[นิยายแปล] ไปต่างโลก! ก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ!!! ( Isekai wa Smartphone to Tomoni ) ตอนที่ 4 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ไปต่างโลก! ก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ!!! ( Isekai wa Smartphone to Tomoni )

Ch.4 - เล่มที่1 ตอนที่4 ยืนอยู่ ณ ต่างโลก (3)


            เมื่อผ่านถนนเล็ก ๆ แคบ ๆ เข้าไปยังตรอกที่อยู่ด้านหลัง ก็พบชายหญิงสี่คนกำลังโต้เถียงกันอยู่

            ฝั่งหนึ่งเป็นผู้ชายสองคน อีกฝั่งเป็นสาวน้อยสองคน ทางผู้ชายไม่ว่าจะคนไหนก็ดูท่าทางมีนิสัยอันธพาล ส่วนทางด้านสาวน้อยไม่ว่าคนไหนก็ดูน่ารักเช่นกัน

            ทั้งสองคนคงอายุไล่เลี่ยหรืออ่อนกว่าผมล่ะมั้ง ยังไงก็เถอะ เด็กผู้หญิงสองคนนั้นช่างดูคล้ายกันจัง......จะว่าเหมือนเลยก็ว่าได้ คงเป็นฝาแฝดล่ะมั้ง ถึงจะมีรูปทรงตาและทรงผมแบบตัดสั้นกับไว้ยาวที่แตกต่างกัน ส่วนสีผมไม่ว่าจะคนไหนก็เป็นสีเงินเหมือนกันทั้งคู่

            ครึ่งท่อนบนของทั้งสองคนสวมแจ็คเก็ตที่มีพื้นเป็นสีดำและเสื้อผู้หญิงสีขาวแทบจะเหมือนกัน แต่ครึ่งท่อนล่าง เด็กผมยาวสวมกางเกงกระโปรงขาสั้นกับนีซ็อค*สีดำ ส่วนเด็กผมสั้นสวมกระโปรงบานสั้นกับถุงน่องสีดำ แข็งแกร่งกับเรียบร้อย รับรู้ถึงความต่างของนิสัยได้ง่าย ๆ เลย

            “ผิดสัญญานี่นา! ค่าตอบแทนน่าจะเป็นหนึ่งเหรียญทองนี่!”

            เด็กผมยาวแผดเสียงไปทางพวกผู้ชาย ส่วนพวกผู้ชายที่ได้ยินเช่นนั้นกำลังเผยรอยยิ้มจาง ๆ แสยะยิ้มเยาะเย้ยอยู่ โดยที่ผู้ชายคนหนึ่งถือของเหมือนเขากวางทำจากแก้วที่เปล่งแสงระยิบระยับเอาไว้

            “พูดอะไรฟะ ข้าบอกว่าจะซื้อเขากวางคริสตัสนี่ด้วยเงินหนึ่งเหรียญทองก็จริงอยู่ เพียงแต่ ถ้ามันเป็นของไม่มีตำหนิล่ะก็ นะ ดูซะ ตรงนี้มีรอยอยู่ใช่ไหม? เพราะงั้นก็ได้ราคานี้ล่ะ เอ้า รับหนึ่งเหรียญเงินไปซะ”

            กริ๊ง เหรียญเงินหนึ่งเหรียญกลิ้งลงไปตรงเท้าของเหล่าสาวน้อย

            “รอยแค่นี้ มันนับว่าเป็นของมีตำหนิไม่ได้หรอกย่ะ พวกนายน่ะ ตั้งแต่แรกแล้ว......!”

            เด็กผมยาวจ้องมองพวกผู้ชายด้วยสายตาคับแค้น ส่วนเด็กผมสั้นที่ซ่อนอยู่ข้างหลังเองก็กัดริมฝีปากด้วยท่าทางเจ็บใจ

 

 

         “......พอแล้ว ไม่เอาเงินแล้ว เอาเขานั่นคืนมานะ”

            เด็กผมยาวก้าวออกมาข้างหน้า กำปั้นทั้งสองที่กำแน่นสวมใส่กอนท์เล็ท**ขนาดใหญ่ที่ดูไม่สมส่วนกับตัวเอาไว้

            “โอ๊ะโอ๋ แบบนั้นก็แย่สิ สิ่งนี้มันเป็นของทางนี้ไปแล้วเฟ้ย ไม่มีความคิดจะส่งให้พวกเธอหรอก------”

            “ขอโทษที่มาขัดจังหวะ ขอเวลาซักนิดได้ไหมครับ?”

            ผมที่ส่งเสียงขึ้นมาอย่างกะทันหันตกเป็นเป้าสายตาของทุกคน ถึงเหล่าสาวน้อยจะตกใจจนตาค้าง แต่พวกผู้ชายรีบส่งสายตาอันตรายมาทางนี้ทันที

            “อ๋า? เอ็งเป็นใครวะ? มีธุระอะไรกับพวกข้า?”

            “อ๊ะ เปล่า ที่มีธุระด้วยน่ะ เธอทางนั้นต่างหาก”

            “เอ๋? ฉันเหรอ?”

            ผมเมินผู้ชายที่เขม้นมองแบบข่มขู่ แล้วส่งเสียงพูดกับเด็กผมยาวที่อยู่ข้างหลัง

            “ขายเขาของเธอให้ผมด้วยราคาหนึ่งเหรียญทองได้ไหม”

            ถึงเธอจะอ้าปากหวออยู่ครู่หนึ่งหลังจากได้ฟังที่ผมพูด สุดท้ายก็ดูเหมือนจะทำความเข้าใจได้ เธอจึงตอบข้อเสนอของผมกลับมาด้วยรอยยิ้ม

            “ขายเลย!”

            “พวกแก! พูดอะไรกันตามใจชอบวะ! นี่มันของของพวกเรา------”

            พริบตาที่ชายคนนั้นยกเขาคริสตัลขึ้นมาเหนือหัว ก็เกิดเสียงดัง แล้วสิ่งนั้นก็แตกกระจาย ผมปาหินเข้าเป้าได้อย่างสวยงาม

            “อะ......!? ทำบ้าอะไรวะเนี่ย!”

            “ก็เจ้านั่นมันเป็นของผมแล้ว ผมจะทำยังไงมันก็เรื่องของผมนี่ครับ อ๊ะ ต้องจ่ายเงินให้เรียบร้อยสินะ”

            “แก!”

            ชายคนหนึ่งชักมีดออกมาจากในกระเป๋าแล้วพุ่งเข้ามาโจมตีผม ผมที่มองเห็นสิ่งนั้นจึงโยกตัวหลบแบบมั่นใจ หลังจากหลบได้ผมก็รู้ว่าทำไมถึงมีความมั่นใจมาตั้งแต่แรก เพราะมองเห็นนั่นเอง ทั้งการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย และวิถีของมีดด้วย

            นี่คือผลของการเพิ่มความสามารถทางร่างกายที่พระเจ้ามอบให้ล่ะมั้ง ผมย่อตัวลง พร้อมเตะตัดขาของชายคนนั้น จากนั้นก็ตอกกำปั้นลงไปบนร่างของชายที่ล้มหงายหลังอยู่โดยไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย

            “อุ๊บ......!”

            ขายคนนั้นหมดสติไปทั้ง ๆ อย่างนั้น วิชาที่เรียนมาจากปู่มีประโยชน์จริง ๆ

            เมื่อหันหน้ากลับไปก็เห็นผู้ชายอีกคนหนึ่งกับสาวน้อยผมยาวกำลังต่อสู้กัน ถึงผู้ชายจะเหวี่ยงขวานสั้นไปรอบ ๆ แต่กอนท์เล็ทของสาวน้อยผมยาวก็ป้องกันไว้ได้จนตัดสินผลไม่ได้เสียที สุดท้ายเธอก็พุ่งเข้าประชิดราวกับสายฟ้าฟาด แล้วระเบิดหมัดขวาใส่ใบหน้าของผู้ชาย จากนั้นผู้ชายก็ตาขาวเหลือกแล้วล้มลงไป อย่างงดงาม

            ถ้าตัดสินผลได้สบาย ๆ ขนาดนี้ อาจจะไม่จำเป็นต้องทำลายเขาคริสตัลก็ได้......เสียใจทีหลังนิด ๆ แล้วสิ

            เอาเถอะ ช่วยไม่ได้ กะว่าจะทำให้ต้นเหตุของความขัดแย้งหายไป แต่ดูเหมือนจะคิดตื้นไปหน่อย ผมหยิบเหรียญทองหนึ่งเหรียญออกมาจากกระเป๋าสตางค์ แล้วส่งให้สาวน้อยผมยาว

            “เอ้า หนึ่งเหรียญทอง”

            “......จะดีเหรอ? ถึงมันจะช่วยพวกเราได้มากก็เถอะ......”

            “ที่มันพังเสียหายก็เพราะผมพลาดเองนี่นะ ไม่ต้องใส่ใจหรอกรับไปเถอะ”

            “ถ้างั้น......ไม่เกรงใจล่ะนะ”

            เด็กผมยาวพูดเช่นนั้นแล้วรับเหรียญทองไปด้วยมือที่ยังสวมกอนท์เล็ทอยู่

            “ขอบคุณที่ช่วยเอาไว้นะ ฉัน เอลเซ่ ซิลเอสก้า ส่วนทางนี้คือน้องสาวฝาแฝด ลินเซ่ ซิลเอสก้า น่ะ”

            “......ขอบคุณมากค่ะ”

            เด็กผมสั้นที่อยู่ข้างหลังก้มหัวให้แล้วยิ้มเล็กน้อย

            เป็นฝาแฝดจริง ๆ ด้วยสินะ เด็กผมยาวคือเอลเซ่ เด็กผมสั้นคือลินเซ่ อืม จำได้แล้ว ถึงจะไม่มีอย่างอื่นให้แยกแยะได้นอกจากทรงผมกับเสื้อผ้าก็เถอะ

            “ผมชื่อ โมจิซึคิ โทยะ อ๊ะ โทยะคือชื่อนะ”

            “เอ๋ ชื่อกับนามสกุลสลับที่กัน คนของอีเซ่นเหรอ?”

            “อ่า......ก็นะ ตามนั้นแหละ”

            เนื่องจากมีการตอบสนองเหมือนคุณมิกะที่โรงแรม ผมจึงตอบไปเหมือน ๆ กัน อา อีเซ่นเป็นอาณาจักรแบบไหนกันนะ ชักสนใจแล้วสิ เฮ้อ

           

            “งั้นเหรอ โทยะเองก็เพิ่งมาถึงเมืองนี้นี่เอง”

            เอลเซ่พูดพลางดื่มน้ำผลไม้ แต่แทนที่จะเป็นเมืองนี้ ต้องบอกว่าโลกนี้จะถูกกว่าล่ะนะ

            หลังจากตอนนั้น พวกเราก็กลับมาที่โรงแรม “จันทราสีเงิน” เนื่องจากพวกเธอเองก็กำลังหาโรงแรมอยู่เหมือนกัน ผมก็เลยพามาด้วยกัน เพราะว่าพาลูกค้าใหม่มาให้ คุณมิกะก็เลยยิ้มไม่หุบ เป็นคนที่เข้าใจง่ายดี

            เลยกลายเป็นว่าได้มากินอาหารร่วมกันสามคนทั้ง ๆ อย่างนั้น เราคุยกันหลาย ๆ เรื่องพร้อมกับกินอาหารของคุณมิกะไปด้วยจนเสร็จ และตอนนี้ก็กำลังดื่มชาหลังอาหารกันอยู่

            “พวกเราเอาเขากวางคริสตัลมาส่งที่นี่ตามการจ้างวานของเจ้าพวกนั้นน่ะนะ แย่สุด ๆ เลย ก็คิดอยู่หรอกว่ารู้สึกไม่น่าไว้วางใจน่ะ”

            “......หนูก็คัดค้านว่า อย่ารับ ไปแล้วแท้ ๆ......เพราะพี่ ไม่ยอมฟังที่หนูพูดน่ะแหละ”

            ลินเซ่ผู้เป็นน้องจับจ้องเอลเซ่ผู้เป็นพี่ราวกับเป็นการตำหนิ พี่สาวที่ท่าทางมุทะลุกับน้องสาวผู้รอบคอบ ประมาณนี้ล่ะมั้ง ดูแล้วเอลเซ่จะเป็นพวกไม่รู้จักหวาดกลัว ส่วนทางลินเซ่เป็นประเภทที่เข้ากับคนแปลกหน้าได้ยาก

            “ทำไมทั้งสองคนถึงได้รับการจ้างวานจากเจ้าพวกนั้นมาล่ะ?”

            ผมนึกสงสัยก็เลยลองถามทั้งสองคนดู คิดยังไงกันนะ ถึงไปทำการค้ากับคนที่ดูยังไงก็น่าสงสัยขนาดนั้น

            “มีเส้นสายนิดหน่อยน่ะ ก่อนหน้านี้พวกเราจัดการกวางคริสตัลแล้วได้เขาของมันมา จากนั้นก็มีการติดต่อเข้ามาว่ามีคนอยากได้พอดี แต่ก็ไม่ได้เรื่องเลยเนอะ ต้องเป็นกิลด์จริง ๆ น่ะแหละ พอไม่รับคำร้องที่ผ่านทางนั้นมาให้เรียบร้อย ก็ต้องเข้าไปพัวกันกับปัญหาจริง ๆ ด้วยสิ”

            เอลเซ่ถอนหายใจพร้อมกับหลุบตาลงต่ำ

            “ถือโอกาสนี้ไปลงทะเบียนที่กิลด์กันไหม ลินเซ่”

            “คิดว่าแบบนั้นก็ดีนะ......ปลอดภัยไว้ก่อน พรุ่งนี้ไปลงทะเบียนกันเถอะ”

            กิลด์ ถ้าจำไม่ผิด อย่างเกมนี่ก็เป็นสถานที่ที่จะช่วยจัดหางานให้คล้ายกับฮัลโหลเวิร์ค***สินะ? มีคำร้องอยู่มากมาย แล้วถ้าทำมันสำเร็จก็จะได้รับเงิน หืม

            “ถ้าไม่ว่าอะไร พรุ่งนี้ขอตามไปด้วยได้ไหม ผมเองก็อยากลงทะเบียนกับกิลด์น่ะ”

            “เอาสิ ถ้างั้นก็ไปด้วยกันเลย”

            “อื้อ......ไปด้วยกันเลย”

            ทั้งสองคนยอมรับด้วยความยินดี ถ้าไปลงทะเบียนที่กิลด์แล้วรับงานมาทำก็จะหาเงินซักเท่าไหร่ก็ได้ นี่อาจสามารถใช้เป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตของโลกนี้ได้แฮะ

            สำหรับวันนี้ผมได้แยกจากทั้งสองคน แล้วกลับมายังห้องของตนเอง ในที่สุดก็จบไปหนึ่งวัน เกิดอะไรขึ้นหลายอย่างเลยน้า

            ได้มายังต่างโลก ขายเสื้อผ้า เข้าพักที่โรงแรม ช่วยเหลือพวกเด็กผู้หญิง แล้วก็ทะเลาะวิวาท หนึ่งวันอะไรกันเนี่ย

            ก่อนอื่นก็จดบันทึกเรื่องราวของวันนี้เอาไว้ในสมาร์ทโฟนแทนไดอารี่ดีกว่า ต่อมาก็เปิดเว็บข่าว ไล่อ่านเรื่องราวของทางโน้นหลาย ๆ เรื่อง โอ๊ะ ไจแอนท์ชนะแล้ว เอ๋ วงนั้นยุบไปซะแล้วเรอะ......เสียดายจัง

          ผ่านไปซักพักผมก็ปิดเครื่อง แล้วมุดขึ้นเตียง พรุ่งนี้จะได้ไปลงทะเบียนที่กิลด์แล้ว เป็นสถานที่แบบไหนกันนะ......พอคิดถึงเรื่องนั้น ความง่วงก็เข้าจู่โจมผมทันที คร่อก

◇ ◇ ◇

 

 

        *ถุงเท้ายาวถึงเข่า

        **ถุงมือยาวหุ้มโลหะ

        ***บริษัทจัดหางานของญี่ปุ่น




NEKOPOST.NET