ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย ตอนที่ 19 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย

Ch.19 - ดวงไฟ


ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย ตอนที่ 19 - ดวงไฟ

 

ลู่ชูขายไข่จนเหลือประมาณของครึ่งหนึ่งที่เตรียมมาแล้ว มีหญิงแก่กับเด็กน้อยเดินผ่านมา ดูเหมือนเธอจะพาหลานออกมาหาข้าวเช้ากิน

 

ดูเหมือนหลานชายจะอยากกินไข่ หญิงแก่เลยพาหลานมาที่ร้านของลู่ชู "หลานกินข้าวเช้าไปแล้วนะ ถ้าให้ยายซื้อไข่ให้อีก กลับบ้านไปต้องตั้งใจทำการบ้านให้เสร็จนะ"

 

"ได้คร้าบ" เด็กชายพยักหน้า

 

หลังจากกินไปลูกหนึ่งแล้ว หลานชายก็อยากกินต่ออีก แต่คุณยายเริ่มจะไม่ตามใจหลายชายแล้ว เด็กอายุแค่นี้กินมากเกินไปจจะเสียสุขภาพเปล่าๆ

 

"คุณยาย ถ้าผมกินอีกผมอาจจะได้พลังพิเศษมาเลยก็ได้น้า" หลายชายเถียงฉอดๆ

 

ลู่ชูตกใจมากที่แม้แต่เด็กตัวแค่นี้ก็พูดเรื่องพลังพิเศษ "โกลเด้นเฟาเดชั่นเป็นที่รู้จักขนาดนี้เลยเหรอ?"

 

คุณยายยังคงไม่ยอมมแำ้และเกลี้ยกล่อมหลานว่า "ถ้ากินมากจนอ้วน จะทำให้พลังพิเศษไม่มาหาหลานนะ"

 

ลู่ชูจึงถามด้วยความสงสัยว่า "ทำไมถึงอยากมีพลังพิเศษเหรอ?"

 

"ผมอยากจะต่อสู้เพื่อความสงบสุขของโลก!" เด็กน้อยตอบอย่างจริงจัง

 

"ปกป้องโลกเหรอ...กล้าหาญมากเลยนะ"

 

เด็กชายที่ดูการ์ตูนมากเกินไปมักจะเป็นแบบนี้แหละ ลู่ชูไม่เคยมีโอกาสได้ดูเหมือนกับเด็กคนอื่นๆๆ เพราะทีวีที่สถานเลี้ยงเด็กจะเกิดเพียงช่องที่เจ้าหน้าที่ดูแลอยากดูเท่านั้น

 

"ถ้าพี่ชายมีพลังพิเศษจะทำอะไรเหรอครับ?" เด็กน้อยถาม

 

ลู่ชูอึ้งไปเลย เขาไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้มาก่อน

 

ลู่ชูไตร่ตรองและตอบไปว่า "น่าจะหาเงินสักพักหนึ่ง และจากนั้นก็ไปในที่ๆอยากไปน่ะ"

 

ตอนที่อยู่ที่โรงเรียน เขามักอิจฉาเพื่อนๆที่มีผู้ปกครองพาไปเที่ยวที่นู่นที่นี่ เขาไม่เคยออกจากลั่วเชงเลย ตั้งแต่เกิดมา

 

เด็กน้อยถามต่ออย่างสงสัย "แล้วจะทำอะไรต่อเหรอ?"

 

"ก็คงหาที่ๆสงบสุขอยู่" ลู่ชูตอบอย่างจริงจัง จากใจจริง การได้นั่งดูทีวีอยู่เฉยยๆกับลู่ เสี่ยวหยู ทุกวันๆ โดยไม่ต้องกังวลในเรื่องใดๆ เป็นอะไรที่มีความหมายมากสำหรับเขา

 

"น่าเบื่ออออ คนอย่างพี่ไม่มีทางมีพลังพิเสษได้หรอก!" จากมุมมองของเด็กน้อย เขามีความทะเยอทะยานมากกว่าลู่ชู

 

ลู่ชูหัวเสียและตอบไปว่า "ทำการบ้านเสร็จหรือยังเนี่ย ถ้ายังก็รีบตามคุณยายกลับบ้านไปทำสิ!" จากนั้นก็บอกคุณยายว่า "รู้ไหมครับว่าเดี่ยวนี้เนี่ย มีเฉลยการบ้านออกมาขายให้เด็กๆได้ซื้อกัน คุณยายต้องดูหลานให้ดีๆนะครับ เพราะถ้าเขาซื้อเฉลยมาดูเนี่ย เขาจะไม่ได้ประโยขน์อะไรจากการทำการบ้านเลย"

 

"มีเรื่องแบบนั้นด้วยเหรอ?"คุณยายตกใจ

 

เด็กน้อยทั้งงงและตกใจ คำพูดของลู่ชูทำให้เด็กปากเสียถึงคราวซวย!

 

ค่าความทุกข์จาก ยูลี +90

 

สุดท้ายแล้วเด็กน้อยก็ไม่ได้กินไข่ลูกที่สอง เพราะต้องรีบกลับไปทำการบ้าน

 

ลู่ชูเห็นกลุ่มเพื่อนร่วมชั้นของเขาเดินผ่านมา แต่ไม่มีใครรับรู้การมีตัวตนอยู่ของลู่ชูแม้แต่น้อย ราวกับเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกัน

 

ความสัมพันธ์อันน้อยนิดนี้เป็นเรื่องที่ดี เพราะมันไม่มีความเครียดหรือภารทางจิตใจใดๆ

 

ในเมื่อมันเป็นวันเริ่มงานวันแรกหลังจากหยุดยาว ทำให้ลู่ชูขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ปกติเขาใข้เวลาเดินทางไปถึงห้องเรียนแค่ 20 นาที ตอนนี้เวลาที่ยังเหลือ ทำให้เขาสามารถนำรถเข็นกลับไปเก็บที่บ้านได้

 

ในอดีตเขาตัดสินใจเช่าบ้านหลังนี้ เพราะว่ามันสะดวก

 

ลู่ชูนำรถเข็นกลับมาถึงบ้าน เขาตรวจเช็คว่าเสี่ยวหยูกินข้าวเช้าหรือยัง ก่อนที่เขาจะจัดของเตรียมไปโรงเรียน เขาอยากจะรู้จริงๆว่าคนที่โรงเรียนจะปฏิกิริยาอย่างไรต่อการมีอยู่ของโกลเด้นเฟาเดชั่น

 

แม้แต่บนท้องถนนก็มีคนพูดถึงเรื่องนี้ บางคนเพียงแค่อิจฉาผู้มีพลังพิเศษจนตาลุกเป็นไฟ บางคนก็พูดถึงวิธีการให้ได้พลังพิเศษมา

 

ทุกบทสนทนาล้วนโคจร รอบคลิปวิดิโอจากโกลเด้นเฟาเดชั่น

 

วิธีการได้รับพลังพิเศษที่ถูกพูดถึงบ่อยๆ คือการถูกกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง จนพลังตื่นขึ้นมา

 

ดูเหมือนว่าจะไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้อีกแล้ว

 

โรงเรยนเต็มไปด้วยความปั่นป่วน ถึงแม้ว่าในตอนนี้จะมีเพียงนักเรียนขั้นมอห้าและมอหกเท่านั้นที่เริ่มเรียน

 

เว็ปไซต์ของโกลเด้นเฟาเดชั่น ไม่ถูกปิดตัวลง และยังเพิ่มหน้าฟอรั่มเข้ามาอีก ทุกผู้ทุกคนเริ่มจะตระหนักถึงการมีอยู่ของผู้มีพลังพิเศษ ทำให้เกิดความโกลาหลอย่างมาก

 

โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นใจร้อน ที่กำลังอยู่ในวัยต่อต้าน พวกเขาไม่ต้องการสิ่งใดนอกจากอิสระ ดังนั้นการตื่นขึ้นของพลังพิเศษ ก็เหมือนกับความฝันที่พวกเขาต้องการให้เป็นจริง

 

การมีพลังพิเศาหมายความว่าพวกเขาจะไม่ต้องตกอยู่ภายใต้ความควบคุมของครอบครัวอีกต่อไป

 

แต่พวกเขาก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ว่าถึงจะหนีออกจากบ้านมาได้ แล้วจะทำอะไรต่อ การมีพลังพิเศษเป็นแค่สิ่งที่ฟังดูเท่ และน่าอวดเท่านั้นเอง

 

ในขณะที่ลู่ชูกำลังเดินไปที่ห้องเรียน เขาก็คิดขึ้นมาได้ว่า "เราจะฝึกเพิ่มพลังให้กับกาแล็กซี่ในช่วงเวลากลางวันได้ไหมนะ?"

 

ถึงแม้คนเราจะมองเห็นดวงดาวได้เพียงเวลากลางคืน แต่ก็เป็นความรู้ทั่วไปที่ว่า ถึงมองไม่เห็น ในตอนลางวันก็ยังมีดวงดาวอยู่

 

การมองไม่เห็น ไม่ได้แปลว่าไม่มี

 

เขาแอบไปในที่ๆไม่มีคน และร้องเพลงกล่อมเด็กเบาๆ ทันใด้นั้นเขารู้สึกได้ว่าแผนที่ในตัวเขา เริม่จะเชื่อมต่อกับท้องฟ้า!

 

แต่คราวนี้ ดวงดาวไม่ได้ร่วงหล่นลงมา มีเพียงแสงอาทิตย์ที่ส่องเข้าหาร่างกายเขาเท่านั้น ในขณะเดียวกัน เกิดแสงสว่างในร่างกายเขาเป็นจุดๆ และเริ่มเคลื่อนที่เข้าหาหัวใจเขา แสงสว่างมุ่งตรงไปที่ดวงไฟในจิตใจของเขา

 

แปลกมาก การเปิดใช้งานแผนที่ในตอนกลางวันมีผลอีกอย่างงั้นเหรอ?

 

การเกิดขึ้นของดวงไฟในจิตใจ การได้รับกระดาษสีทอง และวิธีการเสริมพลังนี้ดูจะเกี่ยวข้องกันอย่างมาก ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะสร้อยคอของเขางั้นเหรอ?

 

ลู่ชูสงสัยว่าใครเป็นคนให้สร้อยคอแก่เขา และมันมีพลังอะไรอยู่กันแน่

 

เขาไม่มีทางรู้ได้เลย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อแม่ของเขาเป็นใคร แล้วจะไปหาเบาะแสอะไรได้ที่ไหนเล่า?

 

ดวงไฟในตอนนี้ดูไม่ค่อยจะเปลี่ยนไปอะไรมากมาย มันแค่ดู...แน่นหนาขึ้น?

 

ลู่ชูคิดว่าการฝึกในตอนกลางวันน่าส่งผลบางอย่าง มันไม่เปลืองพลังงานเท่าในตอนกลางคืน ที่เขาต้องมาคอยควบคุมการไหลเวียนของแสงดาว

 

ในตอนนี้มีผู้คนอยู่รอบตัวเขา แต่ไม่มีใครสังเกตุเห็นการฝึกของเขาแม้แต่น้อย มันทำให้เขาผ่อนคลาย

 

ความผิดปกติของร่างกายเขา ถูกปิดบังไว้อย่างดีด้วยเหตุผลบางอย่าง เขาสามารถสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังของเหลียงชี และอีกนิดหน่อยจากพวกชุดดำ แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสามารถสัมผัสได้ถึงพลังของเขาแม้แต่น้อย

 

หรือเป็นเพราะเขายังไม่แข็งแกร่งมากพอกันนะ?

 



NEKOPOST.NET