ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย ตอนที่ 7 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย

Ch.7 - คับขัน


ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย ตอนที่ 7 - คับขัน

 

ในเมื่อมีคำว่า 'ร้องตาม' เขียนอยู่ด้านล่างสุดของกระดาษ เขาก็น่าจะต้องทำตาม

 

ลู่ชูคิดว่ามันออกจะแปลกๆที่จะต้องร้องเพลงกล่อมเด็กออกมาดังๆ แต่เมื่อได้เห็นมันกลายเป็นเถ้าถ่านสีขาวผสมรวมเข้ากับ ตราสัญลักษณ์รูปต้นไม้บนฝ่ามือ ท่าทีของเขาจึงเลี่ยนเป็นจริงจังและเริ่มร้องมันออกมาอีกครั้ง

 

แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ...

 

ลู่ชูมองอออกไปนอกหน้าต่างอย่างหม่นหมอง เขาครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนที่จะร้องมันออกมาอีกครั้ง


"โอ้เจ้าดาวดวงน้อยแสนงาม แสงวับวามเจ้าเป็นเช่นไร"
 

หลังจากร้องจบท่อนแรก เขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง --- บรรยากาศในคืนที่หนาวเหน็บได้เปลี่ยนไปแล้ว ราวกับอากาศรอบตัวเขาคอยเป็นแกนกลางระหว่างเขากับดวงดาวนับล้านที่สว่างไสวอยู่เบื้องบน

 

เสียงเพลงไร้รูปร่างล่องลอยขึ้นไปสู่ท้องฟ้า หิมะที่ปกคลุมอยู่บนพื้นถูกลมแรงพัดขึ้นมาคละคลุ้งไปทั่ว ต่อจากนั้น กาแล็กซี่อันไร้ขอบเขตที่อยู่เบื้องบนก็ไหลเคลื่อนวนไปมาอย่างไม่รู้จบ ราวกับสายธารแห่งชีวิต

 

เพลงกล่อมเด็กนี้เชื่อมต่อลู่ชูและกาแล็กซี่เข้าด้วยกัน

 

แม้หิมะสีขาวจะหยุดร่วงหล่นลงมาแล้ว แต่ตอนนี้เขากลับมองเห็นแสงดาวจากกาแล็กซี่ค่อยๆตกลงจากฟ้าเหมือนละอองฝนลงมาหาเขาแทน

 

แสงดาวส่องผ่านชั้นบรรยากาศโลกอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน เหมือนภาพงานศิลปะที่วิจิตรตระการตา

 

แสงดาวส่องผ่านอากาศอันหนาวเหน็บ ผ่านก้อนเมฆ ผ่านหลังคา และผ่านหน้าต่าง มาสู่ร่างกายของลู่ชูก่อนที่จะแสงเหล่านั้นจะจางหายไป

 

ลู่ชูรู้สึกถึงแรงสั่นจากแสงที่ส่องเข้ามาในร่างกายเขา มันหลอมรวมเข้ากับตัวเขาและสะท้อนไปมาในหัวใจ --- ลู่ชูรู้สึกได้ถึงกาแล็กซี่ที่อยู่ในตัวของเขา!

 

ลู่ชูแทบคลั่ง เขาไม่นึกว่าแค่ข้อความธรรมดาๆบนกระดาษจะให้เกิดอะไรแบบนี้ขึ้นมาได้!

 

เขาคิดอยู่เสมอว่า เขาจะต้องศึกษาและทดลองใช้งานพลังของเขา เพื่อให้เขานั้นเก่งกาจขึ้น! แต่เมื่อได้ลองใช้พลังของตนเองดูแล้ว ลู่ชูก็อดที่จะกังวลไม่ได้

 

เนื่องจากไม่มีใครที่พอจะให้คำปรึกษาได้เลย เขาจึงไม่รู้ว่าจะรับมือกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นได้อย่างไร

 

ลู่ชูหยุดร้องเพลง และตะโกนข้ามกำแพงไปถามเสี่ยวหยูว่า "เสี่ยวหยูเห็นอะไรตกลงมาจากท้องฟ้าไหม?"

 

อีกฟากฝั่งหนึ่งของกำแพง เสี่ยวหยูตะโกนตอบกลับมาว่า "อย่ามาหลอกกันนะ! เสี่ยวหยูนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง ไม่เห็นมีอะไรเลย"

 

ลู่ชูถอนหายใจอย่างโล่งอก ในเมื่อเสี่ยวหยูว่าอย่างนั้น ก็หมายความว่ามีเขาคนเดียวที่มองเห็นแสงดาวที่ร่วงหล่นลงมา --- มันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจริง! แต่เป็นเพียงพลังงานรูปแบบหนึ่งในร่างกายของเขา

 

ถ้าลู่ชูร้องมันเพลงนี้ แล้วกาแล็กซี่ทั่วทั้งท้องฟ้าถูกดึงลงมา ชาวบ้านทั้งเขตคงได้มายำเขาจนเละแน่ ยิ่งกว่านั้น ดาวเทียมที่อยู่ในวงโคจรโลกก็คงจะหลุดวงโคจรไปหมด

 

ลู่ชูสูดเอาอากาศเย็นๆเข้าไปในปอด ปล่อยให้ความคิดของเขาล่องลอยออกไป

 

ทางเดียวที่จะฝึกฝนคือต้องร้องเพลงงั้นหรือนี่? แล้วก็ต้องร้องไปเรื่อยๆระหว่างฝึกด้วย!  นี่มันวิธีฝึกบ้าอะไรกันวะเนี่ย?!

 

นิยายเรื่องอื่นเขาแค่สะบัดมือครั้งเดียวก็เรียกดาบเทียมทานออกมาได้แล้ว หรือพวกเหล่าเซนต์ในเรื่องเซนต์เซย่า ที่ร่ายมือไปตามที่กำหนด แค่นั้นก็เรียกพลังของตัวเองออกมาได้แล้ว แล้วทำไมเขาต้องมาร้องเพลงกล่อมเด็กเสียงดังเหมือนคนบ้าด้วยล่ะ?!

 

ลู่ชูอยากจะเอาหัวโขกกำแพงซะจริงๆ

 

แต่แล้วอยู่ๆเขาก็ตระหนักว่าผลไม้แห่งท้องฟ้าที่มีขายในราคา 1000 แต้ม นั้นบางทีอาจจะมีส่วนช่วยในการฝึกฝนเหมือนกับการร้องเพลงด้วยรึเปล่า?

 

โลกกำลังเปลี่ยนไป เขาก็ไม่แน่ใจว่าคนอื่นๆมีวิธีการฝึกตนอย่างไร แต่ถ้าว่าตามหลักเหตุผล มันคงไม่ใช่อะไรที่ทำได้ง่ายๆ

 

ทันใดนั้นเอง ได้เกิดแสงสีแดงสว่างไปทั่วท้องฟ้า --- เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้เห็น ในคืนวันที่สสามของเทศกาลตรุษจีน

 

แต่มันดูไม่เหมือนดอกไม้ไฟ ที่เป็นแสงสว่างพุ่งขึึนสู่ท้องฟ้า และระเบิดออกเป็นสีสันต่างๆ

 

แต่มันเป็นเหมือนแสงที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นดินมากกว่า

 

เกิดไฟไหม้ในเมืองนี้งั้นเหรอ? ลู่ชูเริ่มสงสัย ถ้าเป็นไฟไหม้จริงๆ จะเป็นไฟไหม้ที่หนักขนาดไหนเนี่ย

 

แสงสว่างนั้นวูบวาบไปมาบนท้องฟ้า เสียงหวอของรถดับเพลิงแล่นผ่านเขาไป ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมีเพลิงไหม้ขนาดใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดึกดื่นอย่างนี้ล่ะ?

 

จู่ๆลู่ชูก็เกิดความรู้สึกเหมือนกับเขาเคยได้สัมผัสเหตุการณ์นี้มาก่อน ก่อให้เกิดความสงสัยอย่างแปลกประหลาดขึ้นในตัวเขา ดวงไฟในจิตใจของเขาเต้นไปมาไม่เป็นจังหวะ ตั้งแต่ตอนถูกรถชน ลู่ชูรู้สึกได้ถึงความเคลื่อนไหวของมัน

 

เขาไม่รู้ว่าดวงไฟนี้มีไว้เพื่ออะไร หรือมันมาจากไหน ทำไมมันถึงก่อให้เกิดความรู้สึกโหยหาขึ้นในจิตใจของเขา?

 

เวลาเพียงค่ำคืนเดียว ทำให้โลกใบเดิมของลู่ชูเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ

 

เขาพูดกับเสี่ยวหยูผ่านกำแพงบ้านว่า "ทำตัวดีๆอยู่ในบ้าน อย่าออกไปไหนนะ เดี๋ยวพี่จะขึ้นไปดูให้ชัดๆบนหลังคาเสียหน่อย"

 

"เสี่ยวหยูก็อยากไป!" เสี่ยวหยูเดินไปที่ประตู แต่ลู่ชูปิดประตูไว้อย่างแน่นหนา

 

"ไม่ได้" เขาพูดและขึ้นไปบนหลังคา

 

ค่าความทุกข์จากเสี่ยวหยู +50 แต้ม

 

เขาเริ่มเจ็บกระดองใจอยู่หน่อยๆ ทำไมน้องสาวถึงโกรธอะไรเขาง่ายๆอย่างนี้นะ? แต่การแจ้งเตือนแบบนี้ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะมันทำให้เขารู้ว่าใครกำลังไม่พอใจในตัวเขาอยู่

 

เว้นแต่ว่าอีกฝ่ายจะสามารถปิดบังความรู้สึกตนเองจากระบบตรวจจับของเขาได้ ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าคนแบบนั้นมีอยู่จริงหรือเปล่า

 

ลู่ชูปีนขึ้นไปบนหลังคาอพาร์ทเมน ... เขาขึ้นไปเจอตะกร้าหัวไชเท้าที่เขาเอามาตากแดดไว้ และลืมเก็บให้พ้นจากหิมะ

 

ปกติในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เสี่ยวหยูมักจะชวนเขาขึ้นมานั่งตากลมบนหลังคานี้ ทั้งสองนอนหนุนแขนกันและกัน มองดูท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต มองดูนกที่บินไปมาอย่างอิสระ ช่วงเวลานั้นช่างเต็มไปด้วยความอบอุ่นหัวใจ

 

ลู่ชูค่อยๆยืนขึ้นบนหลังคา แล้วมองไปยังจุดที่เกิดเพลิงไหม้ขึ้น เขาอยากรู้จริงๆว่าเพลิงไหม้ ในครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะผู้มีพลังพิเศษหรือเปล่า?

 

ทันใดนั้น เขาก็เห็นร่างดำๆเคลื่อนไหวไปมา ร่างๆนั้นกระโดดจากหลังคาหนึ่งไปอีกหลังคาหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะเป็นคนสองคน และกำลังตรงมาทางเขา การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วทำให้หิมะข้างหลังคละคลุ้งไปทั่ว

 

อากาศสั่นไหวไปตามการเคลื่อนไหวของทั้งสอง

 

สองคนนั้นคล่องแคล่วมาก แม้ระยะห่างระหว่างแต่ละหลังคาบ้านจะไม่กว้างนัก แต่พวกเขาวิ่งไปบนหลังคาได้เหมือนกับกำลังวิ่งบนพื้นดินเลยทีเดียว

 

ร่างๆดำทั้งสองนั้น เมื่อเห็นลู่ชู ก็เปลี่ยนเส้นทาง! แล้วพุ่งตรงเข้ามาทางเขาทันที มันแยกกันวิ่งมาจากสองทิศทาง พร้อมจะโจมตีลู่ชูได้ทุกเมื่อ

 

ฝั่งหนึ่งเป็นลูุ่ชูเพิ่งปีนขึ้นมายืนบนหลังคาบ้านแบบบงงๆ อีกฝั่งเป็นมืออาชีพที่แสดงท่าทีมุ่งร้ายทันทีที่เห็นเขา!




NEKOPOST.NET