รับรู้ได้ว่าหากต่อสู้ร่วมกับพวกเจ้าข้าจะต้องมีชัย มันเป็นความรู้สึกที่ข้าไม่เคยมีมาก่อน และข้าก็ไม่อาจที่จะเข้าใจมันได้ แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็รู้สึกเชื่อมั่นในความรู้สึกอันนี้ เพราะงั้นได้โปรดเถิด ถือว่าข้าขอร้อง " เมื่ออาเทอร์พูดจบทุกคนต่างก็นิ่งเงียบ เพราะถึงแม้ว่าจะไม่มีใครพูดออกมา แต่ทว่าในใจของทุกคนตอนนี้ต่างก็คิดเหมือนกัน นั่นคือเรื่องของการที่พวกเค้ารู้สึกและสัมผัสได้ถึงอาเทอร์ สิ่งที่พวกเค้าไม่สบายใจตอนที่อยู่ในเมือง อิซูด แท้จริงแล้วนั้นมันก็คือความกังวลใจของอาเทอร์นั่นเองสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายให้ใครเข้าใจได้ เป็นสิ่งที่หาเหตุผลใดมาประกอบไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เกิดขึ้นในใจของพวกเค้าโดยที่มีแค่ตัวของพวกเค้าเท่านั้นที่จะรับรู้มันได้

ลิเดีย และ ไวเปอร์ รวมถึงเรด ต่างก็หันไปมองหน้าของลูเซีย เหมือนกับว่าจะให้เขาซึ่งเป็นเสมือนหัวหน้ากลุ่มเป็นคนตัดสินใจ

" ข้าเลือกที่จะติดตามท่าน ลูเซีย เพราะฉนั้นทางเดินของข้าท่านเป็นคนกำหนดเถอะ " ลิเดียพูดขึ้นพร้อมกับยิ้ม

" ข้าก็จะทำตามสิ่งที่เจ้าตัดสินใจก็แล้วกัน ลูเซีย " ไวเปอร์พูดต่อ ลูเซียหันไปมองหน้าของเรด แล้วเรดก็พยักหน้า

" ได้ ข้าตกลง ในเมื่อเมืองนี้เป็นเมืองเกิดของ ลิเดีย แล้วเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้มันคล้ายกับเมืองเกิดของข้ากับ ไวเปอร์ ถ้าข้าไปจากเมืองนี้โดยไม่ใส่ใจ ข้าคงจะเสียใจไปตลอดชีวิต "

ลิเดีย และไวเปอร์ต่างก็สงสัยในคำพูดของลูเซียที่ว่าเมืองเกิดของเค้าก็โดนเหตุการณ์ลักษณะนี้ เพราะปกติลูเซียไม่เคยที่จะเล่าประวัติของเค้าให้ใครฟังเลย แต่ถึงอย่างนั้นพวกเค้าทั้งหมดก็ยอมรับการตัดสินใจของลูเซีย เมื่อลูเซียเลือกที่จะเข้าร่วมสงครามครั้งนี้พวกเค้าก็เต็มใจและพร้อมที่จะเข้าร่วมมันด้วย เมื่อได้ยินแบบนั้น อาเทอร์จึงรู้สึกดีใจมาก

" ข้าต้องขอขอบคุณพวกท่านมากที่คิดจะช่วยเหลือข้า ข้ามั่นใจว่าถ้ามีพวกท่าน ข้าต้องไม่แพ้แน่ ถึงมันจะแปลกแต่ข้าก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆ เอาล่ะ วันนี้เชิญพวกท่านพักผ่อนในปราสาทของข้าได้ตามสบายเลยนะ แล้วพรุ่งนี้เราจะออกเดินทัพไปทางประตูเมืองตะวันตก เพื่อไปตั้งรับกองทัพของพวกมัน ข้าขอให้ทุกคนสู้ให้เต็มที่นะ ขอบคุณมาก "

หลังจากนั้น ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไป กาลเวลาผ่านเลยไปในที่สุดเมืองพอนเทร่าก็เข้าสู่ช่วงกลางคืน มันเป็นคืนก่อนที่จะทำสงคราม ลูเซียออกไปเดินเล่นในสวนดอกไม้ เขาเหม่อมองไปยังกลุ่มดอกไม้ที่ขึ้นเรียงรายอยู่เต็มสวย ทันใดนั้นเขาก็เหลือบไปเห็นดอกไม้ชนิดหนึ่งเข้า ลูเซียจึงเด็ดดอกไม้นั้นขึ้นมา มันเป็นดอก อิลูชั่น ( Illusion Flower ) ดอกไม้ชนิดนี้เป็นดอกไม้ที่ชอบอากาศหนาวเย็น ตัวดอกมีสีขาวมักขึ้นรวมกันเป็นช่อ จะพบมากในแถบเมือง อาลดีบาลาน ขึ้นไปแต่ก็สามารถพบได้บ้างทางเหนือของเมืองพอนเทร่า ลูเซียหยิบดดอกอิลูชั่นมาถือไว้แล้วนึกถึงไอ่ริส เธอชอบดอกไม้ชนิดนี้มาก ในจิตใจของเขานั้นคิดย้อนไปถึงเรื่องราวต่างๆในอดีดที่เค้าเคยมีไอริสอยู่เคียงข้าง ถึงมันจะเป็นวันเวลาที่แสนสั้น แต่มันก็มีความหมายต่อเขามาก ถึงร่างกายของเธอจะตายจากไปแล้ว แต่ภาพความทรงจำของเธอก็ยังคงมีชีวิตอยู่ภายในจิตใจของลูเซียตลอดมา แท้จริงแล้ว ลูเซียนั้นไม่เคยที่จะลืมเธอได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว สายลมแห่งเมืองพอนเทร่าค่อยๆพัดโชยมาในยามค่ำคืน

ลูเซียยืนมองเหม่อไปที่ดอกไม้นั้น ท่ามกลางแสงจันทร์ที่ส่องสว่าง ณ เวลานั้นลูเซียไม่อาจที่จะรับรู้ได้ว่า ข้างหลังของเขานั้นมีคนๆหนึ่งมายืนอยู่ คนๆนั้นก็คือ ลิเดีย เธออยากจะมาพบลูเซียเพื่อพูดคุยกับเขา แต่เมื่อเธอได้เดินมาเห็นภาพของเขาที่กำลังเหม่อลอย ลิเดียกลับเลือกที่จะหยุดและยืนอยู่ที่ตรงนั้นเพื่อมองดูเขา เธอไม่อาจคิดคำพูดใดๆที่จะสามารถพูดกับลูเซียได้ในสถานการแบบนี้เลย สิ่งที่เธอทำได้ ก็คงจะมีแค่ยืนดูเขาอยู่ห่างๆ แล้วได้แต่หวังว่าซักวันหนึ่ง เธอจะได้ฟังความในใจของเขาและสามารถช่วยเหลือเขาได้ แต่ไม่ใช่แค่ลิเดียที่มายังสวนดองไม้แห่งนี้ ถัดไปจากพวกเขาทั้ง 2 คน ณ ที่บนหลังคาของทางเดินที่เป็นทางไปยังสวนดอกไม้ ไวเปอร์ได้นั่งมองทั้ง 2 คนอย่างเงียบๆ โดยที่ทั้ง 2 คนไม่อาจจะรู้ตัว ท่ามกลางบรรยากาศเหล่านั้น สายลมที่พัดผ่านอย่างอ่อนโยน แสงจันทร์ที่ส่องสว่าง เหล่าดอกไม้ต่างๆที่พากันส่งกลิ่นหอม และความรู้สึกของพวกเค้า ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ล้วนไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถกำหนดชีวิตเราได้ ไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถบ่งบอกอณาคตของเราได้ ไม่มีสิ่งใดที่จะช่วยเหลือเรื่องราวที่ผิดพลาดในอดีดที่ผ่านมาได้ ทุกสิ่งทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นและการตัดสินใจของเราเอง เมื่อผ่านพ้นคืนนี้ไป เมืองนี้ ก็จะเข้าสู่วันเวลาแห่งสงคราม ..........

 

 

ณ ค่ายของพวก ออค กลางป่าใหญ่ที่อยู่ห่างจากเมืองพอนเทร่าไปไม่ไกลนัก กองทัพออคจำนวนมากมายมหาศาลทั้ง ออคนักรบ ( Orc Warrior ) ออคนักธนู ( Orc Archer ) ออคจอมพลัง ( High Orc ) ต่างก็รอฟังคำสั่งที่จะเคลื่อนทัพไปบุกยังเมืองพอนเทร่า นายกองของพวกมันเป็นออคนักรบที่เก่งกาจจนได้รับการยกย่องในเผ่านามว่า ออค ฮีโร่ ( Orc Hero ) มันจะเป็นผู้ที่นำทัพในศึกครั้งนี้ แต่นั้นก็ยังไม่ใช่ที่สุด พวกมันยังมีแม่ทัพที่เก่งกาจกว่า ออคผู้ได้รับสมญานามว่าแข็งแกร่งที่สุด ผู้นำของเหล่าออคทั้งปวงนามว่า ออค หลอด ( Orc Lord ) ค่ายของพวกมัน มีเต้นท์ของผู้นำตั้งอยู่ใจกลางและเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ออคหลอดก็ได้เดินเข้าไปในเต้นท์และมันก็ได้พูดกับชายลึกลับคนหนึ่ง

" กองทับเตรียมพร้อมหมดแล้ว " ออคหลอดพูดขึ้น

" ดีมาก เอาล่ะเจ้าไปบอกกองทัพของเจ้าว่าคืนนี้ให้นอนเอาแรงให้เต็มที่ พรุ่งนี้เช้าเราจะเดินทัพไปบุกเมืองพอนเทร่าซะ " ชายลึกลับพูดตอบมา ทันใดนั้นออคหลอดก็ทำหน้าไม่พอใจอย่างมากต่อหน้าชายคนนั้น

" ทำไมกัน ทำไมออคหลอดผู้ยิ่งใหญ่อย่างข้า จะต้องเชื่อฟังคำสั่งของมนุษย์อย่างเจ้าด้วย " สิ้นเสียงพูดนั้น ดาบสีม่วงที่ชายลึกลับคนนั้นถืออยู่ก็เปล่งแสงออกมาทันที ออร่าของมันเปล่งออกมาทั่วบริเวณนั้น มันเป็นออร่าแห่งความมืดและความชัวร้าย พลังของมันรุนแรงมากจนออคหลอดนั้นหน้าซีดและเหงื่อท่วมไปทั้งตัว มันรีบคุกเข่าลงทันที

" ข้าขออภัยเป็นอย่างยิ่งนายท่าน ข้าจะทำตามคำสั่งของท่านเดี๋ยวนี้ " ออคหลอดพูดออกมาด้วยท่าทางตื่นกลัว เขาหันหลังและกำลังจะเดินออกไปสั่งการ ทันใดนั้นชายลึกลับก็พูดขึ้น

" เดียวก่อน "

" ครับ นายท่าน " ออคหลอดหันมาทางชายคนนั้น แล้วมันก็ต้องตกใจจนหน้าซีดเมื่อเห็นแววตาและใบหน้าอันชั่วร้ายยากจะหาที่เปรียบของชายลึกลับนั่น ชายคนนั้นยิ้มออกมาแล้วพูดขึ้นว่า

" ข้า.... ไม่ใช่มนุษย์ " ........................

 

 


ค่ำคืนผ่านเลยไป ในที่สุดรุ่งเช้าของพอนเทร่าก็มาถึง อาเทอร์และกองทหารของเขา รวมถึง ลูเซีย ลิเดีย ไวเปอร์และเรด ต่างก็มาเตรียมพร้อมกันที่หน้าประตูเมืองพอนเทร่า เพื่อเตรียมออกเดินทางไปยังสนามรบ อาเทอร์เดินไปที่หน้ากองทัพของเขา เขาหันไปมองเหล่าสหายศึกของเขาแล้วพูดขึ้น

" เหล่านักรบแห่งพอนเทร่าทุกคน สงครามได้มาถึงเมืองอันสงบสุขของเราแล้ว เมืองของเรา ประชาชนของเรา อาณาจักรของเรา กำลังหวาดกลัว พวกเราเหล่านักรบเรามีหน้าที่ที่จะต้อง

ปกป้องเมืองแห่งนี้ ข้าจะไม่ถามว่าท่านกลัวรึไม่ ข้าจะไม่ถามว่าท่านกังวลหรือไม่ เพราะข้าได้เห็น ข้าเห็นคำตอบเหล่านั้นในดวงตาของนักรบแห่งพอนเทร่าทุกคน พวกเรานักรบ

แห่งพอนเทร่า จะขอกำจัดทุกสิ่งที่จะทำร้ายเมืองของเรา ประชาชนของเรา อาณาจักรของเรา พวกเราเหล่านักรบแห่งพอนเทร่า จงยืนหยัด  เพื่อปกป้องมิดการ์ด !!!!!!! "

สิ้นเสียงพูดของ อาเทอร์ เหล่าทหารก็ส่งเสียงเฮดังลั่น อาเทอร์หันไปมองหน้าของ ลูเซีย ลิเดีย และไวเปอร์ พวกเค้าต่างก็ยิ้มออกมา อาเทอร์เห็นดังนั้นจึงพยักหน้าและชูดาบของเขาชี้ขึ้นไปยังฟากฟ้า

" เหล่ากองทัพแห่งพอนเทร่า  เคลื่อนทัพได้ " และแล้วสงครามก็ได้เรื่มขึ้น กองกำลังของทั้ง 2ฝ่ายกำลังจะเข้าไปสู้สนามรบแล้ว กองทัพของพอนเทร่า จะต้องปกป้องเมืองแห่งนี้ให้พ้นจากกองทัพของพวกออคที่จะมาทำลาย พวกเขาจะทำได้รึไม่ แล้วชายลึกลับที่อยู่เบื่องหลังคือใครกันแน่ คำตอบทุกอย่างกำลังจะถูกเปิดเผยท่ามกลางสงครามแห่งพอนเทร่า .................

 

 

To be Continued ..............

 

 

 




NEKOPOST.NET