ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย ตอนที่ 22 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย

Ch.22 - ตรวจเลือด


ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย ตอนที่ 22 - ตรวจเลือด

 

สำหรับเด็กมัธยมอายุสิบเจ็ดแล้ว การพูดว่าฉันจะปกป้องโลกนั้น ไม่ต่างอะไรกับเรื่องตลก

 

ในวัยนี้ ไม่มีใครสนใจสิ่งรอบตัว และมีมุมมองต่อโลกแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล คนที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นก็ยังมีให้เห็นอยู่ แต่คนพวกนี้ก็เข้าใจเหมือนกันว่าไม่ใ่ชทุกอย่างในโลกที่สามารถได้มาได้ด้วยความพยายามเพียงอย่างเดียว

 

ดังนั้นใครมันจะบ้าออกมาปกป้องโลกล่ะ? สิ่งที่เหล่านักเรียนโอ้อวดกันว่าจะทำ หลังจากที่ตนตื่นพลังนั้น ไม่มีสิ่งใดสูงส่งเลย

 

เพราะอย่างไรก็ตาม พวกนี้ก็ทำได้เพียงมองดูคนอื่นตื่นพลังด้วยสายตาอิจฉาเท่านั้น ลู่ชูที่เพิ่งตื่นพลัง ได้วางแผนอนาคตของตนเองอย่างรอบคอบ

 

"ฉันคิดงี้นะ ในเมื่อในเว็ปบอกว่ายุคของผู้มีพลังพิเศษได้กลับมาแล้ว นั่นหมายความว่าทุกคนจะกลายเป็นผู้มีพลังพิเศษหรือเปล่า? ที่เราต้องทำก็แค่รอเวลาใช่ไหม?"

 

"ฮ่าๆๆ เป็นงั้นจริงก็ดีสิ"

 

ลู่ชูทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้วเขาแทรกไปว่า "ในเมื่อในเว็ปบอกว่ามันเป็นการกลับมาของยุค หมายความว่าต้องเคยมียุคที่ทุกคนเป็นผู้มีพลังพิเศษงั้นสิ? เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะเป็นแบบนั้น"

 

"แต้มความทุกข์จากลี เหยา +40..."

 

แต้มความทุกข์จาก...

 

ลู่ชูพูดประโยคเดียว แต้มก็พรั่งพรูออกมาแล้ว!

 

รอบนี้เขาไม่ได้ตั้งใจด้วยซ้ำ! เขาแค่พูดสิ่งที่เขาคิดเท่านั้นเอง เป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะกลายเป็นผู้มีพลังพิเศษ อย่างมากก็มีเพียงไม่กี่คนในประเทศเท่านั้น

 

ลู่ชูก็แค่หยิบความจริงออกมาขยี้กลุ่มนักเรียนตรงหน้า

 

อีกครั้งที่เขาไม่แคร์และเริ่มกลับไปทำข้อสอบต่อ

 

จากการได้เห็นผู้มีพลังพิเศษสายพละกำลังด้วยตาตนเเอง ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรที่เกินความคาดหมายของเขาเท่าใดนัก เขากลับประทับใจนักเรียนหญิงอีกคนเสียมากกว่า เขาสงสัยว่าเธอจะมีพลังอะไร

 

นักเรียนชายที่ททำร้ายครูเมื่อกี้นี้ น่าจะไม่ใช่เพียงคนเดียวที่ตัดสินใจทำแบบนี้ เมื่อใดก็ตามที่พวกเก็บกดได้รับพลังมหาศาลในทันที ปัญหาจะเกิดขึ้น

 

ทั้งโลกก็คงเป็นแบบนี้เช่นกัน

 

ในปี 1974 มารีน่า อบราโมวิก นักแสดงโชว์ทางศิลปะ ได้แสดงโชว์ด้วยการรับยาให้ตนเองไม่สามารถรับความรู้สึกใดๆได้ เธอนั่งลงบนเก้าอี้ และอนุญาติให้ผู้ชมทั้งใช้เครื่องมือ 72 อย่างที่จัดไว้ให้ ทำอะไรกับร่างกายเธอก็ได้ เครื่องมือพวกนี้มีทั้ง มีดทำครัว กระสุนปืน ปืน แส้....

 

เริ่มแรกผู้ชมยังลังเลใจที่จะทำะไรอยู่

 

แต่เมื่อพวกเขาเห็นว่าไม่ว่าจะทำอะไรมารีน่าก็ไม่แสดงท่าทีตอบสนอง พวกเขาก็เริ่มจะตัดเสื้อผ้าของเธอจนขาดวิ่น ถ่ายรูปเปลือยของเธอ เฉือนคอของเธอด้วยมีด และทำท่าทางเหมือนแวมไพร์ดูดเลือดจากคอ พวกเขาเล่นกับส่วนลับของเธอด้วย

 

หลังจากการแสดงจบลงมารีน่าก็กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า "ถ้าคุณปล่อยให้ผู้ชมทำอะไรก็ได้ตามใจชอบโดยสมบูรณ์ พวกเขาสามารถฆ่าคุณตรงนั้นเลยได้"

 

ธรรมชาติของมนุษย์นั้นมีมเตตาหรือชั่วช้าสามานกันแน่? เรื่องนี้ถูกถกเถียงตลอดมา ลู่ชูต้องการจะปกป้องความคิดดั้งเดิมของตัวเองไว้ไม่ให้เปลี่ยนแปลง

 

ถ้าพวกชุดดำเป็นคนของรัฐบาลที่ตั้งมาเพื่อควบคุมการเกิดขึ้นของผู้มีพลังพิเศษในปัจจุบัน นั่นก็เป็นผลดีต่อคนธรรมดา

 

แต่ลูชู่ไม่ชอบถูกควบคุม มันสัญชาติญาณตามธรรมชาติของมนุษย์ที่จะรักอิสระ

 

ถ้ามีวีรบุรุษก็จะต้องมีวายร้ายโผล่ออกมา ลู่ชูไม่อยากเป็นทั้งสองอย่าง

 

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป หลังจากลีชีทำร้ายร่างกายครูอย่างโหดร้าย ตำรวจก็มาถึง ตำรวจจับกุมตัวลีชีไปโดยไม่รอฟังคำพูดใดๆจากผู้อำนวยการ

 

ลู่ชูยืนมองพวกเขาจากไปจากบนดาดฟ้า เขาอดคิดไม่ได้ว่าน่าจะเหมาะกว่าถ้าตำรวจพวกนั้นใส่ชุดดำ

 

หลังจากการสอบภาษาจีน ครูประจำชั้นได้มาแจ้งว่าการสอบในตอนบ่ายจะถูกเลื่อนไปเป็นวันพรุ่งนี้ จะมีการตรวจร่างกายมาแทนที่การสอบ นักเรียนทั้งโรงเรียนต้องเข้าร่วม แม้แต่คนที่ยังไม่เปิดเรียนก็ต้องเดินทางมาตรวจร่างกายอย่างไม่มีเงื่อนไข

 

การตรวจร่างกายถูกจัดขึ้นมาอย่างกระทันหัน จนทำให้ต้องเลื่อนการสอบ แถมนักเรียนทุกคนยังต้องเข้าร่วมอีก

 

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? นักเรียนทุกคนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

 

นี่เป็นครั้งแรกที่โรงเรียนมีการตรวจร่างกายโดยที่นักเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มเติม

 

ความฟรีนี้เป็นประโยชน์ต่อลู่ชูมากทีเดียว

 

แต่คนที่ให้จัดการตรวจร่างกายนี่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับคนชุดหรือเปล่านี่สิ?

 

รัฐบาลได้วางแผนการนี้ไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว

 

หรือการตื่นพลังของลีชีทำให้พวกเขาต้องเลื่อนการตรวจร่างกายเข้ามาให้ไวขึ้นกันนะ

 

แล้วทำไมต้องตรวจร่างกายล่ะ?

 

ในอดีต การตรวจร่างกายที่ลู่ชูเคยเข้าร่วม มีเพียงการตรวจการมองเห็น การได้ยิน ความดันเลือด และภาพคลื่นไฟฟ้าของหัวใจเท่านั้น ไม่มีอะไรพิเศษแม้แต่น้อย

 

แต่การตรวจร่างกายในตอนบ่ายนี้แตกต่างออกไป

 

มันมีการตรวจเลือดด้วย

 

ชิบหายแล้ว ตอนตรวจร่างกายที่สถานเลี้ยงเด็กไม่เห็นมีการตรวจเลือดเลย มันทำให้ลู่ชูคาดไม่ถึงว่าการเจาะเลือดเป็นเรื่องปกติในการตตรวจสุขภาพ

 

สถานเลี้ยงเด็กนั่นจนถึงขนาดไม่มีเงินให้เด็กเจาะเลือดเลยเหรอ?!

 

ลู่ชูไม่เคยเจาะเลือดมาก่อนจึงไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 

เลือดของเขาจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนหลังจากที่จุดดวงดาวขึ้นมาสามดวงกันนะ

 

ครูประจำชั้นแบ่งทุกคนเป็นกลุ่มๆและไปรวมตัวกันที่สนาม ในตอนนั้นลู่ชูสังเกตุเห็นนักเรียนหญิงคนเดิม ตอนนี้เธอมีท่าทีอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด มันทำให้เขาสบายใจขึ้นมาหน่อย

 

ลู่ชูวางแผนจะโดดการตรวจนี้ เพราะเขารู้ว่าตนเองสุขภาพดีอยู่แล้ว หลังจากกินผลไม้เพิ่มความสดชื่น และจุดดวงดาวในอกขึ้นมาสามดวง ความอ่อนแอทั้งหมดก็หายไปจากร่างกายเขา ดังนั้นเขาไม่จำเป็นต้องตรวจร่างกาย

 

แต่ท้ายที่สุดเขาก็พบว่าการตรวจร่างกายนี้เข้มงวดมาก คนตรวจเช็คชื่อทุกคนตามรายชื่อที่มีทีละคน

 

คนตรวจพวกนี้ใส่ชุดขาว และเป็นผู้ชายเสียส่วนใหญ๋ พยาบาลบ้านไหนเป็นผู้ชายเสียเกือบหมดหา!?

 

พวกนี้คงไม่ใช่คนชุดดำใช่ไหม?

 

ลู่ชูแอบคิดในใจ

ตอนนี้เหตุการณ์เลวร้ายต่างๆฉายไปมาในหัวเขา

 

เขารีบบอกอาจารย์ชีว่าขอไปห้องน้ำ ด่วนมาก ต้องไปเดี่ยวนี้

 

ถ้าไส้ตรงเขาทนไม่ไหว พวกนั้นคงจะไม่บังคับให้เขาต้องตรวจร่างกายใช่ไหม

 

ทันใดนั้นพยาบาลที่อยู่ข้างหลังลู่ชูก็พูดออกมาว่า "ในเมื่อเธอกำลังรีบ งั้นเจาะเลือดเธอเป็นคนแรกเลยแล้วกัน นิดหน่อยเองน่า ใช้เวลาไม่ถึงนาทีหรอก เสี่ยวหลิว มาเจาะเลือดเด็กคนนี้ก่อน!"

 

ลู่ชูถึงกับหน้าสั่น ชิบหายแล้วววว