[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล ตอนที่ 13 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล

Ch.13 - ฉันอยากจะรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับคนรับใช้


 

ในที่สุดสบู่ก็แห้งแล้ว

 

หลังจากออกกำลังกายเสร็จ ฉันก็รีบตรงดิ่งไปที่บ่อน้ำพุร้อนเพื่อทดสอบ พอเนื้อตัวเริ่มเปียกน้ำ ฉันก็ถูตัว… มันเกิดฟองล่ะ!

 

กลิ่นหอมจางๆ ของสบู่และฟองสบู่รายล้อมตัวบริทานี

 

เพราะสบู่นี้ใช้น้ำมันหอมมะกอกที่ทำขึ้นจากกุหลาบ กลิ่นดอกไม้จึงหอมฟุ้งไปทั่วบ่อน้ำพุร้อน การทำสบู่ประสบผลสำเร็จ

 

เมื่อชาติก่อนฉันเคยได้ยินว่าหากสระผมด้วยน้ำพุร้อนจะไม่ดีต่อเส้นผม ดังนั้นเลยต้มน้ำจากในคฤหาสน์แล้วเอามาด้วย การยกน้ำมาที่นี่ก็ถือเป็นการลดน้ำหนักที่ดีเหมือนกัน

 

ที่โลกนี้ไม่มีแชมพู ดังนั้นฉันคงต้องทำขึ้นมาแล้วล่ะ

 

ระหว่างทางกลับจากน้ำพุร้อน ฉันเห็นท่านพี่ริวเซ่ที่เพิ่งกลับบ้านหลังจากการทำงาน

 

พักนี้ท่านพี่วิ่งไปดินแดนทางตะวันออกที ตะวันตกที เพื่อเปลี่ยนแปลงดินแดนของเอิร์ลฮาร์คส์โดยไม่หวังกำไรเลยล่ะ

 

“วันนี้บริทานีกลิ่นหอมจังเลยนะ เพิ่งไปนวดมาเหรอ?”

 

“ไม่ใช่หรอกค่ะ กลิ่นนี้มาจากสบู่ที่ฉันเพิ่งใช้ที่บ่อน้าพุร้อนต่างหากค่ะ”

 

“สบู่?”

 

“ก็แบบว่าเป็นของที่ช่วยขจัดสิ่งสกปรกบนร่างกาย…”

 

ขณะที่ฉันอธิบายก็ยื่นสบู่ที่ถือให้ ท่านพี่ริวเซ่ดูเหมือนกำลังสนใจอยู่

 

ในตอนนั้นฉันไม่รู้เลยว่านี้จะเป็นการเปลี่ยนโชคชะตาของฉันไป

 

หลังจากอาบน้ำด้วยสบู่ คำด่าถอที่มาจากกลิ่นตัวของฉันก็เริ่มลดลงแล้ว

 

จากยัยอ้วนกลิ่นเหม็นเปรี้ยวกลายเป็นยัยอ้วนกลิ่นดอกไม้น่ะนะ

 

 

นับจากตอนที่ความทรงจำของฉันกลับคืนมาก็ผ่านมาได้สองเดือนแล้ว แต่เนื่องจากนิสัยแย่ๆ ที่เคยทำเมื่อก่อนทำให้คนรับใช้ตีตัวออกห่างฉัน

 

ถึงแม้จะมีบางคนที่ใช้บ่อน้ำพุร้อนเป็นครั้งคราว แต่ก็ไม่ได้มีสัมพันธ์พูดคุยกันเลย แม้สบู่ที่วางไว้ที่บ่อน้ำพุร้อนจะมีขนาดเล็กลง แต่ฉันก็ไม่ได้ยินคำชมอะไรแบบนั้นเลย

 

เพราะพวกเขาถูกรังแกมาจนกระทั่งถึงตอนนี้ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนทัศนคติต่อตัวฉันได้ง่ายๆ

 

(อ๊าาา ยัยบริทานีงี่เง่า ทำไมต้องไปข่มขู่คนรับใช้ด้วยนะ!)

 

ฉันรือฟื้นความทรงที่ผ่านมาของบริทานี

 

มันเริ่มขึ้นหลังจากที่พนักงานคนหนึ่งพูดถึงรูปร่างหน้าตาของบริทานีลับหลัง

 

บริทานีที่แอบดูอยู่ได้รู้เข้าจึงเจ็บปวดและร้องไห้ที่โดนนินทา ท่านปู่จึงไปเตือนคนรับใช้ที่แพร่กระจายข่าวซุบซิบนินทาของบริทานีว่าจะยอมหยุดหรือจะโดนไล่ออก

 

บริทานีในคนเก่านั้นเลยคิดว่า “ตัวฉันมีอำนาจ… อำนาจที่สามารถทำให้คนรับใช้ทำตามทุกอย่างที่สั่งได้”

 

จากนั้นการกลั่นแกล้งคนใช้ของยัยหมูขาวก็เริ่มขึ้น

 

บริทานีไล่คนรับใช้ที่พูดไม่ดีกับเธอออกไปทีละคนๆ จนในที่สุด “คนรับใช้ทั้งหมดก็ไม่กล้าพูดเสียๆ  หายๆ กับบริทานีอีกเลย” นั่นล่ะวิธีที่บริทานีใช้ข่มขู่เหล่าคนรับใช้

 

ไม่นานการกลั่นแกล้งคนรับใช้ของบริทานีก็ติดเป็นนิสัยจนมันลุกลามจนไม่อาจรับมือได้

 

การแก้แค้นของบริทานีนั้นเกินไปกว่าที่ควรไปแล้ว

 

ถึงจะมาบอกว่า ‘ขอโทษ’ เอาตอนนี้มันก็สายไปแล้ว แค่คำขอโทษมันไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว ฉันคงต้องรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับเหล่าคนใช้ก่อนจะบานปลายกว่านี้ซะแล้ว

 

ช่วยอะไรไม่ได้ ฉันได้แต่สาปแช่งตัวเองแล้วแอบมองพวกเขาจากมุมห้องโถง

 

ฉันมุ่งหน้าไปที่สวนด้วยความห่อเหี่ยว

 

ขณะที่ยังมีเวลาก่อนถึงเวลาเรียนช่วงบ่าย ฉันก็จะออกไปเดินเล่นในระดับที่พอประมาณไม่ก็ออกกำลังกายเบาๆ

 

แต่ว่าทันทีที่ก้าวเข้าไปในสวนก็มีวัตถุลึกลับทรงกลมลอยตรงดิ่งเข้ามากลางใบหน้าของฉัน

 

“กรี๊ด-”

 

ฉันเผลอกรี๊ดแล้วหมอบลง

 

จากนั้นก็มีคนจากสวนมากมายเดินหน้าเข้ามาล้อมรอบฉัน

 

“ป เป็นอะไรรึเปล่าครับ? ข ขอโทษด้วยครับ”

 

“อุว๊า อ้วนจัง!”

 

“น่าผิดหวัง แต่ดูเหมือนมันจะบินไปผิดทาง-”

 

คนหลายคนพูดกับฉันพร้อมกัน พวกเขาคือลูกของคนรับใช้ ซึ่งมีอยู่ด้วยกันประมาณ 10 คน

 

(โอย๊ะ ไอ้ใครหน้าไหนมันมาหาว่าฉันอ้วนยะ ถ้าเป็นฉันคนก่อนก็ว่าไปอย่าง!) //ลดน้ำหนักแล้วนะเออ

 

เพราะกฏของเอิร์ลฮาร์คส์นั้นหละหลวมเมื่อเทียบกับขุนนางคนอื่น เพราะพ่อแม่ต้องมาทำงานในคฤหาสน์ เด็กๆ จึงไม่มีใครดูแล จึงถูกพามาที่คฤหาสน์ด้วย

 

แต่ว่าในบางครั้งเพราะพวกเขาว่างเกินไปก็เลยออกมาเล่นที่สวนกัน


 

ฉันหยิบของกลมๆ ที่กลิ้งอยู่บนพื้นแล้วยื่นมันให้พวกเขา ซึ่งแท้จริงแล้วสิ่งนั้นก็คือกระเพาะลูกวัวนั้นเอง

 

เพราะโลกนี้ไม่มีลูกบอล จึงใช้กระเพราะวัวหรือหมูมาเป่าให้พองแล้วใช้แทนบอล

 

พอเห็นเด็กๆ เล่นกันอย่างสดใส ฉันก็เกิดแรงบัลดาลใจขึ้น

 

(ถึงแม้จะการเป็นเพื่อนกับคนใช้จะเป็นไปไม่ได้แต่ถ้าลูกของพวกเขาล่ะก็…)

 

ตอนนี้ถึงพวกเขาจะกำลังไล่บอลแต่ก็มีบางคนดูเบื่อ แล้วมีหลายคนที่ไมมีกระจิตกระใจจะเล่น

 

แทนที่จะปล่อยให้พวกเขานั่งอยู่เฉยๆ ฉันน่าจะสอนอะไรบางอย่างให้พวกเขาดีมั้ยนะ?

 

( มันคงจะเป็นประโยชน์ในอนาคตถ้าฉันรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับกับคนรับใช้ล่ะนะ )

 

ด้วยเหตุนี้ แผนการรื้อฟื้นของสัมพันธ์แบบอ้อมๆ ของฉันก็เริ่มขึ้น

 

ก่อนถึงเวลาเรียนฉันมีเวลาอีกประมาณ 1 ชั่วโมง “นี่ทุกคน ทำไมไม่มาเรียนกับฉันล่ะ?” ฉันพูดออกไปแต่มีเด็กเพียงสองคนที่สนใจ ฉันจึงมุ่งหน้าไปที่ห้องสมุดของเอิร์ลฮาร์คส์ ส่วนเด็กๆ ที่เหลือน่ะเหรอ… หนีไปกันหมดแล้วล่ะ

 

เด็กที่ตามฉันมามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกับเด็กผู้ชายอีกคน ทั้งสองคนตัวเด็กและเป็นเด็กที่อ่อนแอจึงไม่ชอบการออกกำลังกาย

 

เด็กหนุ่มผมสีทองอายุ 10 ขวบคนนี้ชื่อไรอัน ส่วนสาวน้อยผมเกาลัดอายุ 11 ปีชื่อมาเรีย

 

พวกเขามองฉันด้วยสายตากระวนกระวายใจ บางทีคงเพราะพวกเขารู้นิสัยของบริทานีอยู่แล้วล่ะมั้ง

 

“ขอบคุณที่มากันนะ จากนี้เดี๋ยวฉันจะสอนหนังสือให้เอง”

 

พวกเขาอ่านและเขียนไม่ได้ แน่นอนว่าคำนวณเลขง่ายๆ ก็ยังทำไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีมารยาท

 

ก่อนอื่นฉันสอนให้พวกเขาถือปากกาและความรู้ทั่วไป ตัวเลข สอนวิธีเขียนอักษร โดยสอนตัวเลขเหมือนกับที่ใช้ในญี่ปุ่น แต่ที่นี่มีอัตราการรู้หนังสือต่ำจึงมีคนที่อ่านออกเพียงไม่กี่คน มันน่าจะเป็นประโยชน์ละน่า

 

ฉันกังวลเล็กน้อย แต่ก็เสนอว่า “ไว้ฉันจะสอนให้เอง” พวกเขาดูประหลาดใจแล้วดูกระดานที่ฉันกำลังสอน ดูเหมือนว่าเด็กพวกนี้จะหัวดีมากเลยนะ

 

และแล้วในวันนั้น เด็กๆ ก็สามารถเขียนตัวเลขได้จากหนึ่งถึงร้อยได้สำเร็จ



 



NEKOPOST.NET