[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล ตอนที่ 14 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล

Ch.14 - ลูกพี่ลูกน้องกับสบู่และยาสระผม


“งั้นไว้พรุ่งนี้เราค่อยเรียนตัวอักษรที่นอกจากตัวเลขกัน จำที่สอนไปวันนี้ให้ดีล่ะ อย่าลืมเด็ดขาดเลยนะ?”

 

หลังจากฉันสอนหนังสือให้กับเด็กๆ เสร็จ ฉันก็มุ่งหน้าไปเรียนช่วงบ่ายของวันนี้

 

ทั้งประวัติศาสตร์ เย็บปักถักร้อย มารยาท การเต้นรำ กวี และดนตรี หลังจากความทรงจำของฉันกลับคืนมาการเรียนประวัติศาสตร์ก็กลายเป็นเรื่องน่าสนใจขึ้นมา ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าประเทศนี้มีต้นกำเนิดยังไง มีความก้าวหน้าอย่างไร และยังศาสนา

 

ในวิชาเย็บปักถักร้อยฉันก็ทำชิ้นงานจากเริ่มจนเสร็จ การเต้นรำ กวี และดนตรีก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เป็นผลจากความพยายามของฉันไงล่ะ

 

(ถ้าฉันอยู่ในระดับค่าเฉลี่ยทั่วไป เรื่องที่ว่าจะอายคงไม่เป็นไรใช่มั้ย?)

 

มันช่วยไม่ได้ เพราะปัญหาก็เพราะตัวฉันไม่มีพรสวรรค์เช่นกัน

 

หลังจากเรียนเสร็จ ฉันก็มีเวลามาคิดถึงเรื่องสิวที่หน้า

 

ถึงแม้น้ำหนักของฉันจะลดลงไปถึง 5 กิโลแล้ว แต่ผิวก็ยังอยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้และเส้นผมแตกปลาย

 

(ถึงบริทานีจะผอมแต่หากมีจุดให้ติมากเกินไป ก็อาจต้องกลายเป็นผู้ติดตามก็ได้…)

 

เมื่อชาติก่อน ฉันเคยได้ยินมาว่าน้ำมะนาวดีต่อการขจัดสิว

 

เพราะฉันคงไม่คาดหวังว่าจะพบโลชั่นบำรุงผิวที่เหมาะกับการรักษาสิวที่เหมือนชาติก่อนได้หรอก จึงตัดสินใจว่าจะดื่มน้ำมะนาวทุกวันแทน

 

มะนาวมีราคาแพงนิดหน่อย แต่ดูเหมือนจะหาซื้อได้จากดินแดนเพื่อนบ้าน พ่อครัวก็ซื้อมาจากในเมืองมาบ้าง แล้วเก็บไว้ในครัว

 

แล้วฉันก็ใช้มะนาวในการขจัดสิว โดยง่ายมากแค่หยดน้ำมะนาวลงไปในน้ำร้อน แล้วเพิ่มสมุนไพรได้ตามใจชอบ

 

จนถึงตอนนี้ผมของบริทานีก็จับตัวกันเหมือนไม้กวาด

 

คนที่โลกนี้สระผมกันบ่อยมาก ถึงแม้จะเป็นแค่การใช้น้ำล้างอย่างเดียวก็เถอะ แล้วผมของบริทานีตอนนี้ก็ค่อนข้างแห้งเสียทีเดียว

 

(อยากทำแชมพูจัง…)

 

ฉันมุ่งหน้าไปที่โต๊ะอาหารเย็นขณะที่นึกถึงงานอดิเรกในชาติก่อนของตัวเอง

 

 

ในห้องอาหารนั้นมีกลิ่นหอมจากท่านพี่ริวเซ่ที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉัน

 

ลูกพี่ลูกน้องของฉันปกติก็มีกลิ่นหอมอยู่แล้ว แต่กลิ่นคราวนี้ไม่ใช่ เพราะมันเป็นกลิ่นหอมตามธรรมชาติของสบู่ ดูเหมือนว่าเขาเองก็จะใช้สบู่ทำมือของฉันเหมือนกัน

 

ดูเหมือนว่าท่านพี่ริวเซ่จะรู้ว่าฉันสังเกตเห็น เขายิ้มสดใสแล้วพูดกับฉันว่า

 

“พี่ลองใช้สบู่ที่บริทานีทำดูแล้วล่ะ กลิ่นหอมดีนะ”

 

เพราะดีใจที่ได้รับคำชม ฉันเลยเผลอปล่อยเสียงหัวเราะงี่เง่าออกไป (กุฟุฟุ)

 

ลูกพี่ลูกน้องของฉันดูน่ากลัวนิดหน่อย เพราะฉันไม่อาจเดาได้ว่าตอนนี้เขาคิดอะไรอยู่ แต่ว่าการได้รับคำชมก็ทำให้ฉันดีใจอยู่เหมือนกัน

 

“หลังจากทดลองใช้ พี่ก็เลยลองส่งไปให้เพื่อนที่อยู่เมืองหลวงไปก้อนหนึ่งนะ”

 

“แค่ก- แค่ก- แค่ก!”

 

จากคำพูดนั้นทำให้ฉันตกใจมากจนน้ำซุปกระเด็นออกจากปาก

 

เพื่อนที่พี่ริวเซ่พูดถึงก็คือเจ้าชายไม่ใช่เหรอไง จากที่ฉันดูตอนนี้ ความสัมพันธ์ของเขากับคนในราชวงศ์ดูจะสนิทกันมากเลยนะ

 

“ทำไมถึงส่งสบู่ทำมือของฉันไปให้คนๆ นั้นล่ะคะ!?”

 

ตรงกันข้ามกับปฏิกิริยาของฉัน ท่านพี่ตอบกลับมาอย่างใจเย็น

 

“มันช่วยขจัดสิ่งสกปรกตามร่างกายออกไปได้อย่างน่าทึ่งและยังมีกลิ่นหอมอีก… พี่เลยอยากจะแนะนำ ถ้าเป็นไปได้นี่อาจกลายเป็นแหล่งทำเงินให้กับดินแดนของเราก็ได้”

 

“เอ๋!?”

 

“ไม่ใช่ว่าบริทานีประดิษฐ์ของสุดยอดขึ้นมาแล้วเหรอ? ถึงพี่จะใช้เพียงไม่กี่ครั้ง แต่มันก็ช่วยขจัดสิ่งสกปรกได้อย่างถูกหมดจดเลยล่ะ ก่อนหน้านี้บริทานีก็กังวลเรื่องสุขลักษณะอยู่ไม่ใช่เหรอ?”

 

“ก ก็จริง… ที่ตอนที่เราไปขี่ม้าด้วยกัน ฉันเคยบอกกับพี่แบบนั้น เพราะฉันคิดว่าการล้างมือก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยป้องกันโรคได้เหมือนกัน”

 

ความเป็นจริงที่ฉันทำสบู่ขึ้นมาก็แค่เพื่อขจัดกลิ่นเหงื่อเหม็นๆ ของของตัวเองเท่านั้นเอง แต่ดูเหมือนมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ซะแล้ว

 

(เพราะฉันไม่เคยมีประสบการณ์… เลยไม่ได้คิดล่วงหน้าเอาไว้ขนาดนั้น)

 

ฉันสั่นเทา ขณะที่พี่ริวเซ่ยังคงพูดต่อ

 

“จะว่าไปยังมีสบู่เหลืออยู่บ้างมั้ย?”

 

“เหลือเพียงไม่กี่ก้อนเท่านั้นเองค่ะ แต่เดิมฉันก็ทำขึ้นด้วยเงินเพียงเล็กน้อยของตัวเอง วัตถุดิบในการทำเองก็เหลือน้อยแล้วด้วยค่ะ”

 

“แล้ววัถุดิบที่ใช้ในการทำมีอะไรบ้างล่ะ?”

 

“ก็มีสาหร่ายจากดินแดนของเรา น้ำมันมะกอกจากดินแดนเพื่อนบ้าน น้ำมันหอมระเหยจากดอกกุหลายจากดินแดนเพื่อนบ้านตามนี้ค่ะ”

 

“...น่าเสียดายนะ ที่การหมั้นของน้องกับริชาร์ดถูกยกเลิก”

 

“ข ขอโทษค่ะ”

 

ฉันเข้าใจสิ่งที่พี่ริวเซ่กำลังพูดถึง

 

หากเราหมั้นกัน ทางพวกเขาก็อาจจะยืดหยุ่นแล้วขายวัตถุดิบให้เราในราคาถูกก็เป็นได้

 

“แต่น้ำมันมะกอกสามารถแทนที่ได้ด้วยน้ำมันเมล็ดองุ่นซึ่งหาได้จากดินแดนเราค่ะ”

 

น้ำมันเมล็ดองุ่นก็ตามชื่อมันนั้นล่ะ เป็นน้ำมันที่ได้จากองุ่น

 

ดินแดนของเอิร์ลฮาร์คส์นั้นแห้งแล้งมาก แต่ไม่นานนี้เริ่มมีการผลิตไวน์ตามการพัฒนาของพี่ริวเซ่

 

“งั้นก็ดี… ถ้าทำได้ก็อยากให้วัถุดิบเป็นของในดินแดนเรามากที่สุดเท่าที่ทำได้นะ”

 

เรื่องบางอย่าง บางทีมันก็เป็นเรื่องคอขาดบาดตายล่ะนะ

 

“ส่วนวิธีทำไว้น้องจะเขียนสูตรการทำไว้ให้ ตั้งแต่พรุ่งนี้น้องจะเริ่มทำสบู่กลิ่นองุ่นค่ะ”

 

“อา ขอบคุณมากที่ให้ความร่วมมือนะ”

 

และแล้วการผลิตสบู่ของดินแดนเอิร์ลฮาร์คส์เพื่อส่งออกจำนวนมากก็เริ่มขึ้น

 

 

หลังจากนั้น ในเวลาว่างฉันก็จะผลิตสบู่ แทนที่จะเรียกว่า ’ทำสบู่’ ควรเรียกว่าเป็นการ ‘วิจัยสบู่’  ดีกว่า

 

เพื่อให้แผนการบริหารดินแดนของพี่ริวเซ่ประสบความสำเร็จ ฉันจึงต้องวิจัยวัถุดิบและสร้างสูตรสบู่ใหม่ๆ ขึ้น

 

ขณะที่ทำสบู่ ฉันก็สอนเด็กๆ ในเวลาว่าง  ส่วนเวลาว่างที่เหลือก็ทุ่มเทให้กับการลดน้ำหนัก รวมถึงการเรียนส่วนของตัวเอง ฉันจึงเหนื่อยอยู่ทุกวัน

 

แต่พี่ริวเซ่ฝากความหวังไว้ที่ฉัน ฉันคงบ่นอะไรไม่ได้ ถ้าทำให้เขาโกรธจะเป็นเรื่องใหญ่ บางทีฉันถูกส่งไปที่เมืองหลวงเลยก็ได้

 

ขณะที่ฉันกำลังขบคิดอยู่นั้น ลูกพี่ลูกน้องของฉันก็เข้ามาใกล้

 

“บริทานี แผนการพัฒนาสบู่สูตรใหม่เป็นยังไงบ้าง?”

 

“ค่ะ ดูเหมือนจะค่อนข้างประสบความสำเร็จ คราวนี้ฉันใช้น้ำมันหอมระเหยจากดอกลาเวนเดอร์และโรสแมรี่ ซึ่งปลูกได้ทุกแห่ง หากเป็นวัตถุดิบที่หาได้จากดินแดนเราก็จะช่วยลดต้นทุนเรื่องวัตถุดิบได้อย่างมาก พอต้นทุนลดลงเราก็จะมีเงินทุนเหลือพอจะใช้ปลูกต้นมะกอกได้มั้ยคะ? หากต้องใช้น้ำมันมะกอกจำนวนมาก การที่ปลูกเองจะลดต้นทุนได้มากกว่าใช่มั้ยคะ?”

 

“อะ อืม พี่เข้าใจ ถ้าเกิดมันใช้ทำเงินได้ หลังจากนั้น…”

 

จากนั้นมือที่ไม่คาดคิดก็ยื่นมาแตะที่เส้นผมของฉัน

 

“พักนี้เส้นผมที่หยาบกระด้างของน้องดูเนียนและนุ่มนวลขึ้นนะ?”

 

“...!”

 

บอกว่าใครผิวหยาบกระด้างกันยะ แล้วก็ตกใจแทบแย่แน๊ะ

 

จากนั้นพี่ริวเซ่ยิ้มแล้วพูดว่า

 

“จู่ๆ ไปจับเส้นผมของเลดี้ต้องขอโทษด้วย”

 

ผู้ชายคนนี้… คิดว่าไอ้รอยยิ้มนั้นจะช่วยทำให้ฉันยกโทษให้เหรอไงห๊ะ?

 

(นี่คือข้อดีของพวกหน้าหล่อสินะ...)

 

ถ้าเกิดเป็นบริทานีคนก่อน คงดีใจจนจุกอกตายเลยก็ได้

 

ฉันรวบรวมความคิดแล้วอธิบายวิธีการสระผม ถึงการเรียกว่า ’สระผม’ จะน่าสงสัยก็ตาม

 

“เรื่องเส้นผม ฉันใช้น้ำมะนาวค่ะ  ใช้มันสระผมตอนที่แช่น้ำที่บ่อน้ำพุร้อนนะ”

 

“ดูเหมือนบ่อน้ำพุร้อนที่น้องสร้างที่สวนเองก็ได้รับความนิยมในหมู่คนใช้ด้วย คงไม่เป็นไรใช่มั้ย ถ้าพี่จะไปใช้บ้างเป็นครั้งคราว?”

 

“แน่นอนค่ะ เพราะคนใช้เองก็ใช้แค่ช่วงกลางคืน คิดว่าถ้าเป็นเวลาอื่นคงได้ค่ะ”

 

“ไว้พี่จะไปใช้เป็นครั้งคราวแล้วกัน มะนาวนั้นปลูกได้ในที่แห้งแร้ง ดังนั้นน่าจะเป็นไปได้ที่จะปลูกที่ดินแดนเรานะ”

 

“ค ค่ะ…”

 

พี่ริวเซ่ก็อยากจะทำทางน้ำอยู่เหมือนกัน แต่ยังทำไม่ได้เพราะขาดเงินทุน

 

แต่ยังไงก็ตาม ความต้องการที่อยากจะพัฒนาดินแดนนี้ของเขากับฉันก็เหมือนกัน



 



NEKOPOST.NET