ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย ตอนที่ 8 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย

Ch.8 - ยุ่งเหยิง


ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย ตอนที่ 8 - ยุ่งเหยิง

 

ร่างที่พุ่งเข้ามาหาเขาอยู่ห่างออกไปราวๆ 10 เมตร แต่เนื่องจากบริเวณนั้นมืดเกินไป  ทำให้ลู่ชูมองไม่เห็นว่าอีกฝ่ายหน้าตาเป็นอย่างไร แต่สังเกตุได้จากท่ายืนที่พร้อมต่อสู้ ก็พอจะเดาได้ว่าพวกมันไม่เป็นมิตร!

 

เขาสังเหตุเห็นว่าคนทั้งสองแต่งกายด้วยชุดดำ บรรยากาศในตอนนี้เริ่มตึงเครียดชวนให้อึดอัด

 

อีกฝ่ายก็ไม่รู้ว่าลู่ชูเป็นใครเช่นกัน คนบ้าอะไรมายืนบนหลังคาบ้านตอนกลางคืน? ใครเห็นก็บอกได้ว่ามันผิดปกติ

 

หลังจากใคร่ครวญอยู่อึดใจหนึ่ง --- ลู่ชูก็ไต่บันไดลงไปข้างล่าง .. ก็ฝ่ายตรงข้ามดูจะแข็งแกร่งมากนี่นา แถมยังดูอันตรายอีก … หนีดีกว่า ..

 

ใส่ชุดดำแบบนี้ แถมยังกระโดดไปมาบนหลังคาบ้านคนอื่นแบบนี้ .. ประจวบกับที่ลู่ชูพึ่งเจอเหล่าคนชุดดำเมื่อตอนเย็น --- ลู่ชูคิดว่าเขาอาจจะเป็นพวกเดียวกัน

 

ฝ่ายตรงข้ามที่เจอการกระทำอันคาดไม่ถึงของลู่ชู ก็กลายเป็นโง่งม

 

เอ้า .. ต่อให้ไม่ใช่ลู่ชู แต่ถ้าเป็นคนอื่นแล้วเจอคนสวมชุดดำแปลกๆมาดัก พวกเขาจะไม่หนีรึไง?

 

นี่ยังรวมไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายเขา ทั้งระบบซื้อของและล็อตเตอรี่ที่ฝังอยู่ในหัว ทั้งตราสัญลักษณ์รูปต้นไม้ที่ฝ่ามือ นี่ยังไม่นับดวงไฟในจิตใจอีกนะ

 

และยิ่งไปกว่านั้น ผลไม้เพิ่มคาวมสดชื่นที่กินเข้าไป ก็มีผลต่อร่างกายเขา

 

ที่สำคัญลู่ชูก็ไม่มีทักษะการต่อสู้แม้แต่น้อย การเปลี่ยนแปลงหลายอย่างนี้ ถึงจะฟังดูน่าตื่นเต้น แต่ถ้าเขาจำเป็นต้องสู้จริงๆ เขาไม่มีทางชนะคนพวกนี้ได้อย่างแน่นอน

 

ลู่ชูไม่มีความมั่นใจในการต่อสู้กับคนพวกนี้แม้แต่น้อย ทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดก็คือการหนี! ใครจะไปรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนักแสดงผู้ใช้ไฟที่โดนจับตัวไปเมื่อตอนเย็น … เขาไม่อยากมีจุดจบแบบนั้น

 

เขาไม่ใช่นักสู้หรือคนหนุ่มเลือดร้อนที่ทำตัวหาญกล้าอยากเป็นฮีโร่ --- เขาเป็นแค่เด็กมัธยมปลายธรรมดาๆ ที่อยากจะหาประโยชน์จากสิ่งที่มีให้ได้มากที่สุดอย่างปลอดภัย

 

ลู่ชูยังอยากศึกษาความลับของร่างกายตนเอง และยังต้องเลี้ยงดูลู่ เสียวหยูจนกว่าเธอจะดูแลตนเองได้ เหมือนกับที่พี่ชายต้องดูแลน้องสาว เพื่อปกปักรักษา และเฝ้ามองการเติบโตของเธอ

 

ลู่ เสี่ยวหยู ไม่เคยยอมรับว่าทั้งสองเป็นญาติกัน ถึงแม้เธอจะบอกว่าตนเองนามสกุลลู่ เมื่อตอนที่แนะนำตัวกับคนอื่น

 

ดังนั้นคืนนี้ลู่ชูจะเป็นอะไรไปอีกไม่ได้ เขายังมีเรื่องที่ต้องทำอีกเยอะ

 

ก่อนไต่บันไดลงไป ลู่ชูก็ยังไม่ลืมที่จะหยิบตะกร้าหัวไชเท้าที่ตากทิ้งไว้ลงไปด้วย เขามองไปยังชายชุดดำสองคนที่จ้องมองมาที่เขาพร้อมกับส่ายหัว

 

นั่นยิ่งทำให้ฝ่ายตรงข้ามสงสัยเข้าไปอีก เพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่ลู่ชูทำมันนั้นหมายความว่าอะไร

 

เห็นแบบ ลู่ชูเลยรู้สึกรำคาญจึงบอกออกไปว่า "จะไปไหนก็ไปสิ อย่ามายืนจ้องกันแบบนี้ .. ฉันกลัวนะว้อย"

 

พูดจบ ลู่ชูก็โบกมือไปยังทิศทางที่พวกนั้นตั้งใจจะวิ่งไปในตอนแรก ราวกับว่าเขาได้อนุญาติให้ผ่านไปได้แล้ว

 

ความจริงแล้วตอนนี้ลู่ชูพร้อมที่จะเผ่นได้ทุกเมื่อ .. เขาไม่รู้ว่าคนพวกนี้เป็นใคร

 

คืนนี้เกิดเรื่องลึกลับหลายเรื่องมากเกินไป จนเขาเริ่มที่จะตามสถานการณ์ต่างๆไม่ทัน

 

ไหนจะท้องฟ้าสีแดงเพลิง ไหนจะการพบกับชายชุดดำที่หลังเวที และยังมีสถานการณ์ในตอนนี้อีก

 

ถึงลู่ชูจะทำท่าทีว่าเปิดทางให้แล้ว แต่อีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่อยากให้เรื่องนี้ผ่านไปง่ายๆ พวกนั้นค่อยเคลื่อนที่เข้าใกล้ลู่ชูอย่างระมัดระวัง และกระโดดจากหลังคาหนึ่งไปอีกหลังคาหนึ่งอย่างคล่องแคล่ว

 

แสงจันทร์ยามค่ำคืนส่องแสงลงมาที่หลังคาที่ปกคลุมด้วยหิมะจนกลายเป็นสีเงิน เสียงฝีเท้าอันแผ่วเบาเหยียบลงไปบนหิมะเป็นจังหวะ พร้อมกับทิ้งรอยเท้าสีดำไว้เป็นทาง

 

คนพวกนี้เกี่ยวอะไรกับไฟบนท้องฟ้ารึเปล่านะ? ลู