ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย ตอนที่ 16 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย

Ch.16 - การฝึกฝน


ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย ตอนที่ 16 - การฝึกฝน

 

"เว็ปแบบนี้เดี๋ยวก็ถูกลบ" ใครบางคนในแชทห้องพูดขึ้นมา

 

"ไม่น่ารอดหรอก คลิปพวกนี้ก็เคยโดนลบจนเกลี้ยงมารอบหนึ่งแล้ว ตอนนี้ฉันเพิ่งนึกได้ว่า ปีนี้มีคลิปของผู้มีพลังพิเศษออกมาเยอะมาก ต้องมีคนที่เพิ่งจะได้รับพลังอยู่หลายคนแน่นอน ดังนั้น จะมีใครในชั้นเรียนของเราที่ตอนนี้มีพลังพิเศษแล้วหรือเปล่า?

 

"แล้วคิดว่าจะเป็นใครล่ะ? หัวหน้าห้องเหรอ? ฉันว่าหัวหน้าห้องเป็นคนที่ร่างกายแข็งแรงมากเลยนะ

 

"ฉันว่านายก็มีโอกาสนา"

 

"จริงดิ? ฮ่าฮ่า เดี๋ยวฉันจะไปบอกให้พ่อแม่หย่ากัน ฉันจะได้เจอกับความเครียดจนพลังตื่นขึ้นมา"

 

"เอ่อ....."

 

เหล่าเพื่อนร่วมชั้นคุยเรื่องนี้กันทั้งวัน พวกเขาจะยกคนในชั้นเรียนที่น่าจะมีพลังพิเศษขึ้นมาพูดถึง จากนั้นก็ยกคนอื่นขึ้นมาต่อ

 

จากนั้นก็มีคนถามขึ้นมาว่า จะเป็นไปได้ไหมที่ลู่ชูจะเป็นผู้มีพลังพิเศษ คำถามนี้ทำให้ทั้งแชทเงียบสนิท ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาตรงๆ เพราะลู่ชูก็อยู่ในแชท

 

ทุกคนคิดว่าลู่ชูไม่มีโอกาสที่จะเป็นผู้มีพลังพิเศษได้แม้แต่น้อย ทั้งจากลักษณะและสภาพความแข็งแรงของร่างกาย เขาดูไม่เหมือนคนที่จะมีพลังพิเศษได้

 

อย่างไรก็ตามก็มีผู้ที่พลังพิเศษตื่นขึ้นมาเพราะต้องเจอกับสถานการณ์ตึงเครียด ลู่ชูเป็นเด็กกำพร้า เขาต้องเจออะไรที่ต้องวิตกกังวลเยอะแยะมากมาย ถ้าเขาอยู่มาถึงตอนนี้และพลังพิเศษยังไม่ตื่นขึ้นมา ต่อไปจะมีอะไรเหลือให้เขาวิตกังวลจนพลังตื่นขึ้นมาอีกหรือ?

 

มันไม่มีทางเป็นไปได้

 

พวกเขาเชื่อสิ่งที่โกลเด้นเฟาเดชั่นนำเสนอ ในโลกนี้ต้องมีผู้มีพลังพิเศษอยู่อย่างแน่นอน

 

สำหรับพวกเขาแล้ว พวกเขายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ไม่รู้ว่าจะทำให้พลังตื่นขึ้นมาได้อย่างไร ไม่รู้ว่าพลังเหล่านี้จะแข็งแกร่งได้ขนาดไหน ไม่รู้ว่ามันจะเปลี่ยนโลกได้อย่างไร

 

ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้แค่ ถกเถียงกันไปเรื่อยๆ ต่างคนต่างก็คาดหวังว่าสักวันหนึ่ง พลังของตนเองจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้น

 

เมื่อชื่อของลู่ชูถูกเอ่ยขึ้นมา ทุกคนจึงเงียบกริบ เพราะไม่มีใคสามารถต่อบทสนทนาได้

 

ทันใดนั้น ก็มีคนตอบกลับมาว่า "ลู่ชูต่องทำงานหนักกทุกวัน แต่ยังมีผลการเรียนติดหนึ่งในห้าของชั้นตลอด เขาทำได้ยังไงกันน่ะ"

 

ในเมื่อไม่มีใครคิดว่าลู่ชูจะมีพลังพิเศษได้ ก็เปลี่ยนหัวข้อการสนทนาเสีย ต่อให้คนทั้งชั้นเรียนได้พลังพิเศษมากันจนครบทั้งชั้น ทุกคนก็คิดว่าลู่ชูคงยังไม่ได้พลังพิเศษมาครอบครองอย่างแน่นอน

 

คนที่ร่างกายอ่อนแออย่างลู่ชู คงไม่มีทางครอบครองพลังพิเศษหรอก จริงไหม?

 

"ฮ่าฮ่าฮ่า เขาคงจะอ่านหนังสืออย่างหนักทุกคืน เมื่อคืนก็คงจะเหมือนกัน ในระหว่างที่พวกแกกำลังเที่ยวเล่น เขาก็นำหน้าพวกแกไปแล้ว"

 

เกรดของลู่ชูนั้นสูงมาตลอด ถึงแม้เขาจะเป็นคนที่มักจะหลับในชั้นเรียน

 

เขาจะเป็นคนประเภทที่ต่อหน้าคนอื่นทำเป็นขี้เกียจ แต่จริงๆแล้วขยันสุดๆหรือเปล่านะ?

 

ลู่ชูทำหน้ามุ่ย เมื่ออ่านข้อความนี้ เขาคิดว่าในเมื่อเหล่าเพื่อนร่วมชั้นเป็นแหล่งค่าความทุกข์ที่ดี เขาจงตัดสินใจส่งข้อความไปว่า "คนบางคนดูจากภายนอกอาจะดูขี้เกียจ แต่จริงๆแล้วภายในนั้น...เขาขี้เกียจกว่าที่เห็นจากภายนอกหลายเท่า"

 

ทั้งแชทเงียบกริบขึ้นมาอีกครั้ง เหล่าเพื่อนร่วมชั้นผลการเรียนปานกลาง ที่พยายามทุกวี่ทุกวันให้ตัวเองเก่งขึ้น แต่ไม่เคยทำได้ดีกว่าลู่ชู เริ่มจะรำคาญหน่อยๆ

 

“ไอ้หมอนี่อยู่เงียบๆเฉยๆไม่เป็นหรือไง "

 

"ค่าความทุกข์จาก โจ ฟาง +77..." "

 

"ค่าความทุกข์จาก หลิว หยาง +81 "

 

ในระยะเวลาสั้นๆ เขาได้ค่าความทุกเพิ่มมาอีก 500 แต้ม เขาใช้ไปแล้ว 3000 แต้ม แต่ตอนนี้ก็ยังเหลืออีกตั้ง 800 แต้ม

 

เส้นทางสู่ความร่ำรวยของเขาถูกสร้างขึ้นมาโดยเพื่อนร่วมชั้นที่แสนน่ารัก!

 

แต่ที่เขาพิมพ์ไปก็ไม่ใช่เรื่องโกหก เขามักจะหลับในชั้นเรียน ในตอนกลางคืนเขาต้องนอนดึก เพราะต้องมานั่งดูทีวีและนั่งดูละครทีวีกับเสี่ยวหยู

 

ที่ผลการเรียนเขาดีกว่าคนอื่นก็เป็นเพราะเขาฉลาดกว่าคนทั่วไป คนประเภทนี้มีอยู่จริงในโลกนี้

 

การมีผลการเรียนที่ดีเป็นหนึ่งในสิ่งที่ช่วยยืนยันว่าเขาจะมีอนาคตที่ประสบความสำเร็จ แต่เขาในตอนนี้ก็ต้องพยายามทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นไปด้วย

 

ลู่ชูอยากจะรู้ว่าถ้าฝึกฝนด้วยตนเองโดยไม่ใช้ผลไม้แห่งท้องฟ้า เขาจะสามารถพัฒนาตนเองได้รวดเร็วแค่ไหน?

 

แต่เขาดันต้องมาร้องเพลงกล่อมเด็กนี่สิ...

 

ลู่ชูเคยลองร้องแบบไม่ตรงตามเนื้อเพลงเดิม แต่ก็ตามที่คิด เมื่อเนื้อเพลงที่ร้องไม่ตรงตามที่กำหนด มันจะไม่เกิดผลอะไรเลย

 

"หมายความว่าร้องผิดคำเดียวมันก็จะไม่ทำงานงั้นสิ?"

 

ถ้าเขาเป็นคนแยกเสียงสูงต่ำไม่ออก เขาจะไม่ซวยแย่เหรอ? นี่มันไม่รู้หรือไงว่าคนในโลกส่วนใหญ่น่ะ มันเป็นพวกร้องเพลงเพี้ยน!

 

การร้องเพลงนี้ นอกจากจะทำให้เขาฟื้นฟูจิตวิญญาณของเขาแล้ว ลู่ชูยังคิดว่ามันน่าจะต้องมีผลอื่นๆอีกแน่

 

เป็นเพราะขี้เถ้าสีทองที่หลอมรวมเข้ากับเขา ทำให้สัญลักษณ์รูปต้นไม้ที่ฝ่ามือเขาจึงเปลี่ยนจากสีดำเป็นสำขาว

 

ลู่ชูยกมือขึ้นมาจ้องมองดูมัน จากต้นไม้ที่เปลือยเปล่า ตอนนี้มีใบ้ไม้งอกขึ้นมาสามใบแล้ว

 

เป็นเพราะดาวสามดวงที่เขาจุดมันขึ้นมาหรือเปล่านะ?

 

ถึงเขาจะผ่านอะไรมาเยอะในหลายวันมานี้ แต่การต้องมาร้องเพลงกล่อมเด็กเพื่อเสริมพลังตนเองมันนี่มันแปลกจริงๆ

 

"โอ้เจ้าดาวดวงน้อยแสนงาม แสงวับวามเจ้าเป็นเช่นไร”

 

“สูงล่องลอยในท้องฟ้าไกล เหมือนเพชรพลอยในท้องนภา”

 

"เมื่อสิ้นแสงอาทิตย์ลาไป  ฟ้าสดใสกลับมืดมิดพลัน"

 

"เขาไม่อาจเห็นทางแสนยาว หากว่าเจ้าไม่พราวแสงมา"

 

หลังจากร้องจบ เป็นอีกครั้งที่ดวงดาวบนฟ้านั้น เชื่อมต่อกับลู่ชู แสงดาวส่องสว่างที่มีเขาคนเดียวมองเห็น ร่วงหล่นลงมาที่เขาราวกับปุยหิมะ มันร่วงผ่านก้อนเมฆ ทtลุผ่านหลังคาบ้าน และมาถึงตัวเขา มันส่งความอบอุ่นไปทั่วร่างกาย ในระหว่างที่มันไหลเวียนไปสู่หัวใจของเขา

 

ถ้าเปรียบผลของผลไม้แห่งท้องฟ้าให้เป็นแม่น้ำเชี่ยวกราก กระแสน้ำในตอนนี้ก็เป็นแม่น้ำที่ไหลเอื่อยๆค่อยๆตรงไปที่กาแล็กซี่ เขาต้องคอยควบคุมกระแสพลังให้ตรงไปที่กาแล็กซี่ ไม่อย่างนั้นมันจะเคลื่อนที่สะเปะสะปะไปหมด ถึงแม้การไหลของน้ำจะช้า แต่มันก็สามารถทำได้เรื่อยๆ

 

ลู่ชูคำนวนการไหลเวียนของพลังและประมาณได้ว่าการทำอย่างนี้เป็นเวลาครึ่งเดือนถึงจะมีผลเหมือนกินผลไม้แห่งท้องฟ้าหนึ่งลูก

 

สภาพร่างกายของเขามีผลต่อความเร็วในารพัฒนาตนเองจริงๆงั้นเหรอ? ตอนนี้เขาเพิ่งกินผลไม้เพิ่มความสดชื่นไปแค่สองลูก ถ้าเขากินมันเข้าไปอีกล่ะ?

 

ลู่ชูคิดว่าวิธีนี้น่าสนใจที่จะลอง

 

ข้อมูลที่เขามีในตอนนี้เป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น ลู่ชูไม่รู้ว่าผู้มีพลังพิเศษคนอื่นๆสามารถพัฒนาตนเองได้รวดเร็วแค่ไหน ไม่รู้แม้แต่ว่าจะทำให้ตนเองพัฒนาความสามารถได้เร็วขึ้นได้อย่างไร สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือการลองผิดลองถูกเท่านั้น

 

ทันใดนั้น เขาก็นึกได้ถึงไอเดียหนึ่ง ถ้าเขาหมุนล็อตเตอรี่กินผลไม้เพิ่มความสดชื่นไปเรื่อยๆจนวันหนึ่งผลไม้เพิ่มความสดชื่นไม่มีผลอะไรกับร่างกายเขาอีกแล้วล่ะ? จะเกิดอะไรขึ้น?

 

ยิ่งภายในเขาแข็งแรงเท่าไหร่ ากฐานของเขาจะยิ่งดีเท่านั้น ในวันข้างหน้า เขาจะสามารถไปไหนมาไหนได้ไกลขึ้นและรวดเร็วขึ้น มันเป็นอะไรที่เข้าใจได้ง่าย

 

ในเมื่อเขามีผลไม้เพิ่มความสดชื่นอยู่ ยิ่งกินมันมากเท่าไหร่ มันก็จะยิ่งมีประโยชน์ต่อเขาเท่านั้น

 

แต่เขายังขาดค่าความทุกข์อีกมากนี่สิ!

 

ลู่ชูดูแชทกลุ่มของชั้นเรียน แต่ก็ยังหาโอกาสเหมาะๆไม่ได้

 

เขาเลยต้องเปิดโปรแกรมแชทแบบไม่ระบุตัวตนขึ้นมาอีกครั้ง ...

 



NEKOPOST.NET