[นิยายแปล] ไปต่างโลก! ก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ!!! ( Isekai wa Smartphone to Tomoni ) ตอนที่ 8 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ไปต่างโลก! ก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ!!! ( Isekai wa Smartphone to Tomoni )

Ch.8 - เล่มที่1 ตอนที่8 ยืนอยู่ ณ ต่างโลก (7)


        “เอ่อ......งั้นก็ เริ่มเลยนะคะ”

        คงเพราะเกร็งนิด ๆ ลินเซ่จึงพูดแบบติด ๆ ขัด ๆ และเพราะเธอเป็นคนขี้อายล่ะมั้ง ภาพลักษณ์ก็เลยดูหงิมเกินไป ต้องเอาคุณพี่สาวเป็นแบบอย่าง......จะคิดแบบนี้บ้างรึเปล่านะ? ตั้งแต่ได้พบกันมา ก็คิดว่าน่าจะเปิดใจได้มากแล้ว แต่ท่าทางยังเหินห่างอยู่เลยแฮะ

        วันนี้หยุดรับคำร้องจากกิลด์ เพราะมาเปิดหลักสูตรเวทมนตร์ของผมกัน บริเวณสวนหลังโรงแรม พวกผมนำโต๊ะกับเก้าอี้โทรม ๆ ที่คิดว่าคงไม่เอาไปใช้ในร้านแล้วมานั่ง โดยผมนั่งหันหน้าเข้าหาลินเซ่

        อ๊ะ เนื่องจากเอลเซ่ไม่มีอะไรทำ ก็เลยออกไปที่กิลด์ตั้งแต่เช้าเพื่อรับงานเก็บรวบรวมที่สามารถทำคนเดียวได้

        “ถ้างั้น อาจารย์ลินเซ่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”

        “อะ อาจารย์เหรอ......! ง่า......”

        อาจารย์ก้มหน้าแดงแจ๋ลงไปซะแล้ว แย่ล่ะสิ น่ารักชะมัดเลย

        “แล้ว ขั้นแรกเริ่มจากอะไรดีล่ะ?”

        “อ๊ะ ค่ะ ขั้นแรกก็ต้องเริ่มจากพื้นฐานก่อน ล่ะนะคะ...... เวทมนตร์นั้นจะมี ‘ธาตุ’ อยู่มากมายค่ะ”

        “ธาตุ?”

        “อย่างไฟหรือน้ำ ของจำพวกนั้นน่ะค่ะ เอ่อ ทั้งหมดก็มี ไฟ น้ำ ดิน ลม แสง มืด และไร้ธาตุ รวมเป็นเจ็ดธาตุค่ะ อย่างน้อย ๆ ในหมู่พวกนี้ก็รู้จากเมื่อวานแล้วว่าคุณโทยะมีธาตุน้ำค่ะ”

        อ๋อ เรื่องหินเวทเมื่อวานนี้สินะ เพราะผมสามารถสร้างน้ำออกมาได้ ก็เลยยืนยันจากเรื่องนั้นได้ว่ามีธาตุล่ะมั้ง

        “เพราะว่าเมื่อวานรู้ว่ามีธาตุน้ำตั้งแต่แรก ก็เลยไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าสมมติว่าไม่ได้ขึ้นมาล่ะก็ ฉันก็จะให้ลองทดสอบด้วยหินเวทที่มีธาตุอื่นแทนน่ะค่ะ”

        “ถึงจะบอกว่าใช้เวทมนตร์ แต่ละคนก็มีประเภทของธาตุที่แตกต่างกันออกไป......แบบนั้นสินะ?”

        “ใช่ค่ะ แล้วก็ของฉันใช้ได้สามอย่างคือ ไฟ น้ำ และแสง แต่อีกสี่อย่างที่เหลือ ต่อให้เป็นเวทมนตร์ขั้นต้น

        ก็ใช้ไม่ได้ค่ะ ในธาตุทั้งสามอย่างที่ใช้ได้ ฉันจะถนัดธาตุไฟ แต่จะไม่ถนัดธาตุแสงค่ะ”

        พวกนี้เองก็เป็นของที่มีติดตัวมาแต่กำเนิด ต้องบอกแบบนี้สินะ ไม่สามารถเลือกได้ด้วยตัวเอง จะว่าให้พระเจ้าเป็นผู้จัดการให้ก็ว่าได้ พระเจ้าเองก็ลำบากแฮะ

        “ว่าแต่ พวกไฟหรือน้ำก็เข้าใจได้อยู่หรอก แต่ แสง มืด แล้วก็ไร้ธาตุล่ะ?”

        “แสงมีอีกชื่อหนึ่งว่าเวทศักดิ์สิทธิ์ เป็นเวทมนตร์ที่ใช้แสงเป็นสื่อกลางค่ะ เวทมนตร์รักษาเองก็รวมอยู่ในพวกนี้ด้วย ธาตุมืดส่วนใหญ่เป็นเวทอัญเชิญ สามารถใช้งานสัตว์อสูรหรือปีศาจที่ทำสัญญาไว้ได้ค่ะ แล้วก็ไร้ธาตุ เพราะมันเป็นเวทมนตร์ที่ไม่เข้ากับหกธาตุอื่น ๆ ส่วนใหญ่จึงเป็นเวทมนตร์เฉพาะตัวน่ะค่ะ อย่างการเสริมความแข็งแกร่งร่างกายของพี่เองก็จัดอยู่ในธาตุนี้ค่ะ”

        งี้นี่เอง ความสามารถนั่นท่าจะใช้การได้แฮะ

        “นอกจากเวทไร้ธาตุแล้ว เวทมนตร์จะใช้งานได้ต้องเริ่มมาจากมีครบทั้งพลังเวท ความเข้ากันได้และคาถาค่ะ ต่อให้มีความเข้ากันได้แต่ถ้าไม่รู้ธาตุก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ขั้นแรกก็มาตรวจสอบเรื่องนั้นกันเถอะค่ะ”

        ลินเซ่ว่าแล้วหยิบหินเวทออกมาจากกระเป๋าใบเล็ก แล้วนำมาเรียงบนโต๊ะ ทั้งหมดเจ็ดก้อน แดง ฟ้า น้ำตาล เขียว เหลือง ม่วง และโปร่งใสไร้สี

        “แต่ละก้อนคือหินเวท ไฟ น้ำ ดิน ลม แสง มืด และไร้ธาตุค่ะ ลองตรวจสอบดูทีละก้อนนะคะ”

        ขั้นแรกผมหยิบหินเวทสีแดงขึ้นมา แล้วรวบรวมสมาธิ จากนั้นก็ร่ายคำตามที่ลิยเซ่สอนไว้

        “【อัคคีเอ๋ยจงมา】”

        หินเวทไฟลุก พรึ่บ อย่างรุนแรง เมื่อหินหลุดจากมือด้วยความลนลานไฟก็หายไปทันที อันตรายวุ้ย!

        “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เปลวไฟที่เกิดมาจากพลังเวทจะไม่สร้างความร้อนแก่เจ้าของ แต่ถ้าลามไปติดที่เสื้อผ้าก็จะทำให้รู้สึกร้อนได้ โปรดระวังด้วยนะคะ”

        “งั้นเหรอ?”

        ผมหยิบหินเวทมาอีกครั้ง แล้วลองร่ายคาถาดู ไฟติดขึ้นมาอีกครั้ง แต่ไม่ร้อนจริง ๆ ด้วย เจ้านี่ถ้ามันลามไปติดอะไรซักอย่าง ต่อให้เป็นคนใช้ก็เกิดแผลไฟไหม้ได้สินะ ไฟที่ลามไปจะไม่ใช่ไฟเวทมนตร์อีกต่อไป คงหมายความว่าแบบนั้นล่ะมั้ง......ยังไงก็เถอะ เปลวไฟมันไม่ใหญ่ไปหน่อยเรอะ?

        “พลังเวทเยอะเกินไปสินะคะ...... คิดว่าถ้าชินแล้วก็คงควบคุมได้เรียบร้อยเองล่ะค่ะ แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งไปมีสมาธิกับเรื่องนั้นมาก กลับกัน ถ้าทำตัวให้ว่อกแว่กล่ะก็ อาจทำให้ความแรงลดลงนิดหน่อยก็ได้ค่ะ......”

        ถ้าไม่ต้องรวมสมาธิแล้วทำด้วยความรู้สึกสบาย ๆ ล่ะก็ ต้องผ่อนแรงให้พอเหมาะ เพื่อไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากขนาดนั้นสินะ? เรื่องดูแปลก ๆ แต่ลองทำตามนั้นดูละกัน

        ต่อจากนั้น เนื่องจากตรวจสอบหินเวทสีฟ้าไปแล้ว ก็เลยหยิบหินเวทสีน้ำตาลที่อยู่ถัดมา คราวนี้ไม่ได้รวบรวมสมาธิไปที่หินเวทเลย เพียงร่ายคำตามที่สอนด้วยอารมณ์สบาย ๆ

        “【พสุธาเอ๋ยจงมา】”

        มีทรายเม็ดเล็กร่วง ซ่า ๆ ลงมาบนโต๊ะ อาาา ทรายเต็มไปหมด ต้องเก็บกวาดทีหลัง

        แล้วสิ......

        ต่อไปก็หินเวทสีเขียว

        “【วายุเอ๋ยจงมา】”

        คราวนี้อยู่ ๆ ก็มีลมกรรโชกพัดมา พัดทรายบนโต๊ะจนปลิวไปหมด ถึงจะไม่จำเป็นต้องเก็บกวาดแล้ว แต่กระทั่งหินเวทก็กลิ้งไปด้วยซะงั้น อา โธ่

        “【แสงเอ๋ยจงมา】”

        แสบตา! เกิดแสงสว่างวาบเหมือนโดนเปิดไฟฉายส่องตรงหน้า

        “【ความมืดเอ๋ยจงมา】”

        เจ้านี่แหละที่ไม่เข้าใจที่สุด เริ่มมาก็มีของที่เหมือนกับหมอกดำจาง ๆ ลอยอยู่รอบ ๆ หินเวท ขยะแขยงจัง

        ตอนที่ตรวจสอบธาตุทั้งหกเสร็จ ก็เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าลินเซ่กำลังท่าทางแปลก ๆ เมื่อกี้ยังดีใจด้วยกันอยู่แท้ ๆ แต่จำนวนคำพูดของเธอก็ค่อย ๆ ลดลง และกำลังทำหน้าหงิม ๆ อยู่

        “......เป็นอะไรไปเหรอ?”

        “อ๊ะ เปล่าค่ะ เพราะเพิ่งจะเคยเห็นคนที่ใช้ธาตุทั้งหกอย่างได้...... ถึงฉันจะ ใช้ได้สามอย่าง แต่แค่นั้นก็ถือว่าหายากแล้วนะคะ ทั้งที่เป็นอย่างนั้น......สุดยอด เลยค่ะ”

        งั้นเหรอ อืม นี่ก็เป็นผลลัพธ์จากพระเจ้าด้วยล่ะมั้ง แต่มีความรู้สึกว่าออกจะโกงไปหน่อยแฮะ

        คนที่ถึงจะอยากใช้เวทมนตร์แต่ใช้ไม่ได้ก็มีอยู่ด้วยสิ รู้สึกผิดเลย

        เอาเถอะ คิดมากไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ ผมหยิบหินเวทไร้สีซึ่งเป็นก้อนสุดท้ายขึ้นมา

        “......อ้าว? อันนี้ใช้งานยังไงล่ะเนี่ย?”

        จนถึงตอนนี้ก็งานด้วยคำว่า “~เอ๋ยจงมา” แต่จะใช้คำว่า “ไร้ธาตุเอ๋ยจงมา” มันจะได้เหรอ? รู้สึกแปลกๆ  แฮะ

        “เวทไร้ธาตุจะพิเศษหน่อย ตรงที่ไม่มีคาถาเฉพาะเจาะจงค่ะ แค่รวมพลังเวทกับพูดชื่อเวทมนตร์ก็ใช้งานได้แล้ว”

        หืม งั้นหรอกเหรอ สะดวกดีแฮะ เวทมนตร์ไร้สีเนี่ย

        “ยกตัวอย่างเช่นเสริมความแข็งแกร่งร่างกายของพี่ แค่ร่ายว่า【บูสต์】ก็ใช้งานได้แล้วค่ะ อย่างอื่นก็【เพาเวอร์ไรซ์】ที่ช่วยเพิ่มพลังกาย หรือของหายากอย่าง【เกท】ที่สามารถเคลื่อนย้ายไปที่ไกล ๆ ได้ก็มี แต่พี่ใช้ไม่ได้หรอกค่ะ”

        เวทแสนสะดวกที่ไม่เข้ากับธาตุทั้งหกก็คือไร้ธาตุสินะ

        “แต่ว่า ทำยังไงถึงจะรู้ได้ล่ะว่าตัวเองใช้เวทมนตร์ไร้ธาตุแบบไหนได้บ้างน่ะ?”

        “จากที่พี่บอกมา ดูเหมือนพอถึงเวลาก็จะมีชื่อเวทมนตร์ลอยขึ้นมาในหัวเองเลยค่ะ ที่ไร้ธาตุถูกเรียกว่าเวทเฉพาะตัว ก็เพราะแทบไม่มีคนที่ใช้เวทมนตร์แบบเดียวกันอยู่เลยน่ะค่ะ คนที่มีเวทไร้ธาตุมากกว่าหนึ่งอย่างก็มีอยู่หรอก แต่หายากสุด ๆ เลยค่ะ”

        เอ๋ งั้นหรอกเหรอ? ไม่สะดวกเลยแฮะ เวทมนตร์ไร้สีเนี่ย

        “ถ้างั้น ไม่มีทางรู้ในทันทีได้เลยสินะว่า มีความเหมาะสมกับดวทไร้ธาตุรึเปล่า......”

        “เปล่าค่ะ ถ้าถือหินเวทไว้แล้วสั่งใช้งานเวทไร้ธาตุอะไรซักอย่างก็รู้แล้วค่ะ ต่อให้ใช้งานเวทมนตร์ไม่ได้ แต่หินเวทก็น่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เช่นส่องแสงเล็กน้อย หรือสั่นนิด ๆ น่ะค่ะ”

        “ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงล่ะ?”

        “......น่าเสียดาย แต่ก็คือไม่มีความเหมาะสมกับเวทไร้ธาตุค่ะ”

        เอาเถอะ ยังไงก็ลองอะไรซักอย่างดูก่อนละกัน

        ถ้าใช้เวทมนตร์ที่เคลื่อนย้ายไปที่ไกล ๆ ได้ก็สะดวกดีนะ จะได้เสร็จงานได้โดยไม่ต้องเดินไปจนถึงป่าแบบเมื่อวาน

        ดีล่ะ ผมถือหินเวทไร้สีเอาไว้ แล้วลองพูดเบา ๆ

        “【เกท】”

        อยู่ ๆ หินเวทก็เปล่งแสง แล้วข้าง ๆ ผมก็มีกำแพงกึ่งโปร่งใสเรืองแสงจาง ๆ ปรากฏขึ้นมา ขนาดก็ประมาณประตูหนึ่งบาน ถึงจะคิดว่าเป็นกำแพง แต่ก็หนาแค่หนึ่งเซนติเมตร เรียกว่าเป็น กระดาน จะใกล้เคียงกว่าล่ะมั้ง

        “......ทำได้สินะ”

        “......นั่นสินะคะ”

        ลินเซ่ตอบคำพูดของผมพร้อมทำท่าอึ้ง ๆ

        ผมลองสัมผัสกระดานอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เมื่อปลายนิ้วไปสัมผัสเข้า ที่ตรงนั้นก็เกิดระลอกคลื่นแผ่ขยายออกมา เหมือนกับที่แผ่ออกมาบนผิวน้ำ หลังตรวจสอบดูว่าไม่มีปัญหาโดยสอดแขนเข้าไปในพื้นผิวนั้น แล้วดึงกลับมา ผมก็ตัดสินใจยื่นหน้าเข้าไป

        สิ่งต่อมาที่เข้ามาในทัศนวิสัยคือป่าที่แผ่กว้าง และเห็นร่างของเอลเซ่กำลังทำตาเบิกกว้าง หกล้มก้นจ้ำเบ้า

        “......ทำอะไรอยู่น่ะ เอลเซ่?”

        “อะ อะ อะไรงั้นเหรอ......โทยะ!? เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย!?”

        ผมดึงหน้ากลับไปพักหนึ่ง แล้วดึงมือของลินเซ่ให้เคลื่อนย้ายเข้ามาในป่าด้วยกัน

        “ลินเซ่ก็ด้วย!? เอ๊ะ เอ๊ะ อะไรเนี่ย ออกมาจากตรงไหนอ่ะ!?”

        ลินเซ่จึงอธิบายแบบง่าย ๆ ให้กับเอลเซ่ที่กำลังแตกตื่น ท่าทางที่นี่คือป่าตะวันออกที่มาเมื่อวาน ดูเหมือนขณะที่เอลเซ่กำลังเก็บรวบรวมสมุนไพรที่มีผลรักษาอาการป่วยอยู่ที่นี่ อยู่ ๆ ก็มีกำแพงแสงปรากฏ จากนั้นก็มีแขนโผล่ออกมาแล้วดึงกลับเข้าไป ทำให้เธอเกิดอาการขาอ่อนขึ้นมา เอาเถอะ ก็ควรเป็นแบบนั้นแหละ

        “เวทมนตร์【เกท】น่ะ ดูเหมือนถ้าเป็นสถานที่ที่ผู้ใช้เคยไปมากแล้ว ไม่ว่าที่ไหนก็สามารถไปได้ค่ะ บางทีตอนที่คุณโทยะใช้เวท อาจจะนึกถึงที่นี่ขึ้นมาก็ได้น่ะค่ะ......”

        อ๊ะ ถ้าจำไม่ผิดก็กำลังคิดว่า อยากเสร็จงานโดยไม่ต้องเดินเหมือนเมื่อวาน อยู่นี่นะ

        “เฮ้อ ยังไงก็เถอะ ใช้ได้ทุกธาตุเนี่ยนะ......นายนี่มันจะแปลกไปหน่อยไหม

        เอลเซ่บ่นพึมพำอย่างเอือมระอา เอาเถอะ ก็เข้าใจความรู้สึกอยู่หรอก

        “คนที่ใช้ได้ทุกธาตุเนี่ย ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย สุดยอดเลยนะคะ คุณโทยะ!”

        ลินเซ่ชื่นชมผมตรงข้ามกับเอลเซ่ ผมจึงทำอะไรไปไม่ได้มากกว่ายิ้มเจื่อน ๆ

        ดูเหมือนงานเก็บรวบรวมของเอลเซ่จะเสร็จแล้ว มาได้จังหวะพอดี ก็เลยมุด【เกท】กลับไปสวนหลังโรงแรมด้วยกัน

        “ขาไปใช้เวลาตั้งสองชั่วโมงแท้ ๆ แต่ขากลับใช้แค่พริบตาเดียว สะดวกดีนะ เวทมนตร์นี้น่ะ”

        เอลเซ่ที่พูดเช่นนั้นจบก็มุ่งหน้าไปที่กิลด์เพื่อส่งเรื่องคำร้องที่เสร็จสิ้นแล้ว

        อย่างไรก็ตาม หลักสูตรเวทมนตร์ของวันนี้ก็จบแค่นี้ ด้วยเหตุนี้ พวกผมจึงกลับเข้าไปในโรงแรม ได้เวลามื้อเที่ยงแล้ว เมนูวันนี้จะเป็นอะไรกันน้า อา หิวจัง

 



NEKOPOST.NET