[นิยายแปล] Glutton Berserker คนคลั่งจอมตะกละ ตอนที่ 3 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Glutton Berserker คนคลั่งจอมตะกละ

Ch.3 - ตรวจสอบสกิล


ตอนที่  3 - ตรวจสอบสกิล

 

ผมกลับมาถึงบ้าน จากนั้นก็นำผ้าชุบน้ำมาเช็ดร่างกายของตัวเอง  ผมกำลังจะไปที่บ้านของร๊อคซี่พรุ่งนี้ ผมคิดว่าอย่างน้อยก็น่าจะทำให้ผมดูสะอาดสะอ้านขึ้น  

 

ผมจุดเทียนและมองไปยังกระจกที่แตกหัก  มันดูไม่ค่อยต่างจากเดิมเท่าไหร่ ชุดหลุดลุ่ยที่ผ่านการเย็บมาหลายครั้ง  ป่านนี้แล้วคงไม่จำเป็นต้องสนใจสภาพตัวเองแล้วล่ะมั้ง


 

ผมยอมแพ้และลงไปนอนบนเตียงที่ทำจากฟาง  ขณะที่มองขึ้นไปยังเพดานที่มีแต่รอยรั่วและดูสกปรก  ผมนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้

 

ผมโดนพวกราฟาลกระทืบในตอนเช้า  ถึงอย่างนั้นผมก็ได้จัดการกับโจรในตอนเที่ยงคืน  ร๊อคซี่ได้ชวนผมให้ไปทำงานที่บ้านตระกูลฮาร์ท เรื่องแบบนี้ยังกับฝันไปเลย

 

ใช่แล้ว  ผมจำได้ว่ามีเสียงเข้ามาในหัวผมหลังจากจัดการกับโจรได้

 


ถ้าจำไม่ผิดมันบอกว่าสเตตัสได้ถูกเพิ่มขึ้น


 

การประเมิน  การอ่านใจ ได้ถูกเพิ่มเข้ามา  แล้วมันมีอะไรอีกนะ ผมลืมไปแล้ว


 

อย่างไรก็ตามสกิลการประเมินนั้นไม่ใช่สกิลปกติ  เพราะผมสามารถหาข้อมูลของทุกอย่างที่อยู่บนโลกได้ทั้งหมด      <<<<< โกงงงงง


 

ถ้ามีสกิลนี้ล่ะก็ชีวิตของผมจะต้องดีขึ้นแน่นอน

 

ผมอธิษฐานในใจจากนั้น….


 

เฟต   กราไฟท์   LV1

 

ความอดทน    121 **ขอเปลี่ยนจากความทนทานเป็นความอดทนนะครับ

พลัง              151

พลังเวทย์       101

พลังจิต          101

ความเร็ว         131

 

<< ตะกละ , การประเมิณ , การอ่านใจ , การปกปิด  (ขอเปลี่ยนจากซ่อนเร้น) , ทักษะดาบมือเดียว


 

สเตตัสและสกิลปรากฏขึ้นในหัวของผม


 

[เเเเเเอ๋   นี่มันหมายความว่ายังไง]


 

[ใจเย็นๆนะ ตัวผม]


 

ก่อนอื่นจากค่าสถานะที่เห็น  ในตอนแรกสเตตัสของผมมันน่าจะสวยงามไปด้วยเลข 1 ทั้งหมดเลยนี่


 

ตอนนี้มันดันกลายเป็นเลขสามหลัก  แต่ด้วยพลังนี้ผมก็จะสามารถสู้กับมอนสเตอร์ระดับต่ำได้แล้ว


 

ต่อไปคือสกิล   ผมควรจะมีแค่ <<ความตะกละ>>  แต่ตอนนี้มี <<การประเมิน , การอ่านใจ , การปกปิด และทักษะดาบมือเดียว>>   ผมไม่อยากจะเชื่อเรื่องแบบนี้เลย


 

ยังไงก็ตาม ผมสามารถดูสเตตัสและสกิลได้เป็นหลักฐานว่าผมมีสกิลประเมิน


 

เฮ้ย  เฮ้ย ถ้าหากมีสกิลนี้อยู่ล่ะก็  ผมสามารถลาออกจากการเป็นผู้เฝ้าประตูแล้วมาเป็นนักประเมินได้เลย  แถมไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นนักประเมินได้ ดังนั้นมันจะทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ  อา..นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่


 

ใจเย็นๆก่อนตัวผม  


 

ผมตรวจสอบสกิลอื่นๆโดยใช้ประเมิน


 

อ่านใจ   - สามารถอ่านใจได้โดยการสัมผัส


 

การปกปิด  - สามารถปกปิดสกิลจากการประเมินได้


 

ทักษะดาบมือเดียว  - เพิ่มพลังโจมตีของดาบมือเดียว  สามารถใช้ทักษะ <<เพิ่มความคม>> ได้


 

ผมนึกถึงสกิลอ่านใจ  เมื่อร๊อคซี่จับมือผมทำให้ผมได้ยินเสียงในใจของเธอ เพราะสกิลนี้ทำงาน


 

จากการพิจารณาหลายๆอย่าง  เสียงประหลาดที่ผมได้ยินเป็นเสียงจากสกิลตะกละ หลังจากที่ผมลงมือฆ่าโจรไปแล้ว


 

สาเหตุของเรื่องนี้คงเป็นสกิลตะกละ  ทั้งๆที่เป็นสกิลที่ผมไม่คิดว่าจะได้ใช้มัน


 

ผมใช้สกิลประเมินตรวจสอบสกิลตะกละอีกครั้ง


 

สกิลตะกละ :  เริ่มหิว


 

อืม… เข้าใจล่ะ   ในตอนที่นักประเมินเข้ามาในหมู่บ้านผมได้ประเมินผมและเห็นมันในอีกความหมาย   หรือก็คือ สกิลนี้ได้ซ่อนพลังที่แท้จริงเอาไว้จากสกิลประเมิน


 

พลังที่กลืนกินวิญญาณของผู้ที่ดูสังหาร  และรับสกิลและสเตตัสมา และผลข้างเคียงที่ตามมา ทำให้ท้องผมถูกเติมเต็มด้วยความอิ่ม


 

นี่จะเป็นสกิลที่จะทำให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว  ขึ้นอยู่กับการใช้ว่าผมจะใช้มากเท่าไหร่ ถึงอย่างนั้นไม่ก็ไม่มีทางที่จะเป็นฆาตกรได้   ถ้างั้น..จะทำยังไงดี


 

คำตอบนั้นง่ายมาก  มีพวกมอนสเตอร์อยู่รอบๆอาณาจักรเซฟฟา  ผมจะต้องจัดการพวกมันและแย่งชิงพลังมา


 

สักวันหนึ่งผมจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์  และแก้แค้นราฟาลกับตระกูลเบลริกค์



 

ในขณะที่คิดอย่างนั้น  ผมรู้สึกอยากจะไปล่ามอนสเตอร์ซะเดี๋ยวนี้เลย   แต่ตอนนี้ดึกแล้ว และการออกล่าในยามนี้ก็อันตราย   ผมน่าจะนอนและออกไปล่าในวันพรุ่งนี้


 

อันที่จริงพรุ่งนี้ผมจะต้องเป็นยามเฝ้าประตูแทนพวกราฟาล  แต่ช่างมันสิ ผมไม่มีเหตุผลที่จะต้องเชื่อฟังพวกมันอีกแล้ว


 

ผมมีร๊อคซี่เป็นนายจ้างคนใหม่  พรุ่งนี้ตอนเที่ยงผมจะต้องไปพบกับพ่อของเธอ ผมจะต้องกลับมาให้ทันในเวลานั้น


 

ถ้างั้น    ราตรีสวัสดิ์   ผมหลับตาลงและความรู้สึกก็จางหายไป……

---------


 

เสียงนกร้องทำให้ผมตื่นขึ้นมา ผมหาว เดินไปที่กระจกแปลงฟันด้วยกิ่งไม้   และแต่งตัว


 

ผมหยิบกระเป๋าหนังใบเล็กที่อยู่ในผนังกำแพงออกมา มีเงินอยู่สองเหรียญเงิน  นี่เป็นเงินที่ผมเก็บมาตลอดห้าปี

 

100 เหรียญทองแดงมีค่าเท่ากับ 1 เหรียญเงิน และแน่นอนว่า 1 เหรียญทองที่ผมไม่เคยได้มาก่อนสามารถแลกได้โดย 100 เหรียญเงิน


 

คนอื่นๆคงจะหัวเราะเยอะ ถ้าหากรู้ว่าผมได้สองเหรียญเงินมาด้วยความยากลำบากแบบไหน  ผมพยายามและเสียเลือดเนื้อเพื่อให้ได้มา มันจะเอาไว้ใช้ตอนที่ผมจะหนีเมื่อจะถูกพวกราฟาลไล่ฆ่า


 

ตอนนี้ผมไม่กังวลเรื่องนั้นอีกต่อไปแล้ว  เงินนี่ผมจะเอาซื้ออาวุธเพื่อสู้กับมอนสเตอร์  ผมหยิบสองเหรียญเงินและวิ่งออกมาจากบ้าน


 

เมืองเซฟฟาลประกอบด้วย 4 เขต แต่ล่ะเขตจะแบ่งออกเป็นทิศเหนือ  ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก และทิศใต้ มีปราสาทอยู่ตรงกลาง


 

เขตอัศวินศักดิ์สิทธิ์  (ตะวันออก) : เป็นที่เหล่าคนชั้นสูงและอัศวินศักดิ์สิทธิ์อาศัยอยู่

 

ที่อยู่อาศัยทั่วไป (ตะวันตก)  : สามัญชนแบบผมจะอยู่ที่นี่

 

ย่านการค้า (ใต้)  : ร้านค้าทั่วไป อย่างร้านขายอาวุธ ร้านอาหาร  จะเป็นอยู่ที่นี่

 

เขตทหาร (เหนือ)  : พื่นที่ฝึกฝนของเหล่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์ และแหล่งพัฒนาชุดเกราะของพวกเขา


 

จากการแบ่งเขตแบบนี้จะเห็นได้ว่าอาณาจักรได้ให้สิทธิพิเศษกับอัศวินศักดิ์สิทธิ์ขนาดไหน  


 

ที่ๆผมกำลังไปคือที่ที่คึกคักที่สุดในเมืองหลวง “ย่านการค้า”


 

ผ่านโซนที่พักอาศัยไป ฝ่าเหล่าเหล่าผู้คนเข้าสู่เขตการค้าจะเห็นตึกที่ทำไปด้วยอิฐแดงและถนนที่ด้านหลัง  ที่นั้นจะมีพวกร้านค้าแผงลอยถูกเรียงไปตามทาง และเสียงของเหล่าพ่อค้าที่เรียกผู้คนเดินผ่านไปมา


 

นี่เป็นเรื่องปกติในย่านการค้า


 

ทำไมผมถึงอยู่ที่นี่?  ด้วยเงินแค่สองเหรียญเงินคงจะได้อาวุธเก่าๆได้สักชิ้น  แถมสภาพของตอนนี้ ผมคงเดินไปซื้อในร้านหรูๆได้หรอก


 

ผมเลยไปที่ตลาดนัด ที่รวมสิ่งของที่หลายคนไม่ต้องการอีกแล้ว


 

ผมค้นหาอาวุธมือสองในตลาดกลางแจ้งนี้ จากนั้นชายวัยกลางคนก็เรียกผมอย่างนุ่มนวล เขาแสดงใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส


 

[คุณลูกค้า   กำลังมองหาอาวุธอยู่หรือ?]


 

[คุณรู้ได้ยังไง]


 

[ผมเป็นพ่อค้ามาหลายดีย่อมต้องรู้  ตาคุณไม่มองอะไรเลยนอกจากดาบ]


 

ช่างมองอย่างทะลุปุโปร่ง  นี่คือพวกพ่อค้าสินะ ผมรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย


 

[เป็นยังไงบ้างครับ  เลือกได้รึยัง]


 

มีอาวุธมากมายวางไว้อยู่ เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นมันเยอะขนาดนี้  ถ้าเป็นแบบนี่ล่ะก็ผมจะต้องเจออาวุธที่เหมาะกับผมแน่นอน ผมพยัยหน้าเงียบๆต่อหน้าพ่อค้า


 

[แล้ว….มีงบเท่าไหร่ครับ]


 

หลังจากเจ้าของร้านได้ยินจำนวนเงิน  นิสัยเขาก็เปลี่ยนไปเป็นคนล่ะคน ไม่มีพ่อค้าที่ดูใจดีอีกต่อไป  เขาดูเหมือนราฟาลที่มองคนจากที่สูงกว่า


 

[เหอะ  ว่าแล้วเชียวพวกยาจกสินะ  การต้อนรับเสียเปล่าจริงๆ นั้นน่ะ 2 เหรียญเงินเอาไปซื้ออาวุธขยะ ที่อยู่ตรงมุมนั้นแล้วกัน  เหมาะกับแกดีนิ]


 

อย่างที่เห็น  ผมไม่มีเงินมากพอที่จะซื้ออาวุธดีๆ  แม้ว่าผมจะโมโหและไปที่ร้านอื่น เรื่องแบบนี้ก็จะเกิดขึ้นอีกอยู่ดี  ถ้างั้นทางเลือกตอนนี้คงไปหาอาวุธขยะตรงนั้นเพราะอย่างน้อยมันก็มีให้เลือกเยอะ


 

พวกตรวจอาวุธพวกนั้นด้วยสกิล  ไม่ว่าอันไหนความทนทานก็ใกล้ถึงขีดจำกัดแล้วทั้งนั้น  ถ้าหากเอาไปใช้แล้วเหมือนจะแตกหักได้ทุกเมื่อ และพอผมจับดาบสีดำเล่มนึงก็มีเสียงเข้ามาในหัวผม


 

(ซื้อข้าซะสิ  แล้วเจ้าจะไม่มีวันพ่ายแพ้)


 

ผมได้ยินเสียงของผู้ชายดังออกมาจากดาบ


 

จบตอน




NEKOPOST.NET