Heaven Awakening Path ตอนที่ 99 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.99 - ข้อกังวล


ตอนที่ 99 – ข้อกังวล

 

สถาบันเทียนเจ้าและซวงจี๋ทั้งสองต่างก็มีจุดลงทะเบียนเป็นการเฉพาะของตน แน่นอนว่าพวกเขาย่อมไม่ต่อสู้กันเอง การลงทะเบียนเป็นไปอย่างเรียบร้อยและรวดเร็วมาก แต่กลุ่มคนที่อยู่บนถนนซีเหอนั้นมีคนมากกว่า ระเบียบวินัยก็ยิ่งหย่อนยาน ความคืบหน้าเชื่องช้ากว่าการลงทะเบียนด้านซ้ายและขวามากมายนัก

ซีเฟิ๋นกับม่อหลินเบียดเสียดอยู่บนถนนซีเหอ ซีเฟิ๋นดีใจถึงสิบส่วนที่ก่อนหน้านี้ได้หยิบยืมกลืนเสียงของอวิ๋นชงมาทำความเข้าใจสัญญาณสื่อสารกับม่อหลิน มิเช่นนั้นเพียงกลบเกลื่อนไปมั่ว ๆ เกรงว่าคงไม่อาจผ่านด่านวุ่นวายนี้ไปได้เลย

ถ้าม่อหลินเพียงแต่เข็นรถเข็นไปโดยไม่สนใจสิ่งอื่นใดก็เกรงว่าจะต้องต่อสู้กับผู้คนไปนานแล้ว โชคดีที่มีทางสื่อสารกันได้แล้ว ซีเฟิ๋นส่งสัญญาณเป็นระยะ ม่อหลินเดิน ๆ หยุด ๆ ตามคนทั้งกลุ่ม ให้ความร่วมมือถึงสิบส่วน

แต่ตอนนี้กลุ่มคนที่สับสนวุ่นวายก็เป็นระเบียบขึ้นมาอย่างมาก เพราะว่ามีคนในกลุ่มเพิ่มขึ้นมา

ฉินซาง

นางกับสถาบันซวงจี๋มาด้วยกัน แต่นางมิได้สวมใส่เครื่องแบบของสถาบันซวงจี๋ ความภาคภูมิใจของนางมีมากถึงสิบส่วน สุดท้ายจึงไม่ได้ไปลงทะเบียนที่จุดเฉพาะของสถาบันซวงจี๋ด้วย แต่ไปที่ถนนซีเหอแทน

นางมาแล้วก็ดึงดูดความสายตาจำนวนนับไม่ถ้วนทันที

ฉินซางงดงามมาก ท่าทางก็ไม่ธรรมดา แต่เดินนำหน้าสถาบันซวงจี๋ แล้วก็ไปที่ท้ายถนนซีเหอ ด้านหลังติดตามมาด้วยเด็กหญิงนางหนึ่งในชุดเครื่องแบบของซวงจี๋

คนไม่น้อยมองดูนาง คนไม่น้อยเมื่อนางมาถึงข้างหลังก็หลีกทางให้นางโดยไม่ได้ตั้งใจ

เพราะท่าทางของนาง เพราะพลังกดดันของนาง

ฉินซางก็ไม่เกรงใจ มีคนหลีกทางนางก็เดินขึ้นหน้าไป เพราะการมาถึงของนางดึงดูดความสนในของทุกคนทำให้ในกลุ่มคนมีการกระทบกระทั่งกันเองน้อยลง

คนส่วนใหญ่ชื่นชมนาง คาดเดากันว่านางจะต้องมีภูมิหลังไม่ธรรมดาแน่ ๆ

แต่ก็ยังมีคนส่วนน้อยทนไม่ได้ที่เห็นนางหยิ่งผยองถึงสิบส่วน ยังมีคนส่วนน้อยยิ่งกว่าที่ไม่รู้ว่ามาจากสถาบันใด ไม่รู้จักความเป็นความตายมากล่าวลวนลาม

ร้องเรียก “นางงาม” ในทางตรงกันข้าม ฉินซางมองดูเขาอย่างเย็นชา

“มานี่สิ ตรงนี้มีที่ว่าง” พูดเสร็จก็พุ่งมาใกล้แล้ว ถือโอกาสนั้นคิดจะล่วงเกินผู้คนง่าย ๆ

จากนั้นก็เห็นคนลอยออกไป กระเด็นไปชนกับกำแพงสีเทาที่ริมถนน โลหิตหลั่งไหล มือขวาที่เมื่อครู่เพิ่งจะยื่นออกไปดึงฉินซางถูกตัดขาดอยู่บนพื้น

“หาที่ตาย!” ฉินซางใบหน้าเย็นยะเยือกสบถออกมา

อีกฝ่ายหาที่ตาย แต่นางก็ยังมิได้สังหารอีกฝ่าย นางรู้สึกว่าตนเองให้ความกรุณามากแล้ว นางยังแม้แต่โบกกระบี่ออกไป มือที่ขาดออกบนพื้นก็ลอยเข้าไปในอ้อมแขนของคนผู้นั้น รีบ ๆ ไปหาหมอก็อาจจะยังต่อมือนั้นกลับไปได้ ส่วนจะรักษาได้แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของหมอท่านนั้นแล้ว

จากนั้นฉินซางก็ไม่สนใจอีกต่อไป โบกมือไปครั้งเดียวมือก็ขาดออก กระบี่ขุยอิงที่ไม่แปดเปื้อนโลหิตลอยไปด้านหลัง เกิดเสียงชิ้งดังขึ้น แสงเย็นเยือกนั้นก็พุ่งเข้าไปในฝักกระบี่ข้างหลังแม่นางน้อยผู้ถือกระบี่

ทุกคนไม่กล้าดูแคลนฉินซางอีกต่อไป ที่มาเข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณนี้ นอกจากไม่กี่คนที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำแล้ว ส่วนมากที่เหลือก็ยังพอจะมีความสามารถอยู่บ้าง ระดับพลังวิญญาณหนึ่งเชื่อมต่อมันต่ำมากก็จริง แต่กับศัตรูเช่นนั้น ฉินซางเพียงลงมือกระบวนท่าเดียว รับกระบี่ เก็บกระบี่ ศีรษะไม่หันกลับไปตั้งแต่ต้นจนจบ เห็นได้ชัดว่าวาดกระบี่ด้วยความชำนาญ

แข็งแกร่งมาก...

คนจำนวนนับไม่ถ้วนหันมาชั่งน้ำหนักตนเอง ตอนนี้ทุกคนมาลงทะเบียนพร้อมกัน รอคอยให้การชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณเริ่มต้นขึ้น นั่นเป็นคู่แข่งคนหนึ่ง มีคู่แข่งเช่นนี้ถือเป็นความโชคร้ายของทุกคน

ก่อนหน้านี้ทุกผู้คนสนอกสนใจฉินซาง แต่ตอนนี้ทุกคนหันไปสนใจเรื่องของตนเอง ต่างก็หลีกเลี่ยงที่จะสบสายตากับฉินซาง

แต่มีคนผู้หนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงไป ฉินซางสังเกตเห็นเขาแล้ว สวมหมวกฟาง ในปากเคี้ยวรากหญ้า เข็นรถเข็นให้คนที่อยู่ด้านหน้า ตอนฉินซางเดินมาเขาไม่เคยเหลือบมองนางสักแวบเดียว ตอนฉินซางตัดมือคน เขาก็ยังไม่มองดู ตอนที่ทุกคนต่างหวาดกลัว เขาก็ยังมีสีหน้าเหมือนเดิม จนตอนนี้ฉินซางจ้องมองเขาตรง ๆ แล้ว เตรียมที่จะไปเผชิญหน้ากับเขา แต่คนผู้นี้ก็ยังไม่สนใจ ยังคงไม่หันกลับมาดู กลับเป็นคนที่นั่งอยู่บนรถเข็นข้างหน้าเขาที่หันกลับมา เห็นฉินซางมีสีหน้าไม่เป็นมิตรอย่างมากก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก

แกล้งทำเป็นสงบนิ่งหรือ ดูสิว่าเจ้าคิดจะเล่นลูกไม้อันใดกันแน่!

ฉินซางแอบคิดในใจเช่นนั้น ความคิดหยิ่งผยอง เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง แต่ฉินซางก็คิดว่ามันสมเหตุสมผลมาก เพราะไม่ว่าผู้ใดที่มีหน้าตา ความสามารถ หรือ ฐานะเช่นนาง จะไปที่ไหนก็ย่อมเป็นจุดสนใจ อย่าว่าแต่นางที่มีครบทั้งสามอย่าง แต่กลับมีผู้ที่ไม่สนใจนาง นอกจากจะแกล้งเมินแล้วนางก็คิดหาเหตุผลที่สองไม่ออกจริง ๆ

แต่นางไม่อาจไปถกเหตุผลกับผู้คนได้ มีคนอยากจะลวนลามนาง ตัดมือได้ มีคนไม่เห็นนาง ไม่สนใจนาง เช่นนั้นก็ไปลงไม้ลงมือด้วยย่อมเป็นเรื่องที่ไร้เหตุผล

ฉินซางแสดงอาการแบบนี้กับพวกซีเฟิ๋นและม่อหลินที่เดินด้วยกันตามไปกับกลุ่มคน ทำให้ในใจซีเฟิ๋นพลิกคว่ำไปเจ็ดแปดตลบ สตรีนางนี้แข็งแกร่งมาก เขาย่อมสังเกตเห็นได้ แล้วตอนนี้ดูเหมือนนางจะกังวลเกี่ยวกับซีเฟิ๋นและม่อหลินมาก นางพบเห็นสิ่งใดหรือ

ไม่ว่าจะถูกพบความลับหรือไม่นี่ก็เป็นความสนใจที่มากเกินไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องดีอันใด ในเมื่อไม่ทราบจุดมุ่งหมายของนางก็ได้แต่จู่โจมก่อน ซีเฟิ๋นหันกลับไป มองดูฉินซาง เตรียมที่จะอ้าปากขึ้น แต่อยู่ ๆ ก็มีคนผู้หนึ่งจากด้านข้างโผล่ออกมา

“ซีเฟิ๋น!” คนผู้นั้นร้องเรียก

“เอ๊ะ” ซีเฟิ๋นหันกลับไป เห็นว่าเป็นเวินเหยียนที่ไม่รู้ว่าออกมาจากที่ใดมาถึงข้างกายเขากับม่อหลิน

“เจ้า...เพิ่งลงทะเบียนเสร็จหรือ” ซีเฟิ๋นคาดเดาได้อย่างรวดเร็ว

“ถูกแล้ว” เวินเหยียนพยักหน้า แต่จากนั้นก็เห็นว่าอีกด้านหนึ่งของซีเฟิ๋นและม่อหลินเป็นฉินซางที่มองมาที่นาง

“คุณหนูใหญ่ฉิน” เวินเหยียนกล่าวทักทาย น้ำเสียงไม่ได้เป็นมิตรมากนัก ฉินซางอยู่ที่สถาบันซวงจี๋ แม้ว่าจะไม่ได้สวมเครื่องแบบสถาบัน แต่ก็มักจะมาร่วมลงมือกับสถาบันซวงจี๋อยู่บ่อยครั้งในการต่อสู้บนท้องถนนกับสถาบันเทียนเจ้า ตัวนางเองก็แข็งแกร่งแล้ว และยังมีอาวุธเวท อีกทั้งยังมีสถานะไม่ธรรมดาที่ทำให้ผู้คนทั้งหลายรู้สึกเกรงกลัว เมื่อจบปีนี้ลง จำนวนนักเรียนเทียนเจ้าที่ถูกทำร้ายจากฝีมือของนางมีมากที่สุด สำหรับสถาบันเทียนเจ้าแล้ว ฉินซางมิใช่ผู้ที่เป็นที่ต้อนรับเลย

ฉินซางก็รู้จักเวินเหยียน กับน้ำเสียงไม่ค่อยสุภาพของเวินเหยียนกลับมิได้ใส่ใจ เพียงเหลือบมองนางอย่างเย็นชา จากนั้นก็ถามไถ่ว่า “เจ้ารู้จักพวกเขา”

“เอ๊ะ” เวินเหยียนอึ้งไป เห็นสายตาของฉินซางก็ทราบแล้วว่าฉินซางพูดถึงใคร แต่คุณหนูใหญ่ฉินผู้สูงส่งเสมอมารู้จักสังเกตเห็นผู้อื่นด้วยหรือ นี่ช่างทำให้ผู้คนประหลาดใจจริง ๆ

“ท่านคิดจะทำอะไร” สิ่งแรกที่เวินเหยียนคิดก็คือนางมีจุดมุ่งหมายอย่างไร นี่ก็เป็นสิ่งที่ซีเฟิ๋นอยากรู้มากเช่นกัน คนผู้นี้จดจ้องเขากับม่อหลินมาสักพักแล้ว

“ไม่มีอะไร แค่ถามดู” ฉินซางกล่าว

“แปลกจัง” เวินเหยียนประหลาดใจ

“นี่ใครหรือ” ซีเฟิ๋นถามไถ่ หวังว่าจะรู้ถึงที่มาของอีกฝ่ายก่อน

“ตระกูลฉิน คุณหนูใหญ่ฉิน” เวินเหยียนแนะนำ

“อ้อ...” ซีเฟิ๋นทราบแล้ว คุณหนูใหญ่ฉิน หรือจะเป็นคุณหนูคนที่เท่าไหร่ของตระกูลฉินก็ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือตระกูลฉิน เวินเหยียนเน้นย้ำที่จุดนี้ ซีเฟิ๋นย่อมเข้าใจ ตระกูลฉินนี้ย่อมหมายถึงฉินจาก “เว่ย ฉิน เหลียง กู้”

“สวัสดีครับ” ซีเฟิ๋นกล่าวทักทาย

ฉินซางก็ไม่หยาบคายจนเกินไป พยักหน้าตอบกลับ แต่ผู้ที่ยืนเข็นรถเข็นอยู่กลับยังไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เลย นี่มันเสแสร้งเกินไปหรือเปล่า

ที่ซีเฟิ๋นเก่งกาจที่สุดก็คือการจับสังเกตรายละเอียดเล็กน้อยพวกนี้ ขณะนั้นเมื่อฉินซางแสดงความรู้สึกออกมา เขาก็รับรู้ได้ในทันที คุณหนูตระกูลฉินนางนี้ ผู้ที่นางให้ความสนใจดูเหมือนจะเป็นม่อหลินหรือ

แย่แล้ว!

นี่เป็นสถานการณ์ที่แย่มาก ๆ ดูเหมือนนางจะโกรธนิดหน่อยแล้วด้วย หรือว่าดูออกว่าม่อหลินใช้วิชาตัดวิญญาณ คิดที่จะสอดมือมายุ่งเกี่ยวเช่นนั้นหรือ

ทำอย่างไรดี

ซีเฟิ๋นรีบคิด แต่ฉินซางก็เอ่ยปากขึ้นมาแล้ว

“ทำไมเขาไม่พูดอะไรเลย” นางถาม

สอบถามอย่างดุดัน แต่ว่า...ดูเหมือนไม่มีความคิดต่อสู้อะไรเลย นี่มัน...ซีเฟิ๋นสังเกตพลางคิดวิเคราะห์

“เพราะเขาพูดไม่ได้!” แต่เวินเหยียนก็ตอบกลับอย่างรวดเร็วไปแล้ว

ซีเฟิ๋นจับสังเกตได้ทันทีว่าสีหน้าของฉินซางในชั่วขณะนั้นเหมือนจะมีความโล่งใจปรากฏอยู่

“แล้วเขาก็ไม่ได้ยินที่ท่านพูดด้วย!” เวินเหยียนก็ไม่โง่ ยังพูดเพิ่มเติมไปอีกประโยคหนึ่ง ไม่เพียงไม่พูด แต่ยังมีเหตุผลที่ทำให้เมื่อเผชิญกับคำถามของฉินซางเขาถึงไม่มีปฏิกิริยาอันใดเลยด้วย

ฉินซางมีสีหน้าโล่งใจอีกครั้ง และท่าทีที่ตึงเครียดก่อนหน้านี้ก็หายไปจนหมดสิ้น

หลอกได้ง่ายแบบนี้เลยหรือ

ซีเฟิ๋นยังไม่เข้าใจทั้งหมด แต่เห็นว่าความกังวลของฉินซางหายไปแล้วจากคำพูดสองประโยคของเวินเหยียน เขายังคงเฝ้าสังเกตต่อไป แต่สุดท้ายก็ยังไม่ทราบถึงจิตใจที่แท้จริงของฉินซางอยู่ดี

สงสารก็แต่ม่อหลิน

ด้านของซู่เหวยเฟิง จากคำอธิบายของลู่ผิงกับซูถังกลายเป็นคนตาบอด

มาด้านฉินซางนี้ กลับถูกเวินเหยียนบอกว่าทั้งบอดทั้งใบ้แล้ว

พูดสั้น ๆ ก็คือ เขาเป็นคนพิการ ซึ่งก็เป็นความจริง...

.............................................................

 

น้องม่อ 555555

 

ตอนที่ 100 – จิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ




NEKOPOST.NET