ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย ตอนที่ 13 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย

Ch.13 - กวนตีนในห้องแชท


ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย ตอนที่ 13 - กวนตีนในห้องแชท

 

ทันใดนั้น หนึ่งในกลุ่มแชทก็พิมพ์ออกมาว่า "ทำไมโรงเรียนต้องเปิดวันที่ 8 หลังตรุษจีนด้วยนะ ฉันอยากให้เปิดวันที่ 15 มากกว่า"

 

"เลิกฝันหวานได้แล้ว! นี่เราอยู่ม.ห้ากันแล้วนะ แถม ‘เดอะร็อค’ ยังจ้องจะหาโอกาสที่จะทารุณพวกเราอีก"ใครคนหนึ่งตอบกลับมาอย่างเหน็บแหนม --- เดอะร็อคคืออาจารย์ประจำชั้นของพวกเขา ชื่อเต็มว่าร็อคชิงหยาน เขาเป็นชายวัยกลางคนใส่แว่นตามีกรอบสีดำ ไม่ได้หน้าตาดี แต่ก็ไม่ได้น่าเกลียด

 

"ถ้าโรงเรียนเปิดก็ต้องกลับไปทำการบ้านทุกวี่ทุกวันอีกแล้วสิ เมื่อไหร่มันจะจบสิ้นเนี่ย!"

 

"พี่ชายฉันบอกว่าเมื่อเข้ามหาวิทยาลัยแล้วทุกอย่างจะสนุกขึ้น ถึงไม่เข้าเรียนก็ไม่เป็นไร การบ้านก็เป็นเหมือนแค่ของที่จะทำส่งหรือไม่ทำส่งก็ได้!"

 

"พ่อฉันบอกว่าถ้าได้เกียรตินิยมอันดับสอง จะให้รางวัลเป็นเงินสองหมื่นดอลล่าห์ล่ะ!"

 

"เชอะพวกคนรวย เรียนให้หนักล่ะ ต่อไปเดี่ยวพวกฉันจะไปเกาะแกกิน!"

 

"ฮ่าฮ่า หวังว่าแต่ละวันที่เหมือนนรกแบบนี้จะจบสิ้นไปเร็วๆนะ"

 

เนื่องจากทุกคนไม่มีอะไรจะทำในช่วงวันหยุดยาว ส่วนใหญ่ที่พวกเขาทำก็แค่เล่นเกมไม่ก็แชทกันเท่านั้น

 

ในช่วงเวลานี้ เหล่าเพื่อนๆและญาติของพวกผู้ใหญ่จะมาเยี่ยมเยือน และไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกัน แม้แต่เด็กๆก็ยังไม่มีอะไรจะทำ

 

ในเมื่ออยู่ม.ห้าแล้ว คนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยสนใจการออกไปข้างนอกเพื่อเล่นประทัดเท่าไหร่

 

ลู่ชูอ่านแชทและตอบไปว่า "จริงๆแล้วนรกยังดีกว่านี้เลย..."

 

ทันใดนั้นช่องแชทที่กำลังรื่นเริง ก็พลันเงียบกริบลงทันที

 

‘นี่ทุกคนอ่านไม่ตอบกันหมดเลยเหรอ? ก็แค่พูดความจริงเอง’

 

"ค่าความทุกข์จาก เชน โบกาง +51..."

 

"ค่าความทุกข์จาก โจ ฟาง +82..."

 

"ค่าความทุกข์จาก..."

 

ทั้งชั้นเรียนมีคนถึง 60 คน และในเวลาเพียงแค่อึดใจ ลู่ชูก็ได้แต้มความทุกข์มาจากคนกว่า 30 คน รวมแล้ว 1900 แต้ม!

 

แต่เดิมลู่ชูก็คิดอยู่ว่าตนเองจะใช้ 2192 แต้มที่มีอย่างไรดี? จะซื้อผลไม้แห่งท้องฟ้าลูกเดียวแล้วเข้าไปเสี่ยงโชค หรือจะซื้อผลไม้แห่งท้องฟ้ามาสองลูกเลย?

 

ความจริงแล้วลู่ชูยังไม่รู้เลยว่าควรจะทำอย่างไรดี เขาไม่รู้ว่าล็อตเตอรี่จะให้อะไรเขาได้บ้าง และไม่รู้ผลของการกินผลไม้แห่งท้องฟ้า

 

อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ลู่ชูไม่ต้องกังวลแล้ว เพราะหลังจากที่ได้รับค่าความทุกข์มากมายจากเพื่อนๆ เลยทำให้เขามีตัวเลือกเพิ่มขึ้น

 

ลู่ชูรู้สึกเหมือนพบเจอขุมทรัพย์ ยิ่งจำนวนผู้คนเยอะเท่าไหร่ แต้มที่เขาจะเก็บเกี่ยวได้ยิ่งเยอะขึ้นเท่านั้น

 

ในเมื่อรู้อย่างนี้ การที่เขาไปกวนตีนผู้คนที่กำลังออนไลน์ทีละคนๆ ก็ดูจะไม่คุ้มเท่าไหร่ เพราะการทำแบบนั้นมันทำให้เขาได้ค่าความทุกข์ช้ามาก

 

แต่ก็แน่นอนว่าโอกาสที่เขามีวันนี้นั้นหาไม่ได้ง่ายๆ ลู่ชูรู้สึกว่าตนเองต้องวางแผนเพื่อให้ได้แต้มจากวิธีการนี้ให้ได้มากที่สุด!

 

จากการคาดเดาของลู่ชูดูเหมือนว่าผลไม้แห่งท้องฟ้า มันน่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเขา แม้ลู่ชูจะไม่รู้ว่ามีอะไรรอเขาอยู่ในโลกใบใหม่นี้ แต่การเสริมพลังของตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ออกจะเป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำ

 

ในนิยายกำลังภายในที่ลู่ชูเคยอ่าน เหล่าจอมยุทธมักจะต่อสู้เพื่อแย่งชิงโอสถที่สามารถช่วยเสริมพลังให้แก่ตนเอง

 

แต่สำหรับลู่ชู แค่กวนตีนคนอื่นๆนิดหน่อย เขาก็สามารถได้รับวัตถุเสริมพลังเแล้ว! เมื่อคิดได้ดังนี้ลู่ชูก็มีความสุขมาก

 

ลู่ชูรู้สึกอิ่มเอมใจสุดๆ เขาไม่สนหรอกว่าคำพูดของเขามันจะทำร้ายจิตใจคนอื่นมากแค่ไหน ก็แค่กวนตีนเฉยๆ ไม่ถึงกับฆ่าใครตายนี่นา?

 

และเพราะลู่ชูมีความคิดแบบนี้ เลยเป็นเหตุผลหนึ่งที่ไม่มีใครอยากรับเขาไปเลี้ยง

 

ในช่วงเวลาปกติ ลู่ชูก็เป็นเด็กธรรมดา แต่ก็จะมีบางครั้งบางคราวที่เขาจะพูดอะไรแปลกๆ ที่ทำร้ายจิตใจคนอื่นออกมา

 

ตอนที่ออกมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตอนอายุ 16 เขาย้ายมาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ และลู่ชูก็เข้ามาเรียนช้ากว่าเพื่อนๆที่รู้จักกันอยู่ก่อนแล้ว 1 ปี

 

ในตอนต้น ทุกคนก็มักจะชวนเขาออกไปเที่ยวเล่น แต่เขาไม่มีเวลาว่างมากมายขนาดนั้น จนมันกลายเป็นเหมือนกฏลับไปแล้วว่า ไม่จำเป็นต้องชวนเขา

 

ลู่ชูกลายเป็นคนที่ถูกคนทั้งห้องละเลย เขาเข้าเรียนสายวรรณกรรม ผลการเรียยนของเขาจัดอยู่ในกลุ่มที่ถือว่าดี และเขาไม่เคยขาดส่งการบ้าน

 

เพราะเขาเข้าใจสถานการณ์ชีวิตของตนเอง ว่าต้องปากกัดตีนถีบเอาตัวรอดให้ได้ จึงจะสบายในอนาคต ถ้าเขาล้มเลิกความตั้งใจที่จะเรียนไป เขาหมดอนาคตแน่ๆ

 

ลู่ชูอิจฉาเพื่อนๆจริงๆ ที่ไม่ต้องกังวลกับเรื่องราวใดๆในชีวิตแม้แต่น้อย อิจฉาที่พวกเขามีครอบครัวคอยดูแล และสามารถออกไปเที่ยวเล่นได้ตามใจชอบ

 

ลู่ชูมักจะนึกถึงพ่อแม่ของตนเองเป็นครั้งคราว ว่าพวกเขาหน้าตาเป็นอย่างไรนะ? พ่อแม่นำเขามาทิ้งเพราะเหตุจำเป็นอะไรหรือเปล่า?

 

ยิ่งคิดถึงเยอะเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองนั้นเดียวดายเหลือเกิน

 

เขาได้แต่คิดว่าชีวิตของเขามันก็เป็นแบบนี้แหละ เลยพยายามเป็นตัวเองที่ดีกว่าเดิมในทุกๆวัน เมื่อไหร่ที่ลู่ เสี่ยวหยูอายุครบสิบหก เขาจะไปดำเนินการกับทางสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และส่งเสียให้เธอได้เรียนหนังสือ

 

ในอนาคตข้างหน้า เขาจะมีงานทำ จากนั้นก็แต่งงาน และปั่มปั๊มลูกที่น่ารักน่าเอ็นดูออกมา

 

ช่างเป็นแผนการดำเนินชีวิตที่ไร้ที่ติ!

 

แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปภายในคืนเดียว

 

ลู่ เสี่ยวหยูดูรายการฉลองเทศกาลตรุษจีนจบ จากนั้นเธอก็เปลี่ยนไปดูช่องรายการโทรทัศน์ของเมืองลั่วเชง ช่องนี้กำลังพูดถึงเหตุไฟไหม้ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ข่าวรายงานว่าสาเหตุของการเกิดไหม้ยังคงเป็นปริศนา ตอนนี้พบผู้เสียชีวิต 4 ศพ จากนั้นก็เป็นการสัมภาษณ์ผู้คนที่อยู่แถวที่เกิดเหตุ

 

มันเป็นการถามไถ่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้พวกเขารู้สึกอย่างไรบ้าง ต่อเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ และถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการสร้างห้างขึ้นมาใหม่

 

ลู่ชูสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างที่คุ้นตาจากข่าวนี้ ---มันคือชีเว่ย! ชายหนุ่มที่เขาพบที่หลังเวทีงานวัด!

 

ลู่ชูรู้สึกสะกิดใจเกี่ยวกับชายหนุ่มคนนี้ แม้จะมีเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมาย แต่เขากลับจำชีเว่ยได้อย่างแม่นยำ บางทีชีเว่ยอาจจะต่างไปจากคนอื่นๆเลยทำให้เขาสามารถจำชีเว่ยได้

 

ลู่ชูไตร่ตรองอยู่สักพัก ‘หรือว่าชีเว่ยก็เป็นผู้มีพลังพิเศษเหมือนกัน?’ ไม่อย่างงั้นเขาจะไปโผล่อยู่ทุกที่ ที่เกิดเรื่องประหลาดได้อย่างไรล่ะ?

 

ซึ่งหมายความว่าชีเว่ยมีเหตุจูงใจให้ต้องไปที่หลังเวทีการแสดงในงานวัดอยู่แล้ว

 

ถึงจะเป็นแค่การเดา แต่ลู่ชูก็คิดว่าเขาควรระวังให้มากขึ้นเมื่อพบกับชายคนนี้

 

ติ๊ง---!

 

คุณได้รับค่าความทุกข์จากชีเว่ย +1

 

บัดซบ! ไอ้บ้านี่จะเคียดแค้นอะไรเขานักหนาเนี่ย??

 

เมื่อได้ดูข่าว ลู่ชูก็รู้สึกสบายใจ เพราะในระหว่างที่ทุกคนยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูก เขากลับรู้ความจริงอยู่แล้ว

 

นี่ถือเป็นความบันเทิงอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้

 

ในระหว่างที่เพื่อนร่วมชั้นของเขา กำลังถกเถียงเรื่่องการได้รับพลังพิเศษอย่างสนุกสนาน เขาได้สร้างระยะห่างระหว่างตัวเขาเองกับคนธรรมดาเรียบร้อยแล้ว

 

"ทุกคนในนั้นไม่มีใครสนใจพี่เลย ทำไมพี่ยังจดจ่อกับมันอยู่ล่ะ" เสี่ยวหยูถาม

 

"กินขนมไปเถอะ" ลู่ชูกำลังคิดหาวิธีเพิ่มแต้มความทุกข์ ก่อนที่เขาจะพบวิธีที่ดีกว่านี้ เขาต้องก่อกวนผู้คนผ่านการแชทแบบไม่ระบุตัวตน และผ่านแชทกลุ่มของห้องเรียนเขาต่อไป

 

ในตอนกลางคืน เมื่อเสี่ยวหยูกลับเข้าห้องนอนของตัวเองแล้ว ลู่ชูก็นอนอยู่บนเตียงของตนเอง และเปิดระบบในจิตใจของเขาขึ้นมา ก่อนที่จะซื้อผลไม้แห่งท้องฟ้ามาหนึ่งลูกอย่างไม่ลังเล ...

 



NEKOPOST.NET