[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล ตอนที่ 24 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล

Ch.24 - คำถามของลูกพี่ลูกน้อง


เจ้าชายกลับไปที่เมืองหลวงแล้ว และวันที่ต้องไปเมืองหลวงก็ใกล้เข้ามาแล้ว

 

เพราะเหลือเวลาอยู่เพียงน้อยนิด จึงแอบออกจากห้องช่วงเที่ยงคืนแล้วไปยังห้องวิจัยเพื่อทำโลชั่นทาผิว

 

ขณะที่กำลังทำเครื่องสำอาง ฉันก็ไม่ลืมออกกำลังกายและบริหารหน้าเพื่อให้หน้าเรียวลงด้วย

 

สิ่งที่ฉันจะใช้ทำโลชั่นทาผิวคราวนี้คือน้ำมันหอมระเหย(น้ำดอกไม)้

 

เพื่อที่จะทำน้ำมันหอมมะเหยในโลกนี้ ทำได้โดยการนึ่งสมุนไพรกับดอกไม้ จากนั้นน้ำมันหอมระเหยจะระเหยขึ้นมา จากนั้นของเหลวก็จะกลายเป็นสองชั้น

 

ที่ญี่ปุ่น ฉันเองก็ใช้น้ำมันจากดอกคาเมเลียและน้ำมันมะพร้าวเป็นประจำ

 

แต่ว่าครีมทาหน้าและน้ำมันที่ใช้นั้นเป็นของที่ทำขึ้นจากวัตถุดิบจากธรรมชาติจึงต้องมีความสดใหม่ หากปล่อยทิ้งไว้ก็อาจจะเสียได้

 

จึงไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่

 

ฉันชั่งน้ำหนักครั้งล่าสุดได้ 65 กิโล เพียงแค่ชั่วลมหายใจก็ใกล้เป็นสาวอวบที่หนัก 60 กิโลได้แล้ว

 

แล้วเผอิญว่าบริทานีไม่ได้สูงมาก ไมถึง 150 เซนด้วยซ้ำ…

 

ส่วนของขวัญ(ขนม)ที่ฉันได้จากเจ้าชาย ฉันได้แจกให้ลูกๆ ของคนรับใช้ ดูเหมือนคงเพราะผลจากสินบน(ขนม) ทำให้พวกเขาปฏิบัติตัวดีกว่าที่เคย ต่อไปลองให้สบู่หรือโลชั่นทาหน้าดูบ้างดีกว่า

 

เป็นไปไม่ได้เลยที่จะผอมลงก่อนงานเลี้ยงแต่อย่างน้อยก็ขอดูผอมที่สุดแล้วกัน ฉันควรเลือกชุดและทุกอย่างให้ดีแล้วสิ

 

เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันไปที่ห้องของพี่ริวเซ่เพื่อขอปรึกษาเรื่องเงิน

 

แน่นอนว่าเพราะอยากซื้อชุดใหม่ จนกระทั่งถึงตอนนี้บริทานีเอาแต่ซื้ออย่างสุรุยสุร่าย แต่หลังจากที่ความทรงจำของฉันกลับมา ฉันก็ได้รู้ถึงสีหน้าที่แท้จริงของลูกพี่ลูกน้อง จากนั้นมาฉันก็กลัวการใช้จ่ายเงินมาก…

 

แม้ว่าฉันจะมีรูปร่างหน้าตาแบบนี้ แต่จิตใจฉันบอบบางมากนะ

 

“อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านพี่ ฉันมีเรื่องอยากจะปรึกษาหน่อยนะคะ…”

 

“อรุณสวัสดิ์บริทานี… หายากนะที่น้องมีเรื่องจะปรึกษาพี่ มีอะไรงั้นรึ?”

 

ท่านพี่เดินไปที่โซฟาและนั่งลง เขาได้รับการสั่งสอนจากเจ้าชาย จึงได้รับฉายาจากขุนนางสาวๆ ว่า “หนุ่มขุนนางผมดำ”

 

“เอ่อ… เกี่ยวกับเรื่องงานเลี้ยงที่เมืองหลวงเมื่อก่อนหน้า แต่ว่า...”

 

“อะไรงั้นเหรอ?”

 

“ฉะ ฉันอยากได้ชุดใหม่สำหรับงานเลี้ยงค่ะ…”

 

“.....”

 

ลูกพี่ลูกน้องของฉันยิ้มด้วยรอยยิ้มแบบไม่เห็นดวงตา น่ากลัว!!

 

“เพราะรสนิยมเมื่อก่อนของฉันแย่มาก เลยไม่มีชุดเหมาะๆ … ฉันรู้สึกลำบากใจเพราะมันยากที่จะทำชุดใหม่ แน่นอน ไม่ได้ขอชุดแพงๆ หรอกค่ะ”

 

“ฟุฟุฟุ พี่เข้าใจแล้ว พักนี้บริทานีเองก็ผอมลงมาก ไว้พี่จะไปเมืองหลวงแล้วหาชุดใหม่ให้เอง”

 

“ขอบคุณมากค่ะ!”

 

สีหน้าของพี่ริวเซ่กลับมาเป็นสีหน้าอ่อนโยน บางทีเขาคงกำลังทดสอบฉันอยู่

 

“แล้วบริทานีอยากได้ชุดแบบไหนกันล่ะ?”

 

“เอ่อ… สีเข้มๆ อย่างสีดำไม่ก็ออกไปทางสีน้ำเงินเข้มนะคะ เพราะมันจะช่วยทำให้ฉันผอมลงแม้เพียงเล็กน้อยก็เถอะ”

 

“ไว้พี่จะคุยกับช่างฝีมือให้ เพราะรายได้จากการเก็บภาษีปีนี้ของเราเพิ่มขึ้นมาก จึงไม่ต้องกังวลเรื่องราคานัก”

 

“...การผลิตไวน์ของท่านพี่และการเลี้ยงม้าก็เป็นไปได้ด้วยดีนี่คะ?”

 

“ก็นะ แต่ส่วนใหญ่ก็เพราะสินค้าของบริทานี ด้วยเหตุนี้… น้องไม่จำเป็นต้องเลือกชุดราคาถูกๆ หรอก เลือกได้ตามใจชอบเลย เพราะสินค้าของน้อง หนี้ในดินแดนของเราจึงเกือบจะจ่ายหมดแล้ว และอีกไม่นานเราก็คงสร้างท่าเรือได้แล้ว”

 

ลูกพี่ลูกน้องของฉันกำลังพัฒนาดินแดนอย่างแข็งขัน

 

“ท่านพี่นี่ยอดเลยนะคะ ในหมู่ญาติๆ ฉันเองก็คิดว่ามีแค่ท่านพี่นี่แหละ ที่คิดจริงจังเรื่องการปรับปรุงดินแดนของเอิร์ลฮาร์คส์ ฉันพูดอย่างมั่นใจได้เลยค่ะ ว่าถ้าเป็นท่านลุงหรือท่านป้าคงไม่สนใจเรื่องนี้เลยแน่”

 

“เป็นความจริงล่ะนะ จนกระทั่งพี่ไปถึงเมืองหลวงก็เป็นแบบนั้น… พี่เองก็เคยเป็นเด็กนิสัยเสียที่เอาแต่ใช้ชีวิตแบบหรูหราเหมือนกัน”

 

ท่านพี่ริวเซ่น่ะเหรอ? ไม่น่าเชื่อ!

 

“ในตอนนั้น เพราะพ่อแม่ของพี่ใช้ชีวิตแบบหรูหราฟุ่มเฟือย พี่ก็เลยคิดไปว่าควรใช้ชีวิตเหมือนกับที่พวกพ่อแม่ทำ”

 

“จนกระทั่งไปถึงเมืองหลวงและได้เรียนเรื่องต่างๆ สินะคะ”

 

“อา ดังนั้นพี่เลยตัดสินใจจะเป็นเอิร์ล พี่จะหยุดไม่ให้พ่อแม่ใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือยและไม่ให้พวกเขามาเกี่ยวข้องกับการบริหารดินแดนแน่ ส่วนท่านปู่จะได้เกษียณไปอย่างสมบูรณ์สักที”

 

ดูเหมือนพี่ริวเซ่จะตั้งใจแบกรับภาระของดินแดนนี้ทุกอย่างไว้ด้วยตัวคนเดียว

 

“เอ่อ ท่านพี่...”

 

“บริทานีช่วยมาอยู่เคียงข้างพี่ได้มั้ย?”

 

ขณะที่พูดดวงตาสีน้ำเงินเข้มของพี่ริวเซ่ดูหนักแน่นมาก

 

รู้สึกเหมือนกับเจอทางแยก และทางแยกสุดท้ายคือลูกพี่ลูกน้องที่ผิดหวังในตัวฉันหลายต่อหลายครั้ง

 

ถ้าฉันไม่แสดงความตั้งใจอย่างแท้จริงก็คงโดนพี่ริวเซ่ตัดออกเช่นกัน เหมือนกับพ่อแม่ของเขาและท่านปู่

 

ลูกพี่ลูกน้องของฉันเด็ดเดี่ยวมาก

 

“ฉันไม่คิดจะคัดค้านแผนการของท่านพี่แม้แต่นิดเดียวค่ะ แล้วพักนี้พี่ก็เห็นนี้ค่ะ ฉันเริ่มมีกล้ามมานิดหน่อยแล้ว แต่ถ้าเป็นภาระที่ไม่หนักเกินไป ฉันก็ทำให้ได้ค่ะ”

 

หลังจากตอบไป พี่ริวเซ่ก็ดูสดชื่นขึ้นมาใหม่อีกครั้ง … เอ๊ะ?

 

แต่นั่นไม่ใช่รอยยิ้มสดใสแบบทุกที แต่เป็นรอยยิ้มโล่งใจและมืดมนเล็กน้อย

 




NEKOPOST.NET