ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย ตอนที่ 12 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย

Ch.12 - เสียงเคี้ยวอันกรุบกรอบ


ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย ตอนที่ 12 - เสียงเคี้ยวอันกรุบกรอบ

 

ช่วงเวลากลางคืน

 

ลู่ชูกำลังนั่งอยู่บนโซฟาขณะที่กำลังเฝ้าดูเสี่ยวหยูดูรายการงานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน เขากำลังคิดว่าจะใช้ค่าความทุกข์ที่มีอยู่อย่างไรดี ถึงแม้ 2000 แต้มจะฟังดูเหมือนมาก กว่าที่เคยมี เขาก็ยังคิดว่าควรใช้มันอย่างชาญฉลาดอยู่ดี

 

ถึงแม้ในหน้าร้านค้าแสดงสินค้าเพียงชิ้นเดียวให้เห็นเท่านั้น แต่ในอนาคต ใครจะไปรู้? บางทีมันอาจจะมีอะไรมาให้ซื้อเพิ่มอีกก็ได้

 

ลู่ชูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสินค้าพวกนี้ปรากฏขึ้นมาได้อย่างไร

 

พิธีกรในทีวียิ้มแฉ่งและพูดว่า "เทศกาลตรุษจีนจะเปิดให้คุณโหวตการแสดงที่คุณชื่นชอบ เราจะปิดโหวตในเวลาเที่ยงตรงของวันพรุ่งนี้ และผมหวังว่าทุกคนจะลงคะแนนเสียงอันแสนมีค่าให้พวกเขา! ต่อไปจะเป็นการแสดงมายากลของนักมายากล --- หลิวเตียน!!!"

 

"ดูมาสามรอบแล้วนา ทำไมยังจะดูซ้ำอีกล่ะ สนุกเหรอ?" ลู่ชูเหลือบไปมองเสี่ยวหยู ก่อนที่จะกล่าวออกมาอย่างเบื่อหน่าย

 

"ก็จะดู" เสี่ยวหยูพูด สายตายังคงจับจ้องไปที่หน้าจอทีวี

 

ลู่ชูหยิบมือถือขึ้นมาเปิดโปรแกรมแชท เขาจดจ่อไปที่กลุ่มแชทของห้องเรียนของเขา คอยดูว่าเพื่อนร่วมชั้นจะส่งซองอั่งเปาให้เขาหรือเปล่า

 

เขาเห็นข้อความจากเพื่อร่วมชั้นชายคนหนึ่งเขียนว่า "ฉันถึงบ้านแล้ว ดูแลตัวเองด้วยนะทุกคน"

 

"ฉันก็ถึงบ้านแล้ว! ฮ่าฮ่า"

 

ลู่ชููเงยหน้าขึ้นมา และพบว่าเสี่ยวหยูเลิกดูทีวีแล้วกำลังจ้องมองมาที่จอโทรศัพท์ของเขา "พวกนั้นไม่ชวนพี่ไปเที่ยวด้วยอีกแล้วใช่ไหม?"

 

"พวกเขารู้อยู่แล้วว่าพี่ไม่มีเงินไปเที่ยวกับพวกเขา" ลู่ชูตอบอย่างไม่แยแส "เป็นเรื่องธรรมดามากที่พวกเขาจะไม่ออกปากชวนพี่"

 

ลู่ เสี่ยวหยูยังคงจ้องเขาไม่เลิก "พี่ทนได้เหรอ?"

 

"น้องไม่รู้หรอกว่าอายุเท่าพี่ต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ไว้รอน้องอายุสิบหกเมื่อไหร่ แล้วไปโรงเรียน เดี่ยวก็รู้เองแหละ ค่าเทอมมันแพงมากรู้ไหม?"

 

"ถ้าเราไม่เก็บเงินเสียตั้งแต่ตอนนี้ ต่อไปเราจะลำบาก ค่าน้ำ ค่าไฟ เงินทั้งนั้น ถ้าเราไม่ได้ปลูกผักไว้กินเองในสวน เราคงไม่มีเงินพอที่จะเอาไปซื้อผักในตลาดมากินในช่วงฤดูหนาวหรอก

 

ลู่ชูเอนตัวนอนลงไปบนโซฟา เขาไม่รู้จริงๆว่าจะไปหาเงินมาจากไหน

 

"ลู่ชู ซื้อล็อตเตอรี่กันเถอะ!" ลู่ เสี่ยวหยูเสนอตาเป็นประกาย  เธอเป็นแบบนี้มาตลอดตั้งแต่เห็นข่าวว่ามีคนได้เงินสิบล้านดอลลาห์มาจากล็อตเตอรี่

 

"มันถูกตั้งมาให้แพ้เข้าใจไหม?" ลู่ชูกล่าว "ล็อตเตอรี่มันมีหน้าที่เก็บภาษีเพิ่มเติมจากคนจนเท่านั้นแหละ!"

 

"แล้วถ้าเราถูกรางวัลสิบล้านล่ะ?" เสี่ยวหยูยังคงไม่ยอมแพ้ "ถ้าคนอื่นยังถูกรางวัลได้ แล้วทำไมเราจะถูกรางวัลไม่ได้? --- ถ้าเราถูกรางวัลนะ น้องจะซื้อขนมมากินเยอะๆเลย"

 

ในสายตาของเสี่ยวหยู เงินมีไว้ซื้ออาหารเท่านั้น  และในตอนนี้อาหารโปรดของเธอก็คือขนม

 

เมื่อได้ยินคำว่าขนม ลู่ชูเลยเดินไปหลังบ้าน เขาหยิบมันฝรั่งแผ่นรสมะเขือเทศออกมา และแกะซอง ก่อนที่จะหยิบขึ้นมา 2 - 3 ชิ้น และโยนมันเข้าปาก ทีละชิ้น ทีละชิ้น พร้อมกับเคี้ยวด้วยความเอล็ดอร่อย

 

เสี่ยวหยูทำตาโตพร้อมกับน้ำลายที่เริ่มไหลออกมา "ลู่ชู...กรอบไหม?"

 

ลู่ชูมองไปยังน้องสาวและพูดว่า "ก็ฟังเสียงเคี้ยวดูสิ"

 

แต้มจากความทุกข์ของลู่ เสี่ยวหยู +299

 

เมื่อเห็นแจ้งเตือน ลู่ชูแทบพ่นมันฝรั่งออกจากปาก นี่น้องสาวของเขาจะโกรธแค้นอะไรเบอร์นั้นเนี่ย?!

 

"อ่ะ เอาไป พี่ออกไปซื้อมาเมื่อเช้านี้ มันเป็นของน้องน่ะแหละ" ลู่ชูยื่นซองขนมให้เสี่ยวหยู เขาใช้เวลาช่วงหนึ่งในตอนเช้า เดินไปที่ห้างตรงถนนชาซาง(ห้างที่ไฟไหม้) ความจริงมันก็ไม่ห่างจากบ้านเขาเท่าไหร่ ขึ้นรถเมล์สามต่อก็ถึง

 

เมื่อไม่ได้อะไรจากการสำรวจบริเวณที่ไฟไหม้เลย เขาก็กลับบ้านมา และแวะซื้อมันฝรั่งทอดกรอบของโปรดของเสี่ยวหยูกลับมาด้วย

 

ข้อเสียอย่างหนึ่งของลู่ เสี่ยวหยู ก็คือการที่เธอจะอยากกินทุกอย่างที่เห็นจากโฆษณาในทีวี และทีวีช่วงนี้ก็โฆษณามันฝรั่งทอดกรอบบ่อยเสียด้วย

 

ในเมื่อมีกันอยู่แค่สองคน ลู่ชูค่อนข้างมีความสุขทีเดียว ที่นานๆทีจะได้ให้อะไรเสี่ยวหยูบ้าง

 

การทำให้เสี่ยวหยูมีความสุขนั้นง่ายมาก แค่หาอะไรอร่อยๆให้เธอกนก็พอแล้ว

 

คนบางคนนั้นมีความสุขได้ยากมาก เพราะยิ่งอายุมากความต้องการของพวกเขาเพิ่มขึ้นมากขึ้นตามไปด้วย

 

แต่เสี่ยวหยูเป็นคนที่ไม่ต้องการอะไรมาก แค่อาหารอร่อยๆก็เพียงพอแล้วสำหรับเธอ --- ลู่ชูรู้ว่าน้องสาวตนเองแตกต่างจากเด็กคนอื่นๆ

 

ใครบางคนในกลุ่มแชทห้องเรียนพูดออกมาว่า "ได้ยินเรื่องเหตุไฟไหม้ที่ห้างกันบ้างไหม?"

 

"ได้ยินดิ ทำไมหรอ?"

 

"มันน่ากลัวมากเลย ห้างหายไปทั้งห้าง โชคดีที่มีคนบาดเจ็บแค่สี่คน สามคนเป็นยามที่หนีไม่ทัน อีกคนเป็นผู้จัดการสินค้า"

 

"เดี่ยว ที่ได้ยินมาไม่ใช่แบบนั้น" เพื่อนร่วมชั้นที่เปิดประเด็นในตอนแรกตอบกลับมา

 

"อ้าวข่าวปลอมเหรอ?"

 

"รู้กันไหมอะไรทำให้เกิดไฟไหม้?" เพื่อนร่วมชั้นชายถามอย่างจริงจัง

 

"ไม่ได้เป็นเพราะการจัดเก็บวัตถุไวไฟไม่ดีหรอกเหรอ?" คนหนึ่งก็ถามขึ้นมาอย่างสงสัย "นั่นสิไม่ใช่เหรอ?"

 

"ไม่ใช่หรอก พ่อฉันอยู่ที่นั่นเมื่อเช้านี้ พ่อบอกว่าเห็นคนเปิดคลิปๆหนึ่งอย่างชัดเจน เป็นคลิปของคนที่มีพลังพิเศษสามารถปล่อยไฟออกมาโดยการสะบัดมือเท่านั้น!" เพื่อนร่วมชั้นพิมพ์บอกด้วยความตื่นเต้น

 

"จริงดิ?" ทุกคนในกลุ่มตกตะลึง "คลิปตัดต่อหรือเปล่า คุณภาพของคลิปมันสูงมากเลยนะ"

 

"เป็นไปไม่ได้ เหตุไฟไหม้เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อน แต่คลิปถูกเผยแพร่ออกมาในตอนเช้า ใครจะไปตัดต่อคลิปคุณภาพขนาดนั้นในเวลาแค่คืนเดียว? แม้แต่บริษัทใหญ่ๆยังทำไม่ได้เลย!"

 

"ก็จริงนะ เวลามันน้อยเกินไป แล้วถึงทำมันขึ้นมา ก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรด้วย"

 

"มีผู้มีพลังพิเศษอยู่จริงงั้นเหรอเนี่ย?"

 

หลังจากข้อความนี้ ทุกคนก็เงียบไป

 

ทุกคนล้วนเคยมีความฝันแบบเด็กๆ ถ้ามีผู้มีพลังพิเศษอยู่จริง การหายไปของคลิป กระทู้สนทนา และข้อความต่างๆ ก็ไม่ได้หายไปแบบไม่มีมูลความจริงแล้ว

 

มันทำให้คนทั้งชั้นคิดว่า คนในโลกนี้มีเป็นพันล้านคน ถ้ามีใครสักคนเจอเหตุการณ์บางอย่างและทำให้พลังในตัวเขาถูกปลุกขึ้นมา จะเป็นอย่างไรกันนะ คนที่ผ่านเหตุการณ์แห่งความทุกข์ ความระทม หรือความโกรธแค้น หรือแม้แต่คนที่ฝึกฝนร่างกายตนเองอย่างหนัก ก็อาจมีพลังพิเศษได้

 

"คิดว่าใครในห้องเรียนของเราจะมีพลังพิเศษบ้าง?"

 

"ใครจะไปเดาได้ฟระ ใครมีพลังพิเศษก็บอกกันหน่อยนะ จะบูชาอย่างดีเลย"

 

"มันไม่เดายากขนาดนั้นหรอก ฉันรู้สึกว่าต้องมีใครสักคนในชั้นเรียนของเรามีพลังพิเศษแล้วแน่ๆเลย!"

 

"แล้วคิดว่าจะเป็นใครล่ะ?"

 

"ก็ฉันเองไงล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า"

 

"ฉันว่าไปหาอาจารย์เก่งๆสักคนแล้วฝึกฝนกับเขาน่าจะดีกว่า ไม่เห็นคลิปที่มีคนสูดเมฆทั้งก้อนเข้าออกจากร่างกายบนยอดเขาเหรอ? แบบนั้นน่าจะพึ่งพาได้มากว่าเยอะเลย!"

 

ลู่ชูอ่านแชทแบบเงียบๆ เหมือนไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมัน คนกลุ่มนี้ไม่เคยอยากให้เขาเข้าร่วมการสนทนา และเขาก็ไม่เคยอยากเข้าร่วมเช่นกัน

 

ลู่ชูและพวกเขานั้นเป็นเพียงแค่คนรู้จักที่เจอหน้ากันบ่อยๆเท่านั้น

 

พลังพิเศษอาจเป็นสิ่งที่ยังไกลตัวสำหรับเพื่อนร่วมชั้นของเขา แต่สำหรับลู่ชู มันใกล้เสียยิ่งกว่าใกล้

 

มันเป็นโลกทั้งใบที่กว้างใหญ่และแตกต่างไปจากเดิม ... โลกที่เขาจะไปสู่ฟากฟ้าได้โดยการเดินเพียงก้าวเดียว!

 



NEKOPOST.NET