[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล ตอนที่ 75 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล

Ch.75 - พบกันอีกครั้งและน้ำหอมใหม่


หลังจากที่คุยกับเจ้าหญิงจบ เหล่าเมดคุโรโกะก็พาฉันออกจากห้อง

พายุจากเจ้าหญิงพัดผ่านไป ถูกปล่อยทิ้งไว้คนเดียว

ตอนนี้ฉันอยู่แถวห้องของแองเจล่า ทางด้านอาคารตะวันออกของปราสาท

 

(แต่เดิมฉันก็เคยลดน้ำหนักสำเร็จมาก่อน แต่ต้องลดน้ำหนักภายในสองเดือนนี่มัน…)

 

ฉันไม่มั่นใจว่าจะลดน้ำหนัก 10 กิโลภายในระยะเวลาสั้นๆ แค่นี้ได้มั้ย

แต่ถ้าขืนยังอ้วนอยู่แบบนี้ก็จะทำให้แองเจล่าลำบาก แล้วเธอก็จะมีความรู้สึกแย่ๆ กับฉัน

ตัดสินใจแล้ว ฉันต้องลดน้ำหนักแบบเต็มรูปแบบ

 

ประการแรก ต้องลดปริมาณอาหารและออกกำลังกาย นั่นถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

ฉันรีบออกจากห้องแล้วหยุดเมดคุโรโกะคนหนึ่งเพื่อถามว่าขอใช้สวนได้มั้ย โดยให้เธอไปขออนุญาตแองเจล่าให้อีกที

แต่ยังไงนี่ก็เป็นคำสั่งของแองเจล่าอยู่แล้ว คงจะถือสิทธิ์ใช้ได้ล่ะมั้ง

 

(เอ่อ สวนทางตะวันออกเนี่ย… เป็นที่ที่ปลูกพืชมีพิษไม่ใช่เหรอ?)

 

พอเดินตรงไปที่สวนตะวันออกก็เกิดอาการกระตุกเล็กน้อย

 

เพราะในสวนตะวันออกมีแต่ดอกไม้พิษบานเต็มไปหมด ฤดูที่ดอกไม้จะบานช่วงฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อนพอดี ทั้งดอกดิจิทาลิบานสีชมพูสวยงามลอยตามสายลม ดอกยี่โถ่และดอกอาโคนิตัมนั้นที่จะบานในฤดูร้อน ตอนนี้เลยมีแต่สีเขียวไปทั้งต้น

 

นอกจากนี้ยังมีดอกนาซิสซัส ดอกลิลลี่หุบเขา  กุหลาบพันปี และอีกมากมาย

 

(ดอกไม้พวกนี้น่าจะเอาไปทำยาได้นะ…)

 

ทางเดินของสวนตะวันออกนั้นมีส่วนที่เชื่อมต่อกับข้างนอกอยู่

 

(แต่ที่อีกด้านนั้นฉันได้ยินเสียงบางอย่าง… นั่นมันเสียงอะไรนะ?)

 

ด้วยความอยากรู้ ฉันเลยเดินไปหาต้นตอเสียง ที่ตรงนั้นมีทหารมากมายกำลังฝึกกันในสวนอยู่ ช่างเหมือนค่ายฝึกที่คุ้นตาจริงๆ

แต่ไม่ได้โหดเท่าการฝึกของท่านปู่ ถ้าเป็นที่นี่ฉันน่าจะฝึกเพื่อลดน้ำหนักได้นะ

ฉันพยายามเลียนแบบการเคลื่อนไหวของทหาร แต่เพราะได้รับการฝึกหนักจากค่ายของท่านปู่มาแล้ว เลยเคลื่อนไหวท่ายากๆ ได้อย่างสบาย

ไม่นานนัก เหล่าทหารก็เริ่มสังเกตเห็นฉัน พวกเขามองมาที่ฉัน แล้วไปซุบซิบคุยกันสักพัก

 

“เฮ้ เธอเป็นคุณหนูจากที่ไหนนะ?”

“การเคลื่อนไหวนั้น… ถึงจะเป็นทหารก็ยังยากเลย เธอต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่!”

 

เพราะรู้สึกเหมือนตกเป็นจุดสนใจ ฉันเลยอายแล้วรีบหนีจากที่นั้น

ฉันพยายามวิ่งกลับไปที่สวนตะวันออก แล้วก็พบคนผมสีส้มที่นั้น เลยเบรคไปกลางคัน

 

สีผมนั่นมัน… ริชาร์ด?

 

เพราะสีผมของริชาร์ดสีส้มทองนั้นออกจะเด่นล่ะนะ

บางทีคงเขามาพบเจ้าชายเหมือนท่านพี่ริวเซ่ล่ะมั้ง

 

(หรืออาจจะเรื่องอื่น แต่ลองไปทักดูดีกว่า)

 

ฉันวิ่งไปหาริชาร์ดที่ยืนอยู่

ตอนนี้เขาอยู่ระหว่างสวนตะวันตกและตะวันออก

ฉันรีบเดินขึ้นบันไดอย่างว่องไว

 

(นี่ก็ถือเป็นการลดน้ำหนักเหมือนกัน)

 

เมื่อฉันมาถึง ก็ยังเห็นคนหัวสีส้มยืนอยู่ที่ข้างหน้าต่างที่เดิมอยู่เลย

นั่นต้องเป็นริชาร์ดไม่ผิดแน่ แต่เขาดูน่าจะสูงกว่าเมื่อครั้งก่อนนะ

 

(เท่ขึ้นนิดหน่อยนะ)

 

ฉันแอบเข้าไปข้างหลังแล้วส่งเสียงทักเขา

 

“ริชาร์ด ไม่เจอกันนานนะ!”

 

คงเป็นครั้งแรกในรอบครึ่งปีที่ได้เจอกัน?

เพราะท่านพี่ริวเซ่ปฏิเสธการหมั้น ริชาร์ดเลยไม่ได้มาที่ดินแดนฮาร์คส์เมื่อฤดูร้อนที่แล้ว

ริชาร์ดดูเหมือนจะตกใจและมองมาที่ฉันด้วยท่าทางประหม่า

 

“บริทานี?”

 

เขาหันหน้าและมองฉันด้วยดวงตาสีเขียวแต่จู่ๆ เขาก็เงียบไปพร้อมกับทำสีหน้าลำบากใจ

เกิดอะไรขึ้น? หรือเขาจะตกใจมาก หรือจะเพราะเห็นว่าฉันอ้วนขึ้น

 

“ไม่ได้พบกันตั้งครึ่งปีนะ แล้ววันนี้มาทำอะไรล่ะ? มาเยี่ยมเจ้าชายมัสโลว์เหรอ?”

“พอดีถูกเรียกตัวมานะ แล้วก็บังเอิญมาเจอริชาร์ดพอดีน่ะ ว่าแต่ท่านพี่ริวเซ่ก็มาด้วยนะ ได้พบกันแล้วเหรอ?”

“อ่า เห็นอยู่ด้วยกันกับฝ่าบาทนะ”

“ฉันคงต้องอยู่ที่ปราสาทไปสักพัก ไว้จะไปเยี่ยมริชาร์ดบ้างแล้วกัน แล้วฉันก็อยากไปเดินเล่นที่เมืองหลวงด้วยกันอีกนะ”

“เรื่องนั้น…. แต่ฉันเป็นผู้ชายนะ”

 

ริชาร์ดทำท่าคล้ายสงสัยในคำพูดของฉัน

 

“แล้วมันทำไมเหรอ?”

“ตอนนี้เธออายุเท่าไหร่แล้ว?”

“ก็ 15 ปีไงล่ะ”

“.... นั่นเป็นอายุที่สามารถแต่งงานได้แล้วสำหรับผู้หญิง… สำหรับผู้หญิงถ้าออกไปกับเพศตรงข้ามจะมีชื่อเสียงไม่ดีเอาได้นะ”

 

ดูเหมือนริชาร์ดจะกำลังเป็นห่วงฉัน

ถ้าเป็นอายุที่แต่งงานกันในชาติก่อนก็คือ 20-30 ปี แต่ดูเหมือนคนในโลกนี้จะแต่งงานกันตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นเลย เด็กผู้หญิงอายุราวๆ ฉันส่วนใหญ่ก็แต่งงานกันไปหมดแล้ว

 

(ริชาร์ดนี่อ่อนโยนเสมอเลยนะ)

 

แต่ยิ่งเขาดีกับฉันเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งเจ็บที่อก…

 

“...ริชาร์ด ขอโทษนะ… เพราะเหมือนท่านพี่ริวเซ่จะปฏิเสธการหมั้นกับนายนะ”

“เรื่องนั้นฉันก็คิดเหมือนกับบริทานี แต่ริวเซ่เองก็พูดถูก ฉันในตอนนี้ไม่สมควรจะได้หมั้นกับเธอ”

 

ริชาร์ดจะยอมแพ้เรื่องการหมั้นกับฉันงั้นเหรอ?

หรือเขาจะหาสาวขุนนางคนอื่นมาแต่งงานด้วยแทน

 

(ที่จริงแล้ว มีผู้หญิงจากอีกหลายตระกูลที่อยากจะแต่งงานกับริชาร์ด…)

 

พอฉันจินตนาการถึงอนาคตที่เขาจะมีครอบครัวแล้ว… กลับทำให้ฉันช็อคเข้าไปอีก

 

(เดิมทีมันก็แย่ที่ท่านพี่ริวเซ่ที่เพิ่มมูลค่าของฉันเข้าไปรึเปล่า?)

 

แต่ยังไงท่านพี่ริวเซ่ก็เป็นเอิร์ล เป็นผู้ปกครองที่แสนสำคัญของฉัน ถ้าไม่มีเขาฉันก็หมั้นกับใครไม่ได้

 

“ไม่เป็นไรบริทานี ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอก”

 

ริชาร์ดพยายามปลอบใจฉันที่กำลังร้องไห้

ทำให้จิตใจฉันสงบลง

 

(ถึงตอนนี้ฉันจะอ้วนขึ้น แต่ริชาร์ดก็ยังใจดีกับฉันอยู่)

ไม่ต่างกับตอนที่ฉันผอมอยู่เลย ดีใจจัง

 

“ริชาร์ดขอบคุณนะ”

 

เกิดความเงียบงันขึ้นระหว่างพวกเรา

บรรยากาศเริ่มจะอึดอัด ฉันจึงนึกเรื่องนึงขึ้นมาได้

 

“จริงด้วยสิ ฉันมีบางอย่างจะให้ รอสักเดี๋ยวนะ”

 

ใช่แล้ว ฉันมีบางอย่างที่อยากจะให้เขาเอาไว้

โชคดีที่ห้องพักอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ฉันรีบไปเอาของที่ว่าแล้วกลับมาหาริชาร์ดทันที

 

“เจ้านี่ล่ะ… มันคือสินค้าใหม่ของดินแดนฉันที่เพิ่งทำเมื่อฤดูใบไม้ผลิที่แล้วนี้เอง!”

 

ฉันเอาขวดเล็กๆ ส่งให้กับริชาร์ด

เป็นขวดแก้วที่ถูกตกแต่งด้วยลวดลายต่างๆ อย่างละเอียดอ่อนและมีของเหลวใสบรรจุอยู่

 

“นี่มัน…?”

“น้ำหอมที่ฉันทำเองนะ เพราะเป็นของทำขึ้นมาให้ริชาร์ดโดยเฉพาะเลยมีเพียงแค่ขวดเดียวในโลกเท่านั้น”

 

ริชาร์ดดูเหมือนกำลังระวังตัว เพราะจำกลิ่นกวางชะมดเมื่อปีที่แล้วได้

เขาเปิดฝาอย่างกล้าๆ กลัวๆ โดยเอาหน้าให้ห่างขวด

 

“...ไม่มีกลิ่น?”

“เป็นอะไรไปริชาร์ด มีอะไรแปลกเหรอ?”

 

(น้ำหอมจากร้านนั้นคงเป็นบาดแผลในใจเขาสินะ…)

 

ริชาร์ดทำท่าทางเหมือนเอาไงเอากันล่ะ

จากนั้นก็นำขวดเข้ามาใกล้หน้าและดมกลิ่นน้ำหอมเข้าไป

 

“....เป็นกลิ่นที่หอมดีและไม่แรงมาก เหมือนทำให้จิตใจสงบลงอย่างลึกลับด้วย”

“เพราะฉันทำให้กลิ่นมันไม่แรงเกินไป ไม่หวานเกินไป เป็นกลิ่นที่แม้แต่ผู้ชายที่รับได้นะ”

“ขอบคุณนะ”

 

พอมองดูรอยยิ้มของริชาร์ด ใจฉันก็เต้นแรงขึ้น

 



NEKOPOST.NET