[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล ตอนที่ 47 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล

Ch.47 - ขอโทษนะที่เสียงกรนฉันมันดัง


เมื่อมาถึงรถม้า ความตึงเครียดบนบ่าของฉันก็ค่อยๆ ผ่อนคลาย เพราะมีทหารยามข้างนอกเลยผ่อนคลายได้

 

จากที่พวกเขาบอก ดูเหมือนอีกไม่นานก็จะจับโจรลักพาตัวได้หมดแล้ว

 

“บริทานีไม่เป็นไรนะ?”

 

“เอ่อ ถึงจะตกลงมาจากชั้นสองแต่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บหรอก เพราะอ้วนนั้นล่ะ ไขมันเลยช่วยลดแรงกระแทก”

 

“อืม… ดีแล้วล่ะ”

 

ริชาร์ดที่กำลังซึมตอบกลับด้วยเสียงหัวเราะ แต่ยังสงสัยอยู่นิดหน่อย

 

“ตอนที่ถูกลักพาตัวฉันกลัวมากเลยล่ะ แต่เพราะริชาร์ดคอยให้กำลังใจเลยไม่เป็นไร”

 

“ไม่หรอก ฉันแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย ได้แต่วิ่งหนีและที่จัดการโจรได้ก็เป็นฝีมือบริทานีทั้งหมดเลย”

 

ดูเหมือนเขาจะหดหู่เพราะอะไรสักอย่าง

 

ฉันก็อายุตั้ง 13 แล้วคงไม่หวังให้เขามาทำตัวเหมือนอัศวินจากในนิทานหรอก แต่ริชาร์ดกลับคิดว่าตัวเองทำได้

 

“น่าสมเพชตัวเองที่ฉันทำอะไรไม่ได้เลย… แต่เราสองคนหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย ฉันก็ดีใจแล้ว”

 

“ถึงริชาร์ดจะยังไม่สบายใจ แต่ที่ฉันรอดมาได้ก็เพราะริชาร์ดนะ ถ้าฉันอยู่คนเดียวคงหมดกำลังใจไปแล้วและคงคิดวิธีตัดเชือกไม่ออกแน่ ดังนั้นขอบคุณมากนะ”

 

“ก็บอกว่าคนที่ควรขอบคุณคือฝ่ายฉันต่างหาก ที่ฉันรอดมาได้เพราะบริทานีนั้นล่ะ…. ถ้าฉันถูกจับตัวไว้ กรณีเลวร้ายสุดๆ อาจโดนใช้เป็นตัวประกันก็ได้”

 

ริชาร์ดยิ้มนิดหน่อยแล้ว หลังจากได้ระบายออกมา

 

สำหรับผู้ชายคงเป็นเรื่องจริงจังและน่าอายมาก แต่ก็เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนมาก

 

อนึ่ง ถึงฉันเพิ่งจะฝึกขี่ม้าในตอนเช้าและถูกขังในห้องที่มีแต่ฝุ่นด้วยกัน แต่เขาก็ไม่ได้บ่นเรื่องกลิ่นเหงื่อของฉันบนรถม้าเลย

 

หลังจากนั้นไม่นาน ดูเหมือนโจรจะถูกจับไว้หมดทุกคนแล้วและท่านปู่รีบวิ่งมาในรถม้าทันที

 

“บริทานี ริชาร์ด! ทั้งสองคนไม่เป็นไรใช่มั้ย!?”

 

พอมองออกไปข้างนอกรถม้า ฉันก็เห็นโจรลักพาตัวถูกมัดไว้ที่พื้นโดยมีลูกน้องของท่านปู่กำลังเฝ้าอยู่

 

บรรดาโจรนั้นดูหน้าซีดกันไปหมดและทำตามคำสั่งทหารอย่างเชื่อฟัง

 

พวกโจรดูราวกับร่างที่ไร้วิญญาณจนคล้ายกับคนตายไปแล้ว ยังกับว่าพวกเขาจะจางหายไปได้ทุกเมื่อ น่ากลัวจริงๆ

 

“ไม่เป็นไรค่ะท่านปู่ เราทั้งคู่ปลอดภัยดี”

 

ท่านปู่รีบเข้ามาในรถม้าและกอดฉันแน่น

 

“อา บริทานี! หลานไม่ได้รับบาดเจ็บจริงๆ ใช่มั้ย?”

 

“ค่ะ ไม่ได้รับบาดเจ็บเลยจริงๆ ขอบคุณที่มาช่วยนะคะ”

 

“เป็นเพราะความไร้ค่าของปู่ หลานสาวถึงต้องเจอเรื่องลำบากมากมาย ปู่ขอโทษจริงๆ”

 

“ไม่ใช่ความผิดของท่านปู่หรอกค่ะ เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังก็คือท่านลุงกับท่านป้าต่างหาก”

 

“...เรื่องราวมันเป็นมายังไงกันงั้นรึหลาน?”

 

ท่านปู่ที่รู้เป้าหมายของโจรลักพาตัวแล้วก็กลับมาเป็นสีหน้าใจดีตามปกติ

 

จากนั้นก็บอกทหาารที่ชุมนุมกันอยู่หน้ารถ

 

“บริทานี ตั้งแต่เมื่อก่อน หลานก็เคยเป็นเด็กที่ซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา…. นอกจากเรื่องสงคราม ปู่ก็ทำอะไรไม่ได้เลย เลยทำให้หลานสาวที่น่ารักต้องถูกลักพาตัวแบบนี้ คนที่ทำร้ายหลานสาวข้า ถึงแม้จะเป็นญาติพี่น้องกัน ข้าก็ไม่ให้อภัยเด็ดขาด! ข้าจะจัดการจับตัวคนร้ายมาลงโทษให้สาสม”

 

เหล่าทหารพยักหน้าให้กับคำพูดของท่านปู่อย่างแรง

 

“ที่เกิดเหตุลักพาตัวทั้งหมดเป็นความผิดของข้า เพื่อเป็นการรับผิดชอบ อีกไม่นานนี้ ข้าจะมอบตำแหน่งผู้นำตระกูลฮาร์คส์ให้กับริวเซ่…”

 

แม้ในหมู่ทหารจะเกิดพูดคุยวุ่นวายกันขึ้น แต่ท่านปู่ก็ยังคงพูดต่อ

 

“ข้าที่กลายเป็นเอิร์ลตั้งแต่วัยเยาว์ต้องพบกับความยากลำบากในการบริหารดินแดน ข้าจึงไม่อยากผลักภาระอันหนักอึ้งนี้ไปให้หลานสาวที่รัก แต่เรื่องนี้ข้าได้คุยกับริวเซ่มาก่อนแล้ว จึงคิดว่าปล่อยให้ริวเซ่รับช่วงต่อแทนได้สบายมาก นี่จึงเป็นความรักที่ปู่ทำเพื่อหลานอย่างแท้จริง”

 

ท่านพี่ริวเซ่เองก็ดูจะปฏิเสธที่คุณปู่จะยกตำแหน่งเอิร์ลให้ในตอนนี้ แต่ปู่นั้นรักหลานสาวจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ

 

“จากนี้ไปพวกเจ้าต้องไปทำหน้าที่รับใช้เขา ส่วนข้าจะคอยให้คำปรึกษากับริวเซ่เอง”

 

ทหารทำความเคารพด้วยความเงียบ

 

ท่านป้าและท่านลุงถูกย้ายไปที่หอคอยกักขังนักโทษทันที จากการตรวจสอบพบว่าความผิดของพวกเขามีอีกมากมาย ต่อจากนี้มีเพียงชีวิตอันแสนลำบากที่รอพวกเขาอยู่

 

ท่านปู่หันกลับมาที่ฉันและใบหน้ากลับเป็นรอยยิ้มตามปกติ

 

“บริทานี ข้ายังมีเรื่องต้องคุยกับริวเซ่อยู่ หลานกลับบ้านไปก่อนนะ”

 

“ค่ะ ท่านปู่”

 

เพราะตอนนี้ไม่มีอะไรที่ฉันทำได้ จึงตัดสินใจฝากกับเหล่ามืออาชีพจะดีกว่า

 

และฉันยังกังวลเรื่องพลังใจของริชาร์ด หลังจากที่จบเหตุการณ์ลักพาตัว ริชาร์ดก็เดินทางกลับดินแดนเอิร์ลอัทเธอร์

 

เขาดูเหนื่อยน่าดูเลยล่ะ

 

“ริชาร์ด ถ้าไม่มีอะไรทำจะนอนก็ได้นะ ฉันเองก็จะหาที่พักในรถม้าสักหน่อยเหมือนกัน”

 

“อ่า…”

 

“ต้องขอโทษไว้ล่วงหน้าด้วยนะ ถ้าเสียงกรนของฉันมันน่ารำคาญ”

 

“เธอนอนกรนงั้นเหรอ…?”

 

เหตุผลเพราะอ้วน เลยคิดว่าเสียงกรนฉันน่าจะดังมาก

 

ตอนที่ฉันเผลอหลับในห้องวิจัยโดยไม่ตั้งใจ ท่านพี่ริวเซ่ก็มักจะมาล้อฉันว่าเสียงกรนดังมาก

 

“ถ้าเสียงกรนของฉันมันหนวกหูจนนอนไม่หลับ ไม่ต้องลังเล ปลุกฉันทันทีเลยนะ”

 

สาเหตุของการนอนกรนมาจาก การลดลงของอากาศที่ใช้ในการหายใจในร่างกาย จึงเป็นเรื่องยากที่อากาศจะไหลผ่านได้ เมื่อจะหายใจจึงต้องใช้แรงมากขึ้นเพื่อให้สามารถหายใจได้ ด้วยเหตุนี้จึงเกิดเสียงดังขึ้นนั้นเอง สำหรับคนอ้วนและมีไขมันสะสมบริเวณคอมากจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะอากาศหายใจเข้าไปได้ยาก

 

ริชาร์ดยิ้มแข็งๆ จากนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรอีก นอนเอนหัวลงอย่างระวัง


 




NEKOPOST.NET