[นิยายแปล]ไปจีบสาวที่โลกอนิเมะกันเถอะ! ตอนที่ 7 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล]ไปจีบสาวที่โลกอนิเมะกันเถอะ!

Ch.7 - แค่เดินผ่านมาจริงๆนะ


เมิน ลูลู่ ที่เข้าโหมดป้องกันคนโรคจิต เขาหันหลังกลับ และโบกมือให้

 

“โอเคๆ แค่นี้ไม่มีปัญหาแล้วใช้ไหม เธอนี่จริงๆเลยนะ ทั้งๆทีเมื่อกี่ฉันโดนแอบดูตอนอาบน้ำ ฉันยังไม่รีแอคชั่นเวอร์เหมือนเธอเลย”

 

ลูลู่ยังประท้วงอยู่ดี ถึงแม้ทางเทคนิคจะใช้ก็เถอะ ไม่ว่าจะดูยังไงมองบนมองล่าง เธอก็โดนเอาเปรียบอยู่ดี ทำไมนายนี้ถึงหน้าด้านยังงี้นะ

 

“ฉันไม่อาบแล้ว!!” เธอบุ้ยปากแล้วก็หันหน้าไปอีกทาง

 

ยักไหล่อย่างจนปัญญา เด็กหลังยุค90นั่นเอาใจยาก เขาไม่เคยคิดเลยว่า ขนาดเด็กต่างโลกก็ยังเอาใจยากด้วย.....

 

ยังคงทำหน้ากวนๆ เขาตอบเธอ แต่ไม่ได้หันกลับไป

 

“อย่างน้อยเธอก็ควรทำให้ตัวเปียกซักหน่อยนะ ไม่งั้นเพื่อนเธอจะสงสัยเอา”

 

จริงด้วย มาอาบน้ำตั้งนาน แต่ตัวไม่เปียก ต้องโดนสงสัยแน่นอน ถ้าเป็นแบบนั่นคงจะเป็นเรื่องยากที่จะหาคำแก้ตัวดีๆ

 

ถ้าไม่ใช้เพราะว่า เธอกำลังอยู่ระหว่างมาฝึกภาคสนามของจริง เธอคงจะโยนผ้าเช็ดตัวทิ้งแล้วก็รีบกลับบ้าน นี้ถึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ตอนเธอเจอทะเลสาบ เธอถึงดีใจมาก

 

แม้กระทั้งตอนนี้ ที่ต้องมาเจอผู้ชายบ้าๆอย่างวู่หยาน แต่ความอยากอาบน้ำของเธอก็ยังไม่ลดลงไปเลย

 

แต่ถึงจะเป็นแบบนั่น ตรงหน้าเธอก็มีผู้ชายยืนอยู่ แถมตอนนี้ก็ยังกลางวันแสกๆ จะให้เธอมาโชว์อาบน้ำแบบนั่น เธอจะไปทำได้ยังไง

 

“แต่....นายยังยืนที่นี้...” ลูลู่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการพูดแต่ละคำ ด้วยหน้าตาที่เหมือนกับกำลังทำอะไรผิดสักอย่าง ถ้าผู้ชายคนอื่นเห็นละก็คงกลายเป็นหมาป่ากระโดดเข้าหาเธอแน่นอน

 

แต่น่าสงสาร เพราะผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอเป็น โอตาคุ ยิ่งกว่านั่นเขาหันหลังให้ โดยเมินฉากสวยๆงามๆนี้อย่างสิ้นเชิง ช่างเป็นผู้ชายที่สมควรโดนสวรรค์ลงทัณฑ์จริงๆ....

 

“นี้มันช่วยไม่ได้ ถ้าไม่ใช้เพราะข้างนอกมีกลุ่มของเธออยู่ ฉันก็คงออกไปนานแล้ว”

 

มันเป็นเรื่องจริง หลังจากบิ๊กแบงที่ชื่อว่าอินเทอร์เน็ตในศตวรรษที่ 21 ความลึกลับและความลับต่างๆของร่างกายผู้หญิงทั้งหมดเขารู้หมดแล้ว แม้ว่าหัวเรื่องมันจะต่างกัน แต่ภาพบนจอจะเปรียบเทียบกับภาพจริงได้อย่างไร? แต่เนื่องจากเขาไม่ได้เป็นอินคิวบัสที่ความนึกคิดถูกกำหนดโดยอวัยวะช่วงล่าง แม้ว่าเขาจะเสียดายนิดหน่อย แต่มันก็แค่นั่น.....

 

"งั้นจะให้ทำยังไง?" อย่าบอกนะว่าเธอต้องอาบน้ำต่อหน้าเขาจริงๆ? นี้มันออกจะ......

 

วู่หยาน ขมวดคิ้ว หยิบเอากางเกงในที่เขาถองไว้ที่ริมชายฝั่ง ก่อนจะมองมันด้วยความขยะแขยง

 

เขาฉีกกางเกงใน แล้วใช้ชิ้นส่วนมันมาปิดตาตัวเอง

 

เธอมองอย่างอึ้งๆ ก่อนที่ปากของเธอเริ่มจะสั่น เธอพยายามกลั้นสุดตัวเพื่อไม่ให้หัวเราะออกมา ขณะที่มือทั้งสองข้างก็รีบยกขึ้นมาปิดปาก แต่ความพยามของเธอก็ดูน่าสิ้นหวังมาก.....

 

หลังจากสังเกตใบหน้าของเขาแปปนึง เธอก็พูดออกมาด้วยความสุขว่า “นายห้ามแอบมองฉันเด็ดขาดเลยนะ เข้าใจไหม?!”

 

เขาพูดไม่ออกเลย

 

“ลูลู่น้อย สบายใจได้ ถ้ายังไม่ถึงจุดที่พวกเรานอนเตียงด้วยกัน ฉันจะยังไม่รีบ ‘กิน’ เธอ”

 

ใบหน้า ลูลู่ เริ่มแดง ก่อนที่จะมองค้อนใส่วู่หยานไป แล้วค่อยๆถอดเสื้อผ้าออก.....

 

ฟังเสียงเสื้อถอดผ้าพร้อมๆกับคนลงน้ำ เขาก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา

 

‘นี้มันทดสอบความอดทนของเรารึไง? แล้วทำไมเราถึงต้องตื่นเต้นขนาดนี้นะ โว้ยย พี่ชายคนนี้ยังไม่อยากเป็นขันทีนะโว้ยย’ (@คือ อดทนจนสุดท้ายก็ไม่มีอารมณ์ต่อผู้หญิงครับ)

 

“ฟู่~~ เอาละ นายเอาไอ้นั่นลงได้แล้ว(กกน)”

 

หลังจากผ่านไป ไม่รู้ว่านานเท่าไร น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุขของ ลูลู่ ก็ดังออกมา ปลุกวู่หยานที่กำลังง่วนอยู่การนับพระและแม่ชีในใจ(@เหมือนนับแกะ)

 

เอากางเกงในลง ก่อนจะขย้ำๆมันเป็นลูกบอลแล้วปาทิ้ง

 

วู่หยานหัวหน้าไปมองลูลู่ ที่ตอนนี้ใส่ชุดเรียบร้อย ตามผิวและผมยังมีน้ำหยดอยู่ แสดงว่าเพิ่งอาบน้ำเสร็จ แก้มอันน่าหลงใหลที่ตอนนี้ผลิบานด้วยรอยยิ้ม ดูเหมือนว่าการอาบน้ำสำหรับลูลู่ จะเป็นอะไรที่มีความสุขมาก

 

ชื่นชมความสวยของเธอ วู่หยานพูดตรงไปตรงมาว่า

 

“ไม่อยากพูดแบบนี้เลยนะ แต่เธอนี้สวยซะจนผู้หญิงคนอื่นต้องอิจฉาตาร้อนแน่เลย”

 

ฟังวู่หยาน ลูลู่ไม่มีท่าทีแปลกใจอะไร ยกแขนทั้งสองขึ้นมาเท้าสะเอวเล็กๆของเธอ ใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยมั่นใจในตัวเอง ก่อนจะพูดว่า “ของมันแน่อยู่แล้ว หุๆ ฉันนะน่ะมีผู้ชายตามจีบเป็นพรวนเลยแหละ”

 

สนุกกับท่าทางของเธอ วู่หยานยักไหล่แล้วพูดว่า “จ้า จ้า ลูลู่มีเสน่ย์ที่สุด สวยที่สุดเลย~ แล้วก็รีบพาฉันออกไปได้แล้ว ”

 

“เหอะ! ไม่มีความจริงใจเลยสักนิด!” ลูลู่ย่นจมูกของเธอ ส่งเสียงไม่พอใจใส่ แล้วหันหน้า นำทางวู่หยานออกไป......

 

ทันใดนั่น วู่หยาน ก็นึกถึงเรื่องคอขาดบาดตายได้

 

“ใช้แล้ว ลูลู่ เธอจะอธิบายเรื่องของฉันให้กลุ่มของเธอยังไง?”

 

เท้าที่กำลังยกขึ้น ค้างกลางอากาศเหมือนรูปปั้นอยู่อย่างนั่น

 

“….”

“….”

 

รอบตัวทั้งคู่เงียบหมด มีเพียงแค่ดวงตาที่จ้องกันไปมา วู่หยานหัวเราะแห้งๆ

 

...................

 

“คุณหนู ในที่สุดท่านก็อาบน้ำเสร็จซักที ถ้าคุณหนูยังไม่ออกมา ท่าน เฟยเฟย จะเข้าไปตรวจดู ”

 

ขณะที่ลูลู่เดินออกมา ก็มีลุงคนนึงเดินเข้ามา ดูแล้วจะเป็นหนึ่งในองครักษ์ ลุงคนนี้รีบกวาดสายมองลูลู่ขึ้นๆลงๆไม่หยุด เหมือนจะหาว่าตัวเธอมีอะไรเสียหายไหม

 

“ไม่มีอะไร บางทีเพราะมันสบายเกินไป ฉันเลยลืมเวลาเลยอาบซะนาน” เธอหลบสายตาออกไป.....อ่า..แต่โชคดีจังที่นายนั่นไม่ได้เจอโหมดน่ากลัวของลุง

 

“ลิวลู เธออาบน้ำนานจริงๆนะ......” เสียงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นดังออกมา วู่หยานที่กำลังซ่อนตัวอยู่จำเสียงนี้ได้ทันที เจ้าของเสียงนี้เป็นคนคุยกับลูลู่ตอนที่เจอทะเลสาบ

 

ในสายตาของเขา ผู้หญิงตัวสูงใส่เสื้อแขนสั้นและกางเกงขาสั้น ยืนอยู่ใจกลางของกลุ่มองครักษ์ ผู้หญิงคนนี้มีผมสีเงินยาวที่สวยมาก เธอคนนี้ดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเมื่อเทียบกับลูลู่ที่ออกแนวน่ารัก แถมหน้าอกเธอก็ใหญ่กว่าลูลู่  ทำให้เธอดูมีเสน่ย์มาก

 

“พี่เฟยเฟย นั่นเป็นเพราะน้ำมันเย็นสบายเกินไปต่างหาก!”

 

เมื่อลูลู่เห็นผู้หญิงที่ชื่อเฟยเฟย เธอก็ยิ้มทันที แล้วตรงเข้าไปกอดเหมือนเด็กน้อย ทั้งคู่ดูเหมือนพี่น้องร่วมสายเลือดกันจริงๆ

 

ยังก็ไงตามวู่หยานก็รู้ว่า สำหรับลูลู่ คนที่ชื่อเฟยเฟยสำคัญกับเธอมาก แต่เธอไม่ใช้พี่แท้ๆของลูลู่ ทำไมเขาถึงรู้นะเหรอ ง่ายมาก เพราะลูลู่เป็นคนพูดก่อนหน้านี้ว่า ตัวเองเป็นลูกคนเดียว..........

 

เฟยเฟยที่ถูกลูลู่กอด สายหัวอย่างอดไม่ได้ “ทุกคนเค้ารอเธออยู่นะ แล้วยังมีหน้ามายิ้มอีก....”

 

เธอแลบลิ้นออกมาแล้วหัวเราะ ราวกับว่ามันไม่ใช้ธุระของเธอ

 

ตอนนี้ เขารู้ว่ามันเป็นโอกาสเดินออกไป กระชับดาบคุซานางิที่เอว วู่หยานเดินออกไปจากที่ซ่อน

 

“ใคร!!!” เนื่องจากหยานไม่ได้คิดจะปิดเสียงฝีเท้า   ลูลู่และเฟยเฟยรีบชักอาวุธของเองออกมา ตะโกนใส่ทิศที่ได้ยินเสียง

 

ลูลู่ จ้องวู่หยานด้วยใบหน้ากระวนกระวาย ตามที่ปรึกษากันเมื่อกี่ ผลคือวู่หยานให้เธอเดินออกมาก่อน แล้วเตียวตัวเองจะตามออกมาทีหลัง

 

เธอได้ถามไปว่ามีแผนอะไร วู่หยานได้ตบอกตัวเองด้วยความมั่นใจเต็มหน้า บอกเธอว่า “ปล่อยเรื่องทั้งหมดให้ฉันจัดการเอง!”

 

นั่นทำให้เกินเหตุการณ์ปัจจุบันขึ้น วู่หยานจะทำอะไรเธอไม่รู้เลย มันจึงทำให้เธอค่อนข้างกังวล

 

เฟยเฟย กอดลูลู่แน่น ขมวดคิ้วมองไปทางวู่หยานที่ค่อยๆเดินใกล้เข้ามา

 

ถึงแม้จะดูเหมือนมนุษย์ที่ไร้พิษภัยและเธอไม่สามารถตรวจจับปราณหรือพลังเวทจากตัวอีกฝ่ายได้ แต่เธอก็ยังระวังไว้ เธอไม่ต้องการให้ลูลู่เป็นอะไรไปเพราะความประมาทของตัวเอง

 

วู่หยานทำราวกับว่าไม่เห็นท่าทางอีกฝ่าย ยังเดินเนิบๆมาจนถึงตรงหน้า

 

เมื่อเดินมาจนระยะห่างระหว่างทั่งสองฝ่ายเหลือ5เมตร วู่หยานหยุด และเปิดฟังค์ชั่นตรวจสอบของระบบ เพื่อประเมินคนพวกนี้

 

โดยไม่นับทั้งสองสาว กลุ่มองครักษ์จะมีประมาณ30คน และมีเลเวล20-29คละกันไป

 

มองไปที่อาวุธในมือของพวกเค้า วู่หยานได้ตัดสินสถานการณ์ องครักษ์พวกนี้เป็นนักรบ เพราะคงไม่มีนักเวทที่ถือดาบ หอก ขวานและอาวุธประเภทอื่นๆ

 

ยิ่งไปกว่านั่น นักเวทเป็นอาชีพที่ค่อนข้างหายาก การศึกษาเวทมนตร์ได้หรือไม่นั่นขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ คนธรรมดาทั่วไปไม่สามารถเป็นนักเวทได้ ดังนั่นสัดส่วนระหว่างนักเวทและนักรบจึงมีประมาณ 1ต่อ100คน จากตรงนี้สามารถรู้ได้เลยว่า การที่ลูลู่สามารถฝึกมาจนถึง นักเวทระดับ4 ด้วยอายุเพียง17ปี พรสวรรค์ของลูลู่นั่นสูงมาก

 

ทั้ง30คนเป็นนักรบระดับ3 สมแล้วที่เป็นถึงตระกูลอันดับหนึ่งของจักรวรรดิไอย์ลูที่ทรงอำนาจ แต่ละคนมีพลังพอที่จะฆ่าเราได้เลย........

 

ในใจแม้กำลังคิดแบบนี้อยู่ แต่สีหน้าเขายังเรียบเฉยไม่เปลื่ยน

 

เมื่อมองไปทางลูลู่ ในที่สุดสีหน้าวู่หยานก็เปลี่ยนไป ดูกดดัน ในใจช็อคมาก

 

เฟยเฟย(LV 68 )

 

ระดับ7!! (7th Rank)

 

เอ่อ วู่หยานยอมรับว่าตัวตกใจมาก บัดซบ! ทำไมผู้หญิงที่ดูเหมือนเหมาะจะเป็นเมดมากกว่าองครักษ์และอายุก็ไม่ได้มากไปกว่าเขา เลเวลถึงเกือบจะ70!?

 

ถ้าเป็นลุกแก่ๆใบหน้าเจนโลก เขาจะสามารถยอมรับมันได้เพราะอายุมากกว่าตัวเอง แต่ตอนนี้ทำไมถึงมีผู้หญิงที่อายุก็ไม่ได้เยอะกว่าตัวเอง ถึงเก่งกว่าได้!!

 

นี้ฉันยังเป็นพระเอกอยู่ใช้ไหม!!?หรือเปลื่ยนแล้ว? อ่า!!

 

อนิจจา วู่ได้ลืมไปแล้วว่า ลูลู่ที่อายุน้อยกว่าตัวเองก็มีเลเวล35……..

 

ถ้า.....นี้เป็นนิยาย คงไม่ใช้ว่าเป็นชะตาอาภัพ? (@ทับศัพท์เลยละกัน แปลว่า ตัวเอกที่โชคร้ายตั้งแต่เกิด พ่อแม่ตาย เพื่อนสมัยเด็กก็ตาย)

 

ไม่ต้องการโว้ย!!

 

ในใจตะโกน วู่หยานย่นตาตัวเอง เงียบต่อไป

 

“นายเป็นใคร และทำไมถึงมาที่นี้!”

 

ลุงวัยกลางคนยังคงไม่ลดอาวุธลง ถึงแม้ตัวเองจะไม่รู้สึกถึงความอันตรายจากตัววู่หยานก็ตาม แต่ก็ไม่กล้าประมาท

 

ด้วยการที่ทุกคนแสดงท่าทางไม่มิตรต่อเขา วู่หยานรีบควบคุมอารมณ์ที่กระเจิงไป และยิ้มอย่างนิ่มนวลไปให้ลุง ก่อนจะพูดอย่างแผ่วเบาว่า....

 

“ก็แค่คนที่เดินผ่านมา เล่นๆ......”

 

ทันใดนั่น องครักษ์ที่กำลังตื่นตัว ก็แข็งค้าง

 

ลูลู่หัวหน้ากลับไปสบเข้าที่อกของเฟยเฟย ทั้งตัวเธอสั่นไปหมด

 

‘เธอไม่กล้าพอที่จะมองต่อ.....’

 

‘ถ้ามองอีกครั้ง เธอคง....อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้แน่ๆ.....’

 

เฟยเฟยไม่สามารถรักษาความใจเย็นไว้ได้ จากเดิมบรรยากาศตึงเครียด ถูกคำพูดเพียงแค่ไม่กี่คำของวู่หยานเป่าทิ้งไปหมด......

 

ตอนนี้วู่หยานไม่รู้จริงๆว่าตัวเองพูดอะไรผิด มองหน้าทุกคนอย่างมึนงง

 

หรือว่าจะเป็นเพราะ.......กลัวฮาคิราชันย์ของพี่ชายคนนี้?

 

ในหัวได้วิเคราะห์สถานการณ์การ แล้ววู่หยานก็ได้ตัดสินใจที่จะ....

 

พูดแม่งอีกรอบละกัน!

 

“ก็แค่คนที่เดินผ่านมา เล่นๆ......”

 

เสียงนี้ได้ปลุกทุกคน และก่อนที่จะมีใครตอบสนอง ลูลู่ ก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เธอยกหัวขึ้นมา มองไปที่ วู่หยาน โดยพยายามทำสีหน้าตายด้าน ได้ตะโกนเสียงดังว่า

 

“นายมัน...ไอ้โง่!!!”

 

(1คอมเม้น=1กำลังใจ ชอบอ่านคอมเม้น555 ถ้าเจอคำผิดตรงไหนบอกได้นะครับจะแก้ให้)

 

                                             สุดท้ายนี้

 ขอให้มีความสุขกับวันลอยกระทงนะครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




NEKOPOST.NET