[นิยายแปล] ไปต่างโลก! ก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ!!! ( Isekai wa Smartphone to Tomoni ) ตอนที่ 1 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ไปต่างโลก! ก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ!!! ( Isekai wa Smartphone to Tomoni )

Ch.1 - เล่มที่1 บทนำ ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ


 

       “ด้วยเหตุนี้ล่ะ เจ้าได้ตายไปแล้ว ต้องขอโทษจริง ๆ”

        “เฮ้อ”

           ชายชราก้มหัวลงจนสุด โดยมีทะเลหมอกเปล่งประกายแผ่กว้างอยู่เบื้องหลัง มองไม่เห็นปลายทางเลยว่าพรมก้อนเมฆนี้กว้างยาวไปจนถึงที่ไหน แต่ที่พวกตนกำลังนั่งอยู่คือบนเสื่อทาทามิ เป็นห้องขนาดสี่เสื่อครึ่งเรียบ ๆ ที่ลอยอยู่บนเมฆ (ถึงจะบอกว่าห้องแต่ก็ไม่มีกำแพงหรือเพดาน) ทั้งโต๊ะเตี้ยกับตู้ชา โทรทัศน์รุ่นย้อนยุคกับโทรศัพท์สีดำ มีแต่เครื่องเรือนที่ให้ความรู้สึกเก่าแก่เรียงรายอยู่

           และผู้ที่อยู่ตรงหน้าผมก็คือพระเจ้า อย่างน้อย ๆ เจ้าตัวก็บอกแบบนั้นล่ะนะ สิ่งที่พระเจ้าบอกมาคือ ดูเหมือนผมจะตายจากความผิดพลาด ถึงจะบอกว่าตายไปแล้ว แต่ตัวผมยังไม่ค่อยรู้สึกแบบนั้นซักเท่าไหร่

           ถ้าจำไม่ผิดระหว่างกลับจากโรงเรียน อยู่ ๆ ฝนก็ตกลงมา ผมจึงรีบกลับบ้าน ในพริบตาที่กำลังจะเดินตัดผ่านสวนสาธารณะที่อยู่ใกล้ ๆ เพื่อเป็นทางลัด สิ่งที่เข้ามาจู่โจมผมก็คือ แสงอันเจิดจ้าและเสียงดังสนั่น

           “ปล่อยฟ้าผ่าลงไปที่โลกพลาดไปหน่อยน่ะ ไม่นึกว่าจะผ่าลงไปตรงที่ที่มีคนอยู่......แถมยังพลาดจากเป้าหมายเดิมด้วย เป็นเรื่องที่ต้องขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่าจริง ๆ”

         

                “แล้วผมที่โดนฟ้าผ่าก็เลยตายสินะครับ......งี้นี่เอง แล้วที่นี่ก็คือสวรรค์?”

           “เปล่า อยู่เหนือกว่าสวรรค์ขึ้นมาอีก เป็นโลกที่มีเหล่าทวยเทพอยู่......นั่นสินะ คงเรียกว่าแดนเทพล่ะมั้ง ที่จริงมนุษย์ไม่สามารถมาถึงได้หรอกนะ ข้าเรียกเจ้ามาเป็นกรณีพิเศษน่ะ เอ่อ......โม โมจิซึคิ......”

           “โทยะ โมจิซึคิ โทยะ ครับ”

           “ใช่ ๆ โมจิซึคิ โทยะคุง”

           พระเจ้าพูดพลางเทน้ำร้อนใส่กาน้ำชาจากกาต้มน้ำที่อยู่ข้าง ๆ จากนั้นก็รินชาใส่ถ้วย

           “ว่าแต่ เจ้าจะใจเย็นเกินไปหน่อยรึเปล่า? ตัวเองตายไปแล้วเชียวนะ ไม่คิดจะลนลานให้มากกว่านี้ หรือตะโกนด่าข้าบ้างหรือไง”

           “เพราะไม่รู้สึกว่ามันเป็นความจริงล่ะมั้งครับ? รู้สึกเหมือนอยู่ในความฝันด้วยสิ ถึงจะตื่นอยู่ แต่ต่อให้พูดอะไรไปมันก็ช่วยไม่ได้แล้วนี่ครับ”

           “มองได้ทะลุปรุโปร่งเลยน่อ”

           แต่ก็ไม่นึกเลย ว่าจะมาตายเอาตอนอายุสิบห้า ซู้ดด......ผมดื่มชาเข้าไป อร่อยดีแฮะ

           “แล้ว หลังจากนี้ผมจะเป็นยังไงต่อล่ะครับ? สวรรค์กับนรก ต้องไปที่ไหน?”

           “เปล่า ๆ เนื่องจากเจ้าตายด้วยความผิดพลาดของข้า จะให้กลับไปคืนชีพทันทีก็ได้อยู่เพียงแต่ว่า......”

           พระเจ้าพูดจาอ้ำอึ้ง ทำไมกันนะ มีปัญหาอะไรรึเปล่าหว่า

           “ข้าไม่สามารถให้เจ้ากลับไปคืนชีพที่โลกเดิมของเจ้าได้น่ะ ขอโทษนะ แต่กฎมันเป็นแบบนั้น ต้องขอโทษจริง ๆ ที่เอาแต่ความสะดวกของทางนี้ แล้วก็ คือว่า”

           “ครับ”

           “ข้าอยากให้เจ้าไปคืนชีพที่โลกอื่นน่ะ ไปเริ่มต้นชีวิตที่สองที่นั่น ตามนั้นล่ะ ก็เข้าใจความรู้สึกนะว่ารับไม่ได้ แต่ว่า”

           “......ก็ได้นะครับ?”

           พอผมพูดแทรกตอบกลับไปทันที พระเจ้าก็มองมาทางนี้ด้วยการทำหน้าเหลอหลา

           “เข้าใจเรื่องของทางนั้นแล้วด้วย ไม่คิดจะดึงดันอย่างเปล่าประโยชน์หรอกครับ แค่ได้คืนชีพก็น่าขอบคุณแล้วด้วยสิ แค่นั้นก็ดีพอแล้วล่ะครับ”

           “......เจ้าเป็นคนที่บุคลิกดีจริง ๆ น่อ ถ้าไปเกิดที่โลกโน้นต้องได้เป็นคนใหญ่คนโตแน่......ต้องขอโทษจริง ๆ นะ”

           พระเจ้าทำท่าห่อเหี่ยว เนื่องจากผมเป็นพวกที่เรียกว่าหลานติดปู่ ก็เลยรู้สึกทนไม่ได้ขึ้นมา ไม่ต้องคิดมากขนาดนั้นก็ได้แท้ ๆ ยิ่งกว่านั้นถึงผมจะไม่ได้มีจิตศรัทธาอะไร แต่ก็ไม่ได้บ้าถึงขนาดไปแว้งกัดพระเจ้าประมาณ “กล้าดียังไงถึงมาฆ่าผม! รับผิดชอบมาซะ!” ด้วยสิ

           ก็รู้สึกเสียดายที่จะไม่ได้เจอกับพ่อแม่หรือเพื่อนสนิทอีก แต่จะให้มาตำหนิพระเจ้าอยู่ตรงนี้มันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา แล้วปู่ก็เคยบอกไว้ว่า จงเป็นคนที่ยอมยกโทษให้กับความผิดพลาดของคนอื่น ถึงแม้จะไม่ใช่คนแต่เป็นพระเจ้าก็เถอะ

           “อย่างน้อยเพื่อเป็นการไถ่บาป มีอะไรอยากได้บ้างไหม ถ้าอยู่ในระดับที่เหมาะสมก็ให้ได้นะ?”

           “อืม ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ......”

           อันดับหนึ่งก็คือให้กลับไปคืนชีพที่โลกเดิม แต่เรื่องนั้นมันเป็นไปไม่ได้ แล้ว ถ้าจะมีล่ะก็ คงเป็นของที่มีประโยชน์ในโลกที่จะไปหลังจากนี้ล่ะมั้ง......

           “โลกที่ผมต้องไปหลังจากนี้เนี่ย เป็นที่แบบไหนเหรอครับ?”

           “เทียบกับโลกเดิมของเจ้าแล้ว เป็นโลกที่กำลังพัฒนาล่ะนะ นั่นไง ที่เรียกว่ายุคกลางในโลกเดิมของเจ้าน่ะ ประมาณครึ่งหนึ่งก็ใกล้ ๆ ช่วงนั้นล่ะ แต่ว่า ทั้งโลกไม่ใช่ว่าจะอยู่ระดับนั้นกันทั้งหมดหรอกนะ”

           อืม ท่าทางระดับความเป็นอยู่จะลดลงไปมากเลยแฮะ ตรงจุดนั้นแหละที่น่าเป็นห่วงว่าจะทำอะไรได้บ้าง ตัวผมที่ไม่ได้มีความรู้อะไรมากต้องกระโจนลงไปในโลกแบบนั้นมันจะไม่เป็นไรเหรอ อ๊ะ

           “คือว่า อยากขออย่างหนึ่งน่ะ”

           “โอ้ อะไรล่ะ ไม่ว่าอะไรก็ให้ได้นะ?”

           “เจ้านี่ จะทำให้สามารถใช้ที่โลกโน้นได้รึเปล่าครับ?”

           ผมที่พูดเช่นนั้น ก็หยิบของอย่างหนึ่งออกมาจากกระเป๋าของชุดนักเรียน โทรศัพท์มือถืออเนกประสงค์ที่เหมือนแผ่นโลหะเล็ก ๆ หรือที่เรียกกันว่า สมาร์ทโฟน

           “เจ้านี่น่ะรึ? ก็ทำได้อยู่...... แต่จะมีข้อจำกัดหลายอย่างนะ ถ้าไม่เป็นไรล่ะก็......”

           “ยกตัวอย่างเช่น?”

           “เจ้าจะทำการแทรกแซงโดยตรงแทบไม่ได้เลย อย่างการโทรกับส่งเมลไปที่โลกเดิม หรือเขียนลงเว็บไซต์น่ะ ถ้าแค่ดูแค่อ่านก็ไม่มีปัญหา นั่นสินะ......ทำให้โทรหาข้าได้ด้วยละกันน่อ”

           “เหลือเฟือเลยครับ”

           ถ้าหากดึงข้อมูลจากโลกเดิมมาได้ มันจะกลายเป็นอาวุธได้ค่อนข้างมากเลย ต้องใช้ประโยชน์ในการทำอะไรบางอย่างได้ไม่ผิดแน่

           “แบตเตอรี่ก็จะทำให้ชาร์จได้ด้วยพลังเวทของเจ้าละกันน่อ เท่านี้ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องแบตฯหมดแล้ว”

           “พลังเวท? โลกโน้นมีพลังแบบนั้นอยู่ด้วยเหรอครับ? ถ้างั้น อย่างพวกเวทมนตร์ก็?”

           “มีสิ อะไรกัน ถ้าเป็นเจ้าล่ะก็ เดี๋ยวก็ใช้ได้ทันทีเลยล่ะ”

           จะใช้เวทมนตร์ได้งั้นเหรอ แบบนั้นก็น่าสนุกดีนะ ชักจะอดใจรอไปต่างโลกไม่ไหวแล้วสิ

           “เอาล่ะ ได้เวลาไปคืนชีพแล้วล่ะมั้ง”

           “ขอบคุณที่ช่วยดูแลหลาย ๆ เรื่องนะครับ”

           “ไม่หรอก จะว่าไปเดิมทีก็เป็นความผิดของทางนี้ล่ะนะ โอ้ แล้วก็เรื่องสุดท้าย”

           เมื่อพระเจ้ายกมือขึ้นมาเล็กน้อย แสงอันอบอุ่นก็ห่อหุ้มรอบตัวผม

           “ถ้าไปคืนชีพแล้วตายทันทีมันก็ไม่มีความหมายน่อ จะเพิ่มความสามารถพื้นฐาน ความสามารถทางร่างกาย แล้วก็อื่น ๆ อีกหลายอย่างให้ละกัน เท่านี้ถ้าไม่ใช่เรื่องที่รุนแรงมาก ๆ ก็ไม่ตายหรอก ตราบเท่าที่ไม่ใช่พระเจ้าพลาดทำสายฟ้าตกใส่อีกน่ะนะ”

           พระเจ้าพูดเช่นนั้นพลางหัวเราะแบบตำหนิตนเอง ทำเอาผมหัวเราะตามไปด้วย

           “พอส่งไปครั้งหนึ่งแล้ว ข้าก็จะไม่สามารถแทรกแซงโลกเบื้องล่างในฐานะพระเจ้าได้อีก ถือว่าเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายละกัน”

           “ขอบคุณมากครับ”

           “ถึงจะเข้าไปยุ่งไม่ได้ แต่ถ้าแค่ปรึกษาล่ะก็ทำได้นะ ถ้ามีปัญหาล่ะก็ ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ติดต่อมาได้เลย”

           พระเจ้าพูดเช่นนั้นพร้อมชี้ไปที่สมาร์ทโฟนในมือของผม ถึงจะคิดว่าไม่ควรโทรหาพระเจ้าแบบเล่น ๆ แต่ถ้ามีปัญหาขึ้นมาจริง ๆ ก็ต้องขอยืมพลังกันหน่อยล่ะ

           “งั้นก็ ไว้เจอกันใหม่นะ”

           พริบตาต่อจากที่พระเจ้ายิ้มให้ สติของผมก็ขาดช่วงไป
 



NEKOPOST.NET