[นิยายแปล] ไปต่างโลก! ก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ!!! ( Isekai wa Smartphone to Tomoni ) ตอนที่ 12 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ไปต่างโลก! ก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ!!! ( Isekai wa Smartphone to Tomoni )

Ch.12 - เล่มที่1 ตอนที่12 การเดินทางคือเพื่อนร่วมทาง โลกคือความเมตตา (3)


        พอออกจากอามาเนสค์ ก็มุ่งหน้าไปทางเหนือต่อ

        อาณาจักรนี้ ราชอาณาจักรเบลฟาสต์ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของทวีป ถึงจะบอกว่าทางทิศตะวันตกแต่ก็เป็นอาณาจักรที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสอง

        คงเพราะเหตุนั้นมั้ง หลังออกมาจากเมืองแค่พักเดียวบ้านคนก็ลดน้อยลงทันที แค่เดี๋ยวเดียวก็มองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากพื้นที่ภูเขาหรือไม่ก็ป่า ความหนาแน่นของประชากรในอาณาจักรคงไม่ได้เยอะขนาดนั้นล่ะมั้ง

        ผู้คนหรือรถม้าที่สวนทางมาสองชั่วโมงจะเจอซักครั้ง ถึงจะอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าจะเจอหรือไม่เจอก็ได้ แต่ถ้าเข้าใกล้เมืองหลวงเดี๋ยวก็น่าจะเจอเยอะขึ้นเองแหละ

        ผมนั่งโยกไปมาอยู่บนรถม้าเช่นเคย พลางเหลือบมองไปที่ยาเอะซึ่งอยู่ตรงที่นั่งสารถี เนื่องจากยาเอะเองก็บังคับม้าได้ไม่มีที่ติ เลยกลายเป็นว่าจะคอยผลัดเปลี่ยนกันสามคนตั้งแต่วันนี้ ทำให้ผมยิ่งละอายหนักเข้าไปอีก อะไรกันนะ ความรู้สึกไร้ประโยชน์แบบนี้น่ะ......

        ถึงจะไม่ได้ทำไปเพื่อขจัดความรู้สึกนั้นเสียทีเดียว แต่ผมก็กำลังเรียนเวทมนตร์จากหนังสือเวทอยู่

        แม้จะเข้าใจแจ่มแจ้งจากการสอนของลินเซ่แล้ว แต่ผมก็รู้เรื่องที่ตัวเองสามารถใช้เวทมนตร์ไร้ธาตุได้หลายอย่างด้วย

        พอดีผมเห็นว่า【บูสต์】ของเอลเซ่ดูสะดวกดี ก็เลยทดสอบดูว่าจะใช้ได้รึเปล่า ซึ่งก็ใช้ได้แบบไม่ยากเย็นเลย

        นอกจากนั้น เนื่องจากมีนักผจญภัยของกิลด์ที่ใช้【เพาเวอร์ไรซ์】ซึ่งเป็นเวทไร้ธาตุได้อยู่ และได้รับการอธิบายผลลัพธ์มา จากนั้นพอลองดูก็ใช้ได้ซะงั้น

        สรุปคือ ถ้าเป็นเวทไร้ธาตุล่ะก็ ขอแค่รู้ชื่อเวทมนตร์กับผลลัพธ์โดยละเอียด ผมก็สามารถใช้งานได้แทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์เลย ส่วนพี่น้องฝาแฝดก็เอือมระอาจนเหนื่อยที่จะตกใจแล้ว เอาเถอะ การที่มันสะดวกแบบนี้ก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร ขอบคุณครับ พระเจ้า

        แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่นิดหน่อย เวทไร้ธาตุเกือบทั้งหมดเป็นเวทเฉพาะตัว สรุปแล้ว เรื่องก็คือว่า

        มันไม่ได้รู้กันอย่างแพร่หลายมากนักในโลกนั่นเอง

        มันคือเวทมนตร์ไพ่ตายที่ใช้ได้เฉพาะตนเองเท่านั้น ก็เลยมีคนที่ปกปิดไว้อยู่ เพราะกลัวว่าจะถูกรับมือได้

        คนที่ยอมบอกเพราะคิดว่า ถึงจะได้ยินไปก็เลียนแบบไม่ได้หรอก อย่างนักผจญภัยที่ช่วยบอกเรื่อง【เพาเวอร์ไรซ์】ให้ก็มีอยู่ ขอโทษนะครับที่เลียนแบบได้

        แต่ถึงอย่างนั้นก็ชัดเจนแล้วว่ามีเวทไร้ธาตุเยอะมาก ด้วยเหตุนั้นผมจึงซื้อหนังสือที่เขียนถึงเวทไร้ธาตุที่มีอยู่มากมายในอดีตมา โดยคิดว่าจะเรียนเวทมนตร์ที่ใช้การได้เอาไว้

        แต่ทว่า เรื่องนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่อีก มันเยอะเกินไปน่ะสิ จำนวนพอ ๆ กับสมุดหน้าเหลือง*เลยทีเดียว

        เนื่องจากเขียนถึงเวทมนตร์ที่ใช้ได้เฉพาะเจ้าตัวเท่านั้น จึงมีของอย่างเช่นเวทมนตร์เก็บรักษาควันธูป เวทมนตร์ที่ทำให้สีของน้ำชาสดใส หรือเวทมนตร์ที่ทำให้ท่อนไม้มีเสี้ยนนั้นเรียบลื่นด้วย เวทมนตร์ที่ค่อนข้างจำกัดสถานที่ใช้ก็มีอยู่ หรือต้องบอกว่า แทบจะเป็นแบบนั้นซะส่วนใหญ่

         และเวทมนตร์ที่คล้าย ๆ กันก็มีเยอะด้วย ในความเป็นจริง【เพาเวอร์ไรซ์】กับ【บูสต์】เองก็มีความใกล้เคียงกันเล็กน้อย เพราะเป็นเวทมนตร์เสริมความสามารถทางร่างกายเหมือนกันทั้งคู่ ถึงแม้ว่าทาง【บูสต์】จะใช้ได้สะดวกกว่า เพราะเป็นการเพิ่มพลังกระโดดและระเบิดพลังชั่วพริบตา

        ผมไม่รู้ว่าจะใช้เวทมนตร์แบบไหนที่ใดได้บ้าง คิดว่าถ้าจำได้ทั้งหมดเลยมันก็ดีอยู่หรอก แต่บอกตรง ๆ ว่า ต่อให้เป็นพลังความจำที่ได้มาจากพระเจ้าก็ไม่มั่นใจเลยว่าจะจำสมุดหน้าเหลือง

        ได้ทั้งเล่ม

        การที่ผมมานั่งหาเวทมนตร์ที่ใช้การได้จากในสมุดหน้าเหลือง บอกตรง ๆ ว่าลำบากมาก อารมณ์เหมือนงมเข็มในทะเลทรายน่ะแหละ เบื่อด้วย แต่ถึงจะบ่นไปก็ไม่มีอะไรให้ทำอยู่ดี ก็เลยต้องมานั่งลากสายตาไปบนหนังสืออยู่แบบนี้...... โอ๊ะ?

        “เวทมนตร์ดึงสิ่งของเล็ก ๆ จากระยะไกลมาไว้ในมือ......เหรอ จะใช้ได้ไหมนะ”

        “ลองทดสอบดูเป็นไงคะ?”

        ลินเซ่เหลือบมองมา นั่นสินะ ก่อนอื่นก็ลองดูหน่อยละกัน

        “【แอปพอร์ต】”

        แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น อ้าว? ถึงจะมีความรู้สึกเหมือนดึงอะไรมาได้ก็เถอะ......

        เอลเซ่ที่นั่งโยกอยู่ในกระบะรถด้วยกัน ส่งเสียงทักตอนที่ผมใช้งานเวทมนตร์พลาด

        “ตั้งใจจะดึงอะไรมาเหรอ?”

        “คาตานะของยาเอะ คิดว่าถ้าอยู่ ๆ หายไปคงจะตกใจน่ะ อืม......อ๋อ ขนาดล่ะมั้ง? มีเขียนไว้ว่าสิ่งของเล็ก ๆ ด้วยนี่นะ”

        ลองอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้จินตนาการให้ชัดเจน แล้วใช้งาน

        “【แอปพอร์ต】”

        “หวา!?”

        ได้ยินเสียงลนลานของยาเอะที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งสารถี

        ส่วนในมือของผมกำลังถือเชือกรัดผมของยาเอะอยู่

        “สำเร็จสินะคะ ดูจากวิธีใช้ก็สะดวกดี แต่ก็มีความน่ากลัวอยู่นะคะ”

        “น่ากลัว?”

        “ก็ของหายไปโดยไม่รู้ตัวเลยนี่นา แบบนี้ก็ล้วงกระเป๋า หรือทำอะไรทำนองนั้นได้เท่าที่ต้องการเลยจริงไหม?”

        “งี้นี่เอง...... พอคิดแบบนั้นก็น่ากลัวแฮะ สามารถชิงของอย่างเงิน อัญมณี หรืออะไรจำพวกนั้นมาได้สินะ......”

        “......คงไม่ทำสินะ?”

        “......อย่าทำเลยนะคะ?”

        เอลเซ่กับลินเซ่ถามด้วยการจ้องเขม็ง เสียมารยาทจัง

        “ไม่ทำหรอกน่า เรื่องแบบนั้นน่ะ แต่ว่า แบบนี้จะดึงชุดชั้นในออกมาได้รึเปล่านะ......?”

        ห๊ะ เอลเซ่กับลินเซ่ทิ้งระยะจากผมทันที แค่ล้อเล่นเองน่า

        “คือว่า~ ลมมันตีผมจนยุ่งไปหมดแล้วนะเจ้าคะ......”

        ยาเอะหันหน้ากลับมาทวงขอเชือกคืนเร็ว ๆ อ๊ะ ลืมไปเลย

        ◇ ◇ ◇

        หลังจากนั้นก็ผ่านมาหลายเมือง ตั้งแต่ออกเดินทางมาก็นับเป็นวันที่สามแล้ว

        พอดูแอปฯแผนที่ก็เหมือนว่าจะผ่านเกินครึ่งทางมาแล้ว ผู้คนที่สวนทางเองก็รู้สึกเหมือนจะเพิ่มขึ้นด้วย

        ส่วนผม ถ้าให้พูดถึงก็ได้แต่นั่งจ้องหนังสือไปเรื่อย ๆ จนได้เรียนรู้เวทมนตร์ใหม่มาสองอย่าง เวทมนตร์ลดค่าความเสียดทานของผิวสัมผัสเป็นอย่างมากในช่วงเวลาสั้น ๆ กับเวทมนตร์ขยายประสาทสัมผัสเป็นวงกว้าง

        ข้อดีของเวทมนตร์ขยายประสาทสัมผัสคือ ถ้ารวมสมาธิก็จะรู้เรื่องเกิดขึ้นข้างหน้าหนึ่งกิโลเมตรได้ราวกับอยู่ในมือตัวเอง

        ถ้ามองเห็น ได้ยิน หรือตรวจสอบจุดที่เป็นอันตรายได้ก่อนที่จะพุ่งเข้าไปมันสะดวกดี ก็เลยเรียนรู้เอาไว้ แต่ผมกลับโดนเตือนจากกลุ่มสาว ๆ ว่าห้ามใช้ถ้ำมองเด็ดขาด พวกเธอนี่นะ......

        ตอนนี้ผมกำลังทดลองตรวจสอบสถานการณ์หนึ่งกิโลเมตรข้างหน้าด้วย【ลองเซนส์】อยู่แต่ว่า...... โอ๊ะ?

        นี่มัน......กลิ่นเลือดเหรอ? สัมผัสกลิ่นที่ดีขึ้นทำให้รู้สึกถึงสิ่งนั้นได้ พอหันทิศของทัศนวิสัยไปทางกลิ่นคาวเลือด

        สิ่งที่โผล่มาก็คือรถม้าใหม่เอี่ยมท่าทางราคาแพง เหล่าชายสวมเกราะที่เหมือนจะเป็นทหาร และลิซาร์ดแมนสวมเกราะหนังจำนวนมากกำลังล้อมพวกเขาอยู่ แล้วก็เห็นร่างของชายที่สวมเสื้อคลุมสีดำอยู่แค่คนเดียวด้วย

        มีทหารล้มอยู่กับพื้นครึ่งหนึ่ง ส่วนคนที่เหลือก็กำลังปกป้องรถม้าด้วยการประดาบกับลิซาร์ดแมนที่ถือดาบโค้งหรือหอกอยู่

        “ยาเอะ! มีคนกำลังโดนสัตว์อสูรจู่โจมอยู่ข้างหน้า! ใช้ความเร็วเต็มที่เลย!”

        “อึก......! รับทราบ!”

        ยาเอะที่อยู่บนที่นั่งสารถีลงแส้ใส่ม้า เพื่อเร่งความเร็ว ในระหว่างนั้นผมก็เชื่อมทัศนวิสัยต่อไปเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ ลิซาร์ดแมนกำลังจัดการทหารไปเรื่อย ๆ ภายในรถม้าดูเหมือนจะมีคนแก่ที่ได้รับบาดเจ็บกับเด็กอยู่ แย่แล้วแฮะ จะทันไหมเนี่ย......!?

        ......เห็นแล้ว!

        “【อัคคีเอ๋ยจงมา วังวนเกลียว ไฟเออร์สตอร์ม】”

        ลินเซ่ที่อยู่บนกระบะรถร่ายคาถาเปลวเพลิง ส่งผลให้พายุหมุนเปลวเพลิงพวยพุ่งขึ้นมาจากตรงกลางกลุ่มพวกลิซาร์ดแมนที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตร

        พอดีกับที่เกิดเหตุการณ์นั้น เอลเซ่ก็กระโดดออกไปจากรถม้าเป็นคนแรก ตามด้วยผม และยาเอะ ที่กระโดดลงจากรถม้าตอนที่กำลังแล่นผ่านด้านข้างของพวกลิซาร์แมน ส่วนบังเหียนม้าก็ฝากลินเซ่เอาไว้

        “ก๊าซซซซซซซ!!”

        ลิซาร์ดแมนตัวหนึ่งวิ่งมาทางพวกผมที่กระโดดลงมาจากรถม้าที่แล่นผ่านไป ผมจึงรวมพลังเวท เพื่อใช้เวทมนตร์ที่ผมจำได้ในการรับมือกับมัน แล้วเริ่มใช้งาน

        “【สลิป】”

        ลิซาร์ดแมนที่ความเสียดทานใต้ฝ่าเท้าหายไปจึงล้มกลิ้งอย่างแรงดังโครม ขาชี้ฟ้าในสภาพดูไม่ได้

        “กุก๊า!”

        ผมจบชีวิตของลิซาร์ดแมน A ที่ล้มกลิ้งอยู่ พร้อมกับกวาดด้านข้างใส่ลิซาร์ดแมน B ที่กระโดดเข้ามา

         

            *สมุดโทรศัพท์ประเภทไดเร็คทอรี่ส์ที่รวบรวมรายชื่อธุรกิจ สินค้า และบริการ ที่เรียบเรียงไว้เป็นหมวดหมู่ แจกจ่ายไปตามบ้านเรือน ที่พักอาศัย บริษัท ห้างร้าน และแหล่งธุรกิจต่าง ๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ

         




NEKOPOST.NET