[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล ตอนที่ 19 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล

Ch.19 - ลูกพี่ลูกน้องของผม (มุมมองของริวเซ่)


ในตอนที่ผมอายุได้ห้าขวบ ลูกพี่ลูกน้องของผมบริทานีก็ได้ลืมตาดูโลกเป็นครั้งแรก

 

ผมยังจำได้ดีเลยว่าเธอเป็นเด็กที่มีผมสีดำ ตาสีฟ้าครั้งแรกที่ผมได้พบกับบริทานีนั้นเธอช่างน่ารักจริงๆ

 

แต่ตอนที่ลูกพี่ลูกน้องของผมอายุได้สามขวบ พ่อแม่เธอก็ออกไปบ้านไปทั้งสองคน ทิ้งให้บริทานีอยู่กับปู่สองคน

 

คงเพราะเธอทำอะไรไม่ถูก ตั้งแต่นั้นมาบริทานีก็หมกหมุ่นกับการกินอาหารเพื่อบรรเทาความเหงา แม้กระทั่งตอนที่ผมไปหาเธอ เธอก็ยังเอาแต่กิน

 

ตอนนั้นผมอยู่ที่ดินแดนอื่น แต่ตอนที่ผมไปเยี่ยมท่านปู่และเห็นบริทานีอีกครั้งในช่วงห้าขวบ ผมก็ต้องตกใจกับการเปลี่ยนแปลงของเธอ

 

สิ่งที่ผมพบไม่ใช่สาวน้อยผู้น่ารัก แต่เป็นลูกหมูไปแล้ว

 

เธอถูกท่านปู่ตามใจจนเสียคน ภาพของนางฟ้าตัวน้อยในใจของผมหายไปอย่างสิ้นเชิง

 

เมื่อผมอายุได้ 13 ปี ผมก็ไปเรียนที่เมืองหลวงเป็นเวลาสามปี

 

ผมเป็นห่วงเรื่องของท่านปู่กับบริทานี แต่นี่ก็เพื่ออนาคตที่ผมต้องเป็นเอิร์ล ดังนั้นผมจึงต้องไป

 

ดินแดนเราแต่เดิมก็ยากจนมากอยู่แล้ว เป็นพื้นที่ห่างไกล มีแต่ธรรมชาติที่นำมาใช้อะไรไม่ค่อยได้

 

สินค้านั้นส่วนใหญ่จะเป็นปศุสัตว์และอุตสาหกรรมประมงที่แนวชายฝั่งเป็นส่วนใหญ่

 

ดูเหมือนว่าการทำเกษตรที่ดินแดนนั้นจะเป็นเรื่องยากเพราะมีสารอาหารให้พืชน้อย

 

แล้วแต่เดิมดินแดนเราก็หาเงินได้โดยการส่งออกม้า แต่พักนี้ม้าเริ่มขายไม่ได้ เพราะหลังจากสงครามจบลง ประเทศจึงสงบสุขขึ้น ความต้องการม้าจึงลดลง

 

ม้าของเอิร์ลฮาร์คส์นั้นทั้งเร็วและแข็งแรง แต่ว่าในยุคที่สงบขุข ความต้องการม้าจึงต่ำเป็นธรรมดา

 

มีเรื่องมากมายที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน จนกระทั่งไปถึงเมืองหลวง

 

ไม่นานหลังจากเข้าเรียน ผมก็กลายเป็นเพื่อนกับเจ้าชาย

 

วันนั้นผมไปที่ห้องสมุดและจากนั้นเขาก็เริ่มเข้ามาคุยกับผม

 

ผมกังวลใจว่าการที่ผมทำตัวตีสนิทกับเจ้าชายแบบนี้มันดีจริงๆ เหรอ? หลังจากนั้นผมก็ตกลงเป็นผู้ติดตามของเขาเพื่อสร้างสัมพันธ์หลังเรียนจบ

 

หากนับช่วงเวลาตั้งแต่ผมเข้าเรียนก็ตั้งแต่อายุ 13 - 16 ถึงผมจะยังอยากอยู่ที่เมืองหลวงต่ออีกหน่อย แต่ผมมีเรื่องต้องทำ แตกต่างจากขุนนางคนอื่นๆ ที่อาศัยที่เมืองหลวงของราชวงศ์ ตัวผมนั้นแบกรับหน้าที่ที่ต้องปกป้องดินแดนของเราไว้บนบ่า ความรับผิดชอบนั้นหนักอึ้งเกินไปจนเจ็บปวด …

 

เมื่อผมกลับมาที่ดินแดนของเอิร์ลฮาร์คส์ ลูกพี่ลูกน้องของผมยิ่งอ้วนกว่าเดิมซะอีก

 

บริทานีในตอนนี้มีอายุ 11 ปี แต่ผมกลับไม่เห็นเกียรติที่เป็นสิ่งที่ลูกสาวชนชั้นสูงควรมีจากตัวเธอ

 

(ช่วงสามปีที่ผมไม่อยู่ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?)

 

ดินแดนที่ยากจนอยู่แล้วยิ่งยากจนเข้าไปอีก

 

ท่านปู่ของผมโดนโกงเงินผ่านการซื้อขายและถูกเหล่าญาติๆ สูบเลือดสูบเนื้อ(เงิน) ในช่วงหลังจากผมไปเรียนที่เมืองหลวง  

 

ก่อนที่ผมจะรู้ตัวดินแดนของเราก็ติดหนี้สินมหาศาลไปแล้ว

 

ชาวเมืองของดินแดนนี้เป็นคนดี แต่ท่านปู่ไม่เหมาะจะบริหารดินแดนเอาซะเลย

 

ย้อนกลับไปที่บริทานี ไม่เพียงแต่เธอจะอ้วนขึ้น แต่บุคลิกยังไม่ไหว นิสัยเองก็แย่ ดูท่าเธอจะพัฒนากลายเป็นคนที่เลวร้ายซะแล้ว

 

บริทานีเป็นนักกินตัวยง ต้องขอบคุณเธอที่ทำให้รสชาติอาหารของคฤหาสน์เอิร์ลฮาร์คส์นั้นอร่อยขึ้น อร่อยยิ่งกว่าที่เมืองหลวงซะอีก

 

ถึงแม้ว่าอาหารของคนใช้จะแย่ลงก็ตาม แต่ฝีมือของพ่อครัวก็ยังเยี่ยมไม่เปลี่ยน จากที่ผมได้ยินมา ฝีมือคนครัวที่ทำงานในครัวนั้นดีขึ้นมาก ทำให้ผมเริ่มมีไฟในขึ้นมา

 

แต่ความรู้สึกนั้นของผมก็ถูกบริทานีทำลายลงอย่างรวดเร็ว

 

วันหนึ่งการหมั้นของบริทานีกับลูกชายคนที่สองของเอิร์ลอัทเธอร์ของดินแดนใกล้ๆ ก็ได้ถูกตัดสิน

 

เพื่อแลกกับการหมั้น เอิร์ลแห่งดินแดนอัทเธอร์จะคอยช่วยเหลือดินแดนเรา นั่นคือเงื่อนไขการหมั้น

 

ผมดีใจมากที่ได้ยินเรื่องนี้จากเพื่อนสนิทของท่านปู่ แต่บริทานีกลับไม่แยแสเลยสักนิด

 

ผมจึงจัดเตรียมประวัติส่วนตัวอันไร้ที่ติดให้เธอและแอบเตรียมความพร้อมที่จะประกาศการหมั้นของบริทานีเอาไว้

 

แต่ว่าหลังจากนั้นก็เกิดสิ่งที่ผมไม่คาดคิดขึ้น

 

ลูกชายคนที่สองของเอิร์ลบอกว่าจะถอนหมั้นแลกกับการที่เขาจะจ่ายค่าทำขวัญเป็นเงินจำนวนมากและสิ่งของต่างๆ แทน

 

สาเหตุที่เขาถอนหมั้นเป็นเพราะเขาแอบมาดูคู่หมั้นของเขาเพื่อตรวจสอบดู

 

เพื่อแผนการหมั้น ผมจึงวางแผนไม่ปล่อยให้เขาและบริทานีมาพบกัน

แล้วพอถึงตอนนั้นเขาก็หนีไปไหนไม่ได้แล้ว … ท่านปู่ ทำไมถึงปล่อยให้พวกเขาได้พบกันล่ะ!?

 

ต่อมาเอิร์ลแห่งอัทเธอร์ก็มาบอกว่าการประกาศถอนหมั้นนั้นเป็นฝีมือของลูกชายเขาแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้หมั้นกันอีกครั้ง

 

แต่ค่าทำขวัญที่ถอนหมั้นนั้นเป็นจำนวนเงินที่สุดยอดมาก แต่ปัญหาคือบริทานียังคงอยู่ในดินแดนเรา ใครก็ได้มาพาเธอไปที!!

 

ผมเขียนจดหมายถึงเจ้าชายถึงความลำบากของผม จากนั้นก็ได้รับจดหมายตอบกลับโดยเนื้อหาในจดหมายบอกว่า เขากำลังตามหาคู่หูให้กับน้องสาวของเขาอยู่

 

(...นี่ไงล่ะ)

 

ขณะที่ผมได้เห็นข้อความนั้น ผมก็คิดจะใช้มันเพื่อขับไล่ลูกพี่ลูกน้องที่น่ารำคาญไปซะเลย

 

พูดถึงลูกพี่ลูกน้องของผม… พักนี้เธอดูแปลกไป

 

ปริมาณอาหารที่เธอทานในมื้อเย็นนั้นเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนเธอจะยกเลิกมื้อดึกด้วย ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น นอกจากนี้พักนี้เธอยังเริ่มวิ่งไปรอบสวนทุกวันเลย

 

บางทีเธออาจจะตกใจเพราะโดนถอนหมั้นมากกว่าที่ผมคิดไว้ ทำให้การพูดคุยของเธอดูตรงไปตรงมามากขึ้น

 

(กินอะไรผิดสำแดงรึเปล่านะ?)

 

เวลาจะออกไปข้างนอก บริทานีจะใช้เวลาในการเปลี่ยนเสื้อผ้านานมาก

 

ถึงแม้ส่วนใหญ่จะปล่อยให้เมดจัดการให้ก็เถอะ แต่พักนี้เธอเริ่มแต่งตัวด้วยตัวเองแล้วล่ะ

 

เธอพูดถึงเรื่องน้ำพุร้อนและยังเรื่องสุขภาพ เธอดูต่างไปอย่างกับคนละคนเลย ผมสงสัยว่าอะไรทำให้เธอเปลี่ยนไปขนาดนี้…?

 

ผมคุยกับน้องสาวว่าเธออยากไปเป็นสหายของน้องสาวเจ้าชายมั้ย

 

จนถึงตอนนี้ผมก็ยังเป็นห่วงว่าการส่งบริทานีไปที่เมืองหลวงจะเป็นเรื่องเสียหายกับดินแดนเอิร์ลของเรา แต่ถ้าเธอจะอยู่ที่นี่ต่อสำหรับใน ’ตอนนี้’ ก็คงไม่เป็นไร…

 

ทันใดนั้นปฏิกิริยาของบริทานีก็แปลกไป

 

“ท่านพี่ ฉัน… ฉันไม่อยากไปเมืองหลวงค่ะ! ถ้าต้องออกจากบ้าน ขอออกไปด้วยวิธีอื่นเถอะค่ะ!”

 

ดูเหมือนกับกลัวบางอย่างอยู่ ผมสงสัยว่าเธอกลัวอะไรที่เมืองหลวงกันแน่?

 

เพราะความกลัวของลูกพี่ลูกน้องของผมที่ต้องไปเมืองหลวงมันมากเกินไป ผมจึงพักเรื่องนี้ไว้ก่อน

 

ถ้าบริทานียังทำตัวดีแบบนี้อยู่ ก็คงไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยและไม่เป็นภาระให้ดินแดนนี้มากหรอก

 

แต่นั่นก็แค่ช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น

 

เพราะเพื่อที่ผมจะได้เป็นเอิร์ลอย่างเต็มตัว การดำรงอยู่ของบริทานีถือเป็นอุปสรรค ตราบใดที่เธออยู่ที่นี่ ท่านปู่ก็จะไม่ยกตำแหน่งผู้นำตระกูลให้ผม

 

ท่านปู่รักบริทานีสุดก้นบึ้งหัวใจ

 

ตำแหน่งทางสังคมของผมอยู่ต่ำกว่า จึงเป็นการยากหากจะแย่งเอาตำแหน่งผู้ปกครองดินแดนมา ดังนั้นผมจึงต้องหาทางเปลี่ยนความคิดท่านปู่ให้ได้

 

ไม่ช้าก็เร็ว ลูกพี่ลูกน้องของผมจะต้องออกจากดินแดนนี้

 

ดังนั้นผมเลยตกลงเงื่อนไขกับบริทานีว่าให้เธอหาคู่หมั้นที่เหมาะสมให้ได้ในสามปี

 

ผมรู้ว่ามันเป็นเงื่อนไขที่ยากสำหรับลูกพี่ลูกน้องของผมในตอนนี้ แต่หวังว่าเธอจะทำได้นะ

 

เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ นั้นจะเป็นการดีต่อตระกูลผมที่สุด

 

แล้วถ้าเกิดบริทานีใช้เงินฟุ่มเฟือยอีก ผมจะส่งเธอไปที่เมืองหลวงซะเลย

 

 

หลังจากตอนนั้น บริทานีก็เหมือนถูกผีสิง

 

เธอยังคงลดน้ำหนักอย่างจริงจัง เข้าเรียนกับครูสอนพิเศษและก่อนที่ผมจะรู้เธอก็สร้างบ่อน้ำพุร้อนไว้ที่สวนแล้ว

 

รวมถึงเธอยังเริ่มทำ ‘สบู่’ โดยใช้ห้องครัวในการทำ จากที่บริทานีอธิบาย ‘สบู่’ ก็คือสิ่งที่ช่วยชำระล้างร่างกายจากสิ่งสกปรก ดูเหมือนจะใช้ซักผ้าหรือล้างจานได้เหมือนกันนะ

 

ในตอนนี้ผมได้ถือสิ่งประดิษฐ์ของลูกพี่ลูกน้องอยู่ โดยผมพยายามจะขายมันที่เมืองหลวง ในตอนนั้นผมได้รับการตอบกลับอย่างรวดเร็วจากเจ้าชาย ดูเหมือนเขาอยากจะซื้อสบู่จำนวนมากจากดินแดนเรา

 

พอบอกบริทานีว่าเจ้าชายชอบสบู่ที่เธอทำ เธอก็ตกใจสุดๆ แต่เธอบอกว่าเธอจะช่วยในการผลิตและวิจัยสบู่ให้

 

หลังจากนั้นผมก็ได้รับสูตรสบู่จากบริทานีและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยในการทำสบู่ แน่นอนว่าผมจ้างคนที่ไว้ใจมาทำเท่านั้น เพราะต้องรักษาความลับเรื่องการผลิตสบู่ไว้ให้ได้

 

เมื่อผมนำสบู่ไปที่เมืองหลวงที่ราชวัง ดูเหมือนมันจะขายได้ราคาดีมาก แต่เนื่องจากเงินหมุนเวียนในปัจจุบันมีไม่เพียงพอ ผู้ซื้อหลักจึงเป็นผู้ค้ารายย่อยและผู้ค้าที่มั่งคั่ง

 

ดูท่าเราจะปลดหนี้ของเอิร์ลฮาร์คส์ได้ด้วยสิ่งประดิษฐ์ของบริทานีเลยนะเนี่ย

 

ในตอนที่มีโอกาสผมจึงได้ปรับปรุงที่พักใหม่ ผมจัดการไล่คนรับใช้ไร้คุณภาพออก

 

จิตวิญญาณดวงใหม่ฐานะพ่อครัวของเหล่าคนครัวเองก็ได้ตื่นนั้นเช่นกัน นั้นคือการทำอาหารเพื่อสุขภาพเพื่อพัฒนาฝีมือทุกวัน

 

บางครั้งบริทานีก็จะละเมอออกจากห้องประมาณเที่ยงคืนเพื่อหาของกิน สงสัยการกินแต่อาหารเพื่อสุขภาพทุกวันจะทำให้เธอรู้สึกหิวล่ะมั้ง

 

ถึงพักนี้เธอจะบอกว่าต้องผอมให้ได้ แต่ผมรู้ดีว่าแต่เดิมตัวเธอนั้นชอบการกินเป็นที่สุด เอาเป็นว่าผมจะทำเป็นมองไม่เห็นแล้วกัน




 



NEKOPOST.NET