[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล ตอนที่ 31 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล

Ch.31 - คำเชิญจากเจ้าหญิง


หลังจากทักทายเหล่าขุนนาง เจ้าชายมัสโลว์ก็เดินเข้ามาหาพี่ริวเซ่ด้วยรอยยิ้ม

 

“ไง ริวเซ่ บริทานี!”

 

เพราะพวกเขาเคยเรียนในโรงเรียนเดียวกันจึงพูดคุยกันอย่างสนิทสนม แล้วพี่ริวเซ่ก็ยิ้มออกมาโดยเป็นรอยยิ้มตามธรรมชาติที่ไม่ค่อยได้เห็น

 

แต่ฉันก็ได้แต่หวังว่าพวกเขาจะไม่พูดถึงฉันกันนะ

 

เพราะเจ้าชายเข้ามาใกล้พวกเรามากราวกับเรื่องขี้ประติ๋ว ความสนใจของคนรอบข้างจึงตกมาที่ฉัน

 

ฉันได้ยินเสียงกระซิบเสียงดังว่า “ยัยอ้วนนั้นเข้าไปใกล้เจ้าชายด้วยล่ะ” แล้วก็ “ทำไมยัยนั่นถึงไปอยู่กับท่านริวเซ่ได้” ท่ามกลางคำพูดนั้น ยังได้ยินคำพูดดูถูกอีกมากมาย

 

…. ถ้าเป็นไปได้ฉันไม่อยากทำตัวเด่นเลยแท้ๆ ช่วยหยุดซุบซิบนินทาฉันทีเถิดดด

 

ฉันก็แค่อยากเข้าร่วมงานเพื่อหาคู่หมั้น แต่ตามที่คิดไว้ ปฏิกิริยาของผู้ชายพอเห็นฉันนั้นทำท่าขยะแขยง นอกจากนี้ยังได้ยินเสียงหัวเราะจากพวกลูกสาวขุนนางคนอื่นๆ และยังต้องมาเจอแองเจล่าอีก!

 

นี่มันน่าเสียดาย แต่ฉันรู้สึกแย่จริงๆ แล้ว

 

(นี่ฉันมาทำอะไรที่นี่?)

 

มาโฆษณาสบู่และผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อให้พี่ริวเซ่พอใจ แต่ฉันดันทำได้แค่ยืนอยู่ข้างๆ เขาโดยไม่มีประโยชน์อะไร น่า ถึงจะพูดไป เด็กอายุสิบสองอย่างฉันคงชักจูงใครไม่ได้หรอก(ไม่น่าเชื่อถือนั่นเอง)

 

ขณะที่ฉันกำลังยืนอยู่ข้างๆ ลูกพี่ลูกน้องของฉัน จู่ๆ เจ้าชายก็เปลี่ยนบทสนทนาจากพี่ริวเซ่มาที่ฉัน

 

“จะว่าไปบริทานี!    ชอบสวนทิศตะวันตกของปราสาทเรามั้ย?”

 

“สวน? หมายถึงพื้นที่ที่มีการปลูกสมุนไพรต่างๆ มากมายน่ะเหรอคะ?”

 

“งั้นเหรอ ไปดูมาแล้วสินะ ทั้งหมดนั้นเป็นของสะสมของผมเอง ผมได้จองห้องทั้งหมดให้อยู่ในตำแหน่งที่จะมองเห็นที่นั้นได้เชียวนะ”

 

“เอ่อ ฉันได้ยินมาว่าท่านอนุญาตให้เราเข้าออกได้อย่างอิสระ… จะไม่เป็นไรเหรอคะ ถ้าฉันเดินเข้าไปในสวนนะ”

 

“อา นึกแล้วว่าบริทานีต้องสนใจ! สมกับเป็นผู้มีจิตวิญญาณเดียวกันจริงๆ (ชอบอะไรเหมือนกัน)”

 

“เอ๊ะ-..?”

 

“ผมอยากจะคุยเรื่องนี้ต่อ แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาแล้ว ไว้หลังจากนี้ผมจะให้ดูของสะสมทั้งหมดของผมนะ! ช่วยใช้สมองช่วยผมทีหลังด้วยนะ!”

 

“ได้มั้ย? ได้ใช่มั้ยครับ?”

 

ฉันไม่เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้เลย แต่ตอนนี้เจ้าชายมัสโลว์กำลังจับมือของฉันส่ายขึ้นลง

 

นี่ฉันโดนนับผู้มีจิตวิญญาณเดียวกันตั้งแต่เมื่อไหร่… แล้วไอ้บทสนทนาเมื่อกี้มันอะไร?

 

(ตอนที่เขากำลังสนใจสบู่กับโลชั่นทาผิวเองก็แสดงท่าทางแบบนี้เหมือนกัน นี่มันอย่างกับเด็กเลยแน๊ะ)

 

ถึงอย่างนั้นก็อย่ามาพูดในที่สาธารณะสิค่ะ

 

(แม้แต่แองเจล่าก็ยังมองมาทางนี้แล้วเห็นมั้ย!!)

 

ฉันรู้สึกถึงดวงตาสีม่วงของเธอกำลังจ้องฉันตาไม่กระพริบ หวังว่านี่คงไม่ใช่การปักธงให้ฉันเป็นผู้ติดตามของเธอหรอกนะ

 

แล้วเจ้าชายก็กลับไปคุยกับพี่ริวเซ่ต่อโดยแองเจล่าที่อยู่ข้างหลังเขา เริ่มเดินมาทางนี้ด้วย

 

“นี่มันหมายความว่ายังไง? ทำไมท่านพี่ถึงเรียกเธออย่างสนิทสนมว่าบริทานีกัน”

 

(ฮี๊ เธอมาพูดกับฉันด้วยอ่ะ!!)

 

ฉันไม่มีทางปฏิเสธเจ้าหญิงที่มาทักฉันเองได้หรอก แถมเธอยังเรียกชื่อฉันซะด้วย…

 

“ไม่ได้สนิทเลยค่ะ… เราเพิ่งเจอกันเมื่อไม่นานนี้เอง ดูเหมือนเขาจะมีสัมพันธ์ที่ดีกับลูกพี่ลูกน้องของดิฉัน จึงได้พบกันเพียงเท่านั้นเองค่ะ”

 

“การที่ท่านพี่ทำสีหน้าเช่นนั้นมันไม่ใช่เรื่องปกติ ถ้าไม่รังเกียจช่วยมาเป็นเพื่อนกับฉันได้มั้ยคะ?”

 

ถ้ามีขุนนางคนไหนที่กล้าปฏิเสธคำขอเป็นเพื่อนของเจ้าหญิงตรงๆ ก็อยากเจอจัง… สำหรับฉันมันเป็นไปไม่ได้

 

เจ้าหญิงดูพอใจกับการตอบรับของฉัน จึงยกฝีปากที่ทาลิปสติกสีแดงไวน์ที่ไม่เข้ากับเธอขึ้น เห็นชัดๆ เลยว่ามันแปลก มองจากมุมมองของคนอื่น ฉันเหมือนหมูที่กำลังถูกผีกินแล้วนะเนี่ย ฉันกำลังจะถูกกินแล้วอ่า!!

 

“ใช่แล้ว ดูเหมือนเธอจะดูสนิทกับท่านพี่มาก ดังนั้นฉันอยากได้ยินทุกเรื่องจากปากของเธอเอง”

 

“...อะไรนะคะ?”

 

“แต่ฉันไม่อยากคุยกันที่นี่หรอก ไว้หลังจากนี้มาที่ห้องฉันทีหลัง แน่นอนต้องมาให้ได้เด็ดขาด!”

 

“...ค่ะ”

 

เสียงกรีดร้องของฉันกำลังดังก้องในใจ

 

(กรี๊ดดดดด ฉันนี่มันงี่เง่าชะมัด จะตอบไปว่าได้ทำไมกันเล่า!?)

 

แต่มันไม่มีทางเลือก เพราะเป็นคำขอจากเจ้าหญิงเชียวนะ

 

(เป็นอีกครั้งที่ฉันได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งธงมรณะ…)

 

 

ทันทีที่งานเลี้ยงจบ เหล่าเมดคุโรโกะก็พาฉันไปยังห้องของแองเจล่า เจ้าหญิงดูเหมือนจะกลับไปที่ห้องแล้ว และกำลังรอฉันอยู่

 

นอร่าที่สังเกตถึงท่าทางผิดปกติของฉัน… เพราะเป็นห่วงเลยมาด้วยกัน

 

ห้องของแองเจล่าดูเหมือนจะอยู่ในมุมที่แสงแดดตกถึงมากที่สุดทางตะวันออกของปราสาท

 

มีพืชหลายชนิดปลูกไว้ในสวนตะวันออก เหมือนกับสวนทางตะวันตก แต่เมดคุโรโกะบอกฉันว่าพืชพวกนี้มีพิษทุกต้นเลย

 

เหมือนกับในเนื้อเรื่องเลย แองเจล่าอายุเท่ากับบริทานี แต่ว่าตอนแองเจล่าอายุ 12 นั้นเธอก็กลายเป็นคนนิสัยแย่แล้ว

 

เรามาหยุดกันตรงหน้าห้องของแองเจล่า จากนั้นเมดก็เรียกเธอแล้วเราก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไป

 

ดูเหมือนว่านอร่าที่มาด้วยกันกับฉันก็จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้วย… อยู่ด้วยกันสามคนแบบนี้ ก็ยิ่งเหมือนในเนื้อเรื่องนะสิ

 

“ฉันกำลังรออยู่เลย”

 

ในห้องที่มีแต่สีดำ สีขาว และสีแดง ทำให้ฉันสงบใจลงไม่ได้เลย ตอนนี้แองเจล่าสวมชุดสีชมพูเข้ม ใบหน้าที่ไม่แสดงออกความรู้สึกใดๆ ดูดีใจเมื่อเราเข้ามาในห้อง

 

“เชิญทำตัวตามสบายเถอะ”

 

หลังจากได้ยินคำนั้น เธอก็แนะนำให้ไปนั่งยังโซฟาสีแดง พวกเรานั่งลงอย่างเบาๆ จากนั้นสาวใช้คุโรโกะก็เริ่มนำชาดำมาเสิร์ฟ

 

“ดีแล้วที่ไม่ต้องให้ฉันรอ… บริทานีฉันมีเรื่องอยากจะถามคุณค่ะ”

 

“อะไรงั้นรึคะ?”

 

ฉันคิดว่าเธอต้องบอกให้เราไปเป็นผู้ติดตามของเธอแน่ ขณะที่หัวใจของฉันกำลังเต้นตึกตัก แองเจล่าก็เริ่มพูดออกมา

 

“ถึงจะผิดกับรูปลักษณ์ภายนอกของคุณ แต่ได้ยินว่าคุณรู้ดีเรื่องความสวยความงาม”

 

“คะ? ความสวยความงาม?”

 

เป็นคำถามที่ไม่คาดคิดมาก่อนเลย

 

แต่เสียงเห็นด้วยนั้นมาจากข้างๆ ฉัน นอร่านั่นเอง

 

“ค่ะ ใช่แล้ว บริทานีคิดค้นผลิตภัณฑ์เพื่อความงามหลากหลายรูปแบบไว้ที่ดินแดนเอิร์ลฮาร์คส์ค่ะ”

 

นอร่าเอียงไปข้างหน้าด้วยความตื่นเต้นและหันไปหาแองเจล่า

 

การที่มีเจตนาดีอยากโฆษณาสินค้าให้เพื่อน ฉันก็เข้าใจอยู่หรอก แต่อย่าทำอะไรเกินความจำเป็นสิ

 

ฉันอยากถูกปล่อยตัวจากที่นี่โดยเร็วที่สุด โดยถูกตราหน้าว่า “ยัยตัวไร้ประโยชน์” แล้วไม่ต้องเจอแองเจล่าอีกต่อไปมากกว่า

 

อยากจะพูดว่า “ดิฉันไม่มีของแบบนั้นหรอกค่ะ” ออกไป แต่แองเจล่าก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน

 

“งั้นเธอคิดยังไงที่เห็นฉันในวันนี้? ขอความเห็นที่ตรงไปตรงมาด้วย”

 

การที่เจ้าหญิงผมสีทองอ่อนๆ กลับปัดตาสีม่วงมันช่างไม่เข้ากัน แต่มันเป็นคำตอบที่ไม่ควรพูดออกไป

 

ฉันกลืนคำพูดนั้นลงคอแล้วเริ่มคิดคำพูดใหม่

 

(อืม… ฉันจะตอบไปว่ายังไงดี?)

 

ถ้าจากในเนื้อเรื่องบริทานีคงทำให้เธอสนใจก็ตอนนี้ล่ะ แม้แต่ในเนื้อเรื่องบริทานียังยืนขึ้นแล้วบอกว่า “เป็นชุดที่วิเศษมาก ~ สง่างามสุดๆ ~" ชมไปแบบไม่ลืมหูลืมตาเลยล่ะ

 

แต่ฉันไม่อยากเป็นผู้ติดตามของแองเจล่า… ฉันควรบอกความรู้สึกที่แท้จริงไปเลยดีมั้ยนะ?

 

ถึงเธอจะอายุ 12 แล้ว แต่ถ้าทำให้เธออารมณ์เสียก็คงโดนไล่ออกจากห้องแน่

 

(เอาล่ะ ฉันบอกความเห็นไปตรงๆ เลยแล้วกัน)

 

ฉันตัดสินใจแล้ว

 

“ต้องอภัยฝ่าบาทด้วย งั้นดิฉันต้องพูดตรงๆ เลยนะคะ”

 

“อืม เราจะฟัง”

 

“...ชุดในวันนี้ไม่เหมาะกับเจ้าหญิงเป็นที่สุดเลยค่ะ”



 




NEKOPOST.NET