Tale of Ragnarok ตอนที่ 1 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Tale of Ragnarok

Ch.1 - ลูเซีย



บทที่ 1 Lucia ( ลูเซีย )

 

ณ ป่าโปริ่ง ป่าที่มีพื้นที่ตั้งอยู่ระหว่างเขตทะเลทรายของเมืองมอร็อคและเขตป่าทึบของเมืองพายอน ณ เวลานี้ ป่าโปริ่งนั้นกำลังอยู่ในช่วงเวลาสาย แสงจากดวงอาทิตย์สาดส่องลงมายังทิวสุมพุ่มไม้ อากาศหนาวที่เย็นจากทะเลทรายกำลังถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นจากแสงแดด เวลาแบบนี้มันเหมาะสำหรับการไปเดินเล่นรับแสงแดดของใครหลายๆคน มันช่างเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่สามารถทำให้เรื่องทุกข์และกังวลหมดสิ้นไปได้ แต่ทว่า...


ดึ๋งๆๆๆ เสียงของบางสิ่งที่กำลังกระโดดหนีอย่างสุดชีวิต บางสิ่งที่มีลักษณะเป็นลูกกลมๆ ขนาดใหญ่กว่าแตงโม มีสีชมพูเข้ม ใช่แล้ว สิ่งนั้นก็คือ โปริ่ง (Poring) มันเป็น หนึ่งในบรรดาเหล่า มอนเตอร์ (Monster) หลากหลายชนิดที่มีอยู่ทั่วดินแดงมิดการ์ด แต่ทว่ามอนเตอร์จำพวกโปริ่งนั้น จัดได้ว่าเป็นมอนเตอร์ที่อ่อนแอที่สุดในอาณาจักรแห่งนี้เลยก็ว่าได้ เจ้าโปริ่งตัวนั้นมันถูกไล่ตามมา ข้างหลังของมันนั้นคือฝูง โปโปริ่ง (Poporing) ประมาน3-4 ตัวกำลังกระโดดไล่ตามมาติดๆ พวกโปโปริ่งนั้นมีลักษณะที่เหมือนกับโปริ่งทุกอย่าง แต่ที่ต่างกันก็คือจะมีลำตัวสีเขียวแทนสีชมพูและแข็งแกร่งกว่า พวกมันกระโดดไล่ตามเจ้าโปริ่งมาอย่างไม่ลดละ และในเวลาไม่นานเจ้าโปริ่งนั้นก็ถูกพวกโปโปริ่งล้อมเอาไว้จนได้ สถานการในตอนนั้นดูค่อนข้างที่จะเลวร้าย และในทันใดนั้นเองโปริ่งตัวหนึ่งที่มีปีกก็ได้กระโดดเข้ามา มันคือแองเจอริ่ง ( Angeling ) เป็นโปริ่งที่มีปีกและเก่งกาจมากที่สุดในบรรดาโปริ่งทั้งหมด

" เจ้าขโมบแอปเปิ้ลสีเขียวของลูกน้องข้ามาใช่ไหม ? " แองเจอริ่งเอ่ยปากถามเจ้าโปริ่งที่กลัวจนตัวสั่นอยู่ตรงนั้น

" ขะ ข้าเห็นมันตกอยู่ที่พื้น ข้าหิวมากข้าก็เลยไปเก็บมากิน ข้าไม่เห็นว่าจะมีใครเป็นเจ้าของเลย " เจ้าโปริ่งตัวนั้นตอบ

" ตกอยู่งั้นหรอ เจ้าไม่รู้รึไงว่าแถวนี้น่ะมันถิ่นของข้า ไม่ว่าจะมีอะไรตกอยู่ตรงไหนมันก็คือของๆข้า เห็นทีข้าคงต้องสั่งสอนไอ่เด็กเหลือขออย่างเจ้าซะหน่อยแล้วล่ะมั้ง " แองเจอริ่งพูดพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย

จากสถานการที่เลวร้านในตอนแรก มาตอนนี้กลับยิ่งเลวร้ายเข้าไปใหญ่ เจ้าโปริ่งรีบคิดหาหนทางเพื่อที่จะหนีออกไปจากสถานการตรงนี้ แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะความกลัวมันกำลังทำให้เจ้าโปริ่งสับสนและร้อนรนจนเกินกว่าจะคิดอะไรออกได้

แต่ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะยังเข้าข้างเจ้าโปริ่งอยู่ เสี้ยววินาทีนั้นมันก็ได้คิดบางสิ่งขึ้นมาได้ เจ้าโปริ่งรีบทำท่าทางตกใจแล้วร้องขึ้นมาในทันที

" เอ๊ะ !! นั่นมัน โกสติ่ง (Ghostring) นี่นา!! " เสียงที่ตื่นตระหนกบวกกับท่าทางที่แสนจะตกใจนั้นมันได้ทำให้พวกโปโปริ่งและแองเจอริ่งต่างก็หันหลังไปมองด้วยความตกใจ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกๆคนต่างก็ต้องกลัวผีกันทั้งนั้น สำหรับโกสติ่งแล้ว มันก็คือวิญาณของโปริ่งที่ตายไปเนื่องจากความแค้น ทำให้วิญญาณนั้นกลายเป็น มอนเตอร์ที่ชั่วร้ายและคอยหลอกหลอนเหล่าโปริ่งทุกๆตัวในป่า นั่นทำให้เหล่าโปริ่งทุกตัวในป่านี้ต่างก็กลัวเจ้าโกสติ่งกันทั้งนั้นไม่เว้นแม่แต่เจ้าแองเจอริ่งเองก็ตาม

" แต่...โกสติ่งมันก็คือวิญญาณ ซึ่งพวกวิญญาณนั้นมันจะออกมาแค่ตอนกลางคืนเท่านั้นนี่นา.... " เจ้าแองเจอริ่งคิด

เสี้ยววินาทีนั้น เจ้าแองเจอริ่งก็ได้สติกลับคืนมา ทันทีที่รู้ตัวเจ้าแองเจอริ่งจึงได้รีบหันกลับมาที่เจ้าโปริ่งอีกครั้งแต่ทว่า .....

ไม่อยู่... เจ้าโปริ่งไม่อยู่แล้ว แผนของมันสำเร็จ มันหลอกแองเจอริ่งให้ติดกับได้ ความโกรธของเจ้าแองเจอริ่งเพิ่มพูนขึ้นมาในทันที ในหัวของมันตอนนี้มีคำพูดอยู่แค่คำเดียวเท่านั้น " ฆ่า "

" อภัยให้ไม่ได้ เป็นแค่โปริ่งแท้ๆ กลับมาหลอกแองเจอริ่งอย่างข้างั้นหรอ แกไม่ตายดีแน่ ข้าจะฆ่าแกอย่างทรมานที่สุดเลยคอยดู ! " แองเจอริ่งพูดออกมา จากนั้นมันก็ได้สั่งให้พวกโปโปริ่งตามเจ้าโปริ่งไปอีกครั้ง


" รอดแล้ว หนีมาได้แล้ว " เจ้าโปริ่งคิดอยู่ในใจขณะที่มันกำลังกระโดดหนี แต่ทว่า เมื่อมันกระโดดพ้นออกมาจากพุ่มไม้ สิ่งที่รออยู่เบื่องหน้าของเจ้าโปริ่งนั่นกลับเป็นหน้าผา เจ้าโปริ่งหันมองซ้ายมองขวา เพื่อที่จะหาทางหนีต่อ เสี้ยววินาทีนั้นเอง เจ้าโปริ่งก็เหลือบไปเห็นชายคนหนึ่ง นั่งพิงโขดหินอยู่ที่ริมหน้าผา เจ้าโปริ่งไม่รอช้ารีบกระโดดไปหาชายคนนั้นทันทีเพื่อที่จะลองขอความช่วยเหลือจากชายคนนั้นดู เพราะต่อให้เป็นมนุษย์แต่ก็ยังดีกว่าพวกเดียวกันที่คิดจะฆ่าตนเอง

" ท่านครับ ท่านได้โปรดช่วยข้าด้วยเถอะ ข้ากำลังถูกไล่ฆ่า  " เจ้าโปริ่งพยายามขอร้องชายที่นั่งเหม่อมองฟ้าอยู่เบื่องหน้าของมัน

และแล้ว ชายผู้นั้นก็ได้หันหน้ามาทางเจ้าโปริ่ง เสี้ยววินาทีนั้นเจ้าโปริ่งสาบานได้ว่าเขามองเห็นความเศร้าสร้อยและความอ่อนโยน ภายในดวงตาเศร้าๆคู่นั้น แต่แล้วมันก็กลับกลายเป็นดวงตาที่แข็งกล้าและเย็นชาในทันที

" เจ้าเป็นใครทำไมข้าต้องไปช่วยเหลือเจ้าด้วย " ชายคนนั้นเรื่มพูดออกมา

" ข้าเป็นโปริ่ง ชื่อว่า เรด (Red) ท่านได้โปรดช่วยข้าด้วยเถอะ ข้ากำลังถูกไล่ฆ่า "

" ไล่ฆ่า ? แล้วทำไมเจ้าไม่ต่อสู้กับมันล่ะ มันไม่ใช่เรื่องของข้า ถ้าเจ้าไม่ทำอะไรผิดเจ้าคงจะไม่โดนไล่ฆ่าหรอกนะ ข้าไม่ช่วยเจ้าหรอก ไปซะ " พูดจบชายผู้นั้นก็หันใบหน้าของเขากลับไปยังท้องฟ้าสีครามที่สดใส เจ้าโปริ่งมองดูชายผู้นี้ ผมของเขาเป็นสีดำเข้มไม่ยาวมาก ดวงตาสีดำสนิด เดาความสูงน่าจะประมาน 178-180 ใส่เสื้อผ้าสีม่วง มีผ้าสีขาวพาดไขว้ไปมาที่ลำตัว ... ทันใดนั้นเจ้าโปริ่งก็เพ่งดูชุดของชายผู้นั้นชัดๆอีกที 

และแล้วมันก็ต้องตกใจเป็นอยากมากเพราะชุดที่ชายคนนี้ใส่อยู่มันคือชุดของนักฆ่า ( Assassin ) นั่นเอง เจ้าโปริ่งเริ่มที่จะตัวสั่น มันค่อยๆถอยห่างออกมาจากชายผู้นั้นช้าๆ

พวกนักฆ่าเป็นพวกที่โหดร้ายไร้ความปราณี พวกเขาจะฆ่าเป้าหมายที่ได้รับมอบมาอย่างไร้ร่องรอย ไม่จำเป็นต้องพูดคุย ไม่จำเป็นต้องจำหน้า สิ่งที่พวกเขาทำก็คือการมอบความตายให้เป้าหมายอย่างรวดเร็วและแน่นอน แอสซะซินนั้นเป็นพวกฆาตกรเลือดเย็น ไร้ความรู้สึก แล้วทำไมถึงมีนักฆ่ามาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ นี่มันหนีเสือปะ จระเข้ ชัดๆ

" เอ่อ... เมื่อท่านไม่อยากช่วย ข้าก็จะไม่รบกวนท่าน ข้าขอตัวก่อนล่ะ " เจ้าโปริ่งพูดพร้อมกับกระโดดออกห่างจากชายผู้นั้นอย่างรวดเร็ว ในใจก็คิดว่าลองหนีไปอีกทางดูดีกว่า แต่ทว่า...

" ตามมาทันจนได้ เจอตัวซะทีนะ เจ้าตัวแสบ " เสียงๆหนึ่งดังขึ้นมา ใช่แล้วมันเป็นเสียงของ แองเจอริ่ง

" แกกล้าหลอกข้าเชียวหรอ เด็กกำพร้าน่าสมเพชอย่างแกที่วันๆเอาแต่ออกไปขโมยของคนอื่นอย่างแก ที่จะซุกหัวนอนก็ไม่มี เด็กกำพร้าจรจัดอย่างแก มันเป็นตัวเสื่อมเสียของป่าโปริ่งนี่จริงๆ น่าสมเพชนัก แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอก ข้ากำลังจะส่งแกไปหาพ่อแม่ของแกแล้วล่ะ ไปหาในนรกยังไงล่ะ " เจ้าแองเจอริ่งพูดออกมาพร้อมกับหน้าตาที่ดูถูกเย้ยหยัน คำพุดของเจ้าแองเจอริ่งนั้นมันได้ทำให้ความโกรธของเจ้าโปริ่งพุ่งถึงขีดสุด เจ้าโปริ่งกระโดดเข้าไปกระแทกแองเจอริ่งอย่างสุดแรง แต่มันก็ถูกแองเจอริ่งซัดกระเด็นกลับมา เจ้าโปริ่งทำอะไรไม่ได้เลยมันอ่อนแอเกินไป

วินาทีนั้นเจ้าโปริ่งรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวัง มันได้แต่นอนหลับตาและรอให้ความตายมาจบชีวิตที่ไม่มีอะไรดีเลยของมันไปซะ ทุกอย่างมันจบสิ้นแล้ว เจ้าโปริ่งหมดเรี่ยวแรงที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว

ท่ามกลางความสิ้นหวังนั้น กลับมีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลังของเจ้าโปริ่ง

" เป็นเด็กกำพร้าแล้วมันหน้าดูถูกนักรึไง " เสียงๆนั้น มันเป็นเสียงที่เจ้าโปริ่งคุ้นหูเหมือนกับว่าเพื่งจะเคยได้ยินเมื่อไม่นานมานี่เอง เจ้าโปริ่งรีบหันไปดูทันที มันแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง คนที่เดินเข้ามานั้นก็คือนักฆ่า... นักฆ่าเลือดเย็น แอสซะซินคนนั้นนั่นเอง

" ใช่แล้ว ข้าล่ะสมเพชไอ่พวกนี้จริงๆ อยู่อย่างจรจัดใช้ชีวิตไร้ค่าไปวันๆ มันน่าทุเรสมาก " แองเจนริ่งพูดออกมาแบบดูถูก

" ไร้ค่ารึ ? เจ้าเคยรู้รึปล่าวว่าคนเหล่านั้นพยายามอดทนต่อสู้ ต่อสู้กับชีวิตที่ลำบากยากเข็น ชีวิตที่ต้องอยู่รอดให้ได้ด้วยตัวคนเดียว เจ้าเคยรู้รึเปล่าว่าพวกเขาต่างลำบากแค่ใหน " แอสซะซินผู้นั้นตอบ

" แล้วจะทำไม พวกกำพร้ามันก็น่าสมเพชอยู่ดีนั่นแหละ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วยเจ้านักฆ่า " แองเจอริ่งตะโกนออกมาเหมือนจะหาเรื่อง

" จริงๆมันก็ไม่ใช่เรื่องของข้าหรอก แต่ข้าไม่ชอบให้ใครมาดูถูกเพราะข้าก็เคยเป็นเด็กกำพร้ามาเหมือนกัน "

พูดจบ แอสซะซินผู้นั้นก็หยิบคาต้าออกมา ค้าต้า ( Katar ) นั้นเป็นอาวุธประจำตัวของนักฆ่า โครงของคาต้าจะถูกล็อกอยู่กับแขนของนักฆ่าและมีใบมีดยื่นออกมาที่ปลาย มันเป็นอาวุธที่เหมาะกับนักฆ่าที่ต่อสู้อย่างรวดเร็วมากที่สุด เป็นอาวุธสังหารชั้นดี นักฆ่าผู้นั้นใส่คาต้าที่หลังมือทั้งสองข้างแล้วจ้องไปในดวงตาของแองเจอริ่ง ณ เวลานั้นทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่งเหมือนกับโดนหยุดเวลา

ชั่วพริบตานั้น การต่อสู้ก็ได้เรื่มขึ้น นักฆ่าผู้นั้นกระโดดเข้าไปด้วยความรวดเร็วและคิดจะแทงเจ้าแองเจอริ่งด้วยคาต้า ทันใดนั้นเจ้าแองเจอริ่งก็รีบร่ายเวทขึ้นทันที

 

safety wall !!!

 

อยู่ๆก็มีกำแพงแสงประหลาดสีชมพูออกมาห่อหุ้มตัวเจ้าแองเจอริ่งไว้ ทำให้มันไม่ได้รับบาทเจ็บจากการโจมตีของนักฆ่า

" 'เซฟตี้ วอร์'งั้นหรอ ฉลาดดีนี่ ข้าเป็นพวกที่จู่โจมรวดเร็วและแม่นยำ การป้องกันแบบนี้ดีกว่าการหลบแบบโง่ๆเป็นไหนๆ แสดงว่าเจ้าคงจะเคยต่อสู้กับพวกนักฆ่ามาก่อนสินะ " นักฆ่าพูดขึ้นพร้อมกับกระโดดถอยออกมา

" พวกนักฆ่ามันก็มีดีแค่ความเร็วเท่านั้นแหละ ข้าป้องกันอยู่แบบนี้เจ้าก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ฮ่าฮ่า  ทีนี้ล่ะข้าจะร่ายเวทศักศิทธิ์ใส่เจ้าซะเจ้านักฆ่า " เจ้าแองเจอริ่งพูดพร้อมกับร่ายเวทย์

" ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้ารอดมาจากนักฆ่าได้ยังไง  แต่ถึงอย่างนั้นก็อย่าเอาข้าไปเหมารวมกับคนอื่นสิ !! " นักฆ่าผู้นั้นพูดพร้อมกับใช้ คาต้าของเขาแทงลงไปในดิน

 

Grimtooth !!!

 

ทันใดนั้น ก็มีดาบผุดขึ้นมาจากดิน มันผุดขึ้นมาเรื่อยๆและตรงไปยังเจ้าแองเจอริ่งที่กำลังร่ายเวทอยู่

" ไม่เป็นไรน่า " เจ้าแองเจอริ่งคิด

" ตราบใดที่เรายังมี เซฟตี้ วอร์อยู่ก็ไม่ต้องกลัวอะไร "

แต่เมื่อเจ้าแองเจอริ่งลองมองการโจมตีนั้นดีๆ มันก็ได้เห็นว่าดาบที่ตรงมานั้นมันผุดขึ้นมาจากใต้ดิน และ"เซฟตี้วอร์"ของมันนั้นก็ป้องกันได้แค่รอบๆตัวเท่านั้นไม่ได้ป้องกันจุดที่อยู่ใต้เท้าของมัน ใช่นั่นคือจุดอ่อนของเวทมนต์นี้

ทันใดนั้น เจ้าแองเจอริ่งก็หยุดร่ายเวท มันรีบกระโดดหลบออกมาจาก "เซฟตี้ วอร์"ทันที และมันก็เป็นเวลาเดียวกับที่ดาบผุดขึ้นมาจากใต้ดินพอดี ถ้าเกิดช้ากว่านี้แค่นิดเดียวล่ะก็ มันต้องโดนดาบนั่นเสียบไปแล้วแน่ๆ

" เจ้าจะเก่งแค่ไหนข้าไม่รู้หรอกนะ แต่สำหรับข้า เจ้ามันก็ไม่ต่างจากโปริ่งทั่วๆไปที่ใช้เวทมนต์ได้เท่านั้นเอง " นักฆ่าผู้นั้นพูดขึ้น แต่ทว่าตำแหน่งที่เขาพูดออกมานั้น มันเป็นตำแหน่งที่อยู่ด้านหลังของเจ้าแองเจอริ่งพอดี เขามาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน !!

เจ้าแองเจอริ่งพยายามที่จะร่ายเวท "เซฟตี้ วอร์"อีกครั้ง แต่ทว่ามันสายเกินไป  นักฆ่าผู้นั้นยกคาต้าของเขาขึ้นและฟันไปที่เจ้าแองเจอริ่งอย่างรวดเร็ว


Sonic Blow !!

 

การโจมตีนับครั้งไม่ถ้วนด้วยความรวดเร็วอย่างต่อเนื่องนั้นทำให้ร่างของเจ้าแองเจอริ่งแตกกระจายหายไปกลางอากาศโดยที่ยังไม่ทันตกถึงพื้นด้วยซ้ำ

พวกโปโปริ่งที่ยืนดูอยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก

" ข้าให้พวกแก 10 วินาที ถ้าไม่อยากตายก็ใสหัวไปให้พ้นซะ " นักฆ่าผู้นั้นพูดขึ้น ขณะที่พวกโปโปริ่งกำลังยืนค้างตกตะลึงไม่เลิก

" 1...2... " ยังไม่ทันนับถึง 3 พวก โปโปริ่ง ต่างก็พากันวิ่งหนีอลวนวุ่นวายไปหมด

เมื่อเรื่องทั้งหมดจบลงแล้ว เจ้าโปริ่งจึงค่อยๆกระโดดเข้ามาหานักฆ่าผู้นั้น

" ข้าต้องขอขอบคุณท่านมากๆ ไม่ว่าท่านจะเป็นนักฆ่าหรืออะไรก็แล้วแต่ ข้าเป็นหนี้บุญคุณท่าน ข้ามีชื่อว่า 'เรด' แล้วท่านชื่ออะไรหรอครับ "

" ข้าชื่อ ลูเซีย ( Lucia ) เจ้าเองก็อย่ายอมแพ้กับชีวิตล่ะ จงอยู่สู้มันต่อไปก็แล้วกัน " พูดจบ ลูเซียก็หันหลังและกำลังจะเดินจากไป

" เดี๋ยวก่อนท่าน ข้า... ข้าขอติดตามท่านไปด้วยได้รึปล่าว ข้าไม่เหลือใครและไม่มีที่ให้ไปแล้ว ข้าอยากจะออกเดินทางใช้ชีวิตกับท่าน " เรดพยายามขอร้องเขาอย่างเต็มที่

" ข้าไม่ได้ออกเดินทางท่องเที่ยวเล่นหรอกนะ ข้ามีจุดหมายของข้าอยู่ ถ้าเจ้ายังรักชีวิตเจ้าก็จงอยู่ที่นี่แหละ " ลูเซียหันกลับมาพูดกับเจ้าโปริ่ง

" ข้าไม่กลัวหรอก ท่านบอกเองไม่ใช่หรอกว่า จงพยายามใช้ชีวิตอยู่ต่อไป ข้าเองก็อยากจะกล้าหาญแบบท่าน ขอให้ข้าได้ออกเดินทางไปกับท่านด้วยเถอะ ข้าขอร้องข้าไม่มีใครแล้วจริงๆ "

ลูเซียมองไปที่ดวงตาของเรด สิ่งที่เขาได้เห็นในดวงตาโตๆคู่นั้นก็คือความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อและความจริงจัง สิ่งเหล่านั้นมันทำให้เขาเหมือนกับว่าได้เห็นตัวเองในอดีต และถึงเขาจะพูดอะไรไป เจ้าโปริ่งตัวนี้ก็คงจะไม่เปลี่ยนใจแน่

" ก็ได้... แต่ว่าจากนี้ไปเจ้าจะต้องกลายเป็นลูกน้องของนักฆ่านะ เจ้ามั่นใจแล้วหรอ " ลูเซียพูดขึ้น

" ข้าทราบแล้วครับ เจ้านาย !! " เรดตอบด้วยเสียงที่ดังและแน่วแน่ ในตอนนี้มันได้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงของลูเซียตามธรรมเนียมของมิดการ์ดแล้ว แต่ดูเหมือนว่าในมุมมองของลูเวียนั้น เขาเห็นเรดเป็นลูกน้องซะมากกว่า

หลังจากทีตกลงกันเรียบร้อย ลูเซียก็เดินไปที่ซากของเจ้าแองเจอริ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ เขาหยิบปีกของแองเจอริ่งขึ้นมาจากกองซากนั่น ปีกนี้เป็นสิ่งที่มีค่ามาก มันเป็นวัตถุดิบในการทำหมวกขั้นสูง ซึ่งขายกันในราคาที่แพงมาก

" ปีกนี่คงจะขายได้ราคาดีนะ มันคงจะเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางของเราได้มั่งล่ะ " ลูเซียพูดขึ้น

" งั้นเราก็ต้องไปที่เมือง มอร็อค สินะคับเจ้านาย "

" อืม ไปกันเถอะ " ลูเซียพูดพร้อมกับออกเดินทางโดนที่มีเรดตามไปด้วย

ในตอนนี้ ลูเซียได้เพื่อนใหม่(ลูกน้อง)ในการเดินทางเพื่อจุดหมายบางอย่างของเขาแล้ว แต่จุดหมาย ณ ตอนนี้ของพวกเขาที่กำลังมุ่งไปก็คือเมืองแห่งทะเลทรายที่มากไปด้วยเหล่าพ่อค้า เมืองที่เป็นแหล่งกำเนิดของเหล่านักฆ่า ใช่แล้ว เมืองๆนั้นก็คือ มหานคร มอร็อค .......................

 

To be Continued........................

 

 




NEKOPOST.NET