ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย ตอนที่ 18 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย

Ch.18 - ไข่ต้ม


ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย ตอนที่ 18 - ไข่ต้ม

 

ในเช้าที่สดใสของวันที่แปดหลังจากเทศกาลตรุษจีน ลู่ชูตื่นตั้งแต่เช้า เขาทำงานตัวเป็นเกลียวในห้องครัวที่บ้าน ตั้งแต่หกโมงเช้า จนถึงเจ็ดโมงเช้า ลู่ชูถืออุปกรณ์ต่างๆและเดินทางไปโรงเรียน

 

ก่อนเขาจะออกจากบ้าน เขาก็บอกเสี่ยวหยูว่า "มีข้าวอยู่บนโต๊ะ กินให้เสร็จก่อนแล้วค่อยกลับไปนอน ทำการบ้านที่พี่เตรียมไว้ให้ เดี่ยวคืนนี้พี่จะกลับมาตรวจ ถ้าพี่จับได้ว่ามัวแต่เที่ยวเล่น พีจส่งตัวกลับไปที่สถานเลี้ยงเด็ก เข้าใจไหม?"

 

ลู่ เสี่ยวหยูนอนแผ่อยู่บนเตียง กอดผ้าห่มแน่น ไม่ส่งสัญญาณตอบรับ "ได้ยินมั้ย"ลู่ชูถามย้ำ

 

"ได้ยินนน... เดี่ยวจะลุกไปกิน" เด็กน้อยตอบอย่างอิดออด

 

"ขืนช้ากว่านี้เดี่ยวข้าวก็เย็นหมดสิ ลุกเดี่ยวนี้เลย"

 

ลู่ เสี่ยวหยู ลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างหงุดหงิด

 

"แต้มจากความทุกข์ของลู่ เสี่ยวหยู +299"

 

ตาลู่ชูเป็นประกาย การแงะน้องสาวออกจากเตียงจะให้ค่า่ความทุกข์กับเขามากขนาดนี้เลยเหรอ? เขารวยแต้มแน่ๆ

 

ด้วยความเป็นพี่ชาย มันเป็นความรับผิดชอบของลู่ชู ที่จะต้องสอนให้น้องมีวินัยในตนเอง เขาไม่อยากให้น้องสาวกลายเป็นเด็กไม่ดี

 

ในตอนนี้นิสัยไม่ดีอย่างเดียวของเสี่ยวหยูคือความตะกละล้วนๆ

 

เหตุที่เขาต้องตื่นเช้า และออกมาข้างนอก นั้นก็เพื่อการหาเงิน

 

โรงเรียนที่เขาเรียนอยู่อยู่ไม่ไกลจากอพาร์ทเมน เขาเรียนที่นี่มาตั้งแต่ประถม โรงเรียนเขาชื่อว่า โรงเรียนนานาชาติลั่วเชง (ค่าเทอมไม่แพงยับเหรอฟระ =_=)

 

ทุกๆเช้าเขาจะต้องเข็นรถเข็นออกมาขายไข่ต้ม

 

ไข่ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยน้ำเดือด จะสุกพอดีหลังจากต้มได้สิบนาที ถ้านำขึ้นจากน้ำในนาทีที่แปด ไข่แดงจะยังคงหนืดอยู่ เมื่อต้มเสร็จ ไข่จะต้องถูกใส่ลงไปใในน้ำเย็น เพื่อให้สามารถปลอกเปลือกได้ง่าย และรสสัมผัสของไข่จะละมุนว่าปกติ

 

ลู่ชูเชี่ยวชาญการขายยไข่ต้มมาก เมื่อรวมไข่ต้มของเขากับเครื่องปรุงที่คัดสรรมาอย่างดีแล้ว มันอร่อยเหมือนอาหารจากสวรรค์

 

วัตถุดิบที่เขานำมาทำซอสราดไข่นั้นเป็นวัตถุดิบธรรมดา เขาผสมซีอิ้วกับน้ำส้มสายชูอย่างละเท่าๆกัน ถ้วยใบเล็กๆ และเติมน้ำมันงาลงไปนิดหน่อย

 

เมื่อปีที่แล้ว ตอนที่เขาเริ่มเข็นรถออกมาไข่ใหม่ๆ ใดล้ๆโรงเรียน มีเพียงเด็กประถมเท่านั้น ที่จะลองซื้อไข่ของเขาไปกินดู ด้วยราคาที่ถูก เพียงหนึ่งดอลล่าห์ครึ่ง ทำให้เด็ฏกประถมสามารถซื้อมันไปกินเล่นได้

 

เขาจะได้เงินมาหลายสิบดอลลาห์ทุกๆวัน แค่เลี้ยงดูครอบครัวมันก็แทบจะไม่เหลือแล้ว

 

หลังจากเขาขายได้สักพัก ทุกคนก็รู้ว่าไข่ที่เขาขายมันอร่อยเหาะ และมักจะอุดหนุนไข่ของเขาคนละฟองสองฟองระหว่างทางเดินไปร้านกาแฟ นอกจากนี้ยังมีผู้คนที่รู้ว่าสถานะทางการเงินของลู่ชูเป็นอย่างไร และตั้งใจมาซื้อเพื่อช่วยเหลือเขาเช่นกัน เพราะเป็นที่รู้กันว่า ในบริเวณนี้มีเด็กกำพร้าที่พยายามหาค่าเล่าเรียนให้ตนเองอยู่

 

และคนที่อยากจะช่วยเหลือก็มีไม่น้อยเลย ทำให้ตอนนี้ธุรกิจของลู่ชูดำเนินไปได้ด้วยดี

 

ในเมื่อวันนี้เป็นวันเริ่มงานวันแรกหลังจากหยุดยาว ผู้ใหญ่หลายคนก็จึงออกมาทำงาน และก่อนจะไปทำงานพวกเขาจะออกมาเดินเล่นหาอาหารเช้ากินในโซนนี้ ที่นี่มีร้านกาแฟตั้งอยู่มากมาย

 

หลังจากขายไข่เสร็จ เขาก็จะต้องรีบไปโรงเรียน ถ้าเขาขายหมดเร็ว เขาจะมีเวลาเข็นรถกลับไปเก็บที่บ้าน ก่อนจะมุ่งหน้าไปโรงเรียน เพราะคงจะแปลกน่าดูถ้านักเรียนจะเข็นรถเข็นเข้าโรงเรียนไปด้วย

 

แต่ก็แน่นอนว่ามีวันที่เขาขายหมดไม่ทันและต้องลากรถไปเรียนด้วย

 

นักเรียนที่เดินผ่านไปผ่านมาส่วนใหญ่เป็นเพื่อนจากโรงเรียนเดียวกัน แต่พวกเขามักจะไม่ทักทายลู่ชู

 

การสอบวัดผลการเรียน เป็นสิ่งหนึ่งที่คอยจัดกลุ่มว่าใครอยู่ในกลุ่มไหน และอยู่กับใคร

 

ถานะก็เช่นกัน เมื่อคนรวยอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มก้อนแล้ว ไม่มีทางที่เขาจะเข้าไปร่วมวงด้วยได้ บางทีค่าใช่จ่ายรายวันของพวนี้อาจจะแตะหลักล้านเลยก็ได้

 

สิ่งนี้ทำให้ลู่ชูรู้สึกดีขึึ้น เด็กในยุคนี้มักจะชอบไปที่คาราโอเกะหรือสวนสนุกด้วยกัน เสียเงินกันไปเป็นร้อยเป็นพันดอลลาห์ ลู่ชูยังไม่อยากเสียเงินมากในตอนนี้ และตัดสินใจว่าจะไปในที่แบบนั้นในภายหลัง ตอนที่เขามีเงิน เขาเข้าใจความหมายของคำว่าหัวเราะทีหลังดังกว่าเป็นอย่างดี

 

มันเป็นคำพูดที่เหมาะสมกับการนำมาใช้ในชีวิตประจำวันที่สุด

 

เมื่อเพื่อโรงเรียนเดียวกันเห็นเขาออกมาขายไข่อยู่ข้างทาง ก็คิดว่าเป็นภาพที่แปลกตา ถึงจะอย่างนั้น ลู่ชูก็ไม่เคยเขินอายที่ได้ทำงานหาเลี้ยงตนเอง

 

คนที่อายกลับกลายเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนของเขา เพื่อนที่ผ่านไปผ่านมา ล้วนพยายามจะทำเป็นมองไม่เห็นเขา ด้วยความเลือกไม่ถูกว่าควรจะเมินหรือทักทายเขาดี ดังนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดจึงเป็นการทำเป็นไม่เห็น

 

มันทำให้เขาเริ่มกลายเป็นบุคคลไร้ตัวตน

 

นั่เป็นเหตุผลที่เมื่อทุกคนถกเถียงกันว่าใครจะสามารถกลายเป็นผู้มีพลังพิเศษได้ ชื่อขอลู่ชูจะไม่ถูกยกขึ้นมา

 

ตรงหน้าลู่ชูเป็นหม้อที่เต็มไปด้วยไข่ที่เขาต้มมาแล้ว และโต๊ะพับได้ขนาดเล็ก บนโต๊ะมีจานเล็กที่ใส่ น้ำส้มสายชู น้ำมันงา ข้างโต๊ะเป็นม้านั่งเล็กๆทำจากพลาสติก ลูกค้าจะเลือกกินที่นี่หรือซื้อกลับบ้านก็ได้

 

"ชูมาขายไข่ตั้งแต่เช้าเลยนะจ้ะ" หญิงวัยกลางคนที่เดินผ่านมาทักทายและยิ้มให้ลู่ชู "ป้าขอไข่สองฟอง ซื้อกับบ้านนะ จะเอาไปให้ลูกชาย เขายังไม่ตื่นนอนน่ะ ทำไมเขาไม่ขยันแบบเธอกันนะ"

 

"ไข่สองฟองนะครับ นี่คร้าบ" ลู่ชูดึงถุงพลาสติกออกมาและใส่ไข่ลงไปสองฟอง  "สามดอลลาห์ครับ"

 

ไข่ราคาฟองละ 1 ดอลลาห์ครึ่ง เขาจะได้เงินทั้งหมดวันละประมาณ 50 ดอลลาห์ รวมๆแล้วต่อเดือนเขาจะได้เงินอย่างต่ำเดือนละ 1500 ดอลลาห์ ถ้าขายดีก็จะได้เพิ่มอีก นั่นเป็นทั้งหมดที่เด็กทั้งสองมีให้ใช้ในการเอาชีวิตรอด

 

ลู่ชูจะใช้เงินทั้งหมดที่ได้มาไม่ได้ เพราะเขาต้องจ่ายค่าเช่าอพาร์ทเมน 500 ดอลลาห์ต่อเดือน ค่าน้ำค่าไฟอีก เดือนละประมาณ 100 ดอลลาห์ นอกจากนี้ยังต้องเก็บเงินไปจ่ายค่าเทอมอีก นอกจากนี้ยังต้องนึกถึง ค่าเล่าเรียนของลู่เสี่ยวหยู เมื่อเธอมีอิสรและสามารถเข้าโรเรียนด้วยตนเองได้

 

จริงๆแล้ว ลู่เสี่ยวหยู เป็นเด็กที่เป็นผู้ใหญ่มาก ถึงแม้จะตะกละ แต่เธอไม่ได้ขอให้ลู่ชูซื้อขนมให้กินบ่อยขนาดนั้น และถึงแม้ลู่ชูจะไม่ซื้อขนมให้ตามต้องการ เธอก็ไม่บ่นอะไร

 

ลูชูมักจะซื้อขนมมาเลี้ยงลู่ เสี่ยวหยูทุกๆเช้า ไข่ต้มที่เขาขายตามปกตแล้วเขาจะเก็บไว้สองลูก เพราะเธอชอบกิน

 

เมื่อใดก็ตามที่ลู่ชูไม่สบาย เธอก็จะมาขายของแทนเขา เธอคุ้นเคยกับวิธีการต้มไข่ เพราะเมื่อก่อนเธอมักจะเฝ้าดูลู่ชูต้มไข่เป็นประจำ

 

ด้วยความตัวเล็กน่ารักของเสี่ยวหยู ทำให้คนที่เดินผ่านไปมาถามเธอว่าลู่ชูหายไปไหน และเมื่อเธอบอกว่าลู่ชูไม่สบาย ทำให้เธอต้องมาขายไข่แทนคนเดียว ไข่พวกนี้ก็จะมาขายหมดในเวลาไม่กี่นาที

 

สองพี่น้องก็เหมือนกับตุ๊กตาหิมะที่ทั้งสองปั้นขึ้นในสวน ตัวหนึ่งตัวเล็ก ตัวหนึ่งตัวใหญ่ คอยให้ความอบอุ่นแก่กันและกัน ในโลกที่โหดร้ายและหนาวเหน็บ

 

สำหรับลู่ชู การอยู่คนเดียวนั้นทำให้เหงา เหงามากเกินไป เขาไม่มีแม้แต่คนจะมาร่วมทุกข์ร่วมสุข เมื่อเสี่ยวหยูหนีออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาหาเขา มันทำให้เขาอบอุ่นและสบายใจ

 

สำหรับลู่ เสี่ยวหยู ลู่ชูเป็นคนเพียงคนเดียวที่ห่วงอนาคตของเธอ การอยู่กับลู่ชูทำให้ชีวิตเธอมีความหมาย

 

เด็กสองคนที่ภูมิหลังน่าหดหู่ ไม่ได้รู้สึกว่าตนเองเจ็บปวดขนาดนั้น ทั้งสองคนเติมเต็มกันและกัน

 

ลู่ชูคิดว่าอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องมีพ่อแม่ ก็อยู่ต่อไปได้ ถ้าในอนาคตเขาได้รางวัลที่สามารถให้พลังพิเศษไ้ด เขาจะส่งต่อมันให้ลู่เสี่ยวหยู เพื่อให้ทั้งสองยังเป็นคู่หูกันต่อไปได้

 



NEKOPOST.NET