Divine Of The King [Rewrite] ตอนที่ 9 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Divine Of The King [Rewrite]

Ch.9 - Act 9 รวดเร็วเกินไปแล้ว


"เอาหล่ะ มาถึงบทเรียนสุดท้ายละนะ ตัวข้า.."

ในห้องสีขาวที่ถูกปิดตาย ชายหนุ่มทั้งสองกำลังนั่งบนเก้าอี้และกำลังคุยกันแต่แปลกไปจากทุกครั้งคือ ทางซ้ายเป็นชายหนุ่มผมสีขาวดังประกายแสงดาวยามค่ำคืนกับนัยน์ตาสีทองอร่าม ส่วนอีกด้านคือ ชายหนุ่มผมสีขาวเช่นเดียวกับแต่นัยน์ตาสีม่วงเป็นประกาย

"จากที่มองผ่านตัวเจ้ามา ยุคปัจจุบันนี้รู้สึกได้ว่าต้องระวังตัวให้มากว่ายุคสมัยก่อนอย่างมากเลยหล่ะ"

"..เออ ท่าน.."

"ไม่ต้องเรียกท่านหรอก เรามันเป็นคนคนเดียวกันหนิ"

เสียงพูดในคราวนี้ออกมาจากใจจริงๆ สายตาของชายหนุ่มอีกคนจ้องมายัง ซีออน อี

"งั้น.. มิคาเอล จากนี้นายจะหายไปงั้นหรอ"

เสียงที่ยังไม่ค่อยมีความมั่นใจดังออกมาจากปากของซีออน อี ชายที่ชื่อว่ามิคาเอลก็ยิ้มขึ้นมาและบอกกับซีออนว่า

"ไม่หรอก...เราคือเจ้าเจ้าคือเรา เพราะฉนั้นหากตัวเจ้ายังคงอยู่เราก็ไม่หายไปหรอก"

...

หลังจากที่พูดจบ บรรยากาศก็กลับมาเงียบสงบ และจากนั้น...

"ในตอนที่จิตเราหลอมรวมกันเจ้าจะจำทุกอย่างได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรในอดีตที่ข้ารู้ก็ตามที รวมไปถึงพลังเวทย์ด้วยละนะ"

นี้เป็นเสียงสุดท้ายที่ซีออนได้ยินในตอนนั้นนั้นเอง

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขณะ เกิดการพนันพนันอย่างดุเดือด ณ ป่าโรนอส ทางตะวันตกของอารีน่า

“ถอดมงกุฎ แล้วส่งมาให้ชั้นซิ ซีออน อี”

“ตามบัญชา ขอรับ”

ย้อนไปกก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที ขณะที่ชายหนุ่มผมสีขาวกำลังวิ่งหนีออกมาจากสมรภูมิ มีหญิงสาวได้แอบสะกดรอบตามเขาไปและในที่สุดชายหนุ่มก็ตกอยู่ในมนต์สะกด

 

มายด์ สริงค์

เป็นเวทย์มนต์ที่ใช้ควบคุมจิตใจแต่อยู่ในระดับต่ำ ใช้ได้กับผู้มีพลังเวทย์เวทย์ต่ำได้ดี

 

ซีออนถอดมงกุฎออกมาและเดินเข้าไปหา ลีนาลี เพื่อที่จะส่งมงกุฎให้เธอตามคำพูดของเธอ แต่ว่า...

“อ้ะ!!”

ซีออนดีดมงกุฎขึ้นและเตะตัดขาเธอจนล้มลง

“โอ้ย!!!”

และเขาก็นั่งทับลงบนตัว ลีนาลี!!!

“แหม่ๆ เคสเตอร์ขั้น สี่  ไม่ซิๆ 1ใน10 กุญชือ&ครูเสดเดอร์ แห่งอาณาจักร ไวว์เวอร์น ลีนาลี แอล โอ๊ะโอ!! เธอนี้มัน...”

ลีนาลีกำลังอึ้งกับคำพูดที่ ซีออนพูดออกมาอย่างถูกต้องทั้งหมด แต่ก็ถูกขัดจังหวะโดยการ...

“89 58 88 ฮึ้ม ... ฟิ้ววว เป็น ไอดอล น่าจะรุ่งกว่าแท้ๆ เฮ้อ...”

ชายหนุ่มพูดขึ้นมาพร้อมผิวปาก หน้าของเธอก็แดงขึ้นมา และเธอก็ยกแขนขึ้นมาเพื่อที่จะเรียกอาวุธออกมา ...

หมับ!!!

แขนทั้งสองข้างของเธอถูกซีออนจับไว้และกดลงพื้น

“ถ้าคิดจะเสกอาวุธออกมา อย่าหาว่าชั้นไม่เตือนนะ”

ซีออน ยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน(เลศนัย)

“นน..นาย ปล่อยชั้นนะ”

ลีนาลี ตะโกนใส่ซีออนด้วยความโกรธ+อาย

“ปล่อยก็ปล่อย”

ซีออนพูดพร้อมกับปล่อยมือของเขา

“!!! นายยย...”

“อะไรหรอ?”

“ถอนเวทย์ล็อกของนายออกไปด้วยซิ ย่ะ”

ถึงซีออนจะปล่อยมือ แต่มือของเธอถูกแสงสีเหลืองๆยึด ไว้อยู่ติดกับพื้นดิน เธอกำลังจะตะโกนขอความช่วยเหลือแต่ทว่า...

"ขืนร้องหรือตะโกนขึ้นมาชั้นจะทำให้เธอพูดไม่ได้อีกพักใหญ่ๆเลยนะรู้ไหม๊  ลี – นา – ลี  หึหึ”

"ปล่อยชั้นนะไม่งั้นชั้นจะ ...”

"จะ...?”

"ขอร้องแหละค่ะ ชั้นขอโทษที่ตามนายมา “

"แล้ว...?”

"ชั้นขอโทษที่ควบคุมนาย”

"แล้ว...?”

“นายหล่อมากเลย ซีออน อี”

“โอโหแฮะ ชั้นชอบอันสุดท้ายที่สุดเลยนะรู้ไหม๊ แต่ชั้นรู้นะ ว่าแคสเตอร์สามารถใส่ มนต์หรือคถา ไว้ในคำพูดได้จริงไหม๊ ลีนาลี ถึงแม้ว่าเธอจะมีตำแหน่งเป็นครูเสดเดอร์ก็เถอะ“

ลีนาลีหน้าซีดขึ้นมาทันใด เมื่อ ซีออนพูดอย่างนี้ขึ้นมา

“ วิธีที่ดีที่สุดคืออะไรรู้ไหม๊ ที่จะทำให้แคสเตอร์ไม่สามารถใช่มนต์ได้หน่ะ”

เธอเงียบกริบ และอยู่ดีๆก็หน้าแดงขึ้นมา เมื่อซีออนใช้นิ้วชี้ไปที่ปากของเธอแล้ว พูดว่า

“แบบนี้ไง…”

!!!

ซีออนเคลื่อนหน้าไปใกล้ลีนาลี และเขาก็...ใช้....

...

...

หัว!...โขกใส่เธอเต็มแรง!!!!

“อักส์ !!!  >W<

“ !!!! ” 

ลีนาลีสลบไปแต่ซีออน...

“หัวแข็งเป็นบ้าเลย!!! โอยยย...”

พอซีออนร้องครวญครางเสร็จแล้วเขาก็หันมามองที่ลีนาลีอีกที เขาใช้มือของเขาปัดผมหน้าม้าของเธอออกและ...หยิบมงกุฎของเธอและของทีมสีเขียวมาใส่หัวตนเอง

“สองอันนี้เป็นค่าทำขวัญที่ทำให้ชั้นตกใจ ส่วนเฮดบัดนั้น ชั้นไม่คิดเงินนะ เฮ้อ พวกตัวแทนน่ากลัวกันจริง เป็นนักรบแล้วยังใช้เวทย์มนต์ได้อีกต่างหาก ”

ขณะที่ซีออนบ่นพึมพำออกมา ก็มีเสียงพูดของคนเข้ามาแทรกว่า ...

“สวัสดี มิคาเอล”

!!!

ทันใดนั้นเอง

ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

ในทางสำนักงานข่าว BBS

“เกิดอะไรขึ้นทางด้านป่าโรนอส ฮะ!!!”

ชายในชุดยูคาตะ พร้อมกับดาบประจำตัวทั้ง 3 เล่มพูดออกมา

“ครับ ท่าน เอ เอฟ. ทางเรากำลังตรวจสอบครับ ใจเย็นๆหน่อยครับ”

“แอนคุง”

!!!

มีเสียงเข้ามาแทรกในตัวของ เอ เอฟ.

“โรซ่า ชั้นฝากเธอดูแลทางนั้นด้วยนะ ชั้นรู้สึกได้ถึงออร่าบางอย่าง ที่กระจายมาถึงที่นี่หน่ะ”

“ได้ เดียวชั้นจัดการเอง”

โรซาเรียรีบพุ่งออกไปแต่ติดม่านพลังบางอย่าง

 ปึ๊ก!!!!

 เธอค่อยๆนั่งลงทิ้งอาวุธในมือของเธอเอามือกุมหน้าผากที่ชนบางอย่างที่มองไม่เห็น ทุกคนต่างทำเป็นไม่เห็นอะไรทั้งนั้น...พอเธอหันมาทางทีมๆอื่นๆที่เหลือ หน้าของเธอแดงและมีน้ำตาเล็ด ผู้ชายทั้งหมดไม่กล้าสบตาเธอเลยสักคนตั้งแต่เสี้ยววินาทีเห็นหน้าสีแดงๆของเธอพร้อมกับน้ำตา ก็หันหน้าไปคนละทิศคนละทางและเธอก็ยืนขึ้นมาใหม่พร้อมกับบางสิ่งที่เปลี่ยนไปนิดหน่อยคือ ...

แพล้งงงงง!!!!

ข่ายเวทมนต์แตกกระจายไม่เป็นชิ้นดี ... และเธอก็พุ่งออกไปไม่ซิ ถ้ามองจากสายตาของทุกคนเธอหายไปมากกว่า

 

ทางด้านป่าโรนอส

 

 การต่อสู้ได้หยุดลงโดยทันใด ทุกคนกำลังยืนอึ้งกับภาพที่ตนเห็น คือ มังกรดำบินโฉบลงมาทางป่าที่ราชาของทีมสีขาววิ่งเข้าไป

แบล์รมองหน้าของโคเมย์ ด้วยสีหน้าซีดๆและพูดว่า

“เป็นเพื่อนนายหรือเปล่า ไหนว่าเค้าไม่มีพลังอะไรไงละ”

หลังจากเธอพูดจบโคเมย์ก็หันกลับไปมองทางที่มังกรพุ่งลงมาด้วยความตระหนกแต่ทุกอย่างก็หยุดแค่นั้นเพราะว่า...

“มีใครอยู่ในป่านั้นไหม”

!!!

หนึ่งในสี่จตุรเทพ อาร์ เอ็ม!!! มาอยู่ด้านข้างของโคเมย์โดยที่เขาไม่ทันรู้ตัว

 

โฮกกกก !!!! (เสียงมังกรคำราม)

ทุกคนต่างตื่นตระหนกเพราะไม่รู้ว่าทำไมมังกรจึงปรากฏตัวขึ้นที่นี่ แต่ตัวการคงจะรู้ว่าทำไม แม้ว่าสิ่งที่คนอื่นได้ยินคือ เสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวแต่ว่า...

 

ย้อนกลับไปที่ มังกรคำราม  

(การคุยกันทางกระแสจิต)

โฮกกกกกกก!!!!!(มิคาเอลลล!!!)

 

“อะไรจะรวดเร็วขนาดนี้2500กม.ในหนึ่งชมนี้นะ!!!”

 

(การคุยกันทางกระแสจิต)

(กล้ามากเลยนะที่ปรากฏตัวออกมาให้ข้ารับรู้)

(โอ๊ะ ไงโครโน่ ไม่เจอกันร้อยกว่าปียังดูหนุ่มนะ)

(ฮ่าๆๆ เบี่ยงประเดนเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะ)

(อ่าา ใช่ซิ เชอร์รี่สบายดีไหม)

เส้นเลือดที่หัวของโครโน่บูดออกมาอย่างเห็นได้ชัด

โฮกกกก (กล้าเอ่ยชื่อลูกสาวข้าเชียวรึ บังอาจจจจ)

มังกรดำกระพือปีกอย่างรุนแรง จนเกิดเป็นพายุขนาดย่อมส่งผลให้เศษไม้ที่อยู่รอบๆในรัศมีสองร้อยเมตรกระจายหายไป

(โอ่ยๆ โอ๊ะ..หน่ะเห็นไหมนายทำสาวน้อยหุ่นสะบึ้มปลิวไปโน้นแล้วนะนั้น)

ร่างกายของลีนาลีปลิวไประยะประมาน 50 เมตรเพราะเสียงคำรามและแรงกระพือปีกของโครโน่

(อ่อ ตอนนี้ข้าก็เป็นตัวร้ายละซิ)

“ก็เล่นแบบนี้เองหน่ะซิ พุ่งลงมาโดยไม่ปรึษาอะไรกันเล้ยยย”

(ฮ่าๆๆ ช้าไปสักสิบปีนะ แค่จะมาบอกว่าสัญญาหมดแล้วหล่ะ)

!!!

หน้าของซีออนเริ่มซีดขึ้นมา พร้อมกับความทรงจำที่ย้อนกลับไป

(เออคุณโครโน่ครับ)

ซีออนยิ้มเห่ยๆออกมาพร้อมขยับนิ้วเบาๆ

(มีอะไรงั้นหรือ อดีตผู้กล้า)

(ทำสัญญากันไหมได้ไหม เอนเลสเลยก็ได้ ตอนนี้ยังไม่อยากสู้กับคุณหน่ะครับ)

(ก็บอกละไง...ช้าไปสักสิบปี!!!)

แต่ทางซีออนคุกเข่าลงพร้อมกับคำนับ โครโน่ ด้วยท่าทีที่สงบหนิ่ง ทันใดนั้นมังกรก็เงียบสงบและจ้องที่ซิออนด้วยสายตาที่แน่นิ่ง

(ขอร้องหล่ะ) 

!!!

โครโน่ ตกใจอย่างมากเพราะตลอดร้อยสิบเอ็ดปีมานี้เขานึกว่าเป็นการเล่นตลกอะไรซักอย่างของซิออนที่ไม่กลับมาต่อพันธะสัญญา

(หืมม งั้นแปลว่านายก็ตายไปแล้วใช่ไหม)

(ถูกต้องตามนั้น)

(แล้วนายกลับมาได้ยังไงในเมื่อตายไปแล้ว)

(อืมม งั้นจะเล่าให้ฟัง ในศึกครั้งก่อน ลูจั...เอ้ยไม่ซิ ลูซิเฟอร์ได้ร่ายมนต์สาบชั้นว่า ข้าขอสาบให้พลังของเจ้าถูกผนึกออกเป็นเจ็ดส่วนและไม่มีวิธีแก้คำสาปนอกจากเจ้าจะนำพลังกลับมาด้วยตัวของเจ้าเอง และจากนั้นพลังในตัวชั้นก็กระจายหายไปเหลือเพียงแต่กายจิตหน่ะ ส่วนรูปปั้นทองนั้นชั้นทำเผื่อไว้ในอนาคตละนะ”

โครโน่ อึ้งกับสิ่งที่ซิออนพูดออกมา และสามวิต่อมาก็เริ่มรู้สึกถึงความปกติของคำพูดของเขาและโครโน่ก็ถามเขาว่า

(เธอไม่ใช่คนที่จะสาปใครง่ายนี้นา...หรือว่า นายไป ... กับลูกสาวของเธอมานะ)

ซิออนถูกสตั้นไป 2 วิครึ่งและก็พูดต่อว่า

(ทำสัญญาเอนเลสกันเถอะ)

(เปลี่ยนเรื่องเร็วมากนะแก)

(แกเจ้ามังกรไร้สกุลคิดว่าชั้นเป็นคนแบบนั้นงั้นหรอ)

โครโน่ก็ถอนหายใจและพูดกับซีออนว่า

(ชั้นของถามบางอย่างกับเจ้าหน่อยซิ ทาราบาส มิคาเอล)

ซีออนก็ค้อนใส่ โครโน่และพูดกลับว่า

“อะไรหล่ะ”

เมื่อโครพูดออกมา เวลาผ่านไป 10 นาทีกว่า สายลมอันอ่อนโยนพัดผ่านทางด้านหน้าของซีออนปรากฏเห็นรอยยิ้มของเขาอย่างชัดเจนและเขาก็พูดว่า

“ในนามแห่งจตุรเทพอาณาจักรแห่งความสงบ ทาราบาส มิคาเอล... ไม่ซิ ในนามของข้า ซีออน อี ขอยื้นพันธะสัญญาเอนเลสแก่ โครโน่ เจ้านภาแห่งไอริส”

โครโน่ยิ้มขึ้นมาและก้มหัวให้ซิออนอย่างช้าๆ และพูดว่า

(ข้าจะรับใช้ท่าน สู้เคียงบ่าเคียงไหล่ท่าน จนกว่าชีวิตจะหาไม่)

หลังจากที่มังกรทมิฬแห่งไอริสได้กล่าวปฏิญาณตน ซิออนก็พูดว่า

“พันธะสัญญาเสร็จสมบูรณ์”

ม่านพลังของโครโน่ที่สร้างขึ้นได้สลายหายไปและมังกรทมิฬแห่งไอริสขนาดตัวเท่าภูเขาก็ถูกย่อลงเหลือเท่าลูกแมวน่ารักตัวหนึ่ง แต่ทว่า

“ดีใจด้วย มิคาเอล ได้ทำพันธะสัญญาอีกครั้งหนึ่ง”

!!!

เสียงแสดงความยินดีดังขึ้นมาจากข้างหลังของเขา

End Act IX




NEKOPOST.NET