Tale of Ragnarok ตอนที่ 0 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Tale of Ragnarok

Ch.0 - บทนำ - เรื่องเล่าแห่งแร็คนาร็อค


- บทนำ -

 

Tale of Ragnarok - เรื่องเล่า...แห่ง แร๊คนาร็อค

 

นานมาแล้ว...  ยังมีดินแดนอยู่แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ ณ ใจกลางมหาสมุทรอันยิ่งใหญ่ มันเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้ ผู้คน ธรรมชาติ สายน้ำ ท้องฟ้า และเหล่าสัตว์นานาชนิด

ดินแดนที่แสนจะอุดมสมบูรณ์แห่งนี้ มีชื่อเรียกว่า " มิดการ์ด " ( Midgard )  และในดินแดนมิดการ์ดที่แสนกว้างใหญ่แห่งนี้ ก็ได้มีเมืองอยู่ทั้งสิ้น 8 เมืองด้วยกัน ได้แก่


1 พอนเทร่า ( Prontera ) เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรมิดการ์ดแห่งนี้ มีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านวิทยาการ และสถาปัตยากรรมอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นเมืองแห่งการสบงจิตใจมีโบสถ์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองนี้  ที่นั่นล้วนเต็มไปด้วยเหล่านักเดินทางมากมาย ที่เข้ามาเพื่อเรียนรู้ถึงการเป็นผู้รับใช้พระเจ้า แต่ถึงจะมีสถานที่ศักศิทธิ์เช่นนั้น แต่พอนเทร่าเองก็เป็นเมืองที่ฝึกฝนนักรบด้วยเช่นกัน มีฐานบัญชาการกองทัพอัศวินอยู่ที่พอนเทร่า ทำหน้าที่คอยติดต่อกับเมืองต่างๆ และถ้าหากว่ามีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น กองทัพอัศวินแห่งพอนเทร่าก็จะถูกส่งไปในทันทีอีกทั้งเมืองหลวงแห่งนี้ยังมีปราสาทซึ่งเป็นที่ประทับของพระราชาแห่งอาณาจักร มิดการ์ด อีกด้วย


2 มอร็อค ( Morroc ) เป็นเมืองที่อยู่กลางทะเลทรายอันแห้งแล้ง แต่เนื่องจากเป็นเมืองขนาดใหญ่จึงมักมีพ่อค้าเร่มาเร่ขายสินค้าต่างๆเป็นจำนวนมาก  พอนานเข้าเมืองนี้ก็กลายจึงเป็นจุดแลกเปลี่ยนสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในทวีป ที่นี่จะมีตั้งแต่เทคนิกการขาย การต่อราคา รวมไปถึงเทคนิกการโกงนานานับประการ ผู้คนที่อยากได้หรือต้องการจะขายของนั้นจึงพากันเดินทางมารวมตัวอยู่ที่เมืองนี้ แต่ทว่าเมืองแห่งนี้จะเป็นเมืองแห่งการค้าขายเสมอไป ในทะเลทรายนั้นกลับเป็นแหล่งฝึกฝนพวกกองโจรและนักฆ่า มีสมาคมนักฆ่าตั้งอยู่ที่ไหนซักแห่งในทะเลทรายอันเวิ้งว้างแห่งนี้นักฆ่าที่ฝ่านการฝึกจากสมาคมแล้ว จะได้รับการยกย่องและมักจะถูกส่งไปทำภารกิจลับต่างๆ ของอาณาจักร


3 พาย่อน ( Payon ) เป็นเมืองที่ อยู่กลางป่าทึบ ล้อมรอบไปด้วยป่าไม้และสัตว์ป่านานาชนิด หมู่บ้านแห่งนี้มีการอณุรักษณ์ประเพณีและวัฒนธรรมอันเก่าแก่ไว้ เสื้อผ้า ของเก่าที่หาดูได้ยากจะหาได้ที่นี่ที่เดียว คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่จะมีอาชีพเป็นนายพรานหาของจากป่ามาเก็บไว้ และพอถึงเดือนก็จะมีพ่อค้าจาก มอร็อค เดินทางมาซื้อสินค้าไปขายต่ออีกที นอกจากนี้แล้ว ภายในป่าไกล้ๆกับเมืองก็ยังเป็นแหล่งฝึกฝนฮันเตอร์มากมาย ส่วนหนึ่งนั้นจะเป็นกองกำลังพลธนูของอาณาจักร อีกส่วนจะก็เอาไว้เป็นกองกำลังที่คอยดูแลความสงบของเมือง


4 อาลเบอต้า ( Alberta ) เป็นเมืองท่าที่สำคัญของอานาจักรแห่งนี้ มันเป็นจุดแลกเปลี่ยนสินค้าของอานาจักรมิดการ์ดกับทวีปอื่นๆ เป็นที่ๆสามารถเดินทางไปยังทวีปอืนและเกาะต่างๆได้ ที่นี่จึงเป็นที่เรียนรู้ของคนที่มีความสนใจในด้านการค้าขาย มีสมาคมพ่อค้าตั้งอยู่ที่เมืองนี้ และยังเป็นที่ๆสอนเกี่ยวกับเทคนิกการซื้อขายต่างๆ รวมไปถึง การตีอาวุธ และการผสมน้ำยาต่างๆอีกด้วยด้วยเหตุนี้ เมือง อาลเบอต้าจึงเป็นเหมือนแหล่งผลิตอาวุธที่สำคัญสำหรับอานาจักร


5 กิฟเฟน ( Geffen ) เป็นเมืองที่เก่าแก่และมีอารยะธรรมเกิดขึ้นมากมาย มีเรื่องเล่าต่างๆหลายร้อยเรื่องที่เกี่ยวกับเมืองนี้ กิฟเฟนนั้นเป็นเมืองที่มีความเจริญทางด้ายเวทมนต์อย่างมากจนได้ชื่อว่า"เมืองแห่งเวทมนต์" ที่เมืองแห่งนี้มีหอสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ ณ กลางเมือง มันเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ต่างๆนานาของอาณาจักรเอาไว้ทั้งหมด คำถามทุกๆอย่างสามารถหาคำตอบได้ที่นี่อีกทั้งเมืองแห่งนี้ก็ยังได้รวบรวมหนังสือเวทมนต์เอาไว้มากมายและรวมไปถึงเวทมนต์ต้องห้ามด้วย คนที่สนใจในเวทมนต์ ส่วนใหญ่จะเดินทางมาที่นี่เพื่อฝึกฝนตนเองให้เป็น"จอมเวทย์" ( Wizard )นอกจากนี้แล้ว เมืองกิฟเฟนแห่งนี่ก็ยังเป็นแหล่งผลิตแร่ที่สำคัญ ทำให้เมืองแห่งนี้กลายเป็นแหล่งส่งวัตถุดิบที่สำคัญในการผลิดอาวุธให้กับสมาคมพ่อค้าอีกด้วย


6 อิซูด ( Izude ) เป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ไกล้ๆกับพอนเทร่า เป็นเมืองที่ไม่ค่อยมีความสำคัญอะไรมากมาย เมืองแห่งนี้ขึ้นอยู่ในการดูแลของพอนเทร่า ภายในเมืองเป็นที่ตั้งของสมาคมนักดาบเหล่าอัศวินของพอนเทร่าล้วนมาฝึกฝนการต้อสู้เบื่องต้นที่นี่ อีกทั้งเมืองนี้ยังติดทะเล ทำให้สามารถใช้เรือเดินทางไปยังเมือง อาลเบอต้า ได้


7 อาล ดี บาราน ( Al De Baran ) เป็นเมืองที่ไม่ค่อยติดต่อกับใครๆ คนในเมืองนั้นมีนิสัยรักความสงบสุข เมืองนี้จะไม่ค่อยมีนักเดินทางผ่านมาซักเท่าไหร่นัก เพราะอยู่ไกล้กับเขตอากาศหนาวและอยู่เกือบทางเหนือสุดของทวีป ในเมืองจึงมีแค่ชาวเมืองที่อยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขเท่านั้น


8 ลูเทีย ( Lutia ) เป็นเมืองที่มีหิมะตกเกือบตลอดเวลา อากาศในเมืองนั้นหนาวเย็น จึงทำให้มีชาวเมืองอาศัยอยู่กันน้อนมาก แต่ทว่ากลับมีตำนานมากมายเกิดขึ้นที่เมืองแห่งนี้อย่างเช่น ซานตาครอสภายในเมือง ลูเทีย แห่งนี้ ไม่ค่อยจะมีการติดต่อจากภายนอนมากนัก จึงกลายเป็นเมืองที่ห่างไกลจากความดูแลของ พอนเทร่า และเมื่อเกิดเหตุเดือดร้อนขึ้น ก็จะมีแค่ชาวเมืองเท่านั้นที่จะคอยปกป้องเมืองนั่นก็เพราะว่า กว่ากองทัพของอานาจักรจะเดินทางมาถึงที่เมืองนี้ได้ จะต้องใช้เวลาในการเดินทางร่วมเดือนเลยทีเดียว

 

 

นอกจากกองกำลังแห่งพอนเทร่าที่คอยปกป้องอาณาจักรแล้ว ดินแดนมิดการ์ดแห่งนี้ก็ยังได้รับการปกป้องโดยมหาเทพทั้ง 3 ซึ่งได้แก่


1 มหาเทพโอดิน ( Odin ) เทพแห่งสงครามและการต่อสู้ ผู้อยู่เหนือเทพทั้งปวง
2 เทพีเฟย่า ( Freya ) เทพแห่งความรอบรู้
3 เทพเจ้าทอร์ ( Thor ) เทพแห่งสายฟ้า ผู้ควบคุม ดิน ฟ้า อากาศ

 

เหล่าเทพทั้งสามนั้น ต่างก็ดูแลดินแดนมิดการ์ดให้ปลอดภัยจากเหล่าปีศาจมานานนับพันๆปี แต่แล้ว.........


เรื่องราวได้เรื่มต้นขึ้นเมื่อเฟย่าได้เกิดรักกับ "ซาตาน" จนมีบุตรขึ้นมาหนึ่งคน เป็นกึ่งเทพกึ่งปีศาจที่มีนามว่า ด็อปเปอแกรนเกอร์ ( Doppelganger ) ด็อปเปอร์เรียกได้ว่าเป็นผู้ที่เก่งกาจที่สุดในขณะนั้น เขามีพลังทำลายที่มหาศาลดุจปีศาจและมีความสามารถในการเรียนรู้ของเฟย่า เขาสามารถเรียนรู้วิชาการต่อสู้ต่างๆของเหล่าเทพได้ในเวลาอันรวดเร็ว รวมไปถึงในส่วนของวิชาต้องห้ามด้วยและแล้ววันหนึ่งด็อปเปอร์ก็ได้ขึ้นไปถล่มสวรรค์ เขาใช้วิชาที่เรียนรู้มาถล่มสวรรค์จนราบคาบ จนกระทั้งเทพเจ้าทอร์ต้องลงมาสังหารเข้าด้วยตัวเอง แต่ทว่า เทพเจ้าทอร์นั้น ยังไม่ใช่คู่มือของด็อปเปอร์เขาสังหารเทพเจ้าทอร์และแย่งชิงค้อนสายฟ้า "โยลเนียร์" ( Mjolnir ) มาจากเทพเจ้าทอร์ จากนั้นด็อปเปอร์ได้ใช้ค้อนสายฟ้าคลายผนึกประตูนรก ทำให้ปีศาจนรกจำนวนมากหลุดเข้ามาในอานาจักรมิดการ์ด และออกตระเวนไล่ฆ่าผู้คนไม่เว้นแม้แต่เด็กหรือคนแก่ เหล่าผู้คนมากมายต่างก็ถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม ร้อนถึงอานาจักรมิดการ์ดต้องทำสงครามกับพวกปีศาจ

ณ เวลานั้น ทั่วทั้งอาณาจักรต่างก็ตกอยู่ในความสับสนวุ่นวายและความหวาดกลัว เมื่อเทพโอดินรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ได้เริ่มทำสงครามกับด็อปเปอร์ในทันที โอดินรวบรวมเหล่ายอดฝีมือมากมายของอานาจักรมาสมทบกับกองทัพแห่งเทพและทำสงครามกับด็อปเปอร์ นานถึง 7วัน 7คืน สงครามครั้งนั้นได้ถูกบัญทึกไว้ในประวัติศาสตร์ เหล่าทหารเทพและอัศวินแห่งอาณาจักรเสียชีวิตในสงครามนับแสนภายหลังสงครามครั้งนั้นได้ถูกเรียกขานกันว่า "สงครามมหาเทพ" ท้ายที่สุดแล้ว ด็อปเปอร์ก็ไม่สามารถเอาชนะเทพแห่งสงครามอย่างโอดินได้ เขาจึงหนีเข้าไปในนรกและลงไปยังขุมสุดท้ายที่ลึกที่สุด

ณ ที่แห่งนั้น ด็อปเปอร์ได้ไปเจอเรื่องราวเกียวกับตำนานดาบปีศาจ "เทเลฟริ๊ง" ( Talefing ) มันเป็นดาบเล่มเดียวที่สามารถปิดผนึกดาบมหาเทพ "บลามุน" ( Balmung )ของโอดินได้ ด็อปเปอร์ศึกษาตำนานของดาบปีศาจอย่างรวดเร็วด้วยความสามารถแห่งเทพของเขา จากนั้นด็อปเปอร์ก็ได้ลงไปยังขุมนรกแห่งน้ำแข็งที่หนาวเหน็บ ซึ่งเป็นที่ปิดผนึกของดาบปีศาจ "เทเลฟริ๊ง"( Talefing ) ณ แท่นหินที่ใช้ผนึกดาบอยู่นั้น มีตัวอักษรสลักเอาไว้ว่า "ผู้ที่สามารถดึงดาบได้ คือผู้ที่ถูกคัดเลือกจากดาบ ผู้ใดที่มีอำนาจไม่เพียงพอ ผู้นั้นจะถูกมอบความตายเมื่อสัมผัส "

ด็อปเปอร์มองไปรอบๆห้อง เขาเห็นโครงกระดูกมากมาย มันเป็นซากของปีศาจที่คิดจะดึงดาบเล่มนี้ออกมา ถึงมันจะไม่มีใครเคยทำสำเร็จมากก่อนแต่ด็อปเปอร์ก็ยังคิดที่จะดึงดาบเล่มนั้นออกมาให้ได้และแล้วเขาก็ทำสำเร็จ ด็อปเปอร์ดึงดาบออกมาจากแท่นปิดผนึกได้ และในทันทีด็อปเปอร์ดึงดาบเล่มนั้นออกมา เขารู้สึกถึงพลังมากมายในตัวเขา "พลังแห่งความมืด" ด็อปเปอร์สามารถควบคุมดาบได้อย่างคล่องแคล่วภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที โดยที่ตามบันทึกนั้นได้บอกเอาไว้ว่า "ผู้ที่ครอบครองดาบนั้น หากจะใช้พลังของดาบให้ถึงขีดสุด จะต้องฝึกฝนการใช้เป็นเวลานับ 10 ปี"

เมื่อด็อปเปอร์ได้ดาบและพลังแห่งความมืดแล้ว เขาจึงกลับขึ้นไปบนสวรรค์อีกครั้ง ด็อปเปอร์จัดการสังหารกองทัพแห่งเทพทั้งหมดภายในเวลาเพียงแค่หนึ่งคืน และนี่เป็นครั้งแรกที่โอดินรู้สึกถึงความหวาดกลัว ในที่สุดการต่อสู้ก็เรื่มขึ้น ด็อปเปอร์ลงมือสังหาร"องครักษ์ทั้งสี่"แห่งโอดิน และได้ดวนดาบกับโอดิน จนในที่สุด ด็อปเปอร์ก็สามารถสังหารโอดินได้

หลังจากนั้น ด็อปเปอร์จึงใช้ปราสาทของโอดินเป็นที่อยู่ของตน ด็อปเปอร์ได้ไปเจอบันทึกในคัมภีร์เก่าแก่เล่มหนึ่งของโอดินที่กล่าวไว้ว่า "ดาบเทพนั้นจะไม่สามารถต่อกรกับดาบของมหาปีศาจได้ นอกจากจะใช้ดาบศักศิทธ์ "เอ็กคาลิเบอร์" ( Excalibur ) ที่มีพลังเหนือกว่าดาบปีศาจเท่านั้น แต่ทว่าดาบศักศิทธ์ได้หายสาบสูญไปนับพันปีและยังไม่มีใครสามารถหาพบได้ "

เมื่อด็อปเปอร์ได้รับรู้ดังนั้นก็รีบออกตามหาดาบศักศิทธ์เพื่อที่จะทำลายทิ้งในทันที แต่ทว่า ถึงแม้เขาจะออกตามหาดาบเล่มนั้นนานแสนนานเพียงใด เขาก็ไม่อาจที่จะหามันเจอได้ ดังนั้นด็อปเปอร์จึงได้ดวนดาบกับอัศวินทุกคนในมิดการ์ด และหวังว่าใครซักคนจะมีดาบศักศิทธ์อยู่ แต่แล้วด็อปเปอร์ก็คิดผิด เพราะไม่มีอัศวินคนใดในอาณาจักรแห่งนี้ที่จะสามารถเอาชนะด็อปเปอร์ได้

หลังจากนั้นด็อปเปอร์จึงได้กลับขึ้นไปบนสวรรค์อีกครั้ง เทพีเฟย่าได้เห็นถึงความผิดในสิ่งที่เธอกระทำลงไป ดังนั้น เฟย่าจึงใช้พลังทั้งหมดของเธอปิดผนึกประตูนรกอีกครั้ง รวมทั้งปิดผนึกด็อปเปอร์เอาไว้ส่วนลึกสุดของปราสาท กลาสเฮม ( Glast Heim ) ของเธอ แต่พลังของเฟย่านั้นไม่สามารถที่จะปิดผนึกด็อปเปอร์ตลอดไปได้ จะมีซักวันที่ด็อปเปอร์ จะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง...

 

หลังจากนั้นเฟย่าก็ได้ตายลง ด้วยการเสียสละของเฟย่า อานาจักรจึงกลับเข้าสู่ความสงบสุขอีกครั้ง ยุคแห่งสงครามจบลงแล้ว กาลเวลาได้ผ่านเลยไปนานนับพันปี เรื่องราวเหล่านี้ก็กลับกลายเป็นเรื่องเล่า จากเรื่องเล่ากลายเป็นตำนาน จากตำนานกลายเป็นเพียงเทพนิยาย บางคนก็เชื่อ บางคนก็คิดว่าเป็นเรื่องเหลวไหล เรื่องราวบางส่วนถูกหลงลืมบ้าง บิดเบือนบ้าง

 

เรื่องราวของ มหาเทพโอดิน เทพีเฟย่า เทพเจ้าทอร์ และ เทพอสูร ด็อปเปอร์แกรนเกอร์................

 

 

 

 

To Be Continued................

 

 

 




NEKOPOST.NET