[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล ตอนที่ 33 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล

Ch.33 - ความลับของเจ้าชาย


“ฟุฟุฟุ… แหม บาดแผลที่ถูกบริทานีว่าร้ายใส่นี่มันช่างเจ็บปวดจังน้า นี่ ~ บริทานีจ๋า”

 

เพราะแรงกดดันจากรอยยิ้มของพี่ริวเซ่ ทำให้ฉันถึงกับหมดแรง

 

“กุฟุฟุ… เรื่องตลกอะไรกันคะท่านพี่ริวเซ่ ฉันออกจะภูมิใจในตัวลูกพี่ลูกน้องผู้แสนวิเศษนะคะ ไม่มีทางที่จะว่าร้ายท่านพี่ได้หรอกค่ะ”

 

“เหรอ? บริทานีที่น่ารักของพี่คงไม่ทำแบบนั้นหรอกเนอะ จะว่าไปเจ้าชายมัสโลว์กำลังตามหาน้องอยู่ เขาบอกให้ช่วยไปที่ห้องเลยนะ”

 

“...ง งั้นเหรอคะ งั้นฉันคงต้องไปพบเจ้าชายแล้วล่ะค่ะ”

 

“เอาน่า ไม่เห็นเป็นไร ไว้พี่จะช่วยนำทางให้เอง เนอะ?”

 

ที่ข้างๆ ของพี่ริวเซ่มีขุนวังสองคนกำลังยืนรออยู่

 

“ฉันต้องไปแล้ว ไว้เจอกันใหม่นะนอร่า”

 

ฉันอยากรีบหนีจากรอยยิ้มน่ากลัวของลูกพี่ลูกน้องของฉันเต็มทีแล้ว

 

ถึงจะกลัวที่ต้องไปหาเจ้าชาย แต่ก็ดีกว่าตอนนี้แน่นอน

 

เส้นทางที่เดินไปเป็นห้องโถงขนาดใหญ่สวยงามและด้านหน้ามีประตูบานใหญ่มากอยู่

 

ขุนวังให้ฉันรออยู่หน้าประตูสักครู่ จากนั้นไม่นานก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องได้

 

ดูเหมือนห้องนี้ถูกสร้างมาเพื่อรับแขกของเจ้าชายโดยเฉพาะ

 

“บริทานี! กำลังรออยู่เลย!”

 

เขาลุกขึ้นอย่างสง่างามจากเตียงที่อยู่มุมในสุดของห้อง คนที่เดินมาไม่ใช่ใครอื่น นอกจากจะเป็นเจ้าชายที่มีผมสีทองดั่งทองบริสุทธิ์ เจ้าชายมัสโลว์นั่นเอง

 

“ดูเหมือนบริทานีจะถูกแองเจล่าเรียกไปก่อนที่จะมาพบฉัน เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”

 

“เอ่อ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษค่ะ… เธอแค่อยากถามเรื่องชุดของเธอ”

 

“งั้นเหรอ แต่ระวังไว้ด้วยล่ะ เธอออกจะนิสัยเสียถ้าเป็นคนที่ไม่ชอบจริงๆ”

 

เขาพูดเหมือนไม่ได้สนใจอะไร แต่เหงื่อเริ่มออกมาที่หลังฉัน

 

(ทำยังไงดี… ฉันพูดไปเพราะไม่อยากยุ่งกับแองเจล่าอีก แต่กลัวการเอาคืนของเธอจังอ่า…)

 

เจ้าชายที่ไม่เห็นถึงสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงของฉัน ยังคงคุยต่อไป

 

“ใช่แล้ว ผมเอาของสะสมมาด้วย ที่ปราสาทผมไม่มีเพื่อนที่คุยเรื่องงานอดิเรกได้เลย เลยดีใจมากที่บริทานีมา”

 

“เอ่อ ของสะสมที่ว่าคืออะไรคะ?”

 

“นี่ไง สมุนไพรพวกนี้ผมเลือกแล้วต้มมาแล้ว เก็บมาจากสวนตะวันตกเลยนะ”

 

ด้วยนิ้วที่เรียวยาว เจ้าชายชี้ไปยังโต๊ะสูงที่อยู่ทางทิศที่เขาเดินมา

 

เจ้าชายดูตื่นเต้นขึ้น แล้วเร่งเร้าให้ฉันเดินตามไปที่โต๊ะ

 

ที่โต๊ะนั้นมีสมุนไพรจากทั่วประเทศอยู่

 

สมุนไพรถูกแยกไว้ด้วยความใส่ใจ ทั้งรายละเอียดและการเก็บรักษาต่างก็ดีเยี่ยม

 

“ด้วยความสามารถของบริทานี ช่วยนำของพวกนี้ไปใช้ได้มั้ย?”

 

“อา แน่นอนค่ะ แต่ฉันตกใจมากกว่าที่เจ้าชายกำลังปลูกสมุนไพร… คิดจะใช้สมุนไพรพวกนี้ทำอะไรเหรอคะ?”

 

“สิ่งที่ผมกังวลมากที่สุดก็คือสุขภาพของประชาชน พักนี้ผมกำลังสนใจชาสมุนไพร สบู่แล้วก็โลชั่น… เพราะมันเป็นสิ่งที่ผิดแปลกจากที่ผู้ชายปกติเขาทำกัน ผมเลยไม่ได้เปิดเผยเรื่องงานอดิเรกออกไป”

 

“ฉันไม่คิดว่ามันแปลกหรอกค่ะ ฉันคิดว่าความสวยความงามนั้นไม่เกี่ยวกับเพศค่ะ”

 

เมื่อชาติก่อนมีทั้งสบู่และโลชั่นสำหรับผู้ชาย แม้แต่ร้านเสริมสวยชายก็ยังมี

 

ฉันคิดว่าทุกคนต่างก็ดูดีกันมากกว่าที่จะไม่ใส่ใจเลย

 

“ผมดีใจนะที่ได้ยินบริทานีพูดแบบนั้น เรื่องงานอดิเรกนี้ผมวางใจให้เฉพาะคนสนิทเท่านั้นที่รู้ แต่… อย่างที่คิดเลย ผมคิดว่าบริทานีเองก็เป็นคนแปลกๆ เหมือนกัน ขออธิบายต่อนะ ผมชอบการเย็บปักถักร้อย ดาบ การปลูกสมุนไพร การวิจัยผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม และยังการล่าสัตว์อีก”

 

“เย็บปักถักร้อยเป็นด้วยเหรอคะ?”

 

“ถึงจะไม่ถึงระดับช่างฝีมือ แต่คิดว่าค่อนข้างเก่งเลยล่ะ”

 

เหมือนกับได้เห็นเจ้าชายมัสโลว์ในมุมต่างๆ เลย

 

(...หรือเขามีคาแรคเตอร์แบบสาวๆ?)

 

ถึงเจ้าชายจะทำอาหารไม่เป็น แต่ก็เป็นคนมีฝีมือในการเย็บปักถักร้อยและยังมีพรสวรรค์ด้านการวาดภาพและบทกวีอีก

 

นี่มันทำให้นึกถึงในเนื้อเรื่องเลยนะ ตัวเขาในเนื้อเรื่องก็เป็นนักเปียโนมีฝีมือและเล่นเครื่องสายได้เช่นกัน

 

“น่าอิจฉาจังค่ะ แม้พักนี้ฉันจะเริ่มเก่งเรื่องเย็บปักถักร้อยมากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่ถึงขั้น แม้จะพยายามยังไง การเล่นดนตรีและบทกวีก็ยังแย่เลยค่ะ....”

 

“ควรฝึกต่อไปนะ ในประเทศนี้ บทกวีเขามักจะใช้กันบ่อยในจดหมายรักน่ะรู้มั้ย”

 

“งั้นเหรอคะ? เป็นครั้งแรกที่ได้รู้เลยค่ะ”

 

“มันอาจจะยังเร็วเกินไปสำหรับบริทานี งั้นลองมาเขียนอะไรสักอย่างที่นี่ดูดีมั้ย?”

 

หลังพูดจบ เจ้าชายมัสโลว์ก็หยิบปากกาและกระดาษให้

 

เทคโนโลยีเรื่องกระดาษของโลกนี้ยังต้องพัฒนาต่อไปอีก เพราะคุณภาพยังไม่ค่อยดีนัก…

 

เพราะความต่างของอารยธรรมค่อนข้างมาก ทำให้ฉันรู้สึกสับสนนิดหน่อยตั้งแต่ความทรงจำกลับคืนมา

 

ฉันนึกถึงการเรียนที่เรียนจากครูสอนพิเศษแล้วเขียนคำขอบคุณสำหรับงานเลี้ยงด้วยบทกวี

 

(เพราะฉันยังไม่มีคู่หมั้นที่จะส่งจดหมายรักไปหาล่ะนะ…)

 

การประเมินจากครูสอนพิเศษก็ได้ค่อนข้างแย่ แต่ฉันคิดว่าควรตอบให้ตรงความรู้สึกมากกว่า

 

ฉันควรเขียนออกมาจากใจ… จะดีมั้ยนะ

 

(มีโอกาสที่ไม่มากนักหรอก ที่เจ้าชายผู้เชี่ยวชาญด้านบกวีจะมาประเมินให้ด้วยตัวเอง)

 

เมื่อฉันเขียนเสร็จ ก็ส่งให้เจ้าชายมัสโลว์ ดวงตาของเขาสว่างไสวเป็นประกายอีกครั้ง

 

ถึงแม้จะเป็นบทกวีเพื่อขอบคุณ แต่ก็น่าอายเหมือนกันนะ ที่มาอ่านต่อหน้านะ

 

“ฟุฟุ ยอดเยี่ยมมาก!”

 

“เอ๋-?”

 

“เป็นการเลือกใช้คำใหม่ๆ ที่นำมาหลอมรวมกัน! ครั้งแรกเลยที่ได้เห็นบทกวีแบบนี้”

 

“งั้นเหรอคะ?”

 

“นี่… ผมอยากเอาไปให้ริวเซ่กับริชาร์ดดูด้วยนะ”

 

“ไม่เอานะ มันน่าอายเกินไปแล้วค่ะ”

 

ฉันได้รับคำชมจากเจ้าชายผู้เชี่ยวชาญด้านบทกวี ฉันเลยอารมณ์ดีมาก

 

“บริทานี ช่วยเรียกผมว่ามัสโลว์เฉยๆ เหมือนลูกพี่ลูกน้องเธอได้มั้ย?”

 

“...ฮา รู้สึกเป็นเกียรติมากค่ะ ท่านมัสโลว์”

 

แต่ยังไงเจ้าชายมัสโลว์… ก็แปลกคนจริงๆ แฮะ

 

พี่ริวเซ่ที่เองก็เหมือนกับในเนื้อเรื่อง เพราะมีแค่ตัวประกอบที่ออกในเนื้อเรื่องเท่านั้นล่ะนะ

 

จากนั้นเราก็คุยเรื่องงานอดิเรกด้วยกัน

 

“ท่านมัสโลว์นี่ยอดเลยนะคะ ที่ค้นคว้าเรื่องสมุนไพรด้วยตัวเองได้”

 

“ผมดีใจนะที่ได้ยินคำพูดนั้น แพทย์ของปราสาทก็ยังประหลาดใจกับของที่ผมทำขึ้นเลย”

 

“แต่ว่าเพื่อการรักษาสุขภาพและป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องฉุกเฉินก็ควรมีไว้นั้นแหละค่ะ”

 

ในเนื้อเรื่อง สาเหตุการตายของเขาคือบาดแผลที่ได้จากมือสังหาร แต่ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรแบบไหนไว้ ก็ไม่ทำให้เขารอดตายได้

 

เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นหลังจากอีกหลายปี แต่ฉันคิดว่าระวังเอาไว้ตอนนี้ก็ดีแล้ว

 

“ฮะฮะฮะ บริทานีใจดีจังนะ ตามที่บริทานีพูดไว้ผมจะระวังแล้วเพิ่มเวรยามเป็นพิเศษแล้วกัน”

 

ช่างเป็นเรื่องลึกลับที่เขาเชื่อคำพูดของฉันจริงๆ เจ้าชายยอมรับด้วยรอยยิ้ม

 



NEKOPOST.NET