[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล ตอนที่ 4 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล

Ch.4 - ความผูกพันธ์กับอาหารนี่น่ากลัวจัง


หลังจากวิ่งกับลูกพี่ลูกน้องเสร็จ ฉันก็รีบกลับไปที่ห้องและเพื่อไปเปลี่ยนชุด เสื้อผ้าตั้งแต่ส่วนบนถึงส่วนล่างเปียกเหงื่อโชกไปหมด แต่ทำไมริวเซ่ที่วิ่งด้วยกันกลับมีใบหน้าสดใสแล้วยังแทบไม่มีเหงื่อเลยล่ะ

 

ถึงแม้ฉันจะอยากล้างเหงื่อออกโดยเร็วแต่ที่โลกนี้ไม่มีของสะดวกสบายอย่างอ่างอาบน้ำแสนสะดวกหรือเครื่องทำน้ำอุ่นเหมือนโลกก่อน

 

อาบน้ำได้วันละครั้ง โดยเมดจะต้มน้ำมาให้แล้วใช้ในการแช่น้ำ… ไม่สิ ล้างตัว

 

แม้กระทั่งลูกสาวของท่านเอิร์ลก็ต้องทำตามกฏนี้ การอาบน้ำของชนชั้นที่ต่ำกว่านั้นก็แย่กว่านี้ซะอีก

 

“อุ๊ เหม็น… กลิ่นเหงื่อจะเหม็นเกินไปแล้ว”

 

แต่ความกังวลของฉันยังไม่หมด

เพราะหลังจากนี้มีเรียนช่วงบ่าย การเข้าเรียนด้วยกลิ่นตัวเหม็นขนาดนี้ ฉันคงรู้สึกผิดกับอาจารย์สอนพิเศษมากแน่

 

พูดตามตรงนะ ไม่คิดเลยนะว่ากลิ่นจะแรงขนาดนี้… กลิ่นตัวของบริทานีนี่มัน…

 

ฉันเปลี่ยนมาใส่ชุดเดรสแล้วให้แม่บ้านจัดทรงผมที่ชุ่มเหงื่อให้

 

การเรียนเป็นสิ่งที่บริทานีเกลียด โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ เย็บปักถักร้อย มารยาท การเต้นรำ กวี และดนตรี แต่ว่าคนที่มีความรู้เหมือนมีลาภอันประเสิรฐ ตัวบริทานีนั้นวิชาประวัติศาสตร์ก็นอนหลับ การเย็บปักถักร้อยก็ไม่เอาอ่าว มารยาทก็ต่ำเรี่ยดิน การเต้นรำก็ไปเหยียบเท้าอาจารย์ ความสามารถในการแต่งบทกวีเข้าขั้นหายนะ การ้องเพลงก็ถึงขั้นเป็นมลพิษทางเสียง

 

ถ้าฉันเป็นอาจารย์คงประทับใจในตัวบริทานีน่าดู (ประชด)

 

“ถ้าความทรงจำของฉันกลับมาเร็วกว่านี้ละก็…”

 

เสียใจก็เท่านั้น เพราะมันสายไปแล้ว ที่ฉันมาตั้งใจเรียน ไม่ใช่ว่าเพราะจะสร้างความแตกต่างในการเรียนอย่างบทกวีหรือดนตรีกับบริทานีคนก่อนหรอกนะ

 

 

หลังจากเรียนประวัติศาสตร์และเย็บปักถักร้อยเสร็จ ฉันก็ไปรับประทานมื้อค่ำที่ห้องอาหาร เพราะครอบครัวของเอิร์ลอยากให้ทุกคนในครอบครัวกินมื้อเย็นด้วยกัน แม้จะบอกว่าทุกคนแต่ก็มีแค่สามคนเท่านั้นคือริวเซ่ ปู่ แล้วก็ฉัน แน่นอนว่าคนรับใช้เองก็มาด้วย แต่ทุกคนต่างยืนติดกำแพงราวกับจะบ่งบอกไม่มีตัวตน

 

โดยรวมแล้วเรื่องการเรียนฉันก็ถือว่าทำได้ดี อาจารย์สอนประวัติศาสตร์ของฉันเป็นลุงอายุ 40 ยังสงสัยเลยว่าฉันไปกินอะไรผิดปกติมารึเปล่า คุณนายที่รับผิดชอบสอนเย็บปักถักร้อยพอเห็นความเปลี่ยนแปลงของนักเรียนก็ดันสรุปไปว่าดอกพรสวรรค์ในตัวของฉันเบ่งบานแล้วด้วยความดีใจ

 

นอกจากนั้น ฉันยังอยากจะให้คุณปู่เพิ่มชั่วโมงเรียนให้มากขึ้น ในฐานะคนในตระกูลของเอิร์ล  ฉันอยากรู้เรื่องข้อมูลพื้นฐาน ภูมิศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และการเมืองขั้นต่ำเอาไว้

 

คุณปู่และริวเซ่ต่างจับจ้องกับมื้ออาหารที่เตรียมไว้สำหรับฉันราวกับคิดว่าตัวเองเกิดภาพหลอน อาหารวันนี้เป็นตามที่ขอไว้เป็นผักเพื่อสุขภาพไขมันต่ำและมื้ออาหารเล็กๆ

 

“บริทานีมีอะไรงั้นรึ หรือว่าจะปวดท้องไม่สบาย?” ท่านปู่กังวลที่เห็นหลานสาวกินน้อยผิดปกติ

 

ผิดแล้วล่ะท่านปู่

 

“ยังสบายดีค่ะ ก็แค่อาหารที่ไขมันมากเกินไปมันไม่ดีต่อร่างกาย หนูจะผอมให้ได้ค่ะ” ฉันตอบอย่างกระตือรือร้น

 

คงดีกว่าถ้าไม่บอกคุณปู่ว่าเหตุผลเป็นเพราะถูกถอนหมั้น เพราะคุณปู่อาจจะตกใจซะยิ่งกว่าตัวฉันเองอีกก็ได้

 

“แต่… หลานกินอาหารแค่นั้น ไว้ปู่จะเตรียมขนมไว้ให้ทีหลังแล้วกัน”

 

คุณปู่เป็นห่วงที่หลานสาวที่น่ารักแปลกไป แต่ความอ่อนโยนแบบนี้จะให้ผลตรงกันข้ามแทน การกินขนมหวานตอนกลางคืนน่ะไม่ต้องพูดถึงเลย ฉันไม่อยากอ้วนกว่านี้แล้ว

 

“หนูสบายดีค่ะปู่ แค่ความรู้สึกก็ขอบคุณแล้วค่ะ”

 

เจ็บปวดนิดหน่อยที่ต้องปฏิเสธความหวังดีของปู่ แต่มันช่วยไม่ได้ ฉันเคี้ยวผักเต็มปากจนแก้มพองเหมือนหนอนผีเสื้อ

 

และในที่สุดก็ถึงเวลาอาบน้ำยามดึกที่รอคอย แต่เพราะฉันตัวใหญ่เลยต้องขอให้คนใช้ช่วยอาบน้ำให้ แม้จะไม่ค่อยเต็มใจกับการอาบน้ำแบบนี้ แต่หลังจากจำทุกอย่างได้ดูเหมือนลูกสาวของเอิร์ลทุกคนต่างก็ทำกันทั้งนั้น แม้กระนั้นร่างกายใหญ่โตแบบนี้ก็ลำบากจริงๆ … ต้องให้คนรับใช้ถึงสองคนช่วยขัดถึงจะขัดได้ทุกซอกทุกมุม เหงื่อช่วงกลางวันที่หมักหมมถูกล้างออก กลิ่นตัวอันน่าเศร้าหายไปแล้ว

 

แต่ฉันก็ไม่อาจขอใช้น้ำแบบฟุ่มเฟือยได้ ฉันต้องดีกว่าลูกสาวเอิร์ลคนอื่น คนรับใช้หลังจากอาบน้ำให้ฉันก็เช็ดผมให้ด้วยผ้าเปียกๆ พอออกจากห้องน้ำก็เปลี่ยนเป็นชุดนอนแล้วล้มตัวลงบนเตียง

 

“หิวจัง…”

 

ร่างกายที่มีแต่ไขมันนี้เริ่มต้องการอาหาร นึกแล้วเชียว ร่างกายของบริทานีไม่พอใจกับอีแค่อาหารเพื่อสุขภาพ ระหว่างมื้อบริทานีมักจะกินขนมปังยัดไส้และหลังมื้อเย็นอีกเยอะ ดังนั้นอาหารที่กินแค่นั้นไม่เพียงพอหรอก

 

กู๊ววว เสียงท้องร้องเสียงดังเหมือนกับเสียงร้องของคางคกดังขึ้น

 

“อ อึก อดทนไว้…”

 

ถ้ากินตอนนี้… ทั้งการวิ่งและกินอาหารเพื่อสุขภาพก็จะไม่มีประโยชน์สิ จากนั้นพอร่างกายอ้วนเป็นหมูน่าเกลียดก็จะตกเป็นเป้าดึงดูดของน้องสาวเมอร์ริล

 

ฉันหลับตาลงแล้วนึกถึงภาพเค้กหวานๆ สเต็กหวานฉ่ำ … ฮี๊ … อยากกิน … แต่ไม่ได้… จะกินไม่ได้เด็ดขาด!

 

และแล้วในที่สุดฉันก็หลับลงโดยทำเมินเสียงของหัวใจ


 


 

กลางดึก ฉันตื่นขึ้นมาเพราะเสียงครวญครางเหมือนคางคก ชัดเจนเลยว่าฉันท้องร้องทั้งคืน

 

“อา … อีกแล้วเหรอ?”

 

ความรู้สึกแย่ๆ ก่อตัวในร่างกายฉัน

 

“นี่มันไม่ใช่ห้องฉันนี่นา … เอ๊ะ ห้องครัว …”

 

ไม่รู้ตัวเลยว่าฉันออกจากห้องของตัวเองแล้วเดินไปห้องครัวเมื่อไหร่ แล้วตรงหน้าก็คือห้องเก็บวัถุดิบ บ บางที …?! ฉันรีบตรวจสอบฝ่ามือและปาก นี่ฉันคงไม่ได้กินอะไรไปแล้วหรอกนะ ในมือไม่มีอะไร รอบปากไม่มี รสชาติที่ลิ้นก็ไม่มี … โอเค ยังปลอดภัย!

 

ฉันรีบเดินกลับห้องทันที

 

เดินละเมอนี่น่ากลัวชะมัด!

 

ความผูกพันธ์ต่ออาหารนี่น่ากลัวอ่ะ!




 



NEKOPOST.NET