[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล ตอนที่ 22 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล

Ch.22 - เจ้าชายปรากฏตัวออกมาแล้วค๊าา


นอร่ากลับไปที่ดินแดนของเธออย่างปลอดภัยและท่านพี่ริวเซ่ก็กลับมาจากการตรวจสอบทุ่งมะนาวพอดี

 

มะนาวโตได้อย่างไร้กังวล

 

ตอนนี้ชีวิตประจำวันของฉันยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

 

“อีกไม่นานบริทานีก็จะอายุ 13 แล้วนะ”

 

“ค่ะ…”

 

เช่นเคย นั้นคือคำใบ้ที่บอกให้ฉันหาคู่หมั้นให้ได้นั้นเอง

 

“ถ้าว่าง น้องอยากจะเข้าร่วมงานปาร์ตี้เหมือนทุกครั้งมั้ย?”

 

“เอ๊ะ… ปาร์ตี้?”

 

ดูเหมือนว่าการเข้าสังคมในโลกนี้จะเกิดขึ้นเร็วมาก

 

“ใช่แล้ว ถ้าเป็นตัวน้องเมื่อก่อนพี่ก็เป็นห่วงอยู่ แต่เพราะเดี๋ยวนี้น้องใช้ชีวิตอย่างตรงไปตรงมา … หากน้องอยากจะหาคู่หมั้นให้ได้จริงๆ การอยู่แต่ในดินแดนนี้ น้องก็จะไม่มีตัวเลือก(คู่หมั้น)มากนัก”

 

“เอ่อ…”

 

“ถ้าจะรอเปิดตัวสู่สังคมชนชั้นสูงครั้งแรก ตามปกติก็ช่วงเวลานี้แหละ”

 

“....”

 

ในโลกของหนังสือ การเปิดตัวทางสังคมมักจะเป็นช่วงอายุ 16 ปี

 

แต่ว่าในยุคของบริทานีนั้น เธอได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมงานปาร์ตี้ได้แล้ว

 

จนถึงตอนนี้ ฉันเคยไปเพียงร่วมงานเลี้ยงน้ำชากับลูกสาวขุนนางเท่านั้น แต่ในงานปาร์ตี้นั้นจะพบได้ทั้งลูกชายและลูกสาวขุนนางต่างๆ มากมาย บางทีอาจจะได้เพื่อนอีกด้วย

 

พี่ริวเซ่เองก็ได้รับเชิญไปงานปาร์ตี้ที่นั่นบ้าง ที่นี่บ้าง แต่ดูเหมือนพี่จะไม่ได้ไปร่วมงานเพราะงานยุ่งมาก

 

… ตอนนี้เหมือนพี่ริวเซ่กำลังพยายามเต็มที่เพื่อพัฒนาดินแดนของเรา

 

“พี่จะไปร่วมงานกับน้องด้วย ดังนั้นช่วยเก็บไปคิดให้ดีด้วยล่ะ”

 

เขายังคงทำหน้าหล่อแล้วยิ้มให้ฉัน แต่ว่านะ…

 

(ท่านพี่ริวเซ่… ใบหน้ากับน้ำเสียงมันไม่ตรงกันเลยน้า)

 

ทั้งตาและวิธีการพูด เหมือนกับว่า “พี่ไม่ยอมให้เธอปฏิเสธเด็ดขาด” ยังงั้นล่ะ

 

...พักนี้ฉันเริ่มอ่านความตั้งใจที่แท้จริงจากสีหน้าของลูกพี่ลูกน้องได้เก่งขึ้นแล้วนะ


 

 

ดูเหมือนว่าในโลกนี้เองก็มีเครื่องสำอางเหมือนกัน

 

ในหมู่ชนชั้นสูง นิยมคนผิวขาวจึงมีการแนะนำให้ใช้เครื่องสำอางกัน แต่ก็ควรใช้ให้พอเหมาะ จนถึงตอนนี้บริทานีใช้เครื่องสำอางมากจนขาวเหมือนผีเลยล่ะ

 

แต่ดูเหมือนเครื่องสำอางในโลกนี้จะไม่ดี เพราะใช้ส่วนผสมที่มีผงขาวซึ่งมีสารตะกั่วที่เป็นพิษต่อร่างกายมนุษย์

 

(...อยากได้เครื่องสำอางเหมือนเมื่อชาติก่อนจัง เป็นไปได้ฉันก็อยากใช้ส่วนผสมที่ดีต่อร่างกายล่ะนะ)

 

ดูเหมือนว่าฉันคงต้องทำอะไรสักอย่างเองแล้ว แต่เป็นเด็กคงไม่ต้องแต่งหน้าหนาๆ แต่ถ้าบางเกินไปแป้งก็จะหลุดด้วย

 

โลกนี้มันโหดร้ายซึ่งเป็นที่ที่ว่า “เด็กๆ อย่างน้อยก็ต้องแต่งหน้าเพื่อร่วมปาร์ตี้”

 

ฉันรื้อฟื้นความทรงจำในชาติก่อนเกี่ยวกับงานอดิเรก

 

(ถ้าจำไม่ผิด… วัตถุดิบที่ใช้จะเป็นแป้งข้าวโพด โคลนพอกและไททาเนียมไดออกไซด์ แต่… จะหาของพวกนี้ได้จากไหนล่ะ?)

 

เจ้าไทเทเนียมไดออกไซดหาได้จากไหนล่ะ ในหนังสือก็ไม่เห็นกล่าวถึงเลย

 

คราวนี้ฉันว่าจะทำแป้งที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติล่ะ

 

(แล้วก็อยากได้สิ่งที่ช่วยทำให้ผิวสวยขึ้น… อืมมม คิดว่าต้องใช้ทำโลชั่นทาหน้าด้วยสินะ)

 

น้ำหนักของฉันก็เริ่มลดลงบ้างแล้ว ขาเองก็รู้สึกว่าเล็กลงบ้าง

 

(สำหรับตอนนี้เป้าหมายของฉันคือการเป็นสาวอวบแทน เพื่อหาคู่หมั้นและเลี่ยงธงตาย!)

 

ฉันกลับไปที่ห้องวิจัย

เห็นชายแปลกหน้าผิวขาว ยืนอยู่หน้าห้อง


 

ผมสีทอง แตกต่างจากริชาร์ดที่มีสีออกทางส้ม แต่ของเขาคนนี้เป็นสีทองคำบริสุทธิ์

 

(นั่นใครน่ะ?)

 

ตอนแรกฉันก็นึกว่าเขาเป็นบุกรุก แต่เขาแต่งตัวดูดีเกินไป บางทีอาจเป็นแขกของท่านปู่?

 

ขณะที่กำลังคิดอยู่อย่างนั้น ชายคนนั้นก็ค่อยๆ หันหน้ามาทางฉัน

 

“...!”

 

ฉันเคยเห็นหน้าเขามาก่อน!

 

ใบหน้าที่งดงามแบบที่ฉันเคยรู้จักเมื่อชาติก่อน

 

ชายผู้มีผมสีทองตรงหน้าฉันก็คือเจ้าชายลำดับที่หนึ่งของประเทศแห่งนี้ เจ้าชายมัสโลว์

 

เขาคือตัวเอกของเรื่องเมอร์ริลและเป็นพี่ชายของแองเจล่าที่เป็นตัวร้าย

 

(แล้วทำไมคนๆ นั้นถึงได้มาอยู่ในดินแดนของเรา เขาเป็นคนที่ไม่น่าจะอยู่ที่นี่เลยนะ  แต่ว่าเขาก็เป็นเพื่อนของท่านพี่ริวเซ่… ไม่จริง หรือว่าท่านพี่ริวเซ่จะเชิญเขามา?)

 

ใบหน้าที่ไร้จุดตำหนิใดๆ เหมือนในหนังสือและใบหน้าที่อ่อนโยน …

 

ในเนื้อเรื่องนั้นเขาปกป้องเมอร์ริลจากฆาตกร

 

ในตอนนั้นตัวบริทานีตายไปก่อนแล้ว

 

จากนั้นเมอร์ริลก็ประสบความสำเร็จในการขึ้นครองบัลลังก์

 

“ไอย๊า ขออภัยที่บุกรุกครับ ผมได้ยินว่าคุณเป็นลูกพี่ลูกน้องของริวเซ่งั้นรึครับ”

 

“ค่ะ ฉันชื่อบริทานี สำหรับการที่ท่านรู้ว่าฉันเป็นใคร ช่างรู้สึกเป็นเกียรติมากค่ะ”

 

ฉันมองไปอย่างหงุดหงิดแบบไม่รู้ตัว ขณะที่เจ้าชายหัวเราะแบบขี้เล่นออกมา

 

“คุณรู้แล้วเหรอครับ?”

 

“ค่ะ แน่นอน… คุณคงเป็นเจ้าชายที่เคยเรียนโรงเรียนวังหลวงซึ่งลูกพี่ลูกน้องของฉันเคยไปเรียนสินะคะ? เพราะกลิ่นอายของคุณมันต่างจากคนอื่นนะ”

 

ฉันพยายามพูดสุภาพที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยใช้ความรุ้จากเมื่อชาติก่อน นี่แหละสูตรโกง(ความรู้)อย่างเดียวของฉัน

 

สงสัยว่าเขาจะมาโดยไม่ได้บอกพี่ริวเซ่หรือท่านปู่รึเปล่านะ?

 

เพราะฉันไม่เคยได้ยินเลยว่าเขาจะมาเยี่ยมบ้านของเรา

 

“ขอโทษที่เสียมารยาทโดยการมาแบบปุบปับด้วยครับ แต่ผมอยากเจอคุณนะ”

 

“ฉันเหรอคะ?”

 

“อา ผมรู้ว่าคุณเป็นใคร ‘ลูกพี่ลูกน้องของริวเซ่ ผู้คิดค้นสบู่ขึ้น’ นั่นล่ะที่ริวเซ่บอกผมมา”

 

…. ฉันไม่ใช่คนที่ยอดเยี่ยมขนาดที่เจ้าชายต้องมาเยี่ยมเยือนด้วยตัวเองซักหน่อย

 

สบู่นั้นก็แค่ของทำมือ ที่ทำโดยมือสมัครเล่นโดยใช้ความรู้จากเมื่อชาติก่อน

 

“ใช่แล้ว ผมมีของขวัญจะให้คุณไว้ด้วย ถ้าต้องการโปรดทานได้ตามสบายเลยครับ”

 

เขาส่งรอยยิ้มเป็นมิตรแล้วมอบกล่องที่มีตัวอักษรเขียนน่ารักๆ ไว้

 

“ข ขอบคุณมากค่ะ ต แต่นี่มันคืออะไร?”

 

“ช่วงที่เรียนอยู่ ริวเซ่บอกว่า ‘ลูกพี่ลูกน้องฉันชอบขนมหวานมากเลยล่ะ’ ผมจึงเตรียมขนมหวานที่คิดว่าคุณน่าจะชอบมาด้วยนะ”

 

“...น่า การที่ท่านจำเรื่องที่พูดถึงฉันได้แบบนี้ ชางรู้สึกเป็นเกียรติมากค่ะ”

 

ขนมหวานเป็นศัตรูตามธรรมชาติของการลดน้ำหนักนะค้า

 

น่า ฉันเองก็ชอบขนมอยู่หรอกและตัวขนมเองก็ไม่ได้มีความผิดอะไร…

 

(อุว๊า ฉันควรทำยังไงกับมันดีล่ะ จะกินเข้าไปยังตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด..)

 

ขณะที่ฉันกำลังคุยกับเจ้าชาย พี่ริวเซ่ก็โผล่มา

 

“ฝ่าบาทมัสโลว์…กระผมตามหาท่านในสวนตั้งนานเลยนะครับ”

 

“อา ริวเซ่ ฉันมาคุยกับลูกพี่ลูกน้องของนายนิดหน่อยนะ เธอต่างจากที่นายเล่าให้ฟังเมื่อก่อนเลยนะ”

 

“... เพราะเธอเติบโตขึ้นนะครับ นิสัยเองก็พัฒนาไปด้วย เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะครับ ไว้ผมจะพาเดินชมห้องวิจัยสบู่นะครับ”

 

(เปลี่ยนเรื่องคุยกันเลยเหรอ?)

 

เจ้าชายเองก็ดูเหมือน… อยากรู้เรื่องของฉันมาก

 

นอกจากสบู่ที่ฉันทำขึ้นแล้วพี่ริวเซ่ยังเพิ่มการผลิตไวน์และสายพันธ์ม้า ซึ่งทั้งสองอย่างทำให้รายได้ของดินแดนเรามั่นคงขึ้น ตามที่พี่ริวเซ่คาดไว้

 

พักนี้เราก็กำลังค้นคว้าวิธีการแปรรูปมะนาว ฉันเลยเปลี่ยนความสนใจมาที่โยเกิร์ตมะนาวที่เคยชอบเมื่อชาติก่อน

 

ในดินแดนของเอิร์ลฮาร์คส์มีการเลี้ยงปศุสัตว์อยู่แล้ว ดังนั้นหากจะทำโยเกิร์ตและเนยแข็งก็ทำได้ จึงไม่มีปัญหาใดๆ

 

ภายในห้องวิจัย เจ้าชายกำลังแสดงท่าทีสนใจสิ่งของมากมายและวัตถุที่บรรจุขวดอยู่

 

(ถึงจะมองไปแค่ไหน มันก็ไม่ทำให้ได้สูตรมาหรอกนะคะ)

 

เขาคงกำลังหาสบู่แห้ง.. แต่มันยังไม่แห้งหรอกนะตอนนี้

 

“เลดี้บริทานีไม่ลองไปที่เมืองหลวงดูเหรอ?”

 

“เอ๊ะ…?”

 

ฉันประหลาดใจกับคำพูดที่จู่ๆ ก็พูดขึ้นมาของเจ้าชาย

 

“ในเมืองหลวงมีที่ที่ความสามารถของคุณจะใช้งานได้อย่างเต็มที่ ผมคิดว่าความรู้ของคุณคงมีประโยชน์ต่อคนมากมายแน่”

 

(หรือว่านี่จะเป็นการปักธงที่ทำให้ฉันกลายเป็นผู้ติดตามของแองเจล่า!)

 

เป็นธรรมดาที่ฉันต้องยิ้มจางๆ แล้วปฏิเสธเขาไป



 



NEKOPOST.NET