[นิยายแปล] Glutton Berserker คนคลั่งจอมตะกละ ตอนที่ 2 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Glutton Berserker คนคลั่งจอมตะกละ

Ch.2 - การดิ้นรน


ตอนที่   2 การดิ้นรน

 

หลังจากดื่มไวน์เสร็จผมตัดสินใจไปดูสถานะการณ์ของร๊อคซี่ก่อนที่ผมจะกลับบ้าน    เหตุการณ์กับพวกราฟาลนั้นทำให้ผมเป็นห่วงเธอ ไม่ว่าราฟาลจะนิสัยแย่ขนาดไหนเขาก็คงไม่ทำอะไรกับเธอทันที


 

แต่ว่ารอยยิ้มที่ไม่เกรงกลัวนั้น    ผมไม่สามารถเอาออกไปจากหัวผมได้เลย ถ้าหากมีบางอย่างเกิดขึ้น  ผมเป็นพลังให้เธอไม่ได้ก็จริงแต่อย่างน้อยก็จะเป็นโล่เนื้อให้เธอได้


 

แสงจันทร์สาดส่อง ทำให้มองเห็นประตูปราสาท   เธอยังทำงานของยามเฝ้าประตูตามปกติ ผมรู้สึกโล่งอกดูเหมือนว่าผมจะกังวลเกินไปหน่อย   ดูเหมือนว่าเธอกำลังทำงานอย่างตั้งใจ [พยายามเข้านะครับท่านร๊อคซี่] ผมเชียร์เธอในใจ


 

แล้วพอผมเดินออกมา  ผมเห็นใครบางคนกำลังปีนกำแพงปราสาททางด้านตะวันออก  


 

จุดนั้นเป็นจุดบอดของร๊อคซี่และยามจุดอื่นๆ  ถึงอย่างนั้นจุดที่ผมยืนอยู่ก็เห็นชัดเจน ผมแน่ใจว่ามันต้องเป็นโจร  และดูเมือนว่ามันจะปีนกำแพงเพื่อจะเข้าไปในปราสาท ผมรีบวิ่งไปหาร๊อคซี่ที่กำลังเป็นยามเฝ้าประตูอยู่


 

[แย่แล้วครับ!  ท่านร๊อคซี่]


 

[มีอะไรงั้นหรือคะ  ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ]


 

[ตอนที่ผมกำลังเดินสูดอากาศ  ผมเห็นคนน่าสงสัยกำลังปีนกำแพงด้านทิศตะวันออกครับ]


 

[นั้นเป็นความจริงหรอคะ]


 

[ไม่ผิดแน่ครับ   ผมเห็นกับตา]


 

ผมรู้สึกกังวลเพราะไม่รู้ว่าเธอจะเชื่อคำพูดผมหรือเปล่า  แต่ว่าร๊อคซี่มองไปที่ดวงตาของผม


 

[ชั้นเชื่อค่ะ  ชั้นจะมุ่งหน้าไปที่นั้น  เธอช่วยปกป้องที่นี่แทนชั้นได้มั้ยคะ]


 

[ครับ  แน่นอนอยู่แล้ว]

 

ร๊อคซี่ส่งหอกที่มีธงของราชวงศ์มาให้ผม


 

[ขอให้โชคดีครับ   ท่าร๊อคซี่]


 

[ไว้ใจได้เลยค่ะ  เห็นอย่างนี้ชั้นก็มั้นใจในฝีมือตัวเองอยู่นะ]


 

เธอดึงดาบสีเงินแล้ววิ่งไปทางที่ผมบอกทันที่    เร็ว….อย่างที่คิดอัศวินศักดิ์จริงๆ ร่างของเธอวิ่งหายไปในความมืด


 

ไม่นานผมได้ยินเสียงร้องของชายหลายคน  ผมนึกภาพไปว่าร๊อคซี่คงจัดการพวกโจรทีล่ะคน  ทีล่ะคน อย่างง่ายดาย


 

จากเสียงร้องผมคิดว่าพวกโจรคงมีหลายคน  2 ไม่สิ มั้นใจว่า 3 แน่ๆ


 

แต่ร๊อคซี่เป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์  ผมคิดว่าเธอคงไม่แพ้พวกโจรแน่ แล้วเสียงร้องก็เงียบลง


 

ขณะที่ผมโล่งใจที่มันจบแล้ว   ก็มีชายฉกรรจ์มีมาทางผมจากความมืด  ผมมั้นใจว่านั้นต้องเป็นโจรที่ร๊อคซี่พลาดจากการสังหาร


 

ขณะที่เขาเข้ามาใกล้  แสงจันทร์ได้สาดส่องให้ผมได้เห็นเขา


 

นี่มัน…..ผมถึงกับกลั้นหายใจ


 

แขนขวาเขาถูกตัด และเขาใช้มือซ้ายกำไว้เพื่อห้ามเลือด  ผิวเขาดูซีดเพราะเนื่องจากเสียเลือดมาก


 

ผมจัดหอกไว้แน่น  ไม่มีทางที่ผมจะปล่อยให้เขารอดไปได้  ถึงแม้อีกฝ่ายจะเป็นมนุษย์ที่ใกล้จะตายแล้วก็ตาม แต่มันก็เป็นโจร


 

ตอนนี้ผมกำลังทำหน้าที่เป็นยามเฝ้าประตูแทนร๊อคซี่  มันอาจจะทำให้เธอมีปัญหาหากผมปล่อยให้มันหนีไปได้ พราะฉะนั้นผมต้องฆ่าเขาเ


 

อีกฝ่ายกำลังบาดเจ็บสาหัส   ผมจะต้องจัดการเขาถึงแม้ว่าผมจะไม่มีพลังก็เถอะ  ผมตั้งสมาธิและพุ่งหอกไปที่โจรคนนั้น


 

หอกแทงทะลุหัวใจของมัน   โจรคนนั้นจับที่หอก และมองผมด้วยความแค้น   มันกระอักเลือดออกมาและล้มลง


 

โจรคนั้นชักกระตุกอยู่สักพักก็ไม่เคลื่อนไหวอีก  ดูเหมือนว่าจะตายแล้ว


 

[สำเร็จ   จัดการได้แล้วววว…..เอ๊ะ]


 

ในตอนนั้นผมรู้สึกถึงบางอย่างกำลังเข้ามาในร่างกายผม   หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงบางอย่างหัวมาในหัว


 

<<<เปิดการทำงานของสกิล>>>


 

<<<ค่าสเตตัส   ความทนทาน +120 พลังกล้ามเนื้อ +150  พลังเวทย์ +100 พลังจิต+100 ความว่องไว +130  ถูกเพิ่มขึ้น>>>


 

<<<การประเมิน ,  การอ่านใจ , การซ้อนเร้น , ทักษะดาบมือเดียว  จะถูกเพิ่มในสกิล>>>


 

เพิ่มสถานะ?   เพิ่มสกิล? แล้วเสียงนี้มันอะไร?  เกิดอะไรขึ้น?


 

และความรู้สึกอิ่มเอมได้รู้สึกเติมเต็มเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมา   ความหิวที่ไม่เคยอิ่มแม้จะกินมากแค่ไหนก็ตาม ในตอนนี้เป็นความรู้สึกที่ผมพอใจมาก


 

ในขณะที่ผมกำลังรู้สึกยินดีอยู่นั้น ร๊อคซี่กำลังวิ่งมาทางผมอย่างกังวล


 

[เป็นอะไรมั้ยคะ   ได้รับบาดเจ็บรึเปล่า]


 

ในขณะที่เธอถามเธอก็จับมือของผมเพื่อดูว่ามีตรงไหนบาดเจ็บรึเปล่า


 

(เป็นห่วงจัง….สีหน้าเขาดูไม่ดีเลย  อาาาา เป็นห่วงจังเลยยย)


 

ห๊ะ!!   ไม่รู้ทำไมผมถึงได้ยินเสียงร๊อคซี่อยู่ในหัว   ทั้งๆที่เธอก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ


 

[มีอะไรหรอคะ?]


 

[....เปล่าครับ ไม่มีอะไร  ผมไม่ได้รับบาดเจ็บครับ]


 

(จริงเหรอ!   ดีจัง…ค่อยยังชั่ว)


 

ผมได้ยินเสียงอีกแล้ว เป็นเสียงที่บอกว่าค่อยยังชั่วที่ผมปลอดภัยดี   นี่เป็นเสียงจากใจของร๊อคซี่งั้นหรอ พอเธอปล่อยมือออกผมก็ไม่ได้ยินเสียงนั้นอีกเลย


 

เป็นเรื่องที่แปลกจริงๆ  อาจเป็นเพราะความเครียดจากการต่อสู้เมื้อกี้ สิ่งที่ได้ยินมันน่าจะเป็นอาการประสาทหลอน  เนื่องจากอีกฝ่ายเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ผมจึงไม่สามารถจับมือเธออีกครั้งเพื่อยืนยันได้


 

มีโจรทั้งหมด 10 คนที่ลอบเข้ามาในปราสาท  แม้ว่าร๊อคซี่จะเป็นการ์ดอยู่คนเดียวเธอก็จัดการพวกนั้นได้  อย่างที่คิดอัศวินศักดิ์สิทธิ์ช่างแข็งแกร่งจริงๆ


 

ผมจัดการโจรที่หนีมาได้หนึ่งคน  นั้นเพราะว่าร๊อคซี่ทำให้มันบาดเจ็บสาหัสอยู่ก่อน   


 

ดังนั้นผลงานทั้งหมดควรยกให้กับร๊อคซี่


 

[ท่านร๊อคซี่ครับ  ผลงานทั้งหมดจากเหตุการณ์นี้ผมว่าท่านร๊อคซี่ควรได้รับความดีความชอบทั้งหมดครับ]


 

[แบบนั้นมันลำบากใจค่ะ  ไม่ใช่ว่าเธอก็จัดการโจรไปหนึ่งคนนี่คะ]


 

ผมมีเหตุผลหนึ่ง  นั้นคือนายจ้างของผม  ราฟาล


 

ถ้าเรื่องนี้เข้าหูพวกเขา  พวกเขาจะโกรธเพราะผมได้รับการช่วยเหลือจากอัศวินศักดิ์สิทธิ์คนอื่น   ผมไม่รู้เลยว่าพวกมันจะทำอะไรกับผมที่หลัง นอกจากนี้ราฟาลยังไม่ค่อยชอบร๊อคซี่อีก ดังนั้นพวกมันจะยิ่งโกรธหนักกว่าเดิม


 

[หากเรื่องนี้ไปเข้าหูท่านราฟาลแล้ว  สถานะของผมคงจะแย่ลง]


 

[อ๊ะ....นั้นสินะ  เข้าใจแล้วค่ะ ชั้นจะจัดการตามที่เธอขอมาแล้วกัน]


 

[ขอบคุณมากครับ]


 

[ทางนี้ต่างหากที่ต้องขอบคุณ  ถ้าเธอไม่ได้บอกชั้นล่ะก็มันคงเป็นความผิดพลาดชั้น]


 

ถึงแม้เธอจะเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ ผู้มีชีวิตที่ดี แต่การแข่งขันในหมู่พวกเขาคงจะยากลำบาก


 

[ถ้าแบบนั้น  ชั้นได้ตอบแทนเธอด้วยค่ะ]


 

[ไม่เป็นไรครับ  ไม่เป็นไร ท่านอัศวินศักดิ์สิทธิ์กล่าวเช่นนั้นมัน….]


 

ผมพูดแบบนั้นแล้วก้มหัวลง  เธอทำแก้มป่องขึ้นมา ปกติเธอไม่เคยทำหน้าแบบนั้น มันทำให้ผมประหลาดใจ   มันทำให้ผมรู้สึกคุ้นเคยกับเธอยิ่งขึ้น


 

[งั้นหรอคะ   จริงสิ!]


 

ดูเหมือนเธอจะคิดอะไรบางอย่าง แล้วทุบฝ่ามือของเธอ


 

ผมกำลังจะได้รับรางวัลงั้นหรอ  ผมสงสัยว่าจะได้รับอะไร คิดแล้วมันก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้


 

แล้วเธอก็พูดเรื่องที่ไม่น่าเชื่อขึ้นมา


 

[เธออยากจะมาทำงานที่ตระกูลฮาร์ทมั้ยคะ  ถ้าชั้นไปขอร้องท่านพ่อล่ะก็ เขาต้องตกลงแน่นอน]


 

[เอ๊ะ   แต่ว่าผมไม่มีสกิลอะไรเลย   มันเกินกำลังของผม]


 

[ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ!  เธอยังจัดการโจรได้ได้คนนึงเลยนี่]


 

นั้นมันก็แค่ความโชคดี   หากมีครั้งหน้าอีกผมแน่ใจเลยว่าต้องไม่ไหว


 

[อย่างที่คิด   ผมน่ะ….]

 

ด้วยท่าทีครึ่งๆกลางๆของผม  เธอหมดความอดทนแล้วบอกผม


 

[ไม่จำเป็นต้องกังวลกับตระกูลบลูริกค์หรอกค่ะ   หรือเธออยากจะทำงานให้ตระกูลบลูริกค์ตลอดชีวิตหรอคะ]


 

[อุ…]


 

แม้ว่าผมกำลังถูกพวกตระกูลบลูริกค์กลั่นแกล้งและอาจสร้างปัญหาให้เธอ  แต่เธอก็ไม่สนใจเรื่องนั้นแล้วบอกว่าต้องการจ้างผม ผมทำให้ผมอยากจะร้องไห้ออกมา


 

พวกราฟาลนั้นมันแย่มาก  พวกมันคิดจะให้ผมทำงานหนักจนตาย  ในทางกลับกันชีวิตของผมจะกลายเป็นสีกุหลาบ  หากได้ทำงานภายใต้ร๊อคซี่ที่อ่อนโยนและสง่างาม


 

พอคิดกลับไป ตั้งแต่แรกแล้วที่ผมเป็นแฟนคลับเธอ  ไม่ใช่ว่าความปราถนาของผมเป็นจริงแล้วงั้นหรอ


 

[ได้โปรด  ขอรบกวนด้วยครับ  ท่านร๊อคซี่]


 

[ดีมาก  วันนี้ดึกแล้ว  พรุ่งนี้มาที่ตระกูลฮาร์ทตอนเที่ยงนะคะ  จะรอนะคะ]


 

ผมรู้สึกดีใจจนอยากจะกระโดดโลดเต้นเลยทีเดียว  ผมก้มหัวให้ร๊อคซี่หลายครั้ง แล้วออกมาจากที่นั้น   หลังจากประตูปราสาทปิดผมก็กระโดดดีใจออกมา


 

ในที่สุดโชคก็หมุนมาทางผมแล้ว อย่างไรก็ตามทำไมรู้สึกว่าร่างกายมันเบาขึ้น แต่มันก็เป็นสิ่งที่ดี  ผมรีบวิ่งกลับบ้านเพื่อเตรียมตัวในวันพรุ่งนี้

 

จบตอน.

 




NEKOPOST.NET