Heaven Awakening Path ตอนที่ 93 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.93 - คนเบาปัญญา


ตอนที่ 93 – คนเบาปัญญา

 

แม้ว่านอกจากจะมีสถานะนักเรียนก็ไม่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติอื่น ๆ อีก แต่พลังวิญญาณแม้แต่นิดเดียวก็ยังไม่มีก็ออกจะไม่รู้ความไปแล้ว มู่หย่งอยากจะรีบ ๆ จัดการเรื่องลงทะเบียนตามจำนวนที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จไว ๆ  แต่ช่างโชคร้ายที่กลับพบแต่พวกตัวประหลาดคนแล้วคนเล่า

“เจ้าเล่าเรียนในสถาบันมานานเท่าไหร่แล้ว” มู่หย่งตำหนิลู่ผิง

“สามปี” ลู่ผิงกล่าว

“สามปีหรือ” มู่หย่งเกือบจะนึกว่าตนเองฟังผิดไป อยู่ในสถาบันมาสามปีแล้ว พลังวิญญาณสักนิดก็ไม่ปรากฏ พรสวรรค์เช่นนี้ ถ้านับจากหลังมาหน้าก็ถือเป็นชั้นหนึ่งแล้ว

“พลังวิญญาณสักนิดก็ยังไม่มี เจ้ามาทำอะไรที่นี่” มู่หย่งที่ไม่เคยสนใจไต่ถามอันใดก็ลงทะเบียนให้แล้วตอนนี้กลับถือพู่กันค้างอยู่กลางอากาศ

“ข้ามีนะ!” ลู่ผิงกล่าว

“เจ้ามีหรือ” มู่หย่งกังขา

มีความสามารถหลายอย่างจริง ๆ ที่ซ่อนพลังวิญญาณได้ แต่มู่หย่งก็ค่อนข้างมั่นใจการสังเกตของตัวเอง ในด้านหนึ่ง ความสามารถประเภทรับรู้ของเขานั้นโดดเด่นมาก ส่วนอีกด้านหนึ่งระดับของนักเรียนที่เข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณก็มีจำกัด นักเรียนจากสถาบันแม้ว่าจะเก่งกาจเพียงใด แต่ประสบการณ์ก็มีน้อย ระดับพลังก็จำกัด ความสามารถก็ไม่โดดเด่น มู่หย่งเป็นกรรมการของการชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณมาสิบเจ็ดปีแล้ว ความสามารถแอบซ่อนพลังวิญญาณก็ได้เห็นมามากมาย ไม่ปฏิเสธว่าความสามารถหลายอย่างดีมาก แต่จนกระทั่งถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีนักเรียนคนไหนที่หลบซ่อนจากการรับรู้ของเขาได้เลย เพราะว่าพวกเขาอยู่คนละระดับกัน

เจ้าเด็กตรงหน้านี้บอกว่าเขามีพลังวิญญาณ มู่หย่งไม่เชื่อว่าจะมีใครโง่พอที่จะกล่าวคำโกหกที่จับผิดได้ง่ายเช่นนี้ เด็กหนุ่มคนนี้ใช้ความสามารถอะไรกันแน่นะ

คิดแล้วมู่หย่งก็เพิ่มพลังความสามารถรับรู้ของเขา

แยกแยะ!

ความสามารถประเภทรับรู้ที่มู่หย่งเชี่ยวชาญที่จริงแล้วก็คือความสามารถเดียวกับที่สือจงเทียนนักเรียนชั้นปีสี่แห่งสถาบันเทียนเจ้าชำนาญ แต่ว่าแม้จะเป็นความสามารถเดียวกัน ระดับของคนทั้งสองก็มิได้เหมือนกัน

ดวงตาของมู่หย่งทอแสงเรืองรองออกมา นี่เป็นผลอันเกิดจากการใช้พลังวิญญาณแห่งรูปเพิ่มพลังให้กับแยกแยะอย่างมาก

แต่เด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้ มู่หย่งก็ยังไม่สามารถรับรู้ได้ถึงการโคจรของพลังวิญญาณใด ๆ เลย

“อย่ามาล้อเล่นนะ” ในดวงตาของมู่หย่ง แสงเรืองรองจางหายไป “ข้ารับรู้ไม่เห็นได้เลยว่าเจ้ามีพลังวิญญาณ”

“หลายคนก็รับรู้ไม่ได้” ลู่ผิงกล่าว

“เช่นนั้นหรือ ใครบ้างล่ะ” มู่หย่งพูดด้วยความมั่นอกมั่นใจในตัวเอง “หวังว่าจะเป็นชื่อที่ข้ารู้จักนะ”

ดังนั้นลู่ผิงจึงครุ่นคิด ชื่อที่อีกฝ่ายจะรู้จัก...

“เหวินเกอเฉิง” ลู่ผิงกล่าว

กึก

พู่กันในมือมู่หย่งร่วงลงไปอยู่บนโต๊ะ

“เหวินเกอเฉิงไหน” มู่หย่งถาม แต่น้ำเสียงของเขาเหมือนจะบอกว่า “ไม่จริง” มากกว่า

“จักษุจุลทัศน์เหวินเกอเฉิง” ลู่ผิงกล่าว อีกฝ่ายบอกว่าอยากได้ชื่อคนที่เขารู้จัก ลู่ผิงจึงอยากเสนอชื่อคนที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ต้องการ ดูเหมือนว่าเหวินเกอเฉิงจะเป็นผู้ที่โด่งดังที่สุด

ใช่แล้ว ชื่อเสียงของเหวินเกอเฉิงย่อมโด่งดังที่สุด มิใช่เป็นเพียงผู้ที่ผ่านคุณสมบัติข้อนี้เฉียด ๆ เท่านั้น แม้ว่าจะมองไปทั้งแผ่นดิน ชื่อเสียงของเหวินเกอเฉิงก็ยังโด่งดังไปทั่วหล้า เขาเป็นเพียงผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณสองเชื่อมต่อ แต่ผู้ที่รู้จักชื่อเสียงของเขามีไม่น้อยไปกว่าสี่สถาบันหลักหรือหกผู้แข็งแกร่งอย่างเด็ดขาด

เป็นเพราะความสามารถของเขา

จักษุจุลทัศน์ ความสามารถที่เป็นหนึ่งไม่มีสองบนแผ่นดิน

ผู้ที่มีพลังวิญญาณสองเชื่อมต่อแบบเขามีมากมาย แต่ที่มีความสามารถจักษุจุลทัศน์นี้ ทั่วทั้งแผ่นดินมีผู้เดียว

จักษุจุลทัศน์ ความสามารถที่รับรู้ได้แม้แต่สายเลือดของผู้คน ไร้ที่เปรียบ หลายคนคิดว่าจัดเป็นความสามารถขั้นหกยังต่ำไป

ขั้นหกถือเป็นขั้นสูงสุดของการจัดระดับความสามารถในปัจจุบันแล้ว แยกแยะเป็นความสามารถขั้นสี่ จะเปรียบกับจักษุจุลทัศน์ ความสามารถเหนือขั้นหกนี้ได้หรือ

แต่จักษุจุลทัศน์ก็ยังรับรู้พลังวิญญาณของลู่ผิงไม่ได้

วัวโง่ตัวนี้พูดล้อเล่นเกินไปแล้ว

นี่คือสิ่งที่มู่หย่งคิดเป็นอย่างแรกหลังความตกตะลึง เขาไม่เชื่อ ไม่เชื่อเด็ดขาด แม้แต่การรับรู้ของจักษุจุลทัศน์ยังปิดบังได้จะต้องเป็นความสามารถประเภทเปลี่ยนแปลงขั้นหกแล้ว

วิญญาณ์สูญเงาจาง

ซ่อนสลาย

ปิดหกเผชิญ

ในสมองของมู่หย่งมีรายชื่อความสามารถขั้นหกในตำนานวาบผ่านอย่างรวดเร็ว แต่ความสามารถขั้นหกนอกจากบางส่วนที่มีน้อยมากแล้ว ที่เหลือต่างก็ต้องเป็นผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณสามเชื่อมต่อขึ้นไปถึงจะฝึกฝนได้ เด็กหนุ่มตรงหน้านี้จะมีระดับได้สูงส่งถึงเพียงนั้นเลยหรือ

เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เป็นอันขาด!

มู่หย่งคิดว่าตนเองคิดมากไปแล้ว เด็กผู้นี้ คิดว่าแค่พูดชื่อเหวินเกอเฉิงก็พิสูจน์ได้แล้ว ใช่แล้ว พิสูจน์ได้ อ้างชื่อเหวินเกอเฉิงขึ้นมา พิสูจน์ได้ถึงความโง่เขลาของเจ้า

ไปตายเสียเถอะ!

มู่หย่งสาปแช่งในใจ กับคนเบาปัญญาที่หน้าด้านหน้าทนเช่นนี้ เขาก็ไม่อยากเสียเวลาเปลืองน้ำลายคุยด้วยแล้ว

สถาบันไจเฟิง ลู่ผิง 2923

มู่หย่งจดชื่อลู่ผิงลงไป เขียนหมายเลขป้ายแขวนเอวของเขา จากนั้นก็โยนป้ายแขวนเอวไปตรงหน้าลู่ผิง

“สถาบัน ชื่อ” เขาหันไปพูดกับนักเรียนคนต่อไปแล้ว

ลู่ผิงก็รับรู้ได้ว่ามู่หย่งมีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ได้ป้ายแขวนเอวมาแล้ว เมื่อสำเร็จตามวัตถุประสงค์แล้วเขาก็ไม่ใส่ใจอีกต่อไป

เมื่อลงไปจากเวทีลงทะเบียน ลู่ผิงก็โบกป้ายแขวนเอวให้ซูถังดู

“เจ้าเลขอะไร” ซูถังถาม

“2923” ลู่ผิงบอก

“ข้าเลข 2922” ซูถังให้ลู่ผิงดูของนาง หมายเลขของพวกเขาอยู่ติดกัน ทำให้นางรู้สึกดีใจมาก

“ข้า 2921 นะ!” เด็กที่ถูกจ้าวกังชกกระเด็นไปเรียกว่าซู่เหวยเฟิงก็พูดโพล่งขึ้นมาในตอนนั้น

“ดูเหมือนว่าตะกร้านี้จะเรียงมาจากเลขนี้นะ” ลู่ผิงกล่าวแล้วก็หันไปถามคนที่เพิ่งลงมาจากเวทีลงทะเบียนหลังลงทะเบียนเสร็จแล้วทันที “เจ้าเลขอะไร”

 “ถามทำไม” ผู้นั้นหวาดระแวงขึ้นมาทันที กำป้ายแขวนเอวในมือแน่น จากตอนนี้เป็นต้นไป ทุกคนกลายเป็นศัตรูกันแล้ว แม้แต่ลู่ผิงกับซูถัง ไม่ว่าจะสนิทสนมกันเพียงใด ในการชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณก็มีเพียงหนึ่งคนที่จะได้รับชัยชนะ

“คิดมากไปแล้ว” ลู่ผิงกล่าวกับนักเรียนที่คิดมาก “แค่ถามดู ข้าเลข 2923 เจ้าอยู่ติดข้าหรือไม่” ลู่ผิงให้เขาดูหมายเลขของตนเองก่อน

“อ้อ ข้าเลข 2930” คนผู้นี้ก็เลิกปิดบังทันที หยิบป้ายแขวนเอวขึ้นมาดูแล้วบอกกับลู่ผิง

“อืม ไม่ติดกัน” ลู่ผิงกล่าว

“ดังนั้นก็แสดงว่าพวกเราสามคนมีชะตาต้องกันนะ!” ซู่เหวยเฟิงกล่าว

“ใช่แล้วใช่แล้ว หวังว่าจะได้พบกันอีกนะ” ลู่ผิงกับซูถังกล่าวลาซู่เหวยเฟิง

“เอ๊ะ จะไปแล้วหรือ ข้ายังคิดจะเชิญพวกเจ้าไปกินอาหารเช้าด้วยกันอยู่เลย” ซู่เหวยเฟิงร้องเรียก ก่อนหน้านี้ตอนที่เห็นเขาถูกทุบตีจนลงไปกองกับพื้นก็ไม่มีใครคิดว่าเขาจะเป็นเด็กที่ร่าเริงคึกคักถึงขนาดนี้

“ไว้ครั้งหน้าแล้วกัน!” ลู่ผิงกล่าว

“เจ้าชื่อลู่ผิง เจ้าชื่อซูถังใช่ไหม ข้าจำชื่อพวกเจ้าไว้แล้ว แล้วพวกเราค่อยพบกันใหม่นะ” ซู่เหวยเฟิงโบกไม้โบกมือให้คนทั้งสอง

“แล้วพบกัน!” ลู่ผิงกับซูถังเองก็โบกมือลาซู่เหวยเฟิงแล้วจากมา พวกเขาทั้งคู่ต้องกลับไปแล้วพาตัวซีเฟิ๋นกับม่อหลินมาลงทะเบียน อาการบาดเจ็บของซีเฟิ๋นยังไม่หายดี ยังต้องนั่งรถเข็น ส่วนม่อหลินก็ยังถูกตัดวิญญาณอยู่เลย น่าเป็นห่วงยิ่งนัก แต่อารมณ์ของเจ้าคนนั้นค่อนข้างดีทีเดียว โดยเฉพาะตอนที่รับประทานอาหาร

การชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณยังห่างออกไปอีกหลายวัน แต่การลงทะเบียนมีเพียงแค่สามวันนี้เท่านั้น ดังนั้นพวกเขาทั้งคู่จึงต้องลงทะเบียนไปก่อน แล้วค่อยรักษาอาการบาดเจ็บกับเชื่อมต่อพลังวิญญาณกันทีหลัง

...............................................................

 

ตอนที่ 94 – คู่ควรให้คาดหวัง




NEKOPOST.NET