[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล ตอนที่ 49 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล

Ch.49 - เข้าค่ายฝึกกับท่านปู่และคนอื่นๆ


เมื่อมองออกไปข้างนอกก็เห็นท้องฟ้าสีคราม ฉันนั่งอยู่บนโซฟาในห้องทำงานของท่านปู่

 

ฤดูก็ยังคงเป็นฤดูร้อน แต่วันนี้มีฝนตก อากาศจึงค่อนข้างเย็นและเหมาะกับคนอ้วน

 

ตั้งแต่เหตุการณ์ลักพาตัวฝีมือของท่านป้ากับท่านลุงจบลง สถานการณ์ในตระกูลเราก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

 

(รู้สึกว่าความสัมพันธ์ในตระกูลของเราจะดีขึ้นกว่าเดิม)

 

เพราะวีรกรรมอันไม่น่าเชื่อของท่านปู่ในฐานะหัวหน้าตระกูล ท่านพี่ริวเซ่และคนรับใช้ต่างคิดทบทวนต่อท่านปู่กันใหม่ ตอนนี้บรรยากาศในตระกูลเราก็สงบลงแล้ว

 

ดูท่าท่านพี่ริวเซ่ก็จะกังวลน้อยลงและสงบใจได้แล้วในตอนนี้

 

“จะว่าไปบริทานี จดหมายจากเอิร์ลอัทเธอร์บอกว่า ริชาร์ดกลับไปถึงที่คฤหาสน์ก็ดูแปลกไปนะ…”

 

ท่านปู่นั่งอยู่ตรงข้ามฉันและพูดคุย ท่านปู่และเอิร์ลอัทเธอร์เป็นเพื่อนสนิทกันและมักจะแลกจดหมายกันเสมอ

 

ความโกรธของท่านปู่ที่ริชาร์ดถอนหมั้นฉัน ตอนนี้เริ่มเบาลงแล้ว หัวข้อการคุยจึงกลายเป็นเรื่องธรรมดาไป

 

“เอ่อ… ริชาร์ดดูแปลกๆ เหรอคะ?”

 

จากจดหมายของท่านเอิร์ลอัทเธอร์บอกว่า “ลูกชายข้าเหมือนโดนบางอย่างสิงเข้า เขาไม่ทำอะไรเลยนอกจากฝึกดาบ”

 

จนถึงตอนนี้ดูเหมือนริชาร์ดจะเป็นคนสมบูรณ์แบบมาก เขารู้สึกสมเพชตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้เลย

 

แต่ความกล้าหาญของเขา ฉันก็ขอชื่นชมจากใจเลยนะ จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ฉันรู้ว่า การปกป้องตัวเองนี่ล่ะดีที่สุด

 

“ท่านปู่ หนูมีเรื่องจะขอร้องค่ะ”

 

“อะไรงั้นเหรอ? ถ้าเป็นคำขอร้องจากบริทานี ปู่จะฟังแน่นอนอยู่แล้ว!”

 

ตามปกติท่านปู่จะอ่อนโยนกับฉันอยู่แล้ว ถ้าขอร้องเขาต้องยอมแน่

 

“อันที่จริง หนูอยากเรียนฟันดาบเหมือนอย่างริชาร์ด เอาแค่ขั้นพื้นฐานก็พอแล้วค่ะ ไว้ใช้ป้องกันตัวเอง”

 

“แต่หลานเป็นเด็กผู้หญิงนะ”

 

“เหตุการณ์ไม่นานนี้ทำให้หนูคิดได้ว่า ควรเรียนทักษะป้องกันตัวเอาไว้หนีจากศัตรูบ้าง ท่านปู่เองก็มอบตำแหน่งให้ท่านพี่ริวเซ่แล้วคงมีเวลาว่างสินะคะ? ถ้าเป็นไปได้ช่วยสอนให้หนูในเวลาว่างนั้นด้วยได้มั้ยคะ?”

 

ไม่ว่าท่านปู่จะแก่ขึ้นขนาดนั้น แต่ก็เป็นถึงวีรบุรุษผู้ปกป้องดินแดนนี้ แน่นอนว่าต้องเก่งแน่

 

ท่านปู่ที่ได้ยินคำขอร้องของฉันก็กังวลอยู่ แต่เพราะเป็นคำขอร้องจากหลานสาวที่รัก เขาจึงยอมรับว่าจะฝึกให้ในทันที

 

 

ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงเริ่มเรียนทักษะป้องกันตัวจากท่านปู่

 

ท่านพี่ริวเซ่ได้รับตำแหน่งจากท่านปู่ แต่เรื่องเงินนั้นท่านปู่ปล่อยให้ลูกพี่ลูกน้องของฉันจัดการ ท่านปู่จึงมีเวลาว่างมากขึ้น

 

ท่านปู่จึงมาสอนให้ฉันที่สวน

 

...แต่ฉันสงสัยแล้วอ่ะ

 

(นี่มันเป็นเทคนิคป้องกันตัวพื้นฐานแน่เหรอ?)

 

เพราะท่านปู่ดีใจที่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันกับหลานสาวที่รัก ถึงแม้อายุจะมากแล้ว แต่ท่านปู่ก็ยังสอนเทคนิคการใช้ดาบหลายต่อหลายอย่างให้

 

ด้วยเหตุนี้เหล่าลูกน้องของท่านปู่จึงมาร่วมฝึกซ้อมด้วย  เทคนิคที่เฉียบคมให้มันซึมซับเข้าไปในร่างกายพวกเขา

 

(ว วิชาดาบพวกนี้…. มันเอาไว้ใช้แค่ป้องกันตัวจริงๆ เหรอ? มันเกินขอบเขตการป้องกันตัวไปแล้วนะ ใช้ได้กระทั่งการฆ่าเลยมั้ง?)

 

ฉันรู้สึกไม่สบายใจที่จะจำวิชาดาบนี้ไปใช้จริง แต่เพราะฉันยังเป็นแค่มือสมัครเล่นในวิชาต่อสู้ คงไปว่าอะไรกับทหารที่ผ่านศึกมาโชกโชนไม่ได้

 

(นี่เป็นแค่การป้องกันตัวขั้นพื้นฐานจริงอ่ะ?)

 

เหล่าทหารยามที่ยังไม่เกษียณนั้น ส่วนใหญ่ก็มีอายุประมาณท่านปู่และยังมีกล้ามเป็นมัดๆ

 

อายุขัยเฉลี่ยของโลกนี้คือ 70 ปี

 

ถึงทุกคนจะรุ่นราวเดียวกับท่านปู่ แต่ช่วง 50 ถึง 60 ปีก็ยังทำงานกันอยู่จึงให้ความแตกต่างจากญี่ปุ่น

 

(ถึงฉันจะเพิ่งเรียนวิชาป้องกันตัว แต่เหนื่อยจัง…! ทำไมทุกคนถึงได้เร็วกันจังล่ะ?)

 

ดูเหมือนการฝึกซ้อมอย่างหนักนี้จะเกิดผลแล้ว เมื่อถึงวันเกิดอายุ 14 น้ำหนักฉันก็ลดลงไปเหลือเพียง 50 กิโล และยังมีกล้ามเนื้อด้วย

 

การฝึกนี้ จึงขอเรียกมันว่า “ค่ายฝึก” เลยแล้วกัน

 

ฝีมือด้านบทกวีและดนตรีของฉันก็ยังเหมือนเดิม แต่ดูเหมือนการค่ายฝึกที่ช่วยฝึกการป้องกันตัวและวิชาดาบจะดูเหมาะกับฉันมากกว่าซะอีก

 

ฝีมือดาบของฉันเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ จนใกล้จะใช้ต่อสู้จริงได้แล้ว

 

(ดีล่ะ ถ้าเป็นแบบนี้ฉันต้องลดน้ำหนักได้สำเร็จแน่…)


 




NEKOPOST.NET