[นิยายแปล] ไปต่างโลก! ก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ!!! ( Isekai wa Smartphone to Tomoni ) ตอนที่ 7 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ไปต่างโลก! ก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ!!! ( Isekai wa Smartphone to Tomoni )

Ch.7 - เล่มที่1 ตอนที่7 ยืนอยู่ ณ ต่างโลก (6)


        “ที่ว่าอยากให้สอนเวทมนตร์เนี่ย...... โทยะ มีความเหมาะสมเหรอ?”

        “ความเหมาะสม?”

        “เวทมนตร์จะถูกกำหนดด้วยความเหมาะสมที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด น่ะค่ะ...... คนที่ไม่มีความเหมาะสม ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ค่ะ......”

        งี้นี่เอง หมายความว่าไม่ใช่ความสามารถที่ใคร ๆ ก็ใช้ได้สินะ เอาเถอะ นั่นสินะ ถ้าใคร ๆ ก็ใช้ได้กันหมดล่ะก็ อารายธรรมเวทมนตร์จะพัฒนาไปมากกว่านี้ก็ไม่แปลก

        “ความเหมาะสมสินะ......อืม แต่คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง พอดีมีคนรับประกันมาว่า ถ้าเป็นเจ้าล่ะก็เดี๋ยวก็ใช้ได้ทันทีเลย น่ะ”

 

        “ใครเหรอ คน ๆ นั้นน่ะ?”

        “อ่า......เป็นคนที่ยิ่งใหญ่มาก ๆ น่ะ”

        พระเจ้าครับ ถ้าพูดไปแบบนั้นคงโดนสงสัยว่าสติยังดีอยู่รึเปล่าแหง ๆ เงียบไว้ดีกว่า

        “ไม่มีวิธีที่ทำให้รู้ว่ามีความเหมาะสมรึเปล่าบ้างเหรอ?”

        พอผมถามไป ลินเซ่ก็หยิบหินที่ดูโปร่งใสหลายก้อนออกมาจากกระเป๋าเล็ก หินสีแดง ฟ้า เหลือง และไร้สีกำลังเปล่งประกายราวกับกระจก ขนาดก็ประมาณหนึ่งเซนติเมตรได้มั้ง จะว่าไปก็เป็นของที่คล้าย ๆ กับที่ติดอยู่บนคทาเงินของลินเซ่เลยแฮะ ถึงทางนั้นจะมีขนาดใหญ่กว่าก็เถอะ

        “มันคืออะไรเหรอ?”

        “นี่คือหินเวท ค่ะ ใช้สำหรับขยาย สะสม และปล่อยพลังเวทออกมา สามารถใช้สิ่งนี้ตรวจสอบความเหมาะสมได้ค่ะ ถึงจะแค่คร่าว ๆ ก็เถอะ ค่ะ”

        “น้ำ” คงเข้าใจได้ง่ายล่ะมั้ง.......ลินเซ่พึมพำเช่นนั้น แล้วหยิบหินโปรงใส่สีออกฟ้า ๆ ขึ้นมา จากนั้นก็ถือไว้บนถ้วยชาฝรั่งที่ดื่มหมดแล้ว

        “【วารีเอ๋ยจงมา】”

        เมื่อลินเซ่ร่ายคำเช่นนั้น ก็มีน้ำปริมาณไม่มากไหลออกมาจากหินเวท แล้วตกลงไปใน

        ถ้วยชา

        “โอ้”

        “นี่คือสภาพการใช้งานเวทมนตร์ ค่ะ หินเวทตอบสนองต่อพลังเวทของฉัน แล้วก็สร้างน้ำออกมาน่ะค่ะ”

        “แถมให้อีกหน่อย”

        เอลเซ่ที่อยู่ข้าง ๆ รับหินเวทมาจากน้องสาว แล้วร่ายคาถาเหมือน ๆ กัน

        “【วารีเอ๋ยจงมา】”

        แต่หินเวทก็ไม่แสดงการตอบสนอง ไม่มีน้ำออกมาแม้แต่หยดเดียว

        “ถ้าไม่มีความเหมาะสมของน้ำก็จะเป็นแบบนี้แหละ เพราะงั้นฉันก็เลยใช้เวทมนตร์น้ำไม่ได้”

        “เป็นฝาแฝดกันแท้ ๆ แต่เอลเซ่ใช้ไม่ได้เหรอ”

        “อย่ามาพูดเรื่องที่คนเขาคิดมากกันตรง ๆ แบบนี้สิยะ...... เอาเถอะ ช่างมันละกัน”

        ซวยแล้ว เผลอหลุดปากซะได้ แต่ว่า เอลเซ่ไม่ได้โกรธอะไรจริงจัง แค่รู้สึกได้ว่างอนเล็กน้อย ผมจึงโล่งใจขึ้นมานิดหน่อย

        “พี่ใช้เวทมนตร์เสริมความแข็งแกร่งร่างกายได้แทนการใช้เวทมนตร์น้ำไม่ได้น่ะค่ะ...... ตรงกันข้าม ฉันเองก็ใช้เวทมนตร์เสริมความแข็งแกร่งร่างกายไม่ได้ เพราะเวทมนตร์เสริมความแข็งแกร่งร่างกายเองก็จำเป็นต้องมีความเหมาะสม ค่ะ”

        งี้นี่เอง ต้นกำเนิดพลังทำลายอันร้ายกาจนั่นก็คือสิ่งนี้เองสินะ? กำลังแปลกใจอยู่เลยว่าไปเอาพลัง

        ขนาดนั้นมาจากไหนทั้งที่ดูบอบบางแท้ ๆ แต่ก็ไขปริศนาได้แล้ว

        “พลังเวทน่ะ ไม่ว่าใครก็มีอยู่หรอกค่ะ แต่ถ้าไม่มีความเหมาะสมก็ไม่สามารถใช้ได้อย่างชำนาญ”

        ทุกอย่างขึ้นกับความเหมาะสม สินะ ถ้าโดนบอกว่า ไร้พรสวรรค์ มันก็จบแค่นั้น แต่โลกนี้มันก็ไม่มีความเสมอภาคอยู่แล้วล่ะนะ

        “แล้ว ถ้าผมทำแบบนั้นบ้างก็จะรู้สินะว่ามีความเหมาะสมรึเปล่า”

        “ค่ะ ......ถือหินเอาไว้ในมือแล้วรวบรวมสมาธิ จากนั้นก็ร่ายว่า【วารีเอ๋ยจงมา】นะคะ...... ถ้ามีความเหมาะสมล่ะก็น่าจะมีน้ำไหลออกมา ค่ะ”

        ผมรับหินเวทสีฟ้ามาจากเอลเซ่ แล้วถือหินเวทไว้ด้านบนจาน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้โต๊ะเปียกตอนที่ใช้งาน

        ผมรวบรวมสมาธิไปไว้ที่หินเวท แล้วร่ายคำตามที่บอกมา

        “【วารีเอ๋ยจงมา】”

        พริบตาต่อมา น้ำก็เอ่อล้นออกมาจากหินเวทราวกับก๊อกแตก

        “เหวอ!?”

        พอผมปล่อยมือจากหินเวทด้วยความตกใจ น้ำก็หยุดทันที แต่น้ำก็ท่วมโต๊ะ จนผ้าปูโต๊ะเปียกโชกไปด้วยซะแล้ว

        “......หมายความว่าไงเนี่ย?”

        ผมร้องขอคำอธิบายจากทั้งสองที่อยู่ตรงหน้าเพราะเหตุการณ์มันผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด แต่พี่น้องฝาแฝดกลับเบิกตากว้างด้วยความตะลึง สีหน้าของพวกเธอเหมือนกันเป๊ะจนผมเผลอหัวเราะออกมา

        “......เพราะปริมาณพลังเวทของคุณโทยะเยอะเอามาก ๆ คิดว่านะคะ ไม่นึกเลยว่าจะมาจากหินเวทเล็กขนาดนี้กับส่วนหนึ่งของคาถา......ทั้งที่เป็น ครั้งแรกแท้ ๆ แล้วก็ คุณภาพพลังเวทบริสุทธิ์จนไม่น่าเป็นไปได้ด้วย ไม่อยากเชื่อเลยค่ะ......”

        “......นายน่าจะเหมาะไปทางนักเวทนะ แน่นอนเลย ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อนเลย”

        มีความเหมาะสมจริง ๆ ด้วย ก็นะ เพราะพระเจ้ารับประกันมานี่นา ยังไงก็เถอะ ปริมาณพลังเวทนี่คงเป็นผลมาจากพระเจ้า......ล่ะมั้ง อาจจะนะ ก็ยังดีกว่าน้อยล่ะน่า ยังไงก็ตาม นั่นหมายความว่าผมสามารถใช้เวทมนตร์ได้แน่

        หลังจากขอโทษที่ทำโต๊ะเปียกโชกเสร็จ พวกผมก็รีบออกมาจากร้านน้ำชากัน

        เนื่องจากพอกลับมาถึงโรงแรมก็เย็นมากแล้ว เรื่องเวทมนตร์จึงเอาไว้ต่อกันพรุ่งนี้

        หลังกินมื้อเย็นเสร็จก็ได้รับการสอนเขียนอ่านจากลินเซ่ที่โรงอาหารต่อเลย ยังไงก็ขออนุญาตใช้โรงอาหารจากคุณมิกะเผื่อเอาไว้แล้วล่ะนะ

        ขั้นแรก ลินเซ่เขียนคำศัพท์ง่าย ๆ ให้ดู ส่วนผมที่อยู่ข้าง ๆ ก็เขียนความหมายด้วยภาษาญี่ปุ่น

        “......เป็นตัวอักษรที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยนะคะ นี่เป็นของที่ไหนเหรอ?”

        “อืม ตัวอักษรที่ถ่ายทอดกันมาแค่ในบางเขตที่จำกัดของบ้านเกิดน่ะ บางทีแถว ๆ นี้คงไม่มีคนอื่นใช้นอกจากผมแล้วล่ะ”

        แทนที่จะบอกว่าแถว ๆ นี้ ต้องบอกว่าไม่มีคนใช้ที่โลกนี้มากกว่าล่ะนะ เหมือนรหัสลับเลยแฮะ

        ถึงลินเซ่จะทำท่าประหลาดใจ แต่ยังไงก็ดูเหมือนจะยอมเข้าใจล่ะ

        หลังจากนั้นก็ได้รับการสอนคำศัพท์ไปเรื่อย ๆ แล้วก็แปลงแต่ละคำเป็นภาษาญี่ปุ่น เพราะลินเซ่สอนเก่งล่ะมั้ง คำศัพท์ก็เลยเข้าหัวเรื่อย ๆ เลย โอ๊ะ? ตัวผม มีพลังความจำขนาดนี้เลยเหรอ หรือนี่ก็เป็นผลลัพธ์ที่ได้จากพระเจ้าด้วย?

        แต่ถ้าเป็นแบบนั้น ถ้าช่วยทำให้เขียนอ่านได้ตั้งแต่แรกเลยก็สบายไปแล้วแท้ ๆ เชียว ก็ไม่ได้คิดไปถึงขนาดนั้นหรอก แต่พระเจ้าเองก็คงมีความจำเป็นหลาย ๆ อย่างเป็นแน่ ไม่ควรขอมากไปสินะ

        หลังจบการเรียนเมื่อถึงเวลาอันสมควร ผมก็แยกจากลินเซ่ แล้วกลับไปยังห้องของตน

        ผมจดบันทึกเรื่องราวของวันนี้ แล้วแอบดูข่าวสารของโลกทางโน้น หืม คน ๆ นั้นได้รับรางวัลพลเมืองดีเด่นเหรอ อยากดูหนังเรื่องนี้จังแฮะ

        โอ๊ะ จริงด้วย ลองตรวจสอบอีเซ่นที่รู้สึกสนใจด้วยแผนที่ดีกว่า พอทำแล้วถึงได้รู้ว่าเป็นประเทศเกาะที่อยู่เลยขอบทวีปไปทางตะวันออกไกลจากที่นี่มาก คล้ายกับญี่ปุ่นกระทั่งเรื่องนั้นเลยทีเดียว

        ซักวันถ้ามีโอกาสได้ไปก็อยากจะลองไปดูเหมือนกัน

        คงเพราะวันนี้เหนื่อยจากการกำจัดสัตว์อสูร ก็เลยรู้สึกง่วงขึ้นมาทันที ผมจึงรีบมุดขึ้นเตียงโดยไม่ต่อต้านให้เปล่าประโยชน์ ราตรีสวัสดิ์ครับ คร่อก

         

        ◇ ◇ ◇

 



NEKOPOST.NET