NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Glutton Berserker คนคลั่งจอมตะกละ

Ch.4 - ดาบทมิฬจอมโลภ


ตอนที่ 4  ดาบทมิฬจอมโลภ


 

[อุหว่าาาา   ดาบพูดได้]


 

ดาบสีดำนั้นพูดกับผมอย่างกระทันหัน  ผมตกใจจนทำมันตกพื้น เจ้าของร้านที่กำลังพูดคุยกำลูกค้าคนอื่น  หันมาหลี่ตามองผม เขาคงจะพูดว่าหากแกไม่ซื้อก็รีบไสหัวออกไปจากร้านชั้น


 

ผมไม่น่าจะคิดไปเอง


 

นี่มันอะไร…...ดาบกำลังพูด  ผมไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับดาบพูดได้มาก่อนเลย


 

ตอนที่มันพูด  เป็นไปได้ว่ามันจะเกิดเพราะสกิลอ่านใจของผมเป็นสื่อกลาง  ดาบทมิฬเล่มนี้มี่ความคิดเป็นของตัวเองอย่างแน่นอน


 

ผมตรวจสอบมันด้วยสกิลประเมิน


 

กรีด   รูปแบบ : ดาบมือเดียว


 

เอ๊ะ  แค่เนี๊ยะ


 

ปกติดาบเล่มอื่นต้องรู้ ความทนทาน  พลังโจมตี แต่ดาบสีดำเล่มนี้รู้แค่ชื่อกับพลังโจมตีเท่านั้นเอง


 

ผมมองดาบสีดำเล่มนี้ด้วยความรู้สึกลึกลับ  มันสกปรกมีทั้งฝุ่นและน้ำมัน เหมือนกับผม นี่มันดาบขยะชัดๆ    ผมรู้สึกถูกชะตากับเจ้านี่ด้วยความรู้สึกบางอย่าง

 

ถ้าจำไม่ผิดเสียงที่ผมได้ยินก่อนหน้านี้คือ [ซื้อข้า...ใช่มั้ย?]  ถึงมันจะพูดด้วยน้ำเสียงอวดดี แต่ผมไม่รู้ถึงความประสงค์ร้ายของมัน

 

****เดล   เอ๊ย กรีด ใช้คำว่า  โอเระ-ซามะ แทนตัวเอง เป็นคำที่ใช้ยกย่องตัวเองครับ (เดลชัดๆ)

 

เพราะถ้ามันจะทำอะไรบางอย่างมันคงทำตั้งแต่ตอนแรกที่ผมหยิบมันแล้ว  ผมหยิบมันขึ้นมาอีกครั้ง แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น และดูเหมือนเสียงของมันจะได้ยินชัดเจนขึ้นด้วย

 

 

[นึกว่าจะวิ่งหนีไปซะแล้ว  เป็นคนที่น่าสนใจจริงๆ เอ้า จะเอายังไงจะซื้อข้ามั้ยล่ะ]


 

ผมมองไปที่อาวุธอันอื่นๆ  ดูเหมือนดาบที่ผมจะใช้งานได้มีอันเดียวคือดาบทมิฬจอมโลภเล่มนี้  แถมยังสามารถพูดกับผมได้อีก คงจะจัดการได้อยู่ล่ะ


 

[ผมจะซื้อนาย  แล้วผมรู้สึกว่าเราสองคนมีอะไรเหมือนกัน]


 

[งั้นหรอ  งั้นก็ไปจ่ายเงินที่เจ้าอ้วนขยะนั้นซะ  ข้ารู้สึกแย่เวลามองหน้ามัน]


 

ผมถือกรีดเดินไปที่เคาน์เตอร์แล้วจ่ายไป 2 เหรียญเงิน  เจ้าของร้านยังคุยกับลูกค้าคนอื่นอยู่เขาตรวจเงินแล้วกวักมือให้ผมรีบๆออกไปจากร้านอย่างกับไล่หมาไล่แมว


 

เจ้าของร้านนี่แย่ชะมัดถึงไม่บอกอย่างนั้นผมก็จะไม่กลับมาที่นี่อีก


 

ผมหยิบผ้าออกมาเช็ดกรีด เพื่อทำความสะอาดแต่ดูเหมือนว่าเช็ดยังไงคราบน้ำมันกับสิ่งสกปรกก็เช็ดไม่ออก


 

ผมคิดว่าหากใช้สบู่น่ะจะเช็ดออกได้….แต่ตอนนี้ผมไม่มีเงินเหลือแล้ว


 

[ฝากตัวด้วยนะ  กรีด]


 

[ย่อมได้  นี่เป็นโอกาศที่ดี  บางทีอาจจะเป็นโชคชะตาดี  ข้าจะอยู่กับเจ้าจนถึงจุดจบ แล้วชื่อของเจ้าคืออะไร]


 

จะว่าไปผมยังไม่ได้บอกเลยนี่นะ


 

[ผมชื่อเฟต  กราไฟท์]


 

[ฟุมุ   ข้าจำได้แล้ว   ต่อจากนี้จะทำอะไรต่อล่ะ เฟต]


 

เรื่องนี้ผมตัดสินใจตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว


 

[ตอนนี้ผมมีอาวุธแล้ว นายก็น่าจะรู้นิ]

 

[ออกล่างั้นรึ]


 

[ใช่แล้ว  ล่ามอนเตอร์ไงล่ะ]


 

ไม่รอช้าผมรีบเดินผ่านย่านการค้าไปยังประตูทางใต้พร้อมกับเพื่อนใหม่กรีด


 

ประตูทิศใต้สร้างขึ้นเพื่อให้รถสินค้าเข้ามา  ดังนั้นมันจึงใหญ่กว่าทั้งสามประตู มันสามารถนำเกวียนมาเรียงกัน 10 คันและเข้าประตูพร้อมกันได้เลย


 

หลังจากเดินทางผ่านจุดนี้เราก็ต้องเดินทางไปอีกหน่อยจะมีสถานที่เรียกว่า “ทุ่งก๊อบลิน”    พวกมันจะอยู่แถวๆนี้คอยโจมตีเกวียนที่ผ่านไปมาเพื่อขโมยอาหาร


 

พลังของพวกนี้อยู่ในระดับต่ำ เพราะงั้นมันจึงเหมาะที่พวกนักรบและทหารฝึกหัดจะมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์


 

ผมจะต้องระมัดระวัง เพราะพวกมันจะซุ่มอยู่ตามหญ้าและเข้ามาโจมตี  ผมเคยได้ยินมีคนเห็นก๊อบลินอยู่ตัวเดียว และพอกำลังจะไปจัดการมัน รู้ตัวอีกทีก็ถูกพวกก๊อบลินล้อมและถูกสังหารในที่สุด   ดังนั้นมันเลยมีสุภาษิตว่า [หากเห็นก๊อบลิน 1 ตัว ในคิดว่ามันมี 100 ตัว]


 

ผมได้ยินเรื่องนี้มาจากอดีตนักรบที่เมาเหล้าในบาร์  ผมคิดว่ามันมีประโยชน์ในเวลาแบบนี้


 

ในตอนนี้ผมได้เป็นนักรบในแนวหน้า  นี่จะเป็นขั้นแรกของประตูสู่ความสำเร็จของผม


 

ด้วยทักษะการใช้ดาบมือเดียวของผม  ผมจะสามารถเอาชนะก๊อบลินได้


 

จากนั้นผมก็ก็ดูดกลืนวิญญาณของพวกมันมาเป็นพลังของผม


 

ขณะที่ผมหลบเกวียน  ผมเห็นผู้ชายและผู้หญิงที่สวมชุดเกราะเต็มยศจำนวนมาก  รวมตัวอยู่ที่ด้านหน้าประตูใต้


 

ดูเหมือนว่า ที่นี่จะเป็นแหล่งรวมปาร์ตี้เพื่อไปออกล่ากัน


 

ปาร์ตี้งั้นหรอ….ดีจังนะ   ผมมักจะถูกรังแกอยู่เสมอในหมู่บ้าน  มาที่นี่ก็มีพวกราฟาลอยู่ ผมเลยไม่มีโอกาศที่จะมีเพื่อนสนิทแบบนั้นบ้าง


 

สู้ร่วมไปกับพวกพ้อง  ให้กำลังใจกันเมื่อมีปัญหา  ร้องไห้ด้วยกันเมื่อมีทุกข์


 

ผมนึกไปถึงกลุ่มปาร์ตี้ของผู้กล้าในตำนานที่พ่อของผมเคยเล่าให้ฟัง  ตัวผมที่ได้ฟังตำนานเหล่านั้นก็เกิดดวงตาเป็นประกาย


 

[ดีจังเลยนะ….สหายเนี่ย]


 

ผมพึมพำออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ  จากนั้นกรีดก็พูดขึ้น


 

[ก็มีข้าอยู่นี่ไง]


 

[อื…..อืม...]


 

แต่ว่า  นายเป็นสิ่งของ  สิ่งที่ผมต้องการคือเพื่อนที่มีชีวิต  มันแตกต่างกันนะ


 

โย่ช  ตอนนี้ผมต้องมีสมาธิของนักรบ  ไม่เป็นไร ผมไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว  ผมมีพลังในการสู้กับมอนสเตอร์


 

แน่นอน ถ้าหากเข้าไปในกลุ่มพวกเขาผมจะต้องถูกยอมรับอย่างแน่นอน


 

ในขณะที่คิดอยู่นั้นผมก็ถูกชายสวมเกราะที่ท่าทางอายุใกล้เคียงกับผมเรียก


 

[นายมีดาบก็แสดงว่าเป็นนักรบเหมือนกันสินะ  ว่าไง มาจับคู่กันมั้ยล่ะ]


 

[จริงหรอครับ]


 

ผมรู้สึกดีใจจนเริ่มกังวล  ผมยังมีประสบการณ์น้อย ผมเกือบจะร้องไห้เมื่อมีคนบอกว่าพลังของผมเป็นสิ่งจำเป็น


 

[อ่า  ตอนนี้ฉันกำลังลำบากเพราะคู่หูที่ล่าด้วยกันประจำ มันมาไม่ได้น่ะ  นายเลเวลเท่าไหร่ล่ะ]


 

[ครับ เลเวล 1 ครับ]


 

พอพูดจบเขาก็ทำหน้าเฉยเมย  หลังจากนั้นก็บอกว่ามีธุระสำคัญต้องไปทำ พร้อมเดินเกาหัวจากไป


 

เอ๊ะ….ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกเปล่าเปลี่ยวอย่างนี้  ผมที่กำลังเป็นแบบนั้นกรีดก็พูดขึ้น


 

(เฟท  ยอมแพ้ซะเถอะ  ถึงจะมีทักษะโจมตี แต่ก็ยังเป็นเลเวล 1 อยู่ดี  นายอาจจะตายจากการต่อสู้ แล้วแบบนั้นยังจะอยากจับคู่กับพวกอ่อนแอ่อีกรึ)


 

เมื่อได้ยินอย่างนั้นผมก็ โล่งใจขึ้นมา  ผมตระหนักได้ว่าผมมีมั้งสกิลและค่าสเตตัสที่มาก  มันทำให้ผมรู้สึกแข็งแกร่ง แต่จริงๆแล้วผมยังอยู่ที่จุดเริ่มต้นเท่านั้น  จนถึงตอนนี้ผมได้เห็นแต่พวกขยะ จนลืมมองความเป็นจริงไป


 

[ผมคาดหวังเกินไป]


 

(ตามนั้นแหละ แล้วสกิล [[ตะกละ]] ของนายก็ไม่ใช่สกิลที่ควรเปิดเผยเท่าไหร่  เพราะงั้นยอมแพ้เรื่องปาร์ตี้ไปเถอะ แล้วก็นอกจากสกิลดาบมือเดียวของนายแล้วนายควรซ่อนสกิลอื่นด้วย [[หลบซ่อน]]ไว้นะ  นั้นเป็นสิ่งที่ข้าจะบอก)


 

[ทำไมล่ะ]


 

ผมยังไม่ได้บอกเรื่องสกิล [[ตะกละ]] เลย แต่รู้ได้ยังไง


 

แล้วกรีดก็หัวเราะออกมา  


 

(เพราะข้ากับเจ้าเหมือนกันไงล่ะ  เอาเถอะ ถึงเวลาก็จะรู้เองน่ะแหละ)


 

หลังจากกรีดพูดจากเหลวไหลจบเขาก็เงียบลง


 

ถึงผมจะรู้สึกกังวล  แต่กรีดก็พูดถูก สกิลที่ผมมีนั้นแข็งแกร่งเกินไป  ดังนั้นหากนักรบคนอื่นๆรู้เข้ามันจะต้องเป็นผลเสียกับผมแน่ๆ

 

อย่างเช่นหากมีคนที่มีความสามารถในการแย่งชิงพลังได้  ผมอาจจะถูกล่อไปฆ่าเพื่อแย่งความสามารถก็ได้ ถ้าเป็นแบบนั้นพวกนั้นอาจจะมาฆ่าผมในตอนที่กำลังอ่อนแอ


 

นี่เป็นข้อสันนิฐานของผมโดยเอาราฟาลเป็นที่ตั้ง  ก็นะ บางทีอาจมีคนคิดแบบผมอยู่จริงๆก็ได้


 

ความปลอดภัยอย่างเดียวของผมดูเหมือนว่า ไม่มีอะไรนอกจากต้องล่าพวกมอนสเตอร์ลำพังกับกรีด  อย่างน้อยก็จนกว่าจะมีพลังมากพอที่จะไม่ให้ใครมายุ่งกับผมได้


 

ก่อนอื่นไปล่าก๊อปลิน


 

จบตอน

 




NEKOPOST.NET