[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล ตอนที่ 23 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล

Ch.23 - ฉันโดนปักธงให้ต้องไปเมืองหลวงมากมายเหลือเกิน


 

“ฉันยังเด็กอยู่ค่ะ ฉันกลัวมากที่จะไปในที่ที่ไม่รู้จักเช่นนั้นและฉันอาจจะทำพลาดได้”

 

“ผมเองก็ได้ยินจากลูกพี่ลูกน้องของคุณเหมือนกัน ว่าคุณปฏิเสธที่จะเป็นผู้ติดตามของน้องสาวผม ริวเซ่บอกผมว่า ’บริทานีเป็นคนงี่เง่าและชอบทำอะไรเสียมารยาท เธอคงไม่เหมาะจะไปอยู่เคียงข้างเจ้าหญิง’ ”

 

ฉันเงยหน้ามองลูกพี่ลูกน้องที่กำลังเดินอยู่ใกล้ๆ

 

(...ไม่จริง นี่พี่บอกเขาไปตรงๆ แบบนั้นจริงเหรอเนี่ย…)

 

…ริวเซ่ยิ้ม… อ่านสีหน้าไม่ออกเลย

 

พักนี้เขาไม่ค่อยยิ้มให้ฉันแล้วนะ

 

“แล้วพอผมได้รู้จากที่ริวเซ่เล่าให้ฟังและยังจดหมายที่เขาส่งมา ผมก็คิดว่าคำพูดนั้นน่าจะจริง… แต่พอมองดูคุณในตอนนี้ผมกลับคิดว่าก็นิสัยดีนี่นา”

 

เจ้าชายส่งรอยยิ้มงดงามให้ฉัน

 

แทนที่มันจะให้ความรู้สึกใจเต้นตึกตัก แต่ตอนนี้ฉันกลับรู้สึกอยากเอาหน้าใหญ่ๆ นี้ หนีไปจากที่นี่มากกว่า

 

(ถ้าฉันลดน้ำหนัก ใบหน้าของฉันจะเรียวเล็กกว่านี้มั้ยนะ หรือมันจะยังใหญ่อยู่แบบนี้ ควรทำยังไงดี?)

 

หลังจากได้รับดาเมทจากหน้าตาอันงดงามของเจ้าชาย ฉันจึงตัดสินใจเพิ่มการบริหารหน้าหลังจากที่กลับมาที่คฤหาสน์ (เพื่อลดไขมันที่หน้า)

 

แต่มันคงยากมาก เพราะรอบตัวฉันมีแต่พวกหน้าหล่อ(ริวเซ่,เจ้าชาย) รายล้อมเต็มไปหมด

 

“ฝ่าบาท วันนี้ท่านจะทานอาหารค่ำด้วยกันกับพวกเรามั้ยครับ…”

 

“อา ผมเคยได้ยินว่าชื่อเสียงเรื่องอาหารของคฤหาสน์เอิร์ลฮาร์คส์มานานแล้ว”

 

ครั้งแรกเลยนะที่ฉันรู้ว่าอาหารที่บ้านเรามีชื่อเสียง เพราะฉันกินเป็นปกติอยู่แล้ว จึงไม่มีความเห็นอะไร

 

(เราจะต้องกินอาหารกับเจ้าชายมัสโลว์จริงเหรอ? จริงอ่ะ?)

 

แล้วทีหลังควรไปบอกท่านปู่ก่อนนะ ว่าเจ้าชายมาเยี่ยมนะ

 

ดูเหมือนว่าท่านปู่จะลืมบอกฉันเพราะความเลินเล่อตามปกติของท่านปู่   ท่านปู่ หนูไม่ให้อภัยแน่ค่ะ!

 

เป็นครั้งแรกเลยที่เห็นอาหารเรียงรายอยู่บนโต๊ะมากมาย ซึ่งไม่ใช่อาหารสุขภาพตามปกติ

 

“แหม น่าแปลกใจจริงๆ ที่คุณบริทานีกินแค่อาหารเบาๆ เองเหรอ ผมนึกว่าคุณจะกินเยอะซะอีก”

 

จู่ๆ เจ้าชายก็ทำตาโตแล้วพูดเรื่องหยาบคายโดยไม่รู้ตัวซะงั้นอ่ะ ก็รู้หรอกว่าเขาไม่ได้คิดร้ายอะไร

 

“งั้นเหรอคะ? ฉันเองก็ทานน้อยแค่นี้เป็นปกติอยู่แล้วค่ะ”

 

ฉันตอบคำถามเขาไป

 

ตั้งแต่เริ่มลดน้ำหนัก ปริมาณอาหารของฉันก็ลดลงเหลือแค่นี้อยู่แล้ว ไม่ได้โกหกนะ

 

อย่างเช่นเคย ลูกพี่ลูกน้องของฉันไม่ได้แสดงความเห็นอะไร

 

พอเห็นเจ้าชายกินอารมณ์อย่างมีความสุข พี่ริวเซ่และท่านปู่ก็ดีใจมาก

 

“จะว่าไป ผมชวนบริทานีไปยังเมืองหลวงด้วยกัน แต่…”

 

นึกว่าเขาจะลืมไปแล้วซะอีก แต่จู่ๆ เจ้าชายก็ยกหัวข้อนี้ขึ้นมาคุย

 

(ทำไม… ทำไมเขาถึงอยากให้ฉันไปเมืองหลวงด้วยกันขนาดนั้น?)

 

ท่านปู่ฟังที่ฝ่าบาทพูด แล้วมองไปทางริวเซ่ด้วยสายตาอ้อนวอน

 

“บริทานี..”

 

“ทะ ท่านพี่~…”

 

พี่ริวเซ่ถอนหายใจเล็กน้อยและเจ้าชายมัสโลว์ก็หันหน้ามาทางเรา

 

“ขอโทษที่เสียมารยาทครับ… แต่ไม่ว่ายังไงบริทานีก็ไม่อยากไปเมืองหลวง และเรายังมีสบู่ที่กำลังผลิตและยังมีเรื่องอื่นๆ อีกมากเลยครับ”

 

“อืม งั้นเหรอ แต่ถ้าไปแค่ช่วงเวลาสั้นๆ จะได้มั้ย?”

 

“ช่วงเวลาสั้นๆ หมายถึงยังไงเหรอคะ?”

 

“ผมแน่ใจว่าคุณคงรู้จากริวเซ่แล้ว แต่อีกไม่นานนี้ ผมจะจัดการงานเลี้ยงเล็กๆ ที่เมืองหลวง และยังมีลูกชาย ลูกสาวขุนนางมากมายที่ยังไม่เปิดตัวทางสังคมมาร่วมงานด้วย ผมอยากให้บริทานีเข้าร่วมจริงๆ นะ”

 

“...ว่าไงล่ะ บริทานี?”

 

“ริวเซ่เองก็บอกว่าจะเข้าร่วมด้วยแล้ว แต่ผมก็อยากให้คุณไปด้วยนะ”

 

พอได้ยินเข้า ริวเซ่ก็ดูตัวสั่นนิดๆ

 

ไหนบอกว่าจะให้ฉันไปเข้าร่วมแค่ปาร์ตี้กันค๊า นี่มันงานเลี้ยงระดับราชวงศ์เลยนะค๊า

 

“ผมได้ยินว่าลูกชายคนที่สองของเอิร์ลอัทเธอร์เองก็เข้าร่วมด้วยแล้วถ้าเป็นเพื่อนของบริทานีมาด้วยก็ไม่มีปัญหา งานเลี้ยงครั้งนี้เป็นโอกาสดีเลยนะ ที่บริทานีจะเอาสินค้าใหม่ที่ทางดินแดนเอิร์ลฮาร์คส์ไปแนะนำ”

 

“ค่ะ ถ้างั้นฉันจะตอบรับข้อเสนอแล้วกัน”

 

ฉันตอบรับคำเชิญโดยไม่สนใจมองลูกพี่ลูกน้อง

 

(ทำไมท่านพี่ถึงตัดสินใจร่วมงานเลี้ยงโดยไม่ปรึกษาฉันกันค๊า!)

 

เจ้าชายยิ้มแล้วพูดลอยๆ ว่า “ริวเซ่นี่ขี้งกจริงๆ”

 

(...ท่านพี่น่ะเหรอเป็นคนขี้งก?)

 

แน่อยู่แล้ว เงินเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขา แต่ฉันไม่คิดว่าท่านพี่ที่สง่างามจะนำไปใช้จ่ายตามใจหรอก

 

เอาเถอะ ถึงมันจะกะทันหันแต่ก็ไม่มีปัญหา

 

เพราะช่วยไม่ได้ ฉันจึงต้องเข้าร่วมงานเลี้ยง โชคดีที่ลิลลี่กับนอร่าเองก็ได้รับเชิญด้วยเหมือนกัน

 

 

แม้คฤหาสน์เราจะไล่คนใช้ออกไปมากมาย แต่ดูเหมือนพ่อแม่ของเด็กที่ฉันกำลังสอนอยู่จะไม่ได้โดนไล่ออกไปด้วย

 

ไรอันกับมาเรียยังปลอดภัย...

 

สภาพแวดล้อมการบริหารดินแดนก็ดีขึ้น มาเรียก็เริ่มทำงานเป็นเมดแล้ว เพราะเธอมีพรสวรรค์จึงทำให้พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

แม่ของมาเรียเป็นเมดที่คอยซักผ้า แต่มาเรียได้รับหน้าที่ให้เป็นพนักงานเสิร์ฟ ในช่วงเวลาว่างเธอก็มักจะมาที่ห้องวิจัยสบู่บ่อยๆ

 

ส่วนไรอัน เขาเริ่มสอนการเรียนขั้นพื้นฐานให้เด็กๆ และคนรับใช้คนอื่น โดยในบรรดาเมดสาวคนใหม่ก็เหมือนจะมีบางคนที่สนใจการเรียนอยู่บ้าง

 

แม้ว่าไรอันจะยังเพิ่งอายุ 10 ขวบ แต่เด็กคนอื่นๆ ก็ เรียกเขาว่า “อาจารย์” แล้ว

 




NEKOPOST.NET