[นิยายแปล] ไปต่างโลก! ก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ!!! ( Isekai wa Smartphone to Tomoni ) ตอนที่ 6 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ไปต่างโลก! ก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ!!! ( Isekai wa Smartphone to Tomoni )

Ch.6 - เล่มที่1 ตอนที่6 ยืนอยู่ ณ ต่างโลก (5)


        ผมหยิบคาตานะเล่มนั้นที่แขวนอยู่บนกำแพง แล้วค่อย ๆ ชักออกมาจากฝัก ลายคลื่นบนใบดาบอันงดงามเปล่งประกายได้ช่วงชิงสายตาของผมไป ใบดาบหนักกว่าที่คิด ตัวดาบเองก็หนัก แต่ถึงอย่างงั้นก็

        เป็นน้ำหนักที่ผมกวัดแกว่งได้อย่างไม่มีปัญหา

        “อันนี้ เท่าไหร่ครับ?”

        คุณหมีที่อยู่ข้างในจึงชะเง้อคอมาตามเสียงของผม

        “อ๋อ เจ้านั้นเหรอครับ สองเหรียญทองครับ แต่เจ้านั่นใช้ยากเอาการอยู่นะ เป็นสินค้าที่ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่นะครับ”

        “สองเหรียญทอง!? ไม่แพงไปเหรอ!?”

        “ของไม่ค่อยมีเข้ามาด้วยสิ คนใช้เองก็มีจำกัดด้วย ก็ต้องประมาณนั้นล่ะครับ”

        เอลเซ่ทำปากแหลมด้วยท่าทางไม่พอใจ แต่คุณหมีก็ปล่อยผ่านไปอย่างสงบ บางทีมันอาจเป็นราคาที่เหมาะสมแล้วก็ได้ ตัวผมเองก็ยอมรับได้ว่ามันมีราคาถึงขนาดนั้น

        “ขออันนี้ล่ะครับ สองเหรียญทองสินะครับ”

        ผมเก็บคาตานะเข้าฝัก แล้วหยิบสองเหรียญทองจากกระเป๋าสตางค์มาวางบนเคาน์เตอร์

        “ขอบคุณที่อุดหนุน แล้ว เครื่องป้องกันจะเอายังไงครับ?”

        “รอบนี้เอาไว้ก่อนละกันครับ เอาไว้หาเงินได้ค่อยมาซื้อครับ”

        “งั้นเหรอครับ ใช้ดาบนั่นหาเงินให้ได้เยอะ ๆ ละกันนะครับ”

        คุณหมีพูดเช่นนั้นแล้วหัวเราะอย่างสดชื่น

        ถึงของที่ผมซื้อจะหมดแค่นี้ แต่เอลเซ่ก็ซื้อกรีฟที่เป็นเกราะขา (เกราะที่คลุมตั้งแต่หน้าแข้งไปจนถึง

        เกราะเท้า) ส่วนลินเซ่ซื้อคทาสีเงิน ท่าทางสไตล์การต่อสู้ของพวกเธอคือ ให้เอลเซ่เป็นกองหน้าโจมตีอย่างดุดัน ส่วนลินเซ่เป็นกองหลังคอยโจมตีด้วยเวทมนตร์

        พอออกมาจากร้านอาวุธ ก็มุ่งหน้าไปยังร้านอุปกรณ์ต่อ ระหว่างทางผมที่รู้สึกคาใจนิดหน่อยจึงตรวจสอบร้านอาวุธเมื่อครู่โดยเช็คจากในแผนที่

        ‘ร้านอาวุธหมีแปด’

        ......เซนส์การตั้งชื่อของเมืองนี้ออกจะแปลกนิด ๆ แฮะ

        ที่ร้านอุปกรณ์ก็มีการซื้อกระเป๋าเล็ก ๆ กับกระติกน้ำ กล่องอุปกรณ์ที่มีเซ็ตของสารพัดประโยชน์อย่างเข็มเย็บผ้ากับด้าย กรรไกร มีด และไม้ขีด เป็นต้น สมุนไพร แล้วก็หญ้าถอนพิษ เนื่องจากพวกเอลเซ่มีกันหมดแล้ว ที่นี่จึงมีแค่ผมเท่านั้นที่ซื้อของ

        ดีล่ะ เตรียมตัวเรียบร้อยหมดแล้ว เอ้า ออกเดินทางไปป่าตะวันออกเพื่อจัดการหมาป่าเขาเดียวได้!

         

        ◇  ◇  ◇

         

        ป่าตะวันออกคือฟิลด์ที่ห่างออกมาจากเมืองประมาณสองชั่วโมงด้วยการเดิน ก็คาดหวังไว้ว่า

        ถ้ามีรถม้าผ่านมาจะขอขึ้นไปด้วยอยู่หรอก แต่น่าเสียดายที่ไม่มีผ่านมาเลยซักคัน แล้วพวกผมก็มาถึงป่าตะวันออกในอีกสองชั่วโมงให้หลังพอดี

        พวกผมเดินหน้าเข้าไปภายในป่าหนาทึบพร้อมกับระมัดระวังรอบข้างไปด้วย แล้วก็ต้องมาตกใจกับเสียงร้องของนกที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน หรือวี่แววของสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่ทำให้แมกไม้ในป่าสั่นไหว ตอนแรกก็รู้สึกหวั่น ๆ อยู่ในใจ แต่ในที่สุดผมก็รู้สึกตัวเพราะสัมผัสอันแปลกประหลาด

        ถึงจะไม่รู้สาเหตุ......แต่ผมก็รับรู้ถึงกลิ่นอายที่อยู่รอบ ๆ ตัวเองได้ ว่ามีสิ่งมีชีวิตแบบไหนอยู่ตรงไหน และมีอารมณ์แบบไหนกับพวกตนอยู่......เรื่องนั้นก็สามารถรู้ได้ ความรู้สึกนี้มันอะไรกันนะ สัมผัสที่หก......คงเรียกว่าอะไรแบบนั้นมั้ง มันอาจจะเป็นหนึ่งในของขวัญจากพระเจ้าด้วยก็ได้

        ขณะที่กำลังคิดเรื่องนั้นอยู่ ผมก็สัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่ต้องการจู่โจมสองก้อนมาจากด้านหน้าเฉียงไปทางขวามือ มีความรู้สึกเป็นศัตรูอย่างชัดเจน

        “ระวังนะ มีตัวอะไรอยู่ด้วย”

        คำพูดของผมทำให้ทั้งสองคนชะงักเท้าทันที เมื่อผมใช้สายตาชี้เข้าไปในป่า ทั้งสองคนจึงเปลี่ยนไปสู่ท่าพร้อมรบ คงเพราะพวกผมเลือกที่จะเคลื่อนไหวเช่นนั้น เงาดำ ๆ จึงกระโจนออกมาจากในป่า แล้วเข้าจู่โจมพวกผม

        “ฮึ้บ!”

        ผมหลบด้วยการบิดตัวอย่างลนลาน ไม่เป็นไร มองเห็นการเคลื่อนไหวได้อยู่ ขนสีเทากับเขาสีดำที่งอกออกมาจากหน้าผาก

        ความใหญ่ก็ประมาณสุนัขพันธ์ตัวใหญ่ แต่ความดุร้ายนั้นสุนัขทาบไม่ติดเลย เจ้านี่คือหมาป่าเขาเดียวสินะ

        ขณะที่ผมกำลังเผชิญหน้ากับเจ้าตัวแรกที่กระโจนออกมา ผมก็เห็นตัวที่สองกระโจนเข้าใส่ทางเอลเซ่จากอีกด้านหนึ่ง

        เอลเซ่จึงพุ่งเข้าไปหาเจ้านั่นที่พุ่งเข้ามาจู่โจมจากด้านหน้าตรง ๆ แล้วประเคนการโจมตีสุดแรงจากทั่วร่างใส่จมูกและปากของหมาป่า เมื่อโดนหมัดของกอนท์เล็ทเข้าไปจัง ๆ หมาป่าเขาเดียวจึงล้มลงไปบนพื้นดินทั้ง ๆ อย่างนั้น สุดท้ายก็ไม่ไหวติงอีกเลย เป็นการพิฆาตในหมัดเดียวอย่างแท้จริง

        ขณะที่ผมกำลังชื่นชมการต่อสู้ของเอลเซ่ หมาป่าตรงหน้าของผมก็เล็งช่องว่างนั้น แล้ววิ่งแยกเขี้ยวเข้าใส่อีกครั้ง

        ผมอ่านการเคลื่อนไหวของหมาป่าอย่างใจเย็นพร้อมชักคาตานะที่อยู่ตรงเอวออกมา แล้วตวัดสวนกับมัน พริบตานั้น หัวของหมาป่าก็ลอยคว้างอยู่บนอากาศ

        สัมผัสที่เรียกว่าการฆ่าสิ่งมีชีวิตเป็นครั้งแรก ไม่ว่ายังไงก็รู้สึกผิดและรู้สึกแย่อยู่ดี แต่ฝูงหมาป่าตัวใหม่สี่ตัวก็โผล่มาโดยไม่ปล่อยให้ผมมีเวลามาจมดิ่งอยู่กับความรู้สึกนั้น แล้วสองตัวจากในฝูงก็มุ่งหน้ามาทางนี้ 

        “【อัคคีเอ๋ยจงมา ลูกหินแดงโบยบิน อิกนิสไฟเออร์】”

        ในเวลาเดียวกับที่ได้ยินเสียงนั้น อยู่ ๆ ก็มีเปลวเพลิงมาปกคลุมหมาป่าตัวหนึ่งที่พุ่งเข้ามาจู่โจมผมจนไฟลุกท่วมตัว ดูเหมือนลินเซ่ที่ถอยไปอยู่ข้างหลังจะช่วยสนับสนุนให้ด้วยเวทมนตร์อัคคี เสร็จกัน! พลาดโอกาสได้เห็นเวทมนตร์เป็นครั้งแรกตั้งแต่มาถึงโลกนี้ไปต่อหน้าต่อตาเลย หนอยยย

        อีกตัวที่เหลือผมก็หลบเหมือนเมื่อกี้ แล้วฟันด้วยคาตานะ หมาป่าที่ล้มลงไปหยุดการเคลื่อนไหวในทันที

        เมื่อเบนสายตาไปทางด้านเอลเซ่ ท้องของหมาป่าที่กระโจนเข้าใส่โดนท่าหมุนตัวเตะจนกระเด็นไปเลย และข้าง ๆ นั้น ตัวสุดท้ายก็กำลังโดนไฟเผาอีกแล้ว ง่า พลาดชมเวทมนตร์อีกแล้วสิ…..

        “เรียบร้อยแล้วเนอะ ในคำร้องบอกให้ปราบปรามห้าตัว แต่ก็เกินมาหนึ่งตัวซะแล้วสิ”

        เอลเซ่ปัดกอนท์เล็ทดัง ก๊อง ๆ พร้อมกับพูดเช่นนั้น แต่ละคนจัดการได้คนละสองตัวจากทั้งหมดหกตัว สำหรับการต่อสู้ครั้งแรกผมว่าเป็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจอยู่ อ๊ะ ครั้งแรกมีแค่ผมคนเดียวสินะ

        เอาล่ะ จำเป็นต้องเอาเขาของพวกหมาป่ากลับไปเป็นหลักฐานในการกำจัดด้วย พวกผมตัดเขาของทั้งหกตัวแล้วเก็บใส่กระเป๋า ที่เหลือก็เอาสิ่งนี้ไปส่งให้กิลด์ก็เป็นอันเสร็จสิ้นคำร้อง  มิชชั่นคอมพลีท

        พอหลุดออกมาจากป่าก็รู้สึกได้ว่าความตึงเครียดที่แบกรับอยู่มันหายไปในอึดใจ อารมณ์เหมือนถูกปลดปล่อยจากอาการหายใจไม่ค่อยออกเลย จำเป็นต้องคุ้นเคยกับความรู้สึกแบบนี้เอาไว้สินะ

        เนื่องจากโชคดีที่ขากลับเมืองมีรถม้าผ่านมา ก็เลยขอขึ้นไปด้วย ลัคกี้

        หลังกลับมาถึงเมืองด้วยความเร็วที่มากกว่าการเดินลิบลับ ก็พากันเดินเท้าไปที่กิลด์ แล้วเดินเรื่องสำเร็จภารกิจโดยการส่งเขาของหมาป่าเขาเดียวทั้งห้าเขาให้คุณพี่สาวประชาสัมพันธ์ ส่วนที่เหลืออีกหนึ่งเขาผมเก็บไว้เป็นที่ระลึก

        สำหรับวันนี้

        “ค่ะ ได้รับเขาของหมาป่าเขาเดียวห้าเขามาเรียบร้อย ถ้างั้นก็ขอกิลด์การ์ดด้วยค่ะ”

        เมื่อพวกเราส่งการ์ดให้ คนของประชาสัมพันธ์ก็นำของที่เหมือนตราประทับมาปั๊มให้ สัญลักษณ์ที่เหมือนเป็นวงเวทลอยขึ้นมาแว่บหนึ่ง แต่ก็หายไปในทันที แล้วผมก็ไปถามเอาทีหลัง ดูเหมือนตราประทับจะเปลี่ยนไปตามแรงค์ของคำร้องด้วย การ์ดจะสะสมข้อมูลของตราที่ปั๊มลงไป เมื่อสะสมได้ถึงระดับหนึ่งแรงค์จะสูงขึ้นแล้วสีของการ์ดจะเปลี่ยนไปด้วย

        พวกเราคือสีดำของแรงค์มือใหม่ ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ ดำ ม่วง เขียว ฟ้า แดง เงิน และทอง

        “แล้วนี่คือค่าตอบแทนสิบแปดเหรียญทองแดงค่ะ เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นคำร้อง ขอบคุณในความเหนื่อยยากค่ะ”

        หลังรับค่าตอบแทนมาจากคุณพี่สาวประชาสัมพันธ์ พวกผมก็เอามาแบ่งกันสามคนทันที เท่านี้ก็หาเงินค่าที่พักส่วนของสามวันได้แล้ว รู้สึกเหมือนจะพอใช้ชีวิตในโลกนี้ได้บ้างแล้วล่ะ

        “นี่ ๆ ไปหาอะไรเบา ๆ ที่ไหนกินเป็นการฉลองที่ทำคำร้องแรกสำเร็จกันไหม?”

        พอออกมาจากกิลด์ เอลเซ่ก็พูดเรื่องนั้นออกมา ยังเร็วไปหน่อยสำหรับมื้อเย็น แต่พอมาคิดดูแล้วก็ไม่ได้กินกลางวันกันนี่นะ อาจจะดีก็ได้ ยิ่งกว่านั้นก็มีเรื่องอยากขอร้องนิดหน่อยพอดีเลย

        พวกผมเข้าไปในร้านน้ำชาที่อยู่ในเมือง

        หลังจากพนักงานรับออเดอร์โดยผมสั่งแซนด์วิชทอดกับนม เอลเซ่เป็นพายเนื้อกับของที่เหมือนน้ำส้ม ส่วนลินเซ่เป็นแพนเค้กกับชาฝรั่ง ผมก็เริ่มพูดเข้าเรื่อง

        “คือว่านะ มีเรื่องจะขอร้องทั้งสองคนหน่อยน่ะ”

        “ขอร้อง?”

        “อืม ผมอยากเรียนการอ่านเขียน การอ่านหนังสือไม่ออกมันไม่สะดวกจริง ๆ น่ะแหละ ท่าทางจะทำให้ลำบากในการใช้ชีวิตหลังจากนี้ไปด้วย”

        “อา ก็จริงนะ เพราะไม่รู้เนื้อหาของคำร้องนี่เนอะ”

        เอลเซ่พยักหน้า อืม ๆ ในขณะเดียวกันลินเซ่เองก็พยักหน้า หงึก ๆ เช่นกัน ตรงส่วนนี้ช่างสมเป็นฝาแฝดกันจริง ๆ แฮะ

        “ถ้าเรื่องแบบนี้ล่ะก็ ไปรับการสอนจากลินเซ่จะดีกว่านะ เพราะเด็กคนนี้หัวดี การสอนเองก็เก่งด้วย”

        “มะ ไม่ถึงขนาดนั้น......หรอก...... ถ้าไม่รังเกียจฉันล่ะก็นะ......”

        “ขอบใจนะ ช่วยได้มากเลย”

        ดีล่ะ เท่านี้ก็มีหวังจะอ่านเขียนได้แล้ว ที่เหลือก็ต้องลองเรียนดูสินะ โชคดีจังที่หาอาจารย์ดี ๆ ได้ ......อ๊ะ

        “จะว่าไป ลินเซ่ พูดไปมันก็ยังไงอยู่ ช่วยสอนเวทมนตร์ให้ด้วยได้ไหม ผมเองก็อยากลองใช้บ้างน่ะ”

        ““เอ๋?””

        ประสานเสียงเลยแฮะ เด็กพวกนี้ อะไรกัน? แปลกขนาดนั้นเลยเหรอ?

         

        ◇ ◇ ◇

         




NEKOPOST.NET